พธม.เรียกชุมนุมใหญ่ 23 พ.ย.เผด็จศึกรัฐบาล "จำลอง"ลั่นม้วนเดียวจบเมื่อ 21 พ.ย. 51 ,
ที่มา – มติชน, ไทยรัฐ  เมื่อเวลา 03.25 น. วันที่ 20 พฤศจิกายน เกิดเหตุคนร้ายใช้เครื่องยิงลูกระเบิดเข้าใส่ผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนฯ ในทำเนียบรัฐบาล โดยระเบิดตกลงบนหลังคาเต๊นท์ก่อนเกิดการระเบิดขึ้น เบื้องต้นคาดว่าเป็นเอ็ม 79 ทำให้เต๊นท์มีรูกว้างขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 เซนติเมตร จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากเวทีปราศรัย 15 เมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายคือ นายเจนกิจ กลัดสาคร อายุ 48 ปี และบาดเจ็บ 23 ราย โดยมีอาการสาหัส 2 ราย เวลา 12.30 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ 5 แกนนำพันธมิตรได้แก่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายพิภพ ธงไชย ประชุมหารือก่อนร่วมกันแถลงข่าว โดยนายสนธิอ่านแถลงการณ์ว่า การใช้อาวุธสงครามระเบิดเข่นฆ่าประชาชนผู้มาชุมนุมร่วมกับพันธมิตร เกิดขึ้นซ้ำซาก พันธมิตรไม่อาจอดทนต่อรัฐบาลฆาตกรที่เข่นฆ่าประชาชนทุกวันอย่างอำมหิตโหดเหี้ยม และไม่อาจยอมรับสภาทาสของระบอบทักษิณได้อีกต่อไป "พันธมิตรจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ระดมมวลชนครั้งใหญ่ ณ ทำเนียบรัฐบาล ในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป เพื่อ "เผด็จศึก" เคลื่อนขบวนต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่หน้ารัฐสภา จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเข้าร่วมชุมนุมครั้งประวัติศาสตร์ จนกว่าสังคมไทยจะได้รับชัยชนะ" พล.ต.จำลองกล่าวว่า คิดว่าไม่มีทางซ้ำรอยวันที่ 7 ตุลาคม หากเป็นเช่นนั้นประชาชนทั้งประเทศลุกฮือแน่ แต่หากทำได้ บ้านเมืองก็ยกให้เขาไป การชุมนุมคราวนี้จะเป็นสุดท้ายของสุดท้ายแล้ว ม้วนเดียวจบ ไม่ยืดเยื้อ และอยากเรียกร้องให้ประชาชนออกมากันมากๆ หากรัฐบาลกระทำการรุนแรงขนาดนี้แล้ว ประชาชนยังจะนิ่งเฉยปล่อยให้รัฐบาลกระทำการที่ป่าเถื่อนเช่นนี้อีก โดยที่ไม่ได้ออกมาสู้ พันธมิตรเองก็คงต้องขนของกลับบ้าน แล้วก็ปล่อยให้บ้านเมืองนี้เป็นของทรราชไป ในการชุมนุมจากนี้ไปจะยุติการปราศรัยในเวลา 24.00 น. เพื่อให้ผู้ชุมนุมพักผ่อน และให้การ์ดพันธมิตรมีเวลาตรวจสอบพื้นที่โดยรอบเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมมากขึ้น พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุระเบิด พบว่าเป็นระเบิดที่ยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 ซึ่งได้ปรับระยะการยิงจากเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน มั่นใจว่ายิงมาจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ซึ่งการ์ดพันธมิตรเห็นว่าในช่วงเวลาที่เกิดเหตุมีคนเคลื่อนไหวอยู่บนดาดฟ้าในตึกดังกล่าว ทั้งนี้ เครื่องยิงกระสุนเหมือนปืน สามารถใส่กระเป๋าเป้สะพายขึ้นไปได้ และอาวุธที่ใช้น่าจะมาจากฝ่ายทหาร หรือตำรวจก็ได้ ต่อมา พล.อ.ปฐมพงษ์กล่าวบนเวทีว่า คาดว่าคนร้ายอาจจะยิงระเบิดมาจากชุมชนบริเวณวัดเบญจมบพิตร เพราะการ์ดพันธมิตรเคยขอเข้าไปตรวจสอบ แต่ถูกปฏิเสธ ขณะที่ รปภ.ของ ก.พ.ร.