พัฒนาจิตพัฒนาตน
เมื่อ: 28 ก.พ. 52 21:53:07 , เปิดอ่านแล้ว 285 ครั้ง

"เรื่องราวในโลกมีหลายมุมมอง ทุกๆคนก็มุมมองต่อโลกที่ต่างกัน หรือแม้แต่ตนเองในเวลาที่ต่างก็มีมุมมองที่ต่างออกไป ความเข้าใจและรับรู้ถึงความแตกต่าง เป็นจุดเริ่มต้นของการยอมรับซึ่งความแตกต่าง เป็นจุดเริ่มต้นซึ่งประชาธิปไตย ประเทศที่อบอุ่นและความรักอันยังยืน" (K. pongpuny, Feb 2009)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

โดย พงษธร ตันติฤทธิศักดิ์
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ณ พรมแดนแห่งความรู้ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐

เนื่องจากโลกนี้มีอย่างน้อยสามทัศน์หรือสามมุมมอง อันได้แก่ ทัศน์ของฉัน ทัศน์ของคนอื่น และทัศน์ของกระบวนการ หรือมุมมองบุคคลที่หนึ่ง มุมมองบุคคลที่สอง และมุมมองบุคคลที่สาม ตามลำดับ จิตใจของเราก็มีพื้นที่ให้โลดแล่นไปได้อย่างน้อยในสามมุมมองนี้ แต่ถึงคราวร้าย จิตใจของเรากลับเจ้าเล่ห์แสนกลใช้พื้นที่เหล่านี้อย่างไม่เข้าใจ

ด้วยการปฏิเสธบางส่วนของตัวเอง ตัวตนเริ่มเกิดรอยแยกเป็นสอง และตัวตนที่ถูกแยกและปฏิเสธออกไป ก็เริ่มถูกผลักออกจากพื้นที่ของมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ไปสู่พื้นที่มุมมองบุคคลที่สอง อันเป็นพื้นที่แห่งการต่อรองระหว่างตัวตนฉันและตัวตนที่ไม่ใช่ฉัน คล้ายกับว่ามีสองคนในร่างเดียว ที่ต่างคนต่างถกเถียงกันไปมา และต่อรองว่าใครถูกใครผิด แต่กระนั้นการต่อรองในพื้นที่มุมมองบุคคลที่สองยังคงใกล้เกินไป และมีโอกาสสร้างความเจ็บปวดได้ง่าย ทำให้กระบวนการปฏิเสธตัวตนรุนแรงออกไปจนกลายเป็นการผลักออกไปสู่พื้นที่บุคคลที่สาม อันเป็นพื้นที่ที่เจ็บปวดน้อยกว่า ตัวตนที่ถูกปฏิเสธไม่ใช่ทั้งฉัน ไม่ใช่ทั้งคนอื่น แต่เป็น “มัน” ที่ฉันไม่รู้จัก และไม่อยากจะรับรู้ว่ามี “มัน” อยู่ พร้อมกันนั้นก็สร้างกำแพงขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งเพื่อปกป้องตัวตนที่เจ็บปวดอยู่ภายใน ปิดประตู และใส่กลอนไว้อย่างหนาแน่นจนยากที่จะเข้าไปได้ 

กระบวนการข้างต้นนี้เรียกว่า กระบวนการปฏิเสธตัวตน ๑-๒-๓ หรือกระบวนการแยกตัวตนออกจากพื้นที่มุมมองบุคคลที่หนึ่ง ไปสู่พื้นที่มุมมองบุคคลที่สอง และไปสู่พื้นที่มุมมองบุคคลที่สาม การปฏิเสธก่อให้เกิดการสูญเสียพลังทางจิตใจอย่างมาก เนื่องจากต้องคอยปกป้องและปกปิดการรับรู้การมีอยู่ของตัวตนที่รู้สึกว่าน่ารังเกียจ การปกป้องตัวเองในทางจิตวิเคราะห์เรียกว่า “กลไกการป้องกันตนเอง” (defense mechanism) และการปกปิดการรับรู้ว่ามี “มัน” อยู่ อาศัยการเอาตัวตนที่ถูกปฏิเสธไปเก็บไว้ในจิตไร้สำนึก

