วันหยุดสุดสัปดาห์นี้มีโปรแกรมท่องเที่ยวที่ไหนกันบ้างหรือยังคะ ถ้ายังแวะเวียนมาที่นี่เลยค่ะ “บ้านทะเลดาว” หัวหิน เพียงแค่ได้ยินชื่อก็น่าสนใจแล้วนะคะ โรแมนติกสุดๆ (more…)
หนังสือพิมพ์ข่าวสดวันนี้ (04/08/11) หน้าหนึ่ง ข่าวพาดเป็นหัวย่อยด้านล่างนำเสนอเรื่อง “แฉ รบ. เฉยชา ก่อนยึดโบอิ้ง” (อ่านได้ที่ ลิงค์ข่าวสด) อันเป็นอีกกรณีที่สะท้อนความอ่อนด้อยทางการทูต และการที่ขาดความละเอียดอ่อนในการทำงานของรัฐบาล (more…)
เรื่องการขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำจากที่ปัจจุบันกำหนดต่ำสุดอยู่ที่ 151 บาทต่อวันในจังหวัดพะเยา ไล่เรียงขึ้นมาถึงกรุงเทพฯและปริมณฑล ที่กำหนดไว้ให้ 215 บาทต่อวัน และภูเก็ต 221 บาทต่อวัน (more…)
กุลสตรี = ชมชอบผู้ชายดี + หลงรักผู้ชายเลว + แต่งงานกับผู้ชายรวย
“ความรัก” ไม่เคยมีสูตรสำเร็จตายตัว (more…)
ซอยสวัสดี สุรนันทน์ เวชชาชีวะ 2 สิงหาคม 2554
ก้าวต่อไป
ไปได้ “สวย” สำหรับการเดินเกมการเมืองของพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของว่าที่นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม มาถึงวันนี้ 1 วันก่อนครบเดือน สภาผู้แทนราษฎรเปิดได้ไม่สะดุด และในวันสองวันนี้เมื่อประกันตัว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ออกจากเรือนจำได้ ไปรายงานตัวต่อสภาฯ ก็จะทำให้สภาฯ ครบ 500 คน พร้อมทำหน้าที่ได้เต็มกำลัง
และการที่สภาฯ ได้มีมติให้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร นายเจริญ จรรย์โกมล และ นายวิสุทธ์ ไชยณรุณ เป็น รองประธานฯ คนที่ 1 และ 2 ตามลำดับนั้น (ประวัติบุคคลทั้งสามหาอ่านได้ ที่นี่) สะท้อน “การบริหารจัดการ” ภายในของพรรคเพื่อไทย ที่เรียบร้อย ความขัดแย้งหากมีก็ไม่ปรากฏ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นในการทำงานการเมืองอย่างมี “สปิริต” ที่ประชาชนอยากจะเห็น
แม้ “คนเสื้อแดง” จะผิดหวังบ้างที่ พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย จะไม่ได้รับตำแหน่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งต้องลองอ่านคำสัมภาษณ์ของ พ.อ.อภิวันท์ ใน มติชน และจับทางดูว่าจะมีปัญหาในอนาคตหรือไม่ แต่การที่ นายวิสุทธ์ ได้ตำแหน่งรองประธานฯไปนั้น อาจถือว่าเป็นตัวแทน “คนเสื้อแดง” เช่นกัน…
ซอยสวัสดี สุรนันทน์ เวชชาชีวะ 1 สิงหาคม 2554
เปิดสภาฯ
ก่อนอื่นต้องขออนุญาตแจ้งให้ผู้อ่านผู้ที่ติดตามบทความ “ซอยสวัสดี” ว่าต่อจากนี้ จะได้พบกันที่นี่ เว็บไซด์ Bangkok Voice (www.bangkokvoice.com) (more…)
พรบ.บัตรประจำตัวประชาชน ปัจจุบันกำหนดให้ ผู้มีสัญชาติไทยอายุครบ 7 ปีบริบูรณ์ ต้องมีบัตรประชาชนภายใน 60 วัน
พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2554 มีผลบังคับใช้ใน วันที่ 10 กรกฎาคม 2554 โดย กำหนดให้ผู้มีสัญชาติไทยอายุครบ 7 ปีบริบูรณ์ สามารถทำบัตรประจำตัวประชาชนได้ โดยผู้ปกครองสามารถนำบุตรหลานพร้อมสูติบัตรติดต่อขอทำบัตรประชาชนได้ที่อำเภอ สำนักทะเบียน และต้องยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนภายใน 60 วันสำหรับเด็กอายุ 7 ปีบริบูรณ์ ส่วนเด็กอายุ 7 ปีขึ้นไปถึงก่อนอายุ 15 ปี ต้องขอมีบัตรประชาชนภายใน 1 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่หากไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนดจะมีโทษปรับ 100 บาท โดย พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2554 นี้กำหนดให้บัตรประจำตัวประชาชนมีอายุ 8 ปี จากเดิมที่มีอายุ 6 ปี
