เทคนิกกินเจให้เหมาะ ใน “โรคยอดฮิต” โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

เทคนิกกินเจให้เหมาะ ใน “โรคยอดฮิต” โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

Written by bkvoice, October 5, 2016


เทคนิกกินเจให้เหมาะ ใน “โรคยอดฮิต” โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

เทคนิกกินเจให้เหมาะ ใน “โรคยอดฮิต” โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

 

คุณดำรง พุฒตาลคุยกับผมในวันหนึ่งก่อนเข้ารายการช่อง 3 แฟมิลี่ว่ากำลังจะเดินทางไป “มิวนิก” เลยทำให้ฉุกคิดถึงคุณแม่ขึ้นมาเมื่อครั้งท่านเรียนและฝึกงานที่ด้อยเช่อแบ๊งค์ในเยอรมนี  ตอนเรียนอยู่ที่เมืองปาสเซาอ์นั้นถ้าพอมีเวลาท่านจะนั่งรถไฟไปเมืองใกล้ๆอย่าง “ซาลส์บวร์ก” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากภาพยนตร์ “เดอะซาวน์ออฟมิวสิค” หรือ “มึนเช่น” ก็คือมิวนิกที่คุณดำรงกำลังจะเดินทางไปนั่นเอง

                คุณแม่นั่งรถไฟราวครึ่งชั่วโมงถึง

                ในมิวนิกนี้มีเทศกาลที่ชาวมิวนิกและคนแทบทั้งโลกรู้จักดีคือ “อ็อกโตเบอร์เฟสต์” ที่เป็นงานฉลองเบียร์จัดอย่างอภิมหายิ่งใหญ่ดึงดูดใครต่อใครให้ไปเยือนจากทั่วโลก  คุณแม่เล่าว่าเป็นงานสนุกที่ไม่ว่าใครก็ไปกินไปดื่มกัน

                อย่างรื่นเริงชื่นมื่น

                ผมเองฟังแล้วก็อดเห็นภาพไปด้วยไม่ได้  ซึ่งเชื่อว่าท่านที่รักที่เคยไปสัมผัสมาแล้วก็คงจะรับรู้ได้ถึงบรรยากาศ  ด้วยว่าที่ใดมีผู้คนเป็นมิตรส่วนใหญ่และมีมุทิตาจิตต่อกันที่นั้นก็ย่อมเป็น “สวรรค์” บนดินของเพื่อนมนุษย์ไปได้  อย่างเมืองไทยเราก็มีเทศกาลของผู้มีจิตอาสาเป็นกุศลนี้เยอะอยู่ไม่ว่าจะลงแขกเกี่ยวข้าว,ทอดกฐิน,จุลกฐิน,ผ้าป่า,เข้าพรรษาหรือย่างเข้าปลายปีอย่างนี้ก็ได้เห็นภาพ “ธงเหลือง” ขนาดย่อมมีอักษรจีนติดอยู่ทั่วไป

                เป็นเครื่องหมายแห่งเทศกาลเจคือการรักษาความบริสุทธิ์ทั้งกายใจ

                ถือเป็นความตั้งใจดีที่เป็นกุศลครับ

                ผมเองไม่ได้รับประทานเจเคร่งครัดเหมือนกับอีกหลายท่านแต่ให้รู้สึกชอบใจในเมนูเจอยู่หลายอย่างด้วยเป็นอาหารสุขภาพที่ถึงออกเจแล้วก็ “ควรกิน” อาทิเช่นจับฉ่ายที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์,แกงจืดกะหล่ำปลีเห็ดหอม,ต้มซุปเห็ดรวม,เต้าหู้ทรงเครื่อง,ผัดกะเพราเต้าหู้เจและน้ำพริกเจที่ทำจากเต้าหู้ยี้

                รู้สึกว่าทั้งดี น่ารับประทานและรสอร่อย

                ตานี้ในแต่ละปีก็จะมีผู้ถามถึงเรื่องสุขภาพกับเจที่จัดเป็นประเด็นยอดนิยมด้วยก็ยังได้ยินว่ามีผู้บอกกินเจจะทำให้อ้วน  เพิ่มน้ำหนักและเผลอๆได้ไขมันสูงจากบางเมนูเจที่มันย่อง

                ทั้งหมดนี้ป้องกันได้ครับ  โดยเฉพาะกับผู้ที่มี “โรคประจำตัว” ที่พบบ่อยซึ่งเรียกรวมว่าโรค “เมตาโบลิก” อย่างโรคอ้วน,ไขมันสูง,มันจุกตับ,ความดัน,ดื้อต่ออินสุลินจนน้ำตาลขึ้น  ซึ่งไม่ว่าจะโรคใดก็ล้วนมีเทคนิกแห่งการกินเจที่เหมาะสมได้

                ดังจะขอเลือกโรคที่พบบ่อยติดอันดับมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

1) เบาหวาน  ควรระวังแป้งที่ไม่ได้มีแต่เฉพาะข้าว,เส้นและขนมปังแต่แป้งที่เอามาประดิษฐ์ให้หน้าตาคล้ายเนื้อสัตว์ก็ต้องระวังไว้ด้วยเพราะช่วยกันพาให้น้ำตาลในเลือดขึ้นได้สูงปรี๊ดเช่นกัน  ดังผมได้พบคนไข้ผู้ใหญ่รุ่นคุณพ่อท่านหนึ่งมีปัญหาปัสสาวะผิดปกติไม่หายสักทีมาจากที่อื่นเลยจัดการตรวจเลือดดูจึงพบว่าที่จริงเป็น “เบาหวาน” มาตั้งนานแต่เจ้าตัวไม่เคยทราบมาก่อน ดังนั้นท่านที่ไม่แน่ใจก็ตรวจไว้ก่อนได้ทั้งในเรื่องของน้ำตาลในเลือดและน้ำตาลสะสมครับ สุดท้ายขอฝากของเจที่ไม่หนักแป้งกับน้ำตาลมากเผื่อเอาไว้นะครับ ได้แก่ซุปเห็ดรวมเจ,แกงเลียงเจ,ลาบเต้าหู้เจและผัดกะเพราเจ  ซึ่งหลายอย่างนี้สามารถกินเป็นกับเปล่าๆได้จะได้ไม่ต้องหนักข้าวด้วยครับ

2) โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง  ลดความเค็มลงมาให้มากไม่ว่าจากซีอิ๊วขาว,เกลือ,ดอกเกลือไปจนถึงเต้าเจี้ยว,เต้าซี่ที่มี “โซเดียม” ให้ความดันกระทบชิ่งไปที่หัวใจได้  ซึ่งท่านที่มีโรคดังว่าอยู่แล้วขอให้เลือกอาหารเจที่ไม่จำเป็นต้องจืดจำเจเสมอไปหากแต่ให้เน้นหนักที่ผักผลไม้ที่มี “โพแทสเซียม” สูงเอาไปคุมอำนาจโซเดียมไว้ได้แก่กล้วยน้ำว้า(ถ้าหวีละ 100 ไม่ต้องก็ได้ครับ),ส้มโอ,ลองกอง,ผักกาด,กวางตุ้ง,มะระและสารพัดถั่วต่างๆให้ได้ไฟเบอร์ช่วยอีกแรง  แล้วสุดท้ายขออย่าลืมเลี่ยง “ทรานส์แฟ็ท” ที่เป็นไขมันตัวร้ายด้วยจะช่วยลดเสี่ยงโรคหัวใจได้มาก มักมีในอาหารเจแบบที่ต้องทอดน้ำมันท่วมซ้ำๆอย่างเต้าหู้ทอด,เผือกทอด,ปาท่องโก๋,ฟองเต้าหู้ทอดหรือถ้าอาหารสำเร็จรูปขอให้อ่านฉลากดูคำว่า “ทรานส์แฟ็ท(trans fat)” หรือ “partially hydrogenated fat” ก็ต้องระวังจำกัดปริมาณกินไว้ครับ

3) ไขมันสูง  เป็นที่พูดถึงกันมากว่าอาหารเจบางอย่างค่อนข้าง “มันจัด” จึงต้องดูแลกันในผู้ที่มีไขมันสูงอีกทั้งผู้ที่มี “มันจุกตับ” เป็นปัจเจกสมบัติด้วย  ดังจะขอให้เทคนิกในการกินอาหารรับมือกับไขมันเอาไว้เพราะในกรณีกินเจจะรับประทานผักที่กลิ่นแรงลดไขมันไม่ได้อย่างกระเทียม,หัวหอมหรือกุยช่าย  ดังนั้นทางออกที่ช่วยได้คือให้หนัก “เส้นใยอาหาร” อย่างจับฉ่ายก็ยังไหว,ต้มกะหล่ำปลีเห็ดหอมหรือผัดขาเห็ดก็ยังได้  นอกจากนั้นยังขอแนะให้เลือกอาหารเจที่มี “ไขมันดี” เอาไว้รับมือกับไขมันที่ไม่สมดุลย์ในตัวเช่นงาดำ,ถั่วลิสง,อัลมอนด์,วอลนัท,ถั่วบราซิล,อโวคาโด,น้ำมันมะกอก,คาโนล่า,งาขี้ม้อนหรือจะเป็นธัญพืชที่ฮิตมาพักใหญ่อย่าง “เมล็ดเชีย” ก็ดีไม่น้อยครับ

ที่เล่ามายังไม่หมดถึงโรคที่ต้องระวังในช่วงเจอย่างการแพ้กลูเต็นที่ทำให้เกิดโรค “ซีลิแอ็ก” ด้วยไม่ได้พบบ่อยนักแต่ถ้าเป็นแล้วจะหนักด้วยช่วงกินเจมีการใช้ “แป้งสาลี” ที่มีกลูเต็นอยู่บ่อยครั้ง  นอกจากนั้นยังมี “แพ้ถั่วเหลือง” ที่ช่วงเทศกาลก็ต้องระวังเช่นกันในท่านที่เป็น

สำหรับการกินเจในช่วง 10 วันนี้ดูแล้วเป็นช่วงสั้นแต่กระนั้นความไม่ประมาทย่อมดีที่สุดด้วยคนเราแต่ละคนมี “ความพิเศษ” ในแง่สุขภาพที่ไม่เหมือนกันจึงควร “วางแผน” ให้ดีหรือแม้แต่ระหว่างที่กินเจอยู่นี้ก็สามารถที่จะปรับยุทธศาสตร์ใหม่ได้เสมอไม่มีอะไรที่ต้อง “ตายตัว” ต้องซ้ำซากจำเจรับประทานครับ  ซึ่งหลักการของอายุรวัฒน์คือ improvise สิ่งดีที่สุดให้เหมาะกับตัวเรา

                                                เอาให้กินอร่อยแบบไม่ต้องฝืนใจด้วย  

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

 

ขอบคุณภาพจาก NguyenPhamDang


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


Contact US : Future PR Co.,Ltd

Address: 27/1 ซ.สุขุมวิท 33 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

Tel: 0-2261-0217-18

Fax: 0-2261-0219

Email: futureprthailand@gmail.com