มองหลากมิติ: คิดไม่ได้ ขายไม่ออก
เมื่อ: 2 มี.ค. 53 12:19:26 , เปิดอ่านแล้ว 109 ครั้ง

              

               ย่างเข้าสู่เดือนมีนาคมผ่านมาสองเดือนสถานการณ์ข้าวในประเทศไทยที่ดูเหมือนว่าจะแพงดังทองตั้งแต่ต้นปีกลับไม่เป็นอย่างที่คาด ทั้งนี้มีหลายองค์ประกอบรวมกันอย่างแรกเลยคือเป็นปรกติอยู่แล้วที่ยอดสั่งซื้อจะน้อยในช่วงต้นปีซึ่งกอปรกับเป็นช่วงเก็บเกี่ยวและผลผลิตออกมาเยอะ จึงไม่แปลกที่ราคาค่อยๆปรับตัวลดลง ราคาเป็นไปได้ที่จะลดลงไปได้อีกเนื่องจากผลผลิตนาปรังรอบเดือนมีนาคมนี้จะทยอยออกกันมาแล้ว และดูท่าทางจะมีปริมาณที่มากถึง 5-7 ล้านตัน ทั้งนี้เนื่องจากชาวนาหลายรายเร่งที่จะปลูกข้าวออกมาเนื่องจาก ข้าวราคาดีเมื่อต้นปีและนโยบายประกันรายได้ของรัฐซึ่งกำหนดให้ชาวนาใช้สิทธิปีละสองครั้ง รวมถึงน้ำที่ขาดภาวะภัยแล้งที่ดูจะรุนแรงทำให้ชาวนาหลายรายเร่งปลูกผลผลิตให้เก็บเกี่ยวทันฤดูแล้ง

                ปัจจัยภายนอกเช่นราคาข้าวของคู่แข่งเรา เวียดนามเสนอราคาถูกกว่าเราถึงกว่าร้อยเหรียญสหรัฐต่อตันทำให้เราสูญเสียหลายตลาดในการระบายข้าวใหม่ออกมา เช่นตลาดฟิลิปปินส์ ซึ่งเสนอความต้องการซื้อถึง 3 ล้านกว่าตัน ซึ่งเรายื่นราคาแพ้ประมูลเวียดนามไปทำราคาตกมาในช่วงเดือนมกราคมจาก 21บาท/กิโลกรัม เป็น 17บาท/กิโลกรัม ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นราคาที่รัฐบาลประกันรายได้ไว้ที่ตันละ 10,000บาท หรือก่อนหน้านั้นที่ราคาเดือนมกราคมที่แข็งตัวเนื่องจากอินเดียคู่แข่งขันของเราอีกเช่นกันประกาศงดส่งออกข้าวบวกกับข่าวลือในการนำเข้าข้าวอีก 2ล้านตัน ทำให้ผู้ประกอบการข้าวนึ่งรายหลายกว้านซื้อเพื่อกักตุนไว้ จนถึงวันนี้อินเดียบอกว่าผลผลิตข้าวสาลีออกมาล้นตลาดซึ่งเป็นสินค้าทดแทนข้าวสารได้อย่างดีทำให้เรื่องนำเข้าข้าวจากเราเป็นอันซาหายไป

                มาล่าสุดปลายเดือนกุมภาพันธ์ การออกมาประกาศระบายข้าวของรัฐบาลทำให้ราคาข้าวตกลงมาอีกจาก 17บาท/กิโลกรัม เหลือ 14.5บาท/กิโลกรัม ซึ่งคิดเป็นข้าวเปลือกที่เกวียนละ 8,800 แม้ว่าจะยกเลิกการประมูลก็ตามแต่ราคาก็ไม่ได้ดีดตัวขึ้นอยู่ในระดับเดิม ซึ่งในปัจจุบันราคา16บาท/กิโลกรัม ทอนเป็นราคาอ้างอิงที่ประมาณ 9,300 – 9,500 บาทต่อเกวียน ซึ่งถ้ารัฐบาลจะประกันรายได้ที่ 10,000บาท รัฐบาลจะเริ่มขาดทุนกับเสถียรภาพราคาที่หายไป ดังนั้นถ้าราคาออกไปอย่างนี้รัฐบาลก็ไม่อยากจะซื้อ โรงสีก็ไม่อยากจะซื้อในราคาอ้างอิงดังกล่าว ชาวนาปลูกนาปรังออกมาเดือนนี้ เริ่มออกมาปิดถนนประท้วงให้เห็นกันบางแล้วเพราะขายข้าวสดได้จริงเพียงเกวียนละ 6,500บาท ดังนั้นถ้าปล่อยไปให้เป็นแบบนี้ในเดือนมีนาคมถ้าราคาตกลงอีก ฝ่ายที่เดือดร้อนจะเป็นชาวนาหรือไม่ก็รัฐบาลเองจากนโยบายประกันรายได้ ดังนั้นจึงมีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาสอนมวยว่า อย่าเพิ่งระบายสต๊อกในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาด

                จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลในการบริหารจัดการตลาดข้าวและสต๊อกข้าวที่มีอยู่อีก 6 ล้านตัน ซึ่งโจทย์ในวันนี้กับอดีตต่างกันที่ ค... ต้องเป็นผู้รับผิดชอบกำไรหรือขาดทุนสำหรับนโยบายระบายข้าวของ กขช. หรือพูดง่ายๆว่าจะระบายข้าวออกถูกๆเพื่อสร้างยอดส่งออกกับผู้ส่งออกรายใหญ่ไม่กี่รายแล้วจ่ายใต้โต๊ะนั้นทำไม่ได้ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ หรือถ้าจะเปิดประมูลผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าก็ได้น้อยไปคือเดือนละ 2-3แสนตันแถมยังยุ่งยากและ อคส. ก็ต้องมารับภาระขาดทุนอีก ดังนั้นถ้าไม่เอาทั้งสองทาง การระบายข้าวแบบ G to G ก็อาจจะเป็นทางเลือก ถ้ารัฐบาลทำไม่คล่องตัวเหมือนเอกชน ก็อาจจะทำเป็นโครงการช่วยเหลือประชากรโลกในประเทศที่ยากจนโดยบริจาคหรือขายในราคาถูก ซึ่งเป็นความสามารถในการบริหารไม่ว่ารัฐจะจัดการอย่างไร อย่าลืมว่าเราต้องการจะเป็นครัวของโลกใช่หรือไม่    

             ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

         (บทความตีพิมพ์ครั้งแรกบนสยามรัฐฉบับวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๓) 



เรื่องที่เกี่ยวข้อง
แสดงความคิดเห็น
ท่านต้องเข้าสู่ระบบสมาชิกก่อน ถึงจะสามารถเขียนความคิดเห็นได้
LOGIN
อีเมล์:
รหัสผ่าน:
 
  ลืมรหัสผ่าน?
  สมัครสมาชิก!
ประวัติผู้เขียนบล็อก
บทความอื่น ๆ
มองหลากมิติ: "ย้อนรอยอดีตค้าข้าวไทย"
เศรษฐกรขำกลิ้ง: "ขาวข่าวข้าว"
มองหลากมิติ: "Change II: เปลียนเพื่ออนาคต"
มองหลากมิติ: "Asean Game - Rice Match"
มองหลากมิติ: "Change I: เปลียนเพื่ออนาคต"
มองหลากมิติ: "ภาคใต้"
มองหลากมิติ: "วันเข้าพรรษา ๒๕๕๓"
มองหลากมิติ: "ศึกข้าวหอม ไทยVSอเมริกา"
มองหลากมิติ: "ต้นทุนข้าว"
มองหลากมิติ: "ข้าวไทยแข่งกับใคร?"
มองหลากมิติ: "ข้าวไทยน่าเป็นห่วง?"
มองหลากมิติ: "World on Change"
มองหลากมิติ: "World on Change"
มองหลากมิติ: ปัญหาที่ "กรุงเทพ" II ?
มองหลากมิติ: ปัญหาที่ "กรุงเทพ" ?
มองหลากมิติ: กรุงเทพหรือประเทศไทย?
"แก่นพุทธศาสน์" โดยพระพุทธทาสภิกขุ หนังสือดีเด่นปี 2508 จากองค์การยูเนสโก
มองหลากมิติ: "อาทิตย์แห่งธรรมะ"
มองหลากมิติ: อนาคตชาวนาไทยฝากไว้กับใคร
มองหลากมิติ: "พืชมงคล"
มองหลากมิติ: "ข้าวล้นตลาด"
มองหลากมิติ: สวนเกษตรจัดสรร อาชีพคนรุ่นใหม่
มองหลากมิติ: เกษตรยั่งยืน ทางเลือกคนรุ่นใหม่
มองหลากมิติ: วิกฤติน้ำ ตอน ประชุมลุ่มน้ำโขง
มองหลากมิติ: วิกฤติน้ำแกษตรไทย
มองหลากมิติ: น้ำ วิกฤกติแห่งทศวรรษ ตอนวันน้ำโลก
มองหลากมิติ: น้ำ วิกฤกติแห่งทศวรรษ
มองหลากมิติ: "ความสุขของประเทศ"
เกาเหลาข้าวไทย
"มองหลากมิติ" Rice Trade 2010
เกษตรยั่งยืน?
ปุ๋ยเคมีกับดับชาวนาไทย
ทำนาบนความเสี่ยง
สวัสดีปีใหม่ ปีเสือไทย ไม่ใช่เสือกระดาษ
A brief history of thai rice
Thailand Drug Problem part4: ปัญหาสังคมเรื้อรัง
Agricultural Overview II
Agricultural Overview
ชาวนาเข้มแข็ง 2012
เกษตรไทย 2010
พระราชดำรัส ๒๕๐๘ พระราชดำรัส ๒๕๒๑
AFTA ข้าวไทย ๒๕๕๓: ผลประโยชน์ซึ่งใครได้หรือใครเสีย
เพิ่มมูลค่าข้าวไทยใน Brand Inter
โครงการประกันรายได้
ระวังจะประกันลม !!
ระบบการแทรงแซงสินค้าเกษตรประเทศไทยต้อง ปฏิรูป !!!!
การประมูลข้าวผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า
Drug Issue III
GPD แพะรับบาปยามเศรษฐกิจตกต่ำ
ประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นกับโอกาสของประเทศไทย
ความมั่นคงทางอาหารกับความเสี่ยงของชาวนาไทย
พักเวลา.. กับข้อมูลดีๆจาก "Don't Drink Club"
OTOP ยุด 2009
นาฬิกาปลุกยังไม่ธรรมดา
สรุปผลการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปีการผลิต ๒๕๕๒
มาตรการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี ๒๕๕๒
Japan Trip - Thailand Festival part III
Japan Trip - Thailand Festival part II
Japan Trip - Thailand Festival part I
เหตุผล หรือ อารมณ์
ทฤษฎีสี
เศรษฐกิจจะดีหรือปีหน้า ?
Thailand Drug Problem II (ATS)
พัฒนาจิตพัฒนาตน
"การรักษามะเร็ง" update 2009 from Johns Hopkins Hospital
Thailand Drug Problem
"...บางคนสงสัยนะว่า ทำไมการศึกษาไทยมีปัญหาอยู่เรื่อย..."
Share |