|
|
|
|
| ในแต่ละวันจะมีคนนั่นคนนี้ถามว่าได้อ่านหรือได้ฟังเรื่องนั่นเรื่องนี้หรือยัง ผู้เขียนย้อนถามไปว่าได้ข่าวมาจากไหนเค้าบอกจากสื่อโทรทัศน์ จะเห็นได้ว่ายิ่งใกล้วันชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาทุกที ก็จะมีข่าวที่ทําให้ประชาชนต้องเป็นกังวล ถึงกับมีการไปทอนเงินฝาก มีการกักตุนข้าวสาร อาหารแห้ง สิ่งที่เกิดขึ้นของความวิตกกังวลคือ การทําหน้าที่ของสื่อ ที่เสนอข่าวจนเกินความเป็นจริง และมีความเอนเอียงจนเห็นได้ชัดในเวลานี้ จากการที่ผู้เขียน ได้ใช้เวลาในทุกวัน อ่านหนังสื่อพิมพ์ หรือ ฟังข่าวสาร ก็พบว่าเราจะต้องมีสติในการบริโภคข่าวสาร ไม่ควรให้สื่อชี้นํา หรือตกอกตกใจจนเกินไป ควรที่จะบริโภคสื่อที่มีความเป็นกลาง ดูอย่างไร ดูได้จากการที่สื่อนั่นจะต้องเสนอข่าวทั้งสองด้าน คือทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายคู่กรณี อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ ปล่อยให้รัฐบาลพูด 10 แต่ ให้เวลาคู่กรณีพูดได้แค่ 1 และอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลถึงการออกข่าวรายชั่วโมง ว่าจะมีเหตุวินาศกรรม หรือมีการวางระเบิดจุดนั่นจุดนั่น ซึ่งผู้เขียนมองว่าไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรต่อประชาชน กลับกลายเป็นทําให้ประชาชนยิ่งวิตกกังวล และจะเพิ่มเชื้อไฟให้กับมือที่สามที่รอสร้างสาธารณะการณ์ สิ่งที่รัฐบาลควรจะทําคือมองผู้ที่เข้ามาชุมนุม เป็นประชาชนที่ต้องการเข้ามาชุมนุมอย่างสันติ อย่าตั้งธงว่าพวกเค้าจะต้องมาป่วนเมือง เพราะนั่นหมายถึงการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนคนไทยด้วยกัน รัฐบาลควรที่จะเปิดโอกาสให้การชุมนุมเป็นไปตามกลไกของระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนทุกคนมีและดูแลความปลอดภัยมากกว่าการออกมาพูดถึงความน่ากลัวของการเรียกร้องจากกลุ่มเสื้อแดงจะดีกว่า... อ่านต่อ >
|
|
| [ 0 ความคิดเห็น ] [ 17 ผู้อ่าน ] |
|
|
|
| ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วแต่ที่ร้อนกว่าคืออุณหภูมิของทางการเมือง หลังจากคําตัดสินคดียึดทรัยพ์ 7.6 หมื่นล้าน ของอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ผลออกมาศาลฎีกาฯตัดสินยึดเงิน 4.6หมื่นล้าน แต่ผู้เขียนขอไม่วิเคาระห์คําตัดสินเพราะคําตัดสินได้ตัดสินไปแล้ว ต้องเคารพคําตัดสิน แม้หลายฝ่ายอาจจะมีข้อสงสัยในหลายกรณีก็ตาม แต่แน่นอนว่ากลุ่มคนเสื้อแดงย่อมไม่เห็นด้วยกับคําตัดสิน จึงมีการตอบโต้โดยการนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 มีนาคม 25553 ที่จะมาถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ โดยตั้งเป้าจํานวนคนที่จะเข้ามาชุมนุมเกินล้าน โดยจะเป็นการแสดงพลังเพื่อเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ยุบสภาหรือคืนประชาธิปไตยคืนสู่ประชาชน เป็นที่น่าสังเกตุว่ารัฐบาลมีความตื่นตระตกจนเกินไปกับการเคลื่อนพลมาชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ถึงกับมีการเตรียมตั้งด่านสกัดกั้น เตรียมโลยตะปูเรือใบ หรือไม่อณุญาติให้นํารถอีแต๋นเข้ามาในกรุงเทพ เพราะทําให้ดูไม่สง่างามต่อเมืองกรุง