บทบาทของรัฐ ในแง่ของลัทธิทุนนิยม อิสระเสรีทางการค้า
เมื่อ: 28 ส.ค. 52 11:45:33 , เปิดอ่านแล้ว 192 ครั้ง

ใครช่วยอธิบายแบบง่ายๆ ให้ทราบได้หรือไม่ว่า เหตุใดการแทรกแซงจากรัฐในกลไกตลาดต่างๆ จึงมีอยู่ทุกยุคทุกสมัย ทั้งๆ ที่ประเทศเราได้ปรับใช้ลัทธิทุนนิยมมานานมากแล้ว เหตุใดจึงยังไม่สามารถปรับตัวให้เป็น ทุนนิยมโดยปราศจากการแทรกแทรกแซงจากรัฐบาลเสียที

สังเกตเห็นว่า การแทรกแซงจากรัฐบาล การประทัวงของประชาชนในแต่ละกลุ่มในกรณีที่ไม่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ด้วยเหตุผลอันเนื่องมาจากการเลือกประกอบการผิดพลาด เกิดขึ้นเป็นอย่างมากและหลากหลาย และเป็นเรื่องที่ไม่นับวันก็หลากหลาย และประหลาดขึ้นเรื่อยๆ เกิดซ้ำซาก เหมือนกับว่าจะไม่มีทางแก้ไข

เราจะไม่ไปแตะต้องถึงเรื่องของการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร ต่างๆ ซึ่งสุดแสนจะสลับซับซ้อน กระทบหลายหน่วยในสังคม ผลประโยชน์ทับซ้อนกันจนยากเสียเหลือเกินที่จะแกะห่วงโซ่ออกมา แต่อยากจะขอยกตัวอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นในวันสองวันนี้

เรื่องแรกคือ แรงงานไทยไปสวีเดน ทำไมรัฐถึงต้องเข้าไปโอบอุ้ม แรงงานไทยซึ่งล้มเหลวจากการเสี่ยงโชคของตนเองในการตัดสินใจเดินทางโดยบริษัทนายหน้าทั้งที่ถูกต้องและผิดกฏหมาย จะเห็นว่าการตัดสินใจเดินทาง การตัดสินใจที่จะกู้เงินเพื่อชำระค่านายหน้าในการไปทำงานต่างๆให้กับนายหน้าเถื่อนเหล่านี้ ล้วนแล้ว แต่เป็นการตัดสินใจที่จะลงทุนของแรงงานด้วยตนเอง ตั้งใจที่จะไปเสี่ยงโชคเอง ถ้าหากว่าเราตั้งคำถามว่าในถ้าหากว่าแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศนั้น ได้รับผลตามที่คาดจากการลงทุนในครั้งนี้เกิดขึ้นกับใคร ล้วนเกิดขึ้นกับเขาเหล่านั้นเอง จริงอยู่อาจมีผลประโยชน์ทางอ้อมให้กับประเทศของเราคือ เราก็มีประชากรที่มีความอยู่ดีกินดีเพื่อขึ้น แต่การตัดสินใจที่จะเสี่ยงโชคนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นภาคการบริการ เราก็ต้องถือว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งซึ่งเท่ากับว่า เขาเหล่านั้นเป็นผู้ประกอบการย่อมมีความเสี่ยงกันตามปรกติ ทุกคนควรจะยอมรับความเสี่ยงก่อนที่จะตัดสินใจอยู่แล้ว เหตุใดรัฐจึงยังต้องเข้าไปช่วยเหลืออีก

เรื่องที่สองคือ การที่กองทุนน้ำมันจะสนับสนุนเงินให้กับแท๊กซี่ (จดทะเบียนปัจจุบัน) เปลี่ยนจากการใช้ก๊าซ LPG เป็น ก๊าซ NGV คันละ 40,000 บาท โดยเอาเงินจากกองทุนน้ำมันที่ประชาชนทั่วไป ผู้ซึ่งจ่ายเงินซื้อรถและเติมเพื่อที่จะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับตนเองและครอบครัวไม่ต้องใช้บริการสาธารณะ ได้ทำการจ่ายสำรองเงินส่วนนี้สำหรับประกันสถานะความเปลี่ยนราคาน้ำมันในตลาดโลกที่จะมีผลกระทบกับราคาน้ำมันในประเทศ จึงไม่ค่อยเข้าใจว่า เหตุใดผู้ดูแลกองทุนน้ำมันจึงสามารถที่จะอนุมัติเงินส่วนนี้มาสนับสนุนแท๊กซี่สาธารณะได้  อาจเป็นการคิดแค่เพียงผิดเผิน แต่ว่าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าอะไรคือเหตุผลเบื้องหลัง