แท้จริงแล้ว ตัวตนที่ถูกปฏิเสธไม่ได้หายไป แต่หลบซ่อนอยู่ในจิตไร้สำนึก บางครั้งเหมือนจะเห็น แต่ก็ไม่เห็น ด้วยจิตสำนึก มีแต่เงาที่คอยตามหลอกหลอนเราอยู่ร่ำไป คาร์ล ยุงเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “เงา” (shadow) ซึ่งคอยติดตามเราไปทุกหนทุกแห่ง ตัวตนที่ไม่ใช่ฉันกลายเป็นเงาคอยทำงานซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเรา คอยทำหน้าที่บงการ และนำพาชีวิตของเราไปตามอำนาจที่ซุกซ่อนและปกปิดอยู่ในจิตไร้สำนึก จนกระทั่งดูเหมือนว่าเราเป็นผู้เลือกได้เอง แต่ตรงกันข้าม เราต่างหากที่ถูกเลือก อันเป็นผลกรรมมาจากการแยกตัวตนออกเป็นสองตั้งแต่ต้น เงาแสดงตัวออกมาทั้งในด้านลบและบวก ในด้านลบ เงาอาจแสดงตัวโดยการโยนความผิดไปที่คนอื่น เช่น “ฉันไม่ได้โกธร เธอนั่นแหละโกรธ” แต่แท้จริงแล้วฉันกำลังปฏิเสธว่าฉันเองนั่นแหละที่เป็นคนโกรธ หรือในด้านบวก เงาอาจแสดงตัวโดยการชื่นชมคนอื่นในรูปแบบของศรัทธาหรือหลงใหลอย่างหน้ามืดตามัว ซึ่งแท้จริงแล้วฉันกำลังสร้าง “ฉันในอุดมคติ” ที่อยากจะเป็น แล้วปฏิเสธการชื่นชมและศรัทธาตัวเอง ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นไม่ได้โกรธ หรือไม่น่าชื่นชม แต่เป็นสองส่วนที่จำเป็นต้องแยกออกจากกัน กล่าวคือส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนของคนอื่น เป็นสิ่งที่เราสามารถรับทราบข้อมูลความเป็นไปของเขา แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นส่วนที่เราอาจตอบสนองมากเกินกว่าปกติ ซึ่งการตอบสนองเกินปกติในส่วนที่สองนี้เอง คือการแสดงตัวของเงา

กระบวนการผสานรอยแยกระหว่างตัวตน คือกระบวนการนำพาตัวตนที่ถูกปฏิเสธจากพื้นที่มุมมองที่ห่างไกล กลับมาสู่บ้านที่แท้ในพื้นที่มุมมองบุคคลที่หนึ่ง กระบวนการนี้คือ กระบวนการยอมรับตัวตน ๓-๒-๑

กระบวนการในขั้น ๓ คือ การหาเงาให้เจอเพื่อหันกลับมาเผชิญกับ “มัน” หรือตัวตนที่ไม่ใช่ฉัน การหาเงาให้เจอเป็นเรื่องไม่ง่าย เนื่องจากมันได้ถูกกักเก็บเอาไว้แล้วในจิตไร้สำนึก สิ่งที่เราอาจพอสังเกตได้คือ กลไกการป้องกันตนเอง อนึ่งกลไกป้องกันตนเองเป็นธรรมชาติของจิตที่จำเป็นจะต้องมีเพื่อใช้คัดกรองสิ่งที่ควรรับและควรปฏิเสธ เพื่อให้มนุษย์สามารถดำเนินชีวิตไปได้อย่างราบรื่น แต่การใช้กลไกป้องกันตนเองมากเกินกว่าการคัดกรอง เช่น การโยนความผิดไปทำร้ายคนอื่น การเก็บกดเข้ามาทำร้ายตัวเอง หรือการใช้เหตุผลเพื่อหนีเอาตัวรอด ต่างมีรากมาจากเงาทั้งสิ้น การสังเกตกลไกการป้องกันตนเอง เป็นหนทางหนึ่งในอีกหลากหลายหนทางที่จะนำไปสู่การหาเงาให้เจอ และสามารถเผชิญหน้ากับตัวตนที่ไม่ใช่ฉันได้ในที่สุด

กระบวนการในขั้น ๒ คือ การพูดคุยระหว่างตัวตนฉันกับ “มัน” โดยอาจเริ่มต้นใช้คำถามว่า “เธอคือใคร” “เธอต้องการอะไรจากฉัน” “เธอเอาอะไรมาให้ฉัน” เป็นต้น กระบวนการพูดคุยอาจเกิดขึ้นภายในตัวเราเอง หรืออาจเกิดขึ้นระหว่างการรับคำปรึกษากับผู้ให้คำปรึกษาก็เป็นได้

กระบวนการในขั้น ๑ คือ การกลับไปเป็น “มัน” คือการเข้าไปสู่โลกของตัวตนที่ไม่ใช่ฉัน โลกที่เจ็บปวด โลกที่ตัวฉันช่างอ่อนแอ ช่างน่ารังเกียจ การยอมรับความอ่อนแอและความน่ารังเกียจเท่านั้นที่ช่วยให้ “ฉัน” เป็นหนึ่งเดียวกับ “มัน” เช่น “ฉันเองที่เป็นคนโกรธ” “ฉันเองที่รู้สึกว่าไม่ดีพอ” เป็นต้น

เมื่อ “ฉัน” หรือตัวตนฉัน เป็นหนึ่งเดียวกับ “มัน” หรือตัวตนที่ไม่ใช่ฉัน การผสานรอยแยกระหว่างตัวตนก็เกิดขึ้น เป็นการบำบัดรักษาจิตใจ และสิ้นสุดกระบวนการยอมรับตัวตน ๓-๒-๑ ในที่สุด และการยอมรับตัวตนถึงที่สุดนี้เท่านั้น ที่จะเป็นฐานให้แก่กระบวนการข้ามพ้นความทุกข์ในระดับปัญญาต่อไป