ถึงขนาดที่ว่ารัฐบาลมีการพูดว่าอาจจะมีการก่อวินาศกรรม ซึ่งการที่รัฐบาลพยายามสื่อสารต่อประชาชนจนบางครั้งอาจจะทําให้ประชาชนรู้สึกกังวลใจยิ่งมากขึ้น ต่อการเสนอข่าวของรัฐบาล รวมถึงข่าวที่ไม่มีแหล่งข้อมูลอย่างชัดเจนที่ปล่อยออกมารายวัน จึงทําให้เวลานี้ประชาชนต่างวิตกกังวล และเฝ้าจดจ่ออยู่วันที่ 12 มีนาคม แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าการมาชุมนุมในครั้งนี้ผลออกมาจะเป็นอย่างไรแต่สิ่งหนึ่งที่ประชาชนทั้งหลายต่างต้องการ คือ การชุมนุมที่สงบและปราศจากความรุนแรง ใช้ความสุขุม สติ และวิเคาระห์ข่าวสารให้รอบด้าน จึงอยากฝากไปถึงรัฐบาลว่า ควรที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนที่จะเข้ามาชุนุมได้อย่างเสรีตามระบอบประชาธิปไตยและอํานวยความสะดวกทางด้านจราจร ไม่ใช่ทําทุกวิทีทางที่จะสกัดกั้น อีกทั้งควรจะไปเฝ้าระวังมือที่สามที่จะสวมรอยและโยนบาปให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงเหมือนที่ผ่านมา อย่าให้ความร้อนต้องทําให้การเมืองร้อนตาม รัฐบาลควรมีใจที่เปิดกว้างต่อการแสดงพลังของประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมอย่างที่กลุ่มคนเสื้อแดงกําลังทําอยู่ ... อ่านต่อ >
|
|
| [ 0 ความคิดเห็น ] [ 18 ผู้อ่าน ] |
|
|
|
| ใกล้เข้ามาทุกขณะกับวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 คือวันตัดสินคดียึดทรัพย์ของอดีตนากยก ทักษิณ ชินวัตร แต่ก่อนจะถึงวันนั่น อณุหภูมิการเมืองก็ร้อนแรงตามเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการโยนระเบิดเข้าไปในสถาณที่สําคัญๆ โดยไม่หวังต่อการทําร้าย แต่หวังผลเพื่อเป็นการข่มขู่ โดยมีเป้าหมายหรือนัยทางการเมืองที่ซับซ้อน สถาณการณ์การเมืองในขณะนี้คอการเมืองถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องจับตาทุกจังหวะก้าวของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลที่มีการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้กับนายก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กันอย่างเข้มข้นและมีการตั้งศูนย์เฝ้าระวังประเมิณสถาณการณ์กันทุกนาที ก่อนจะถึงวันที่จะตัดสินคดียึดทรัพย์ ในส่วนทางฝ่ายเสื้อแดงที่กดดันและเรียกร้องในการทวงคืนประชาธิปไตยก็เดินหน้าเติมสูบ ในความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ เป็นความขัดแย้งที่อาจจะเดินกลับไปสู่เหตุการณ์ซํารอยในช่วง สงการต์เดือดเมื่อปีที่แล้วก็เป็นได้ 2552 หากมีปัจจัยหลายอย่างเป็นตัวจุดชนวนให้ไปสู่จุดนั่น ดังนั่นสภาพการเมืองในปัจจุบันจึงอยู่ในช่วงคลึมฟ้าคลึมฝน เพราะต่างฝ่ายก็มีความขัดแย้งกันภายใน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลที่มีปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาลที่ส่งสัญญาณออกมาถึงความไม่พอใจที่พรรคประชาธิปัตย์หักสัญญาใจกับพรรคร่วมรัฐบาลที่จะไม่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเกิดวาทะที่ร้อนแรงตามมาคือ "เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า" แต่พรรคร่วมก็ยังไม่กล้าที่จะโบกมือลาออกจากพรรคประชาธิปปัตย์เพราะไม่มั่นใจสถาณการณ์การเมืองในอนาคตจึงต้องทนกินข้าวหม้อเดียวกันไปก่อน