วิธีทำตัวให้มะเร็งไม่รัก โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

 

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งเรียกให้ผมวางมือจากงานเขียนแล้วลุกขึ้นหาที่เงียบๆคุย  เพราะโดยมากผู้ที่โทรเข้ามาถ้าเป็นการนัดหมายตรวจรักษาก็จะมีพยาบาลคอยช่วยดูแลรับสายอยู่  ดังนั้นสายที่จะคุยกับผมโดยตรงก็จะเป็นคุณดำรง พุฒตาลที่จะโทรมาเล่าเรื่องน่าสนใจให้ฟังหรือทีมพวกเราที่ทำงานสื่อสารมวลชนคือโพรดิวเซอร์รายการและนักข่าวที่สนิทกัน

                แต่วันนั้นไม่ใช่ทุกสายที่เล่ามา

                ผู้อยู่ปลายสายทักทายด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเป็นมิตรแล้วเอ่ยว่าท่านได้อ่านงานเขียนของผมแต่ละชิ้นที่ผ่านมาแล้วชวนให้ท่านนึกถึง เอ็ดการ์ อัลลัน โพ ผู้เป็นนักเขียนฝรั่งท่านหนึ่งเมื่อกว่า 100 ปีก่อนซึ่งตอนนั้นผมยังเป็นวุ้นอยู่ไหนก็ไม่รู้แล้วท่านก็ว่าอยากให้ผมเขียน “เรื่องสั้น” หรือว่านิยายออกมา

                ก่อนจะแนะนำตัวว่าท่านชื่อ “วาทิน ปิ่นเฉลียว”

                ครั้งนั้นเมื่อนานมาเป็นครั้งแรกที่ผมได้สนทนากับ “ลุงต่วย” ผู้เป็นปูชนียบุคคลที่อยู่ในบรรณพิภพมาแสนนาน  ซึ่งการที่ได้คุยกับท่านก็เหมือนกับได้พรอยู่แล้วในฐานที่เป็นนักเขียนรุ่นหลังตัวเล็กๆ โดยในเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมได้ตั้งใจอย่างหนึ่งว่าจะต้องหาทางค้นศักยภาพในตัวคนออกมาให้ได้แม้ว่าเราจะทำงานด้านหมอก็ตาม

                เลยให้ความสำคัญกับการเช็คอัพร่างกายให้คนไข้มาโดยตลอด

                เพราะรู้ดีว่าถ้าตรวจดีคนไข้ก็จะได้ “รู้” ในสิ่งที่ช่วยชีวิตเขาได้มาก

                เรื่องนี้ขึ้นกับความละเอียดรอบคอบของคนตรวจเป็นหลักไม่ใช่เครื่องมือเสมอไป  ด้วยจากประสบการณ์ทำให้ได้รู้ได้เห็นว่าความเชื่อของคนไข้ประเภท “ยิ่งตรวจมากยิ่งดี” นั้นอาจ “ทำอันตรายแก่ตัว” ได้  โดยเฉพาะการตรวจแบบไม่มีข้อบ่งชี้ซึ่งทำให้มีผลข้างเคียงต่อสุขภาพจากเครื่องมือได้

                การฉีดสีถ้าทำโดยไม่รู้ว่าไตเสื่อมก็ทำให้ไตวายได้

                เข้าอุโมงค์เอ็กซเรย์ใหญ่แต่ละครั้งก็ได้รับรังสีในปริมาณมากกว่าเอ็กซเรย์ทั่วไป

                จะเห็นว่าการตรวจที่ดูด้วยตาว่า “ไฮโซ” หรือใหญ่โตชวนให้ปักใจเชื่อนั้นไม่ใช่ “สรณะ” ที่พึงยึดเสมอไปหากแต่สิ่งที่พอจะยึดไว้เป็นแนวทางที่ดีได้ก็คือ “การตรวจอย่างมีเหตุผลและข้อบ่งชี้” ครับ

                ซึ่งการตรวจที่เหมาะสมนั้นท่านสามารถปรึกษากับคุณหมอที่ทำด้านเช็คอัพมานานได้ครับ  โดยในวันนี้จะขอนำตัวอย่างการตรวจเช็คอัพและประโยชน์ที่ได้จากมันมาเล่าสู่กันฟัง

