เทคนิกกินเจให้เหมาะ ใน “โรคยอดฮิต” โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

เทคนิกกินเจให้เหมาะ ใน “โรคยอดฮิต” โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

เทคนิกกินเจให้เหมาะ ใน “โรคยอดฮิต” โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

 

คุณดำรง พุฒตาลคุยกับผมในวันหนึ่งก่อนเข้ารายการช่อง 3 แฟมิลี่ว่ากำลังจะเดินทางไป “มิวนิก” เลยทำให้ฉุกคิดถึงคุณแม่ขึ้นมาเมื่อครั้งท่านเรียนและฝึกงานที่ด้อยเช่อแบ๊งค์ในเยอรมนี  ตอนเรียนอยู่ที่เมืองปาสเซาอ์นั้นถ้าพอมีเวลาท่านจะนั่งรถไฟไปเมืองใกล้ๆอย่าง “ซาลส์บวร์ก” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากภาพยนตร์ “เดอะซาวน์ออฟมิวสิค” หรือ “มึนเช่น” ก็คือมิวนิกที่คุณดำรงกำลังจะเดินทางไปนั่นเอง

                คุณแม่นั่งรถไฟราวครึ่งชั่วโมงถึง

                ในมิวนิกนี้มีเทศกาลที่ชาวมิวนิกและคนแทบทั้งโลกรู้จักดีคือ “อ็อกโตเบอร์เฟสต์” ที่เป็นงานฉลองเบียร์จัดอย่างอภิมหายิ่งใหญ่ดึงดูดใครต่อใครให้ไปเยือนจากทั่วโลก  คุณแม่เล่าว่าเป็นงานสนุกที่ไม่ว่าใครก็ไปกินไปดื่มกัน

                อย่างรื่นเริงชื่นมื่น

                ผมเองฟังแล้วก็อดเห็นภาพไปด้วยไม่ได้  ซึ่งเชื่อว่าท่านที่รักที่เคยไปสัมผัสมาแล้วก็คงจะรับรู้ได้ถึงบรรยากาศ  ด้วยว่าที่ใดมีผู้คนเป็นมิตรส่วนใหญ่และมีมุทิตาจิตต่อกันที่นั้นก็ย่อมเป็น “สวรรค์” บนดินของเพื่อนมนุษย์ไปได้  อย่างเมืองไทยเราก็มีเทศกาลของผู้มีจิตอาสาเป็นกุศลนี้เยอะอยู่ไม่ว่าจะลงแขกเกี่ยวข้าว,ทอดกฐิน,จุลกฐิน,ผ้าป่า,เข้าพรรษาหรือย่างเข้าปลายปีอย่างนี้ก็ได้เห็นภาพ “ธงเหลือง” ขนาดย่อมมีอักษรจีนติดอยู่ทั่วไป

                เป็นเครื่องหมายแห่งเทศกาลเจคือการรักษาความบริสุทธิ์ทั้งกายใจ

                ถือเป็นความตั้งใจดีที่เป็นกุศลครับ

                ผมเองไม่ได้รับประทานเจเคร่งครัดเหมือนกับอีกหลายท่านแต่ให้รู้สึกชอบใจในเมนูเจอยู่หลายอย่างด้วยเป็นอาหารสุขภาพที่ถึงออกเจแล้วก็ “ควรกิน” อาทิเช่นจับฉ่ายที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์,แกงจืดกะหล่ำปลีเห็ดหอม,ต้มซุปเห็ดรวม,เต้าหู้ทรงเครื่อง,ผัดกะเพราเต้าหู้เจและน้ำพริกเจที่ทำจากเต้าหู้ยี้

                รู้สึกว่าทั้งดี น่ารับประทานและรสอร่อย

                ตานี้ในแต่ละปีก็จะมีผู้ถามถึงเรื่องสุขภาพกับเจที่จัดเป็นประเด็นยอดนิยมด้วยก็ยังได้ยินว่ามีผู้บอกกินเจจะทำให้อ้วน  เพิ่มน้ำหนักและเผลอๆได้ไขมันสูงจากบางเมนูเจที่มันย่อง