ในส่วนอีกฝากนึงของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีปัญหาความขัดแย้งของแกนนําด้วยกันเอง ส่งผลต่อเสถียรภาพของการชุมนุมได้พอสมควรทําให้ อดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร ต้องต่อสายตรงมาเพื่อเคียร์ปัญหาและปรับความเข้าใจของความขัดแย้งในระดับแกนนํากลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อที่งานสําคัญคือการเรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรมจะเดินหน้าต่อไปได้ จากความขัดแย้งภายในของแต่ละฝ่ายดูเหมือนจะมีการพยายามปกปิดบาดแผลของตัวเอง แต่ในเมื่อแผลเกิดขึ้นแล้วถ้าไม่รีบรักษาก็อาจจะลามได้และเป็นแผลใหญ่ที่ยากจะรักษาให้หายในเร็ววัน ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเฝ้าระวังนับถอยหลังวันที่จะหยุดทุกสายตาหยุดทุกกิจกรรมรอฟังผลการตัดสินคดียึดทรัพย์ที่จะมาถึงในไม่กี่วันข้างหน้า ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องระวังไว้ในช่วงเวลานับถอยหลังคือ...... อ่านต่อ >
|
|
| [ 0 ความคิดเห็น ] [ 54 ผู้อ่าน ] |
|
|
|
| แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข้ง2555 เป็นโครงการลงทุนใรระยะเวลา3ปี ด้วยวงเงิน 1,431,330ล้านบาท โดยมีนโยบายและแผนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และลดอัตตราการว่างานให้ลดน้อยลง ถือเป็นภาระกิจอันจะเป็นการพิสูจน์ฝีไม้ลายมือของ รมต คลัง นายกรณ์ จาติกวนิช เลยทีเดียว และเพื่อเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน หลังจากที่ อดีต นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้ออกมาวิจารณ์และเสนอแนะ ผ่าน Thaksinlive ว่า โครงการไทยเข้มแข็ง มันจะไม่เข้มแข็ง ซึ่งมองจากงบประมาณที่จะนําไปใช้ ประกอบกับภาวะหนี้ปัจจุบันที่เป็นอยู่ และหนําซําจะส่งผลให้หนี้พุ่งสูงขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์ และหากเป็นเช่นนี้ประเทศไทยจะตกอยู่ในภาวะลําบาก นี้คือความเห็นของอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ฝ่ายวิชาการ ก็มีความเห็นที่คล้ายกัน คือ ไทยเข้มแข็ง อาจทําให้ประเทศมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถเติบโตและยั่งยืนได้เพราะอันเนื่องมาจากไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โดยเม็ดเงิน14.3ล้านบาทของไทยเข้มแข็งอาจจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยไม่ตกลงไปมากกว่านี้ แต่ในระยะยาวประเทศก็จะต้องเจอกับปัญหาอีก สิ่งเหล่านี้คือเสียงสะท้อนต่อแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข้ง 2555 ของรัฐบาลชุดนี้ โดยรัฐบาลชุดนี้จะสนใจต่อคําวิจารณ์เหล่านี้หรือไม่ก็ไม่อาจคาดเดาได้ แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลชุดนี้พึงควรกระทําก็คือต้องเปิดโอกาสรับฟังเสียงจากภายนอก ไม่ใช่ฟังแต่เสียงของ wallpaper เพราะนั่นหมายถึงความล้มเหลวในการบริหารประเทศอย่างสิ้นเชิง... อ่านต่อ >
|
|
| [ 0 ความคิดเห็น ] [ 174 ผู้อ่าน ] |
|
|
|