โดย Wareerat
อ่านรายละเอียด พรบ.บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับที่…
มัวแต่ไปวิเคราะห์เรื่องการเลือกตั้งในกรุงเทพฯเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เลยไม่ได้เขียนถึงการที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ออกมาพูด “การเมือง” อย่าง “เต็มแม็ก” (more…)
เขียนมาวันนี้วันที่ 4 และสัญญาผู้อ่านว่าเป็นวันสุดท้ายที่จะประเมินโพลล์ โดยเฉพาะกรุงเทพโพลล์ที่สำรวจมาว่า พรรคเพื่อไทย นำ พรรคประชาธิปัตย์ (more…)
ในเมื่อเริ่มไปแล้วก็เลิกไม่ได้!!
ไม่ใช่อะไรที่ไหนครับ เพียงความพยายามของผมที่จะไล่เรียงและประเมินผลของกรุงเทพ (more…)
ก่อนอื่นต้องออกตัวนะครับว่าที่ประเมินไป 9 เขตเมื่อวานนี้ เรียกว่าเป็นการประเมินเบื้องต้นจริงๆ สอบถามพูดคุยกับผู้รู้บ้าง (more…)
เหลืออีก 19 วันก็ถึงวันเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม แล้ว ช่วงนี้เข้า “โค้งที่ 2” เห็น “กรุงเทพโพลล์” ให้ พรรคเพื่อไทย (พท.) (more…)
ช่วงนี้ผู้ติดตามข่าวการเลือกตั้งและคอการเมืองทั้งหลาย รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่ชีวิตปกติไม่ได้สนใจหรือสัมผัสข่าวประเด็นการเมืองมากนัก คงหนีไม่พ้นการถูกถาโถมจากสำนักข่าวต่างๆ (more…)
เป็นเรื่องธรรมดาของการเมืองที่จะต้องถูก “ตรวจสอบ” อย่างที่มีคำพูดทีเล่นทีจริงว่า หากอยากรู้ว่าในชีวิตทำอะไรมาบ้าง ให้มาเล่นการเมือง เพราะเดี๋ยวจะมีคนมาช่วยขุดค้นประวัติ (more…)
นักข่าวก็ช่างถามจริง ถามกลับไปกลับมาเหมือนตีปิงปอง แต่เอาละอาชีพต้องหาข่าว แถมมีคนเปิดประเด็นให้เสร็จสรรพไม่ถามก็กระไรอยู่ (more…)
สร้างภาพ “ทำนา” กันทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทย เบอร์ 1 เช่นกัน หรือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 1 แต่พรรคนั้น เบอร์ 10 (more…)
ตามข่าวที่ปรากฏว่า เมื่อคืนวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมามีการขว้างระเบิดหลังเวทีชุมนุมของ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (more…)
ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ย่อมมีคำสัญญามากมายจากพรรคการเมืองและนักการเมือง ไม่ว่าจะผ่านจอโทรทัศน์ คลื่นวิทยุ เว็บไซด์ ทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ก รวมทั้งป้ายโฆษณาตามข้างทางที่ระเกะระกะไปหมด ในขณะที่ “คอการเมือง” และมิตรรักแฟนพันธุ์แท้ทั้งหลายก็ลงทุนไปฟังปราศรัยหาเสียง ได้เห็นตัวเป็นๆและฟังคำสัญญากันจะจะ
ทั้งหมดด้วยความหวังลึกๆว่า ความฝันที่นักการเมืองเหล่านั้นให้คำมั่นไว้ จะได้รับมาแบบจับต้องได้ทันทีเมื่อเขาเหล่านั้นเข้าสู่ตำแหน่งและอำนาจ
แต่จะมีนักการเมืองสักกี่คนที่ทำตามคำมั่นสัญญาได้จริง??