ยืนยันว่าไม่ใครเข้าไปก่อนเกิดเหตุ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 3 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุระเบิดในทำเนียบ หลังจากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า จากการตรวจสอบจากผู้ชำนาญวัตถุระเบิดที่ดูจากสภาพศพ เชื่อว่าน่าจะเป็นระเบิดเอ็ม 79 และน่าจะเป็นชนิดยิง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการสันติบาล (ผบช.ส.) กล่าวถึงเหตุระเบิดใส่กลุ่มพันธมิตรว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าคนที่ทำเป็นกลุ่มไหนต้องรอผลการพิสูจน์หลักฐานในพื้นที่ ซึ่งเขาให้เราเข้าพื้นที่ตรวจสอบช้ามาก ประกอบกับการข่าวที่เรามีเพื่อให้รู้ว่ากลุ่มไหนเป็นคนทำ ซึ่งมีประเด็นที่เป็นไปได้ 3 ประเด็น คือ 1.การทำเพื่อเรียกคนให้มาชุมนุมมากขึ้น เมื่อมีผู้ชุมนุมน้อยลง 2.ทำเพื่อไล่ให้คนไล่ออกจากพื้นที่ และ 3.เป็นความขัดแย้งกันเองของกลุ่มพันธมิตร ซึ่งระยะหลังเริ่มมีความขัดแย้งกันบ่อยขึ้น แต่ตอนนี้ไม่สามารถฟันธงไปได้ว่าเป็นประเด็นไหน พล.ต.ท.ธีระเดชกล่าวว่า เรื่องอาวุธที่นำมาใช้ในส่วนของทหารและตำรวจก็ให้กวดขันไม่ให้เล็ดลอดออกมา แต่อาวุธเหล่านี้อาจมาจากชายแดน มองว่าสถานการณ์ระเบิดล่าสุด คนที่ทำไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงขนาดนั้น แต่อาจมีความผิดพลาด เพราะการตายของกลุ่มชุมนุมไม่มีผลดีกับฝ่ายใด เวลา 17.00 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 20-26 พฤศจิกายน ที่ไปร่วมประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่ประเทศเปรู มีรองนายกฯ รักษาการเป็นลำดับ ส่วนงานความมั่นคง มีคนรับผิดชอบอยู่เป็นขั้นตอน เมื่อถามว่า ห่วงเหตุการณ์ในวันที่ 23 พฤจิกายน ที่พันธมิตรนัดชุมนุมใหญ่หรือไม่ นายสมชายนิ่งคิด ก่อนตอบว่า "ก็เป็นห่วงอยู่ ผมถึงได้บอกว่า ประเทศนี้เป็นของเราทุกคน ช่วยกันหน่อย ช่วยกันดู คนที่มาชุมนุมก็เหมือนกัน ถ้ามาชุมนุมปกติ ทำตามกฎกติกา ไม่เป็นไร แต่ขอร้องว่าอย่าทำให้เกิดความเดือดร้อนวุ่นวายกับคนอื่น หรือทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมือง" ทางด้าน พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงวุฒิ ทบ. กล่าวว่า ตนไม่เกี่ยวอะไร เพียงแต่ได้ชี้แจงและเตือนด้วยความหวังดี เพราะทุกวันนี้พันธมิตรฯ ด่าตนทุกวัน พยายามผูกเรื่องเอาตนเป็นแพะ ถือว่าเนรคุณ และขอเตือนต่อว่าจากนี้ไปเขาจะยิงทุกคืน พันธมิตรฯ ควรจะคืนทำเนียบรัฐบาล ให้รัฐบาลจัดงานสันนิบาตโดยปราศจากเงื่อนไข ขณะนี้แม่ทัพนายกองรวม 5 คน ไม่มีความเก่งด้านการรบ คนแรกหนีทัพที่ภูภาที จากประเทศลาว คนที่ 2 เป็นนายทหารปืนใหญ่หนีทัพจากประเทศลาวเช่นกัน คนที่ 3 เป็นนายทหารคอมพิวเตอร์ไม่เคยรบมาเลย คนที่ 4 เป็นนายพลคอสเมติคส์ ใช้แต่เครื่องสำอาง และคนที่ 5 เรียนจู่โจมในประเทศสหรัฐฯ หลักสูตรแรงเยอร์ไม่ผ่าน พล.ต.ขัตติยะกล่าวอีกว่า ในวันที่ 23 พ.ย.นี้ กลุ่มพันธมิตรฯ จะชุมนุมใหญ่ตนขอเตือนว่าหากใครจะคิดไปร่วมชุมนุม ขอให้จองวัดล่วงหน้าได้เลย ขอเตือนว่ารวมกันตายหมู่ แยกกันอยู่ตายเดี่ยว ยิ่งใช้แผนดาวกระจายยิงตายเยอะ อยู่ที่ทำเนียบจะตายน้อย ในวันที่ 23 พ.ย. จะเป็นการระดมยิงครั้งใหญ่มหาศาล จึงขอให้กลุ่มพันธมิตรฯ ออกไปจากทำเนียบฯ และแกนนำพันธมิตรฯทั้ง 5 คน ต้องไปขอโทษและทำพิธีขอขมาพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ที่ได้นำผ้าอนามัยมาป้าย 6 จุด บริเวณพระบรมรูปทรงม้า หากทำพิธีขอขมาจรวดจะเลิกลง เรื่องที่เกี่ยวข้อง |