| ผู้นํา(Leadership) ในทางรัฐศาสตร์หมายถึง ผู้บริหารผู้มีอํานาจในการตัดสินใจหรือหากพูดกันแบบชาวบ้านก็คือแม่ทัพที่ต้องนําทัพของไปรบกับข้าศึกและต้องกล้าตัดสินใจเพราะถ้าไม่กล้าตัดสินใจข้าศึกก็จะสามารถกุมชัยชนะไปได้ ที่โปรยไว้อย่างงี้ประเด็นหลักก็คือ ภาวะผู้นําของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในขณะนี้เกิดความสั่นคลอนและขาดเสถียรภาพ จากกรณีที่นายกรัฐมนตรีกระโดดลงไปเล่นในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายตํารวจและพยายามที่จะพลักดัน พล.ต.อ ปทีป ตันประเสริฐ ขึ้นเป็น ผบ.ตร คนใหม่ กลับถูกเบรคจนนายกหัวเสียด้วยมติในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตํารวจแห่งชาติ 5ต่อ4 จากพรรคร่วมรัฐบาลนั่นก็คือพรรคภูมิใจไทยที่เสนอ พล.ต.อ จุมพล มั่นหมาย เป็นcandidate โดยตามประเพณีแล้วหากนายกเสนอชื่อใดขึ้นมามติในที่ประชุมก็จะต้องเห็นด้วยแต่ครั้งนี้ทําให้นายกต้องเสียรางวัดกันเลยทีเดียวที่เกิดศึกภายในพรรคร่วมรัฐบาล สิ่งนี้ทําให้เห็นว่าภาวะผู้นําของนายกกําลังซุ่มเสี่ยงและไม่มีความเป็นผู้นํา จากสายตาประชาชนและนักวิชาการ หลายครั้งที่นายกรัฐมนตรีไม่มีความเป็นผู้นําหรือกล้าตัดสินใจต้องคอยตามคนรอบข้างหรือตัวช่วยเสมอ และคนที่นายกปรึกษาก็ไม่ใช่คนอื่นไกลประชาชนก็คงรู้ว่าเค้าคือนายกเงา คงไม่ต้องเอยชื่อ ซึ่งไม่ผิดที่นายกจะต้องมีการปรึกษาหารือ แต่หลังจากปรึกษาแล้วผลที่ออกมากลับเป็นตัวชี้วัดให้เห็นว่าคนที่คุมรัฐบาลอยู่นั่นไม่ใช่นายกแต่คือคนข้างกายที่นายกปรึกษานั่นเอง นี้แสดงให้เห็นว่านายกไม่มีอํานาจหรือการเป็นผู้นําได้เลยในพรรคร่วม และอีกหลายปัญหาที่รอบตัวนายกในขณะนี้จึงเป็นที่น่าจับตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ครบเทอมได้หรือไม่และมีโอกาส count down ข้ามปีนี้หรือไม่ต้องจับตากันอย่าได้กระพริบกันเลยทีเดียว... อ่านต่อ >
|
|
| [ 0 ความคิดเห็น ] [ 1415 ผู้อ่าน ] |
|
|
|
| ผลงานที่ผ่านมาตลอดเก้าเดือนของรัฐบาลที่ชื่อ นายก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดูแล้วไม่ได้เป็นไปตามเป้าที่ได้ประกาศไว้ก่อนเข้ารับตําแหน่ง หากดูแบบผ่านๆอย่างคนไม่ใช่คอการเมืองก็คงไม่มีอะไรผิดปรกติ แต่สําหรับประชาชนคนนึงอย่างผมที่สนใจการเมืองก็มองเห็นหลายๆอย่างในผลงานเก้าเดือนที่ไม่มีอะไรเป็นชึ้นเป็นอันหรือจับต้องได้เลย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ยังทําไม่ได้ดีพอ มีเสียงโอดครวญจากผู้ประกอบการหลายสาขาอาชีพที่บ่นไปตามๆกันว่ามีปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง และบริษัทห้างร้านก็ต้องปิดกิจการไปหลายแห่งทีเดียว การกู้เงินออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเป็นการแก้ที่ถูกหลักแล้วหรือยัง อันนี้ประชาชนสามารถบอกได้เป็นอย่างดี และยิ่งมาเจอปัญหาคอรัปชั่นในการจัดทําโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ในเรื่องล๊อกชนิดสินค้าขายให้ชุมชนในราคาแพงเกินจริง และส่อไปในทางผลประโยชน์ทับซ้อน สิ่งนี้ ก็เป็นปัญหาที่รัฐบาลจะต้องตอบให้ได้ อีกประการหนึ่งที่รัฐบาลชุดนี้ถือว่าสอบตกในสายตาประชาชนบางส่วน ก็คือ การเข้าไปจัดการกับโผการแต่งตั้ง ผบ.ตร คนใหม่ที่จะถึงในเดือนตุลาคม 2552 ดูแล้วเหมือนเป็นการกระทําที่ยุติธรรมต่อ ผบ.ตร ในปัจจุบัน หรือไม่ ในสถาณการณ์ การเมืองแบบนี้ รัฐบาลควรจะหันมาให้ความสําคัญกับปากท้องของประชาชนให้มากกว่านี้ ไม่ควรที่จะใช้เวทีของสื่อในการโปรโมรตหรือขายฝันประชาชนไปวันต่อวัน เพราะการกระทําจะมีผลมากกว่าการพูด ... อ่านต่อ >