 

คิดว่าจริงๆ แล้วธรรมดาในการที่จะตัดสินใจจะใช้เงินทำอะไรสักอย่าง ควรจะมีการคำนวณหาต้นทุนและผลประโยชน์ที่ได้รับ แล้วควรจะสามารถวิเคราะห์ออกมาได้เป็นตัวเลขที่จับต้องได้เสียก่อน ถึงแม้ว่าจะมีผลประโยชน์ที่ไม่สามารถคำนวณได้ก็ตาม หลักการการวิเคราะห์ประโยชน์และต้นทุนนี้ เป็นเรื่องธรรมดาที่ทางภาคเอกชนทำกันอยู่แล้ว ภาครัฐก็ควรจะทำด้วย

การแทรกแซงที่มาจากรัฐนั้น ถ้ามากเกินไปบางทีก็เหมือนกับการโอบอุ้มไม่ได้ปล่อยให้ประชาชนได้เติบโตเช่นกัน คนที่ตัดสินใจผิดก็ไม่เคยได้เรียนรู้ ผิดซ้ำซาก รัฐควรจะมีหน้าที่ในการเพิ่มโอกาส เพิ่มช่องทางอันเหมาะสมให้กับประชาชนทั่วๆ ไป สนับสนุนให้มีการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างสมดุลกับนโยบายของรัฐ ขอร้องอย่าชวนเชื่อ นำพาไปในทางที่ผิดๆ ทุกคนควรรับผิดชอบการตัดสินใจของตนเอง

รัฐ ควรจะต้องกำหนดว่ารัฐมีหน้าที่อะไรจัดการสาธารณูปโภค ระเบียบความเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สิน หรือ จะยุ่งเข้าไปถึงกิจการอื่นๆ ด้วย ต้องมีการกำหนดขอบเขต เพื่อที่จะใช้เป็นหลักในการเลือกที่จะยุ่งเกี่ยวหรือไม่  จึงไม่ค่อยแน่ใจว่าประเทศไทยอยู่ในทางเลือกแบบไหน อาจถึงเวลาสักทีที่รัฐบาลจะต้องตัดสินใจว่า จะเลือกจุดยืนด้านใด อาจต้องใช้ผู้มีความรู้ทั้งหลายช่วยกันระดมความคิดกำหนดแนวทางของประเทศไทยซึ่งสามารถจะใช้เป็นหลักในการตัดสินใจในกรณีต่างๆ ให้กับรัฐบาล เหมือนกับเป็นคัมภีร์ที่เอาไว้อ้างถึง แล้วทำการแปลความและดำเนินการให้เกิดความเท่าเทียมกันในการปฏิบัติ และรัฐบาลหยุดใช้เงินภาษีประชาชนแทรกแซงกลุ่มต่างๆ เสียที  

ถ้าหากว่ารัฐมีแนวทางดังนี้อยู่แล้ว ก็ขอโทษด้วย แต่รัฐบาลก็ควรจะทบทวนบ่อยๆ และทุกรัฐบาลให้พยายามปฎบัติให้ต่อเนื่องการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจะได้ไม่มีปัญหากับการพัฒนาประเทศชาติ นอกจากนี้จะได้ไม่มีปัญหาว่ารัฐบาลนี้ทำแล้ว รัฐบาลหน้าต้องมาแก้ไข เป็นพวกนักการเมืองเหมือนกันทั้งนั้น

ก็เป็นเพียงความเห็นสองสลึงของผู้ที่อาจผิวเผินกับการเมืองไทย แต่ไม่เข้าใจจริงๆ ผู้รู้จะช่วยขยายให้ทราบจะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง 

แสดงความคิดเห็น
ท่านต้องเข้าสู่ระบบสมาชิกก่อน ถึงจะสามารถเขียนความคิดเห็นได้
LOGIN
อีเมล์:
รหัสผ่าน:
 
  ลืมรหัสผ่าน?
  สมัครสมาชิก!
ประวัติผู้เขียนบล็อก
Share |