                ทั้งหมดนี้ป้องกันได้ครับ  โดยเฉพาะกับผู้ที่มี “โรคประจำตัว” ที่พบบ่อยซึ่งเรียกรวมว่าโรค “เมตาโบลิก” อย่างโรคอ้วน,ไขมันสูง,มันจุกตับ,ความดัน,ดื้อต่ออินสุลินจนน้ำตาลขึ้น  ซึ่งไม่ว่าจะโรคใดก็ล้วนมีเทคนิกแห่งการกินเจที่เหมาะสมได้

                ดังจะขอเลือกโรคที่พบบ่อยติดอันดับมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

1) เบาหวาน  ควรระวังแป้งที่ไม่ได้มีแต่เฉพาะข้าว,เส้นและขนมปังแต่แป้งที่เอามาประดิษฐ์ให้หน้าตาคล้ายเนื้อสัตว์ก็ต้องระวังไว้ด้วยเพราะช่วยกันพาให้น้ำตาลในเลือดขึ้นได้สูงปรี๊ดเช่นกัน  ดังผมได้พบคนไข้ผู้ใหญ่รุ่นคุณพ่อท่านหนึ่งมีปัญหาปัสสาวะผิดปกติไม่หายสักทีมาจากที่อื่นเลยจัดการตรวจเลือดดูจึงพบว่าที่จริงเป็น “เบาหวาน” มาตั้งนานแต่เจ้าตัวไม่เคยทราบมาก่อน ดังนั้นท่านที่ไม่แน่ใจก็ตรวจไว้ก่อนได้ทั้งในเรื่องของน้ำตาลในเลือดและน้ำตาลสะสมครับ สุดท้ายขอฝากของเจที่ไม่หนักแป้งกับน้ำตาลมากเผื่อเอาไว้นะครับ ได้แก่ซุปเห็ดรวมเจ,แกงเลียงเจ,ลาบเต้าหู้เจและผัดกะเพราเจ  ซึ่งหลายอย่างนี้สามารถกินเป็นกับเปล่าๆได้จะได้ไม่ต้องหนักข้าวด้วยครับ

2) โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง  ลดความเค็มลงมาให้มากไม่ว่าจากซีอิ๊วขาว,เกลือ,ดอกเกลือไปจนถึงเต้าเจี้ยว,เต้าซี่ที่มี “โซเดียม” ให้ความดันกระทบชิ่งไปที่หัวใจได้  ซึ่งท่านที่มีโรคดังว่าอยู่แล้วขอให้เลือกอาหารเจที่ไม่จำเป็นต้องจืดจำเจเสมอไปหากแต่ให้เน้นหนักที่ผักผลไม้ที่มี “โพแทสเซียม” สูงเอาไปคุมอำนาจโซเดียมไว้ได้แก่กล้วยน้ำว้า(ถ้าหวีละ 100 ไม่ต้องก็ได้ครับ),ส้มโอ,ลองกอง,ผักกาด,กวางตุ้ง,มะระและสารพัดถั่วต่างๆให้ได้ไฟเบอร์ช่วยอีกแรง  แล้วสุดท้ายขออย่าลืมเลี่ยง “ทรานส์แฟ็ท” ที่เป็นไขมันตัวร้ายด้วยจะช่วยลดเสี่ยงโรคหัวใจได้มาก มักมีในอาหารเจแบบที่ต้องทอดน้ำมันท่วมซ้ำๆอย่างเต้าหู้ทอด,เผือกทอด,ปาท่องโก๋,ฟองเต้าหู้ทอดหรือถ้าอาหารสำเร็จรูปขอให้อ่านฉลากดูคำว่า “ทรานส์แฟ็ท(trans fat)” หรือ “partially hydrogenated fat” ก็ต้องระวังจำกัดปริมาณกินไว้ครับ