|
|
| [ 0 ความคิดเห็น ] [ 112 ผู้อ่าน ] |
|
|
|
| จะต้องมีคนเสียชีวิตเพิ่มอีกสักเท่าไหร่หรืออาจจะเป็นความเคยชินไปซะแล้วสําหรับคนไทยที่จะต้องได้ยินคําว่าวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งราย หนึ่งปี 365 วัน ตายอีกเท่าไหร่ก็คงไม่ต้องพูด ทั้งนี้ทั้งนั่นที่โปรยหัวเรื่องไว้แบบนี้เพื่อที่จะสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่น่าเป็นกังวลต่อประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชนที่ในทุกๆวันไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าจะต้องเจอเจ็กพ๊อตเชื้อไข้หวัด2009 เมื่อไหร่ ถึงแม้รัฐบาลจะกรอกหูประชาชนทุกวันว่า ไม่น่าห่วง ไม่น่าห่วง ป้องกันได้ ป้องกันได้ ขอให้พี่น้องใช้ชีวิตตามปรกติ รัฐบาลพยายามแก้ไขอย่างจริงจังแล้วหรือยัง หรือแก้ไขอะไรไม่ได้เลยแต่สร้างภาพเหมือนกับว่าแก้ไขได้ ทําเป็นไปปิดโรงเรียนกวดวิชา นักเรียนก็เดือดร้อนเพราะใกล้ช่วงสอบเข้ามาทุกที แต่แล้วก็ยังขวานหาทางแก้ไขไม่ได้เลย อย่าอายเลยที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือขอแนวทางในการแก้ไขจากต่างประเทศที่สามารถควบคุมได้แล้ว ไม่ต้องอาย เพราะรัฐบาลจะอายมากกว่านี้ถ้าแก้ไขอะไรไม่ได้เลย... อ่านต่อ >
|
|
| [ 0 ความคิดเห็น ] [ 66 ผู้อ่าน ] |
|
|
|
| จากกรณีไข้หวัด 2009 ที่เป็นปัญหาลุกลามจนถึงวันนี้ ทําให้มีผู้ติดเชื้อจํานวนมากแล้วมีผู้เสียชีวิตอีกจํานวนนึง ปัญหาที่เกิดขึ้นรัฐบาลมองว่าเกิดจากการติดต่อจากโรงเรียนกวดวิชา ซึ่งก็อาจจะมีส่วน แต่หากมองปัญหานี้ตั้งแต่เริ่มต้นของไข้หวัด 2009 รัฐบาลไม่ได้ระมัดระวังตั้งแต่แรกของปัญหาที่เกิดขึ้น กลับใช้คําพูดที่ว่า ไข้หวัด2009 อยู่ไกลจากเรามากเพราะเชื้อไข้หวัดเกิดขึ้นที่ประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นความประมาทอย่างยิ่งที่คนเป็นถึงรัฐบาลกลับมองข้ามปัญหานี้ไป จนมาวันนี้ไข้หวัดได้ระบาดเป็นวงกว้าง จนรัฐบาลต้องมีการขอความร่วมมือให้ปิดโรงเรียนกวดวิชา ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่อาจจะสายเกินไปหรือเปล่าและการปิดโรงเรียนกวดวิชาจะเป็นการแก้ไขตรงจุดหรือไม่ ไม่มีใครรู้ เพราะเท่าที่รู้ตอนนี้มีผู้เสียชีวิตรายวัน โดยผู้เขียนอยากจะขอประนามกับการกระทําของรัฐบาลชุดนี้ ที่ดีแต่พูดให้ประชาชนวางใจ และวางใจ แต่ลึกๆแล้วรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย รัฐมนตรีที่รับผิดชอบดูแล ควรจะพิจารณาตังเอง ก่อนที่จะมีบางฝ่ายออกมาเรียกร้อง หยุดได้แล้วกับคําปลอบใจ แต่ควรหันมาพูดความจริงกับประชาชน... อ่านต่อ >
|
|
| [ 0 ความคิดเห็น ] [ 55 ผู้อ่าน ] |
|
|
|