หมายเหตุ:  บทความนี้ได้รับอิทธิพลทางความคิดจากเคน วิลเบอร์ ในหนังสือชื่อ Integral Spirituality บทที่ ๖ ว่าด้วยเรื่อง เงาและตัวตนที่ถูกปฏิเสธ” (The Shadow and the Disowned Self)

แสดงความคิดเห็น
ท่านต้องเข้าสู่ระบบสมาชิกก่อน ถึงจะสามารถเขียนความคิดเห็นได้
LOGIN
อีเมล์:
รหัสผ่าน:
 
  ลืมรหัสผ่าน?
  สมัครสมาชิก!
ประวัติผู้เขียนบล็อก
บทความอื่น ๆ
มองหลากมิติ: "ย้อนรอยอดีตค้าข้าวไทย"
เศรษฐกรขำกลิ้ง: "ขาวข่าวข้าว"
มองหลากมิติ: "Change II: เปลียนเพื่ออนาคต"
มองหลากมิติ: "Asean Game - Rice Match"
มองหลากมิติ: "Change I: เปลียนเพื่ออนาคต"
มองหลากมิติ: "ภาคใต้"
มองหลากมิติ: "วันเข้าพรรษา ๒๕๕๓"
มองหลากมิติ: "ศึกข้าวหอม ไทยVSอเมริกา"
มองหลากมิติ: "ต้นทุนข้าว"
มองหลากมิติ: "ข้าวไทยแข่งกับใคร?"
มองหลากมิติ: "ข้าวไทยน่าเป็นห่วง?"
มองหลากมิติ: "World on Change"
มองหลากมิติ: "World on Change"
มองหลากมิติ: ปัญหาที่ "กรุงเทพ" II ?
มองหลากมิติ: ปัญหาที่ "กรุงเทพ" ?
มองหลากมิติ: กรุงเทพหรือประเทศไทย?
"แก่นพุทธศาสน์" โดยพระพุทธทาสภิกขุ หนังสือดีเด่นปี 2508 จากองค์การยูเนสโก
มองหลากมิติ: "อาทิตย์แห่งธรรมะ"
มองหลากมิติ: อนาคตชาวนาไทยฝากไว้กับใคร
มองหลากมิติ: "พืชมงคล"
มองหลากมิติ: "ข้าวล้นตลาด"
มองหลากมิติ: สวนเกษตรจัดสรร อาชีพคนรุ่นใหม่
มองหลากมิติ: เกษตรยั่งยืน ทางเลือกคนรุ่นใหม่
มองหลากมิติ: วิกฤติน้ำ ตอน ประชุมลุ่มน้ำโขง
มองหลากมิติ: วิกฤติน้ำแกษตรไทย
มองหลากมิติ: น้ำ วิกฤกติแห่งทศวรรษ ตอนวันน้ำโลก
มองหลากมิติ: น้ำ วิกฤกติแห่งทศวรรษ
มองหลากมิติ: "ความสุขของประเทศ"
มองหลากมิติ: คิดไม่ได้ ขายไม่ออก
เกาเหลาข้าวไทย
"มองหลากมิติ" Rice Trade 2010
เกษตรยั่งยืน?
ปุ๋ยเคมีกับดับชาวนาไทย
ทำนาบนความเสี่ยง
สวัสดีปีใหม่ ปีเสือไทย ไม่ใช่เสือกระดาษ
A brief history of thai rice
Thailand Drug Problem part4: ปัญหาสังคมเรื้อรัง
Agricultural Overview II
Agricultural Overview
ชาวนาเข้มแข็ง 2012
เกษตรไทย 2010
พระราชดำรัส ๒๕๐๘ พระราชดำรัส ๒๕๒๑
AFTA ข้าวไทย ๒๕๕๓: ผลประโยชน์ซึ่งใครได้หรือใครเสีย
เพิ่มมูลค่าข้าวไทยใน Brand Inter
โครงการประกันรายได้
ระวังจะประกันลม !!
ระบบการแทรงแซงสินค้าเกษตรประเทศไทยต้อง ปฏิรูป !!!!
การประมูลข้าวผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า
Drug Issue III
GPD แพะรับบาปยามเศรษฐกิจตกต่ำ
ประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นกับโอกาสของประเทศไทย
ความมั่นคงทางอาหารกับความเสี่ยงของชาวนาไทย
พักเวลา.. กับข้อมูลดีๆจาก "Don't Drink Club"
OTOP ยุด 2009
นาฬิกาปลุกยังไม่ธรรมดา
สรุปผลการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปีการผลิต ๒๕๕๒
มาตรการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี ๒๕๕๒
Japan Trip - Thailand Festival part III
Japan Trip - Thailand Festival part II
Japan Trip - Thailand Festival part I
เหตุผล หรือ อารมณ์
ทฤษฎีสี
เศรษฐกิจจะดีหรือปีหน้า ?
Thailand Drug Problem II (ATS)
"การรักษามะเร็ง" update 2009 from Johns Hopkins Hospital
Thailand Drug Problem
"...บางคนสงสัยนะว่า ทำไมการศึกษาไทยมีปัญหาอยู่เรื่อย..."
Share |