ที่ผ่านมาในอดีต เมื่อได้รับเลือกกันเข้าไปในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว กำลังส่วนใหญ่จะทุ่มกันไปที่การคัดเลือก “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” และ “นายกรัฐมนตรี” ประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร อันถือเป็นจุด “สตารท์” ของการขับเคลื่อนกลไกรัฐเข้าสู่การทำงาน และผลักดันนโยบายต่างๆ
และจะต้องเสียเวลาพอควรในการ “ต่อรอง” และ “แย่งชิง” ตำแหน่งรัฐมนตรีและตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆไล่เรียงกันลงมา ส่วนในซีกสภาฯนั้นเป็นเรื่องการจัดสรรตำแหน่งในคณะกรรมาธิการต่างๆ ซึ่งในทั้งสองอำนาจนั้นกว่าจะลงตัวจริงๆก็คงล่วงเข้าเดือนที่สามที่สี่หลังผลการเลือกตั้งประกาศเป็นทางการ
ด้านนโยบาย หากเป็นรัฐบาลพรรคเดียว หรือเสียงส่วนใหญ่อยู่ที่พรรคใดพรรคหนึ่งก็จะง่ายขึ้น เพราะใช้นโยบายพรรคแกนนำเป็นหลัก อย่างพรรคไทยรักไทยที่ชนะการเลือกตั้ง ปี 2544 และ 2548 นั้น สิ่งที่ต้องทำการต่อรองจะเป็นกับกระทรวงททบวงกรมคือฝ่ายข้าราชการประจำมากกว่าฝ่ายการเมืองด้วยกัน
หากเป็นหลายพรรคก็ต้องต่อรองกันหน่อย และอาจผูกพันไปถึงตำแหน่งต่างๆ…
ช่วงการต่อสู้ทางการเมืองที่เข้มข้นเมื่อปีที่แล้ว ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ “ศอฉ.” (more…)
มีคนที่ไหน นักการเมืองย่อมไปที่นั่น (ช่วงหาเสียง) และเมื่อสังคมออน์ไลน์ ไม่ว่า “ทวิตเตอร์” หรือ “เฟสบุ๊ค” มีคนนับล้าน มีหรือที่นักหาเสียงจะไม่เข้าไปขอคะแนน!!
ซึ่งที่ผ่านมาในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา อย่าง นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ก็ปลุกกระแสออน์ไลน์ “ติด” ก่อน และเป็นตัวจุดประกายให้กระแสความนิยมลุกลามอย่างรวดเร็ว และชนะการเลือกตั้งในที่สุด จนนักการเมืองต่างต้องมีทั้งเว็บไซด์ และบัญชี “ทวิตเตอร์” และ “เฟสบุ๊ค” กันถ้วนหน้า ที่สำคัญ คือ เมื่อมีแล้ว ต้องใช้ให้เป็นด้วย หากเป็นลักษณะการรณรงค์หาเสียง จึงคล้ายกับบริษัทห้างร้านที่ใช้เครือข่ายสังคมออน์ไลน์ “ขายของ” โดยองค์กรที่ประสบความสำเร็จนั้นต้องมีการกำหนด “ยุทธศาสตร์” ในการใช้เครื่องมือสื่อสารเหล่านี้ และเป็นส่วนหนึ่งใน “ยุทธศาสตร์การตลาด” ในภาพรวมด้วย ไม่ใช่พวก ติดป้ายไปทาง ทวิตเตอร์ เฟสบุ๊คไปอีกทาง เวลาปราศรัยผู้สมัครกลับพูดอีกเรื่อง อย่างนี้พังแน่!! การดำเนินการจึงไม่ใช่อย่างเราๆท่านๆที่ง่วน ก้มหน้าก้มตา พิมพ์เอง-เขียนเอง-ตอบเอง เสมอไป แต่ต้องมี “ทีมงาน” ที่คอยประสานงาน หรือแม้แต่ตอบคำถาม ทักทายโอภาปราศรัย “แทน” ซึ่งเชื่อว่าแม้แต่ “เซเลป”…