| ผมได้มีโอกาสเขียนเรื่องเกี่ยวกับช้างไปครั้งหนึ่ง แต่วันนี้ก็ต้องลุกขึ้นมาเขียนอีกครั้ง เนื่องจากว่า ทนกับการโปรโมรตเกี่ยวกับหมีแพนด้ามากจนเกินกว่าความจําเป็น โดยที่การโปรโมรตนั่นทําให้ผู้ที่มีจิตใจรักช้างเกิดความรู้สึกลําเอียงต่อการให้ความสําคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอข่าว หรือทุ่มงบไปกับการโปรโมรต รวมถึงการชิงรางวัลในการตั้งชื่อ ล้วนแล้วเป็นสิ่งที่น่าระอายแก่ชาวไทย โดยที่เราลืมกันไปแล้วหรือว่าสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของเราก็คือช้าง แต่วันนี้ช้างที่เจ็บอยู่กับไม่ได้รับความสนใจ จากรัฐบาลหรือประชาชนบางกลุ่มที่หันไปให้ความสนใจกับหมีแพนด้า ตอนนี้ปัญหาช้างเร่ร่อนมีมากมาย แต่รัฐกับเอาเวลาไปดูแลเพียงแค่หมีสองตัว และยังจะพยายามขอรัฐบาลจีนเพื่อยืดเวลาในการส่งมอบคืนไปอีก และที่น่าเสียใจต่อรัฐบาลชุดนี้ที่พยายามจะสร้างศูนย์วิจัยหมีแพนด้า รัฐบาลลืมไปแล้วหรอว่า ประเทศไทยก็มีศูนย์ช้างไทย ที่ต้องการงบดูแล และต้องการเงินในเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาช้างที่บาดเจ็บจาก การที่ต้องออกไปหาอาหารทานนอกพื้นที่ อยากจะฝากเรื่องนี้ไปถึงท่านสุรนันท์ที่จะมีโอกาสเข้าถึงรัฐบาลได้ ผมเป็นแค่ประชาชนคนนึงคงไม่อาจมีปากเสียงได้ แต่ท่านสามารถเป็นตัวแทนของคนที่มีความรู้สึกสงสารช้างไทย ผมไม่อยากจะเห็นว่าวันนึงช้างไทยต้องหมดไปพร้อมกับความทรงจําของเยาวชนว่าประเทศไทยมี หมีแพนด้าเป็นสัญลักษณ์... อ่านต่อ >
|
|
| [ 0 ความคิดเห็น ] [ 120 ผู้อ่าน ] |
|
|
|
| ช้าง คือสัตว์ใหญ่ที่อาศัยอบู่ในป่าและเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองมายาวนาน แถบจะเรียกได้ว่าถ้าคนต่างชาตินึกถึงประเทศไทยก็ต้องนึกถึงช้างไทยและรอยยิ้ม แต่วันนี้ความหวังที่ช้างไทยจะมีชีวิตที่ดีไม่ต้องออกมาเผชิญกับภัยอันตรายดังที่เราเห็นในข่าวเมื่ออาทิตย์ก่อน ที่ช้างไทยได้รับอุบัติเหตุ และช้างที่ตายไปจากการเดินไปกินสารพิษที่มนุษย์ทิ้งไว้ แต่เรื่องนี้ไม่ใช้ประเด็นใหญ่สําหรับคนอีกหลายคนเพราะเป็นความเคยชินโดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ ที่ช้างไทยได้รับอุบัติเหตุ กับถูก แพนด้าที่คลอดลูก กลบข่าวและกระแสซะสิ้นเชิง โดยที่รัฐบาลมัวแต่ไปสนใจกับแพนด้าถึงขนาดกับเตรียมจัดงานรับขวัญลูกแพนด้าพร้อมกับทุ่มงบลงไปในการโปรโมตการท่องเที่ยว อีกทั่งยังรวมไปถึงให้มีการโหวตตั้งชื่อแล้วรับรางวัล ซิ้งผมเป็นคนนึงที่รับไม่ได้กับการกระทําของรัฐบาลที่แค่ทําเป็นเหมือนสนใจช้างแต่บอกไม่มีงบ และงบที่พวกคุณเอาไปให้หมีแพนด้าละ ทั้งที่มีราคาค่าดูแลสูงกว่ามาก วิงวอนขอให้รัฐบาลช่วยเอาจริงเอาจังช่วยปัญหาช้างเร่ร่อน และช้างที่ได้รับอุบัติเหตุ ด้วยก่อนประเทศไทยช้างจะหมดไปแล้วต้องไปยืมช้างจากที่อื่นมาเลี้ยงอีกเหมือนแพนด้าที่ต้องไปยืมเค้ามา และลูกหลานก็จะคิดว่าหมีแพนด้าเป็นสัตว์คู่ชาติไทยหรือ ท่านนายกต้องการอย่างงั่น ช้างไทยแสดงโชว์ได้ แต่หมี กินนอน หรือปลูกฝังให้เยาวชนกินนอนครับทานนายกขอฝากด้วย... อ่านต่อ >
|
|
| [ 0 ความคิดเห็น ] [ 77 ผู้อ่าน ] |
|
|
|
การเมืองกับของประชาชน
บทนำ
บทความเรื่อง การเมืองกับประชาชน รวบรวมขึ้นจากแนวคิดของผู้เขียน และจากประสบการ์ณ รวมถึงการได้พูดคุยกับผู้มีส่วนร่วมกับการเมืองในภาคประชาชน