3) ไขมันสูง  เป็นที่พูดถึงกันมากว่าอาหารเจบางอย่างค่อนข้าง “มันจัด” จึงต้องดูแลกันในผู้ที่มีไขมันสูงอีกทั้งผู้ที่มี “มันจุกตับ” เป็นปัจเจกสมบัติด้วย  ดังจะขอให้เทคนิกในการกินอาหารรับมือกับไขมันเอาไว้เพราะในกรณีกินเจจะรับประทานผักที่กลิ่นแรงลดไขมันไม่ได้อย่างกระเทียม,หัวหอมหรือกุยช่าย  ดังนั้นทางออกที่ช่วยได้คือให้หนัก “เส้นใยอาหาร” อย่างจับฉ่ายก็ยังไหว,ต้มกะหล่ำปลีเห็ดหอมหรือผัดขาเห็ดก็ยังได้  นอกจากนั้นยังขอแนะให้เลือกอาหารเจที่มี “ไขมันดี” เอาไว้รับมือกับไขมันที่ไม่สมดุลย์ในตัวเช่นงาดำ,ถั่วลิสง,อัลมอนด์,วอลนัท,ถั่วบราซิล,อโวคาโด,น้ำมันมะกอก,คาโนล่า,งาขี้ม้อนหรือจะเป็นธัญพืชที่ฮิตมาพักใหญ่อย่าง “เมล็ดเชีย” ก็ดีไม่น้อยครับ

ที่เล่ามายังไม่หมดถึงโรคที่ต้องระวังในช่วงเจอย่างการแพ้กลูเต็นที่ทำให้เกิดโรค “ซีลิแอ็ก” ด้วยไม่ได้พบบ่อยนักแต่ถ้าเป็นแล้วจะหนักด้วยช่วงกินเจมีการใช้ “แป้งสาลี” ที่มีกลูเต็นอยู่บ่อยครั้ง  นอกจากนั้นยังมี “แพ้ถั่วเหลือง” ที่ช่วงเทศกาลก็ต้องระวังเช่นกันในท่านที่เป็น

สำหรับการกินเจในช่วง 10 วันนี้ดูแล้วเป็นช่วงสั้นแต่กระนั้นความไม่ประมาทย่อมดีที่สุดด้วยคนเราแต่ละคนมี “ความพิเศษ” ในแง่สุขภาพที่ไม่เหมือนกันจึงควร “วางแผน” ให้ดีหรือแม้แต่ระหว่างที่กินเจอยู่นี้ก็สามารถที่จะปรับยุทธศาสตร์ใหม่ได้เสมอไม่มีอะไรที่ต้อง “ตายตัว” ต้องซ้ำซากจำเจรับประทานครับ  ซึ่งหลักการของอายุรวัฒน์คือ improvise สิ่งดีที่สุดให้เหมาะกับตัวเรา

                                                เอาให้กินอร่อยแบบไม่ต้องฝืนใจด้วย  

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

 

ขอบคุณภาพจาก NguyenPhamDang

Related posts:

