มองหลากมิติ: "ความสุขของประเทศ"
เมื่อ: 9 มี.ค. 53 10:34:05 , เปิดอ่านแล้ว 115 ครั้ง
Get the Flash Player to see this player.

 

ในช่วงนี้ภาวะการเมืองประเทศไทยร้อนแรง เรียกได้ว่าอาจจะเป็นกลียุคที่หลายๆคนออกมาออกว่ารักประเทศแล้วก็ต้องต่อสู้เพื่อประเทศ แต่แล้วการต่อสู้นั้นกลับกลายเป็นทำให้ปัญหายิ่งใหญ่โตขึ้นไปอีกเพราะเป็นคนในประเทศที่ออกมาต่อสู้กันเองโดยอ้างคำว่ารักประเทศ หลายคนๆนอกประเทศเป็นห่วงเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศเงินทุนต่างชาติชะลอที่จะลงทุน และหลายๆคนในประเทศเป็นห่วงเกี่ยวความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ และความมั่นคงทางรายได้ของตน ทั้งหมดจะเรียกได้ว่าเป็นทุกข์ของประเทศเรา

ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวไว้ว่าทุกข์นั้นเกิดจากปัจจัยเพียง ๖ ประกาศคือ ความอยากได้ อยากมี อยากเป็น และไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น ผู้ใดลดละไม่ยืดถือความอยากทั้ง ๖ ได้ผู้นั้นสิ่งนั้นก็จะไม่ทุกข์ ประเทศก็เช่นเดียว เศรษฐกิจตะวันตกบอกให้ประเทศเราพัฒนาก้าวไปข้างหน้า แต่เรารู้ไหมว่าอะไรคือปัจจัยและแรงขับที่เราต้องการให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ในอดีตอาจจะเป็นความจำเป็น ซึ่งเรื่องความยากจนเรื่องปากเรื่องท้องเป็นเรื่องที่จำเป็นของทุกคน แต่ในปัจจุบันแรงขับเคลื่อนที่จะนำพาประเทศเราในก้าวไปข้างหน้ากลับกลายเป็นความอยาก ทั้งอำนาจ ความเจริญ เงินทอง GDP !

ความสุขของคนเราไม่ได้อยู่ที่เงินทองหรือวัตถุนอกกายเป็นตั้งต้น แต่ความสุขนั้นเริ่มจากที่ข้างในจิตใจเป็นตั้งต้น ประเทศก็เช่นเดียวกัน ถ้าเรายึดถือความพอเพียงเป็นที่ตั้งละทิ้งความอยากไว้ช่วงคราว กลับมามองถึงข้อดีจุดร่วมของสังคมผู้เขียนเชื่อว่าพวกเราทุกคนจะเริ่มมองเห็นประเทศไทยน่าอยู่และสดใสขึ้น จากจุดนี้พวกเราค่อยๆเริ่มสร้างสรรค์ และพัฒนาไปบนพื้นฐานของความจำเป็นและความสุข ดังนั้นคนในประเทศก็จะมีความสุขในการก้าวไป ไม่ใช่ก้าวนำประเทศไปเพื่อหาความสุขความสบายและเพื่อตอบสนองความอยากทั้ง ๖ ประกาศข้างต้น

ประเทศของเราเป็นประเทศเกษตรกรรมมาหลายพันปีและเราก็มีความอุดมสมบูรณ์ มีความสุขที่จะแบ่งบันให้ประเทศรอบข้างได้จากคำพูดที่ว่า สยามเมืองยิ้ม และประเทศของเราเพิ่งมีประชาธิปไตยมาได้ไม่ถึง 100 ปี ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่แนวคิดทางการเมืองจะไม่เหมือนกัน เราทุกคนเห็นต่างกันได้ ประชาธิปไตยของเราต้องใช้เวลาในการปรับเพื่อให้เข้าสู่วัฒนธรรมประเพณีของประเทศไทย แต่ในปัจจุบันมีความรุนแรงเกิดขึ้นดังนั้น ความต้องการประชาธิปไตยเป็นความอยากที่จะให้เป็นตามนั้นหรือ เมื่อไม่ได้ไม่เป็นอย่างที่คิดจึงเกิดทุกข์เกิดจากแย่งชิงกันจนลุกลามถึงระดับสังคม

การชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในปัจจุบันนั้นก็สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเศรษฐกิจของประเทศด้วยอันเนื่องมาจากความไม่พอเพียง คนที่มีทุนก็ไม่พอเพียงกับทุนที่มี คนไม่มีทุนก็ยิ่งไม่พอเพียงกับชีวิตที่เป็นอยู่ ความแตกต่างมันอยู่ตรงนี้ การพัฒนาตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นการลดความบีบคั้นทางสังคมในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าเราไม่ยืดถือความพอเพียงเป็นที่ตั้ง ทุกคนในประเทศต้องแข่งขันกันและจะเพิ่มความแตกต่างแตกแยกทั้งสังคมและเศรษฐกิจมากขึ้น เราคงจะต้องเริ่มต้นจากผู้มีสติก่อน เริ่มจากการเสียสละ เริ่มจากในประเทศ ค่อยๆเริ่มไม่ต้องรีบ แต่เป็นทางเดินที่ถูกต้อง อย่างที่ พระราชดำรัส ณ ศาลาดุสิตาลัย สวนจิตรลดาฯ วันพุธที่ 4 ธันวาคม 2517 มีข้อความสำคัญว่า

“ คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าเมืองไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยเชย ว่าเมืองไทยไม่มีสิ่งที่สมัยใหม่ แต่เราอยู่พอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มีความสงบ และทำงานตั้งจิตอธิษฐาน ตั้งปณิธาน ในทางนี้ ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพออยู่พอกิน ไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามีความพออยู่พอกิน มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้ เราก็จะยอดยิ่งยวดได้ “

___________________________________________________________________________________

(บทความตีพิมพ์ครั้งแรกบนสยามรัฐฉบับวันพุธที่ 10 มีนาคม 2553)

แสดงความคิดเห็น
ท่านต้องเข้าสู่ระบบสมาชิกก่อน ถึงจะสามารถเขียนความคิดเห็นได้
LOGIN
อีเมล์:
รหัสผ่าน:
 
  ลืมรหัสผ่าน?
  สมัครสมาชิก!
ประวัติผู้เขียนบล็อก
บทความอื่น ๆ
มองหลากมิติ: "ย้อนรอยอดีตค้าข้าวไทย"
เศรษฐกรขำกลิ้ง: "ขาวข่าวข้าว"
มองหลากมิติ: "Change II: เปลียนเพื่ออนาคต"
มองหลากมิติ: "Asean Game - Rice Match"
มองหลากมิติ: "Change I: เปลียนเพื่ออนาคต"
มองหลากมิติ: "ภาคใต้"
มองหลากมิติ: "วันเข้าพรรษา ๒๕๕๓"
มองหลากมิติ: "ศึกข้าวหอม ไทยVSอเมริกา"
มองหลากมิติ: "ต้นทุนข้าว"
มองหลากมิติ: "ข้าวไทยแข่งกับใคร?"
มองหลากมิติ: "ข้าวไทยน่าเป็นห่วง?"
มองหลากมิติ: "World on Change"
มองหลากมิติ: "World on Change"
มองหลากมิติ: ปัญหาที่ "กรุงเทพ" II ?
มองหลากมิติ: ปัญหาที่ "กรุงเทพ" ?
มองหลากมิติ: กรุงเทพหรือประเทศไทย?
"แก่นพุทธศาสน์" โดยพระพุทธทาสภิกขุ หนังสือดีเด่นปี 2508 จากองค์การยูเนสโก
มองหลากมิติ: "อาทิตย์แห่งธรรมะ"
มองหลากมิติ: อนาคตชาวนาไทยฝากไว้กับใคร
มองหลากมิติ: "พืชมงคล"
มองหลากมิติ: "ข้าวล้นตลาด"
มองหลากมิติ: สวนเกษตรจัดสรร อาชีพคนรุ่นใหม่
มองหลากมิติ: เกษตรยั่งยืน ทางเลือกคนรุ่นใหม่
มองหลากมิติ: วิกฤติน้ำ ตอน ประชุมลุ่มน้ำโขง
มองหลากมิติ: วิกฤติน้ำแกษตรไทย
มองหลากมิติ: น้ำ วิกฤกติแห่งทศวรรษ ตอนวันน้ำโลก
มองหลากมิติ: น้ำ วิกฤกติแห่งทศวรรษ
มองหลากมิติ: คิดไม่ได้ ขายไม่ออก
เกาเหลาข้าวไทย
"มองหลากมิติ" Rice Trade 2010
เกษตรยั่งยืน?
ปุ๋ยเคมีกับดับชาวนาไทย
ทำนาบนความเสี่ยง
สวัสดีปีใหม่ ปีเสือไทย ไม่ใช่เสือกระดาษ
A brief history of thai rice
Thailand Drug Problem part4: ปัญหาสังคมเรื้อรัง
Agricultural Overview II
Agricultural Overview
ชาวนาเข้มแข็ง 2012
เกษตรไทย 2010
พระราชดำรัส ๒๕๐๘ พระราชดำรัส ๒๕๒๑
AFTA ข้าวไทย ๒๕๕๓: ผลประโยชน์ซึ่งใครได้หรือใครเสีย
เพิ่มมูลค่าข้าวไทยใน Brand Inter
โครงการประกันรายได้
ระวังจะประกันลม !!
ระบบการแทรงแซงสินค้าเกษตรประเทศไทยต้อง ปฏิรูป !!!!
การประมูลข้าวผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า
Drug Issue III
GPD แพะรับบาปยามเศรษฐกิจตกต่ำ
ประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นกับโอกาสของประเทศไทย
ความมั่นคงทางอาหารกับความเสี่ยงของชาวนาไทย
พักเวลา.. กับข้อมูลดีๆจาก "Don't Drink Club"
OTOP ยุด 2009
นาฬิกาปลุกยังไม่ธรรมดา
สรุปผลการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปีการผลิต ๒๕๕๒
มาตรการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี ๒๕๕๒
Japan Trip - Thailand Festival part III
Japan Trip - Thailand Festival part II
Japan Trip - Thailand Festival part I
เหตุผล หรือ อารมณ์
ทฤษฎีสี
เศรษฐกิจจะดีหรือปีหน้า ?
Thailand Drug Problem II (ATS)
พัฒนาจิตพัฒนาตน
"การรักษามะเร็ง" update 2009 from Johns Hopkins Hospital
Thailand Drug Problem
"...บางคนสงสัยนะว่า ทำไมการศึกษาไทยมีปัญหาอยู่เรื่อย..."
Share |