โดยผลงานชิ้นนี้ ผู้เขียนตั้งใจ จะทำให้ประชาชนเข้าใจถึงบทบาทในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน โดยในลักษณะงานที่อ่านง่าย
วัตถุประสงค์ของบทความชิ้นนี้เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงบทบาทการเมืองกับประชาชนหมายถึงอะไร การเมืองในอดีตกับการเมืองในปัจจุบันต่างกันอย่างไร อีกทั้ง การมีส่วนร่วมของประชาชนทางการเมืองในอดีตกับปัจจุบันมีมากน้อยเพียงใด
โดยในปัจจุบันการเมืองเป็นเรื่องที่ประชาชนไม่อาจที่จะปฎิเสธที่จะไม่รับรู้หรือเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องของตน แต่ในความเป็นจริงในปัจจุบันประชาชนเริ่มที่จะหันมาสนใจทางการเมืองมากขึ้น โดยผู้เขียนจะรวบรวมทัศนคติของประชาชนบางส่วนที่ได้เข้ามาให้บความสนใจทางการเมือง ว่าพวกเค้าเหล่านั่นมีความเห็นอย่างไร และเพื่อจะเป็นกรณีศึกษาต่อไปใน
ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านจะได้รับประโยชน์จากงานชิ้นนี้
ผมอยากจะรบกวนทุกท่านให้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับประชาชนควรจะมีบทบาททางการเมืองอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางในการนําไปใส่ในบทความของข้าพเจ้าและเพื่อต่อยอดในโอกาสต่อไป ขอขอบคุณสําหรับเวลาอันมีค่ายิ่งของทุกท่าน... อ่านต่อ >
|
|
| [ 1 ความคิดเห็น ] [ 88 ผู้อ่าน ] |
|
|
|
| ช่วงนี้ประชาชนคงจะต้องมารับผลต่อการปรับขึ้นของภาษีไม่ว่าจะเป็น เหล้า บุหรี่ หรือ นํามัน แต่ก็กระทบต่อคนส่วนน้อยที่บริโภค ซึ่งมาตราการณ์ที่รัฐออกมาดูเหมือนดี แต่หากมองกันลึกๆเหมือนมีอะไรแอบแฝง คงจะเป็นอย่างที่เราๆท่านทราบว่า รัฐถังแตกจริงๆๆ ตอนนี้ก็กําลังจะ เก็บภาษีมรดกและที่ดิน ซึ่งอาจจะไม่กระทบต่อผู้มีบารมีหรือคนรวยในบ้านเมือง แต่สําหรับประชาชนที่วันดีๆคืนดีได้รับมรดก แต่ไม่มีเงินจะจ่ายภาษี เพราะเป็นแค่พ่อค้าแม่ขาย หรือทําไร่ทําสวน จะทําอย่างไร อยากฝากไปถึง นายก หยุดได้แล้วกับ การแก้ไขเศรษฐกิจโดยการให้ประชาชนต้องมาร่วมแบกรับกับการที่รัฐไปกู้เงินมา แล้วปากก็บอกว่าจําเป็นต้องกู้เพื่อพักดันเศรษฐกิจ แต่รัฐกลับเอาเงินภาษี ของประชาชน ไปจ่ายเงินกู้ ซึ่งทําถูกแล้วหรือ และเงินบางส่วนไม่ทราบว่าไปอยู่ที่กระเป๋าใคร??? พอทีเถอะกลับเสียงที่กระซิบที่ข้างๆๆหู้ของท่าน นายก อํานาจอยู่ในมือท่านแล้ว ในเมื่อท่านบอกว่าท่านมาจากความชอบธรรม ท่านก็ควรใช้ความชอบธรรมที่เป็น นายก ในการตัดสินใจโดยใช้ความรู้ที่ท่านไปเรียนถึงเมืองนอก หรือ ประสบการ์ณ มาแก้ไขบ้านเมือง ไม่ใช่เป็นหุ่นเชิดให้กับใครบางคนที่ท่านต้องตอบแทนบุญคุณ... อ่านต่อ >
|
|
| [ 1 ความคิดเห็น ] [ 83 ผู้อ่าน ] |
|
|
|
| ปัญหาที่สะสมกันมานาน เวลานี้ได้เวลาประทุออกมาที่ละอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเศรษกิจ หรือการเมือง เศรษฐกิจที่กําลังส่งผลให้ประชาชนอีกจํานวนมากต้องตกงานโดยไม่มีเวลาได้ตั้งตัว แต่รัฐบาลก็ยังทําเมินเฉย ออกไปโรดโชว์แล้วก็กู้เงินมาจากต่างประเทศ วันนี้ก็สดๆร้อน ครม มีมติให้เพิ่ม ภาษี สุรา และเบียร์ ถ้าคนที่ไม่ทานของมืนเมา ก็คงจะไม่กระทบ แต่ผู้ที่บริโภคก็ต้องเกิดคําถาม ว่าทําไมต้องขึ้นภาษี