  1. 8 อาการที่ปล่อยไว้จะไม่งาม โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   คนไข้ที่มาหามีสารพัดโรคครับ ในแต่ละวันที่เปิดประตูที่ทำงานเข้ามายากจะคาดได้ว่าจะพบคนป่วยโรคอะไรรออยู่ มีทั้งโรคที่แปลกหายากอย่างโรคที่เกี่ยวกับตำหนิเล็กๆในยีนไปจนถึงโรคที่พบเจอได้บ่อยๆ แต่จะมีโรคที่ผมเสียดายแทนอยู่โรคหนึ่งครับ เป็นโรคที่เรียกว่า “โรครั้งรอ” คือรอนานเหลือเกินกว่าจะมารักษา ซึ่งเรื่องนี้ก็เห็นใจหลายท่านอยู่ครามครันเพราะท่านย่อมไม่รู้ว่าเมื่อใดที่จะถือว่านานไปแล้ว แต่ที่จริงมีหลักง่ายๆอยู่คือถ้าผิดปกติเมื่อไรไม่ควรนิ่งนอนใจครับ...
  2. 3 สิ่งที่ต้องทำมากกว่า “แปรงฟัน” โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   ผมแปลกใจทุกทีที่เห็นการแปรงฟันเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเด็กบางคน  ด้วยเป็นห่วงสุขภาพโดยรวมจนไปถึงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ที่อาจเจ็บป่วยบ่อยได้ จากช่องปากที่มีปัญหาค้างคามา เคยสังเกตว่าบ้านไหนที่คุณพ่อคุณแม่มีเทคนิกดีๆหรือมีคุณหมอฟันที่เข้าใจก็จะทำให้เด็กรู้สึกสนุกกับการแปรงฟันโดยที่ไม่ต้องเคี่ยวเข็ญกันมาก  ซึ่งเรื่องของฟันกับช่องปากนี่เป็นเรื่องที่ถ้าพังแล้วแก้ยากครับ หากปูพื้นไว้ให้ดีก่อนแต่แรกจะช่วยได้มาก ผู้ใหญ่หลายท่านที่ต้องเข้าออกทำฟันอยู่บ่อยๆก็มาบ่นให้ฟังว่าครั้นจะไม่ทำก็ไม่ได้เพราะมันเกิดปัญหาขึ้นในชีวิตแล้ว  ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าเสียดายครับ  เพราะเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ถ้าทำตั้งแต่...
  3. ไขปริศนา พันธุกรรมหรือพฤติกรรม? ถ้าพ่อแม่ป่วยแล้วเราต้องเป็นรายต่อไป? โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   เพิ่งเสร็จจากจัดรายการที่ทำอยู่ประจำมาเมื่อสักครู่ซึ่งในวันนี้เราคุยกันถึง “มรดกโรค” หรือโรคทางพันธุกรรมที่จำเป็นต้องเกิดกับลูกหลานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงหรือ? โรคพันธุกรรมไม่ใช่ “โรคกรรม” เสมอไปนะครับ แต่จะเป็นกรรมได้ถ้าเราทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนัก  ซึ่งการกระทำที่ว่าคืออกุศลกรรมทางสุขภาพโดยศาสตร์อายุรวัฒน์ได้จัดศีลทางสุขภาพเอาไว้ดังต่อไปนี้ - ไม่ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่...
  4. ผิดที่ไม่อ้วน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช บางคนอ้วนออกพุง บ้างก็อ้วนออกแขนขา บ้างก็อ้วนออกหน้า… คนเรามีวาสนาแห่งความอ้วนต่างกันครับ  แต่ส่วนใหญ่ความอ้วนที่เรากังวลคือ หน้าท้อง,ต้นแขน,ต้นขาและใบหน้า เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหน้าตาของร่างกายที่ต้องนำเสนอออกสู่สังคม จึงเกรงจะไม่น่าชื่นชม ยิ่งอาชีพที่ต้องใช้หน้าตาด้วยยิ่งน่าเห็นใจ ตัวผมเองมี...
  5. วิตามินที่หายไป ในแต่ละวิธีปรุง(อาหาร) โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   คนไทยเราพิถีพิถันในการหุง,ต้ม,ผัด,แกงและอีกสารพัดที่ปรุงให้สำรับนั้นโอชะถูกปาก ซึ่งชาติที่มีความประณีตในการทำอาหารจะมีความพิเศษอย่างหนึ่งที่สังเกตได้คืออาหารของชาตินั้นหรือแม้เพียงแค่รสชาติประจำชาติก็จะติดอกติดใจคนไปทั่วโลก สังเกตได้จากร้านไทยที่มีอยู่ในหัวเมืองใหญ่น้อยทั่วปฐพี คนไทยเราโชคดีที่มีอาหารสุขภาพกินอยู่ทุกมื้อ โดยเฉพาะกับอาหารไทยที่ใส่เครื่องเทศอย่างไม่หวงเป็นดั่งโอสถที่โอชะไปในตัว แต่น่าเสียดายว่าสมุนไพรเหล่านี้มีของดีที่เสียไปจากการ “ปรุง” ก็มาก ดังของที่มีโอกาสเสียไปง่ายๆต่อไปนี้ครับ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top