คําถามนี้ นายกน่าจะตอบได้ดีที่สุด ว่าทําไม? หรือว่ามีใครมากระซิบที่ข้างหู? อีกปัญหาที่ยังเกาะกินใจรัฐบาลก็คือ การชุมนุมของเสื่อต่างๆที่ตอนนี้เริ่มมีหลายสี จนประชาชนต้องระมัดระวังในการแต่งตัวออกจากบ้านในแต่ละวัน ปัญหาการชุมนุมที่ผ่านมา รัฐบาลทําเป็นเหมือนเอาจริงเอาจังว่าจะไขข้อสงสัยให้ประชาชนรู้ แต่รอแล้วรอ ก็ได้คําตอบที่มาจากผู้นํา ว่าขอเวลาตรวจสอบ ขอเวลาตรวจสอบ จะต้องตรวจสอบไปทําไม ในเมื่อหลักฐานทุกอย่าง ฝ่ายค้านก็ได้เปิดให้ดูแล้วในวันประชุมสภาสามฝ่าย หรือว่ารัฐบาลมองเห็นว่าการเปิดประชุมสภา สามฝ่ายเป็นแค่เวทีในการแก้ข้อกล่าวหาแล้วจบไป ขอฝากไปถึงรัฐบาล ว่ากล้ายอมรับผิดแล้วแก้ไข... อ่านต่อ >
|
|
| [ 0 ความคิดเห็น ] [ 93 ผู้อ่าน ] |
|
|
|
| สามวันก่อนได้มีโอกาสรับฟังข่าว มีนายตํารวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้ จับกุมผู้ต้องหาค้ายาบ้า แล้วได้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน แต่เรื่องไม่ได้จบแค่นั่น มีเสียงวิพากษณ์ วิจารณ์ ว่าการที่ให้ผูต้องหาคาบถุงยาบ้าแล้วแถลงข่าว เป็นการละเมิดสิทธิเกินไปหรือไหม จากการที่ได้วิเคาระห์แล้ว ถ้ามองเป็นสองมุม ก็ถือเป็นการบอกใหสังคมรู้ว่ายาบ้ามันมีผลต่อสังคมแล้วทําให้ผู้ที่คิดจะขาย ได้รู้สึกถึงความอาย แต่ถ้ามองอีกมุมนึงเป็นการประจานเกินไปหรือไหม เพราะผู้ต้องหา ก็ยังคงเป็นผู้ต้องหา หากศาสยังไม่ได้ตัดสิน จึงมีสิทธิ คุมครอง อย่างไรก็ดีอาจมี ความเห็นจะต่างกันจากหลายฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ยังไงผู้ที่ค้ายาบ้าก็เป็นภัยต่อสังคมและเยาวชน ดังนั่นรัฐบาลควรจะเข้ามาควบคุมและเด็ดขาดต่อผู้ค้า และกล้าที่จะดําเนินการด้วย... อ่านต่อ >
|
|
| [ 0 ความคิดเห็น ] [ 79 ผู้อ่าน ] |
|
|
|
| ช่วงเดือนที่ผ่าน เราต้องเผชิญกับปัญหา การชุมนุม ปัญหาเศรษฐกิจ และที่กําลังจะเข้ามาใกล้ตัวก็คือปัญหา ไข้หวัดหมู หรืออีกชื่อที่เรียก ก็คือ H1N1 ตรงนี้เป็นปัญหาที่ดูจะน่ากังวล แต่ในความกังวล อาจจะนําไปสู่ความฉินชาของรัฐบาล โดยผมตั้งข้อสังเกตุว่า จากเหตุการ์ณ ทั้งหมด รัฐดูเหมือนพยายามจะแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะ การชุมนุมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ แต่รัฐก็พยายามที่จะแก้ปัญหาทุกอย่าง แต่ยังไม่ดีพอ โดยการตอบคําถามที่คาใจแบบ กั๊ก กั๊ก ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ ก็ กู้ กู้ กู้ แล้วก็ กู้ เงินจากต่างประเทศ แล้วก็เกิดคําถามที่ตามมาว่าจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายคืน ก็เพิ่งรู้บางอ้อ มาว่า รัฐกําลังชงเรื่อง มาตรการหาเงินเข้าคลังของกทม ในการเก็บภาษี นํามัน และ บุหรี่ และทําสลากพิเศษ ซึ่ง ประชาชนอย่างเราๆๆก็ต้องมารับผลจากการกู้อีกแล้วหรอ???? อยากฝากไปถึงรัฐบาล หยุดได้แล้วกับการแก้ไขปัญหาโดยการกู้ น่าจะหันกลับมาแล้วแก้ที่จุดเริ่มต้น โดยการพูดความจริงกับประชาชน และ แก้ไขปัญหาการชุมนุมให้ชัดเจน ไม่ใช่ ปากบอกว่า สมานาฉันท์ แต่นโยบายที่คลอดออกมาไม่ได้สอดคล้องกันเลย... อ่านต่อ >
|
|
| [ 1 ความคิดเห็น ] [ 97 ผู้อ่าน ] |
|
|
|