                รับปีใหม่เผื่อท่านที่กำลังจะตรวจสุขภาพเริ่มต้นชีวิตที่ดีครับ

1) ตรวจความสมบูรณ์เม็ดเลือด(CBC) การตรวจชนิดนี้ราคาไม่แพงแค่หลักสิบหรือหลักร้อยเท่านั้นแต่สามารถบอกได้ทั้งเรื่องโลหิตจาง,จำนวนเม็ดเลือดขาว,ความเสี่ยงติดเชื้อในร่างกายเมื่อเม็ดเลือดขาวสูงขึ้น,เลือดออกง่ายจากเกล็ดเลือดหรือแม้แต่การทำงานของไขกระดูกคร่าวๆพอได้ไอเดียในการดูแลตัวเองมากครับ

2) ค่าไขมันในเลือด(Lipid profile)  หลายท่านรู้จักค่าไขมันดีราวกับเพื่อนเก่าแต่จะขอเล่าว่าปิยมิตรที่แท้อีกตัวหนึ่งที่ช่วยบอกความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจให้ท่านไม่ใช่แค่เพียงโคเลสเตอรอลอย่างเดียวหากแต่เป็น “โฮโมซิสทีน(Homocysteine)” ที่เป็นสารผู้ร้ายบอกความเสี่ยงโรคหัวใจในอนาคตให้ท่านได้ด้วย  ซึ่งตัวโฮโมซิสทีนนี้เจาะได้ทั้งตามคลินิกและศูนย์แล็บทั่วไปครับ

3) น้ำตาลและน้ำตาลสะสม  เป็นค่าน้ำตาลในเลือดที่จะช่วยให้เรารู้และ “เตรียมตัว” จัดการป้องกันตัวเองไว้ก่อนที่ภาวะ“น้ำตาลสูง” จะถามหาซึ่งปรากฏการณ์นี้ยังไม่ใช่เบาหวานแต่ “ใกล้เบาหวาน” เข้าไปทุกทีแล้ว  เรียกง่ายๆว่าเป็นธรณีประตูก่อนถึงเบาหวาน(Pre-diabetic range)ซึ่งจะเท่ากับค่าน้ำตาลที่มากกว่า 100 แต่ไม่ถึง 126 ที่เป็นชายแดนเบาหวาน  ส่วนน้ำตาลสะสม(Hemoglobin A1C)แม้ไม่เป็นเบาหวานก็เจาะได้เพราะจะบอกสถานะว่าการกินแป้งกินหวานของเรานั้นมันไปเกาะข้างในร่างกายมากน้อยเพียงใด

4) มาร์คเกอร์บ่งชี้มะเร็ง  การตรวจมะเร็งสามารถดูความเสี่ยงได้จากเลือดซึ่งมีมะเร็งอยู่หลายชนิดครับที่การเจาะเลือดง่ายๆนิดเดียวก็บอกท่านได้เรียกว่า “มาร์คเกอร์มะเร็ง” ที่จะขอฝากชื่อเอาไว้เผื่อเป็นประโยชน์กับท่านที่อ่านอยู่ตอนนี้คือ “แอลฟ่าฟีโตโปรตีน(AFP)” ที่เป็นสารบ่งชี้เซลล์มะเร็งตับ, ซีอีเอและซีเอ 19-9 ที่ช่วยเป็น clue ในเรื่องของมะเร็งทางเดินอาหารเช่นกระเพาะและลำไส้  ส่วนค่าต่อมลูกหมากพีเอสเอ(PSA)นั้นยังสู้การตรวจลูกหมากทางทวารหนักไม่ได้ครับ

5) อัลตร้าซาวน์ดูตับ  การอัลตร้าซาวน์ก็แสนง่ายแค่ใช้หัวโพรบเป็นแท่งเท่ากำปั้นทาเยลเย็นๆพุงแล้วกวาดเบาๆไปเรื่อยๆดูอวัยวะที่เราสนใจซึ่งดูได้มากมายทั้งตับ,ตับอ่อน,ม้าม,ไต,มดลูก,รังไข่,กระเพาะปัสสาวะฯลฯซึ่งการใช้อัลตร้าซาวน์ตรวจตับที่อยู่ใต้ชายโครงขวานั้นจะช่วยบอกได้ทั้งว่ามีเนื้อตับผิดปกติหรือไม่,ตับแข็ง,ไขมันจุกตับหรือนิ่วในถุงน้ำดีที่มีความเสี่ยงจะไปอุดตันท่อน้ำดีหรือเปล่า  ทั้งหมดนี้แค่เอาพุงไปวางไว้ให้อัลตร้าซาวน์แล้วคอยหายใจเข้าออกเป็นระยะเท่านั้น

6) วิเคราะห์ปัสสาวะ  เป็นอีกหนึ่งการตรวจที่ผมชอบเพราะรู้สึกว่าคุ้มค่าและได้ประโยชน์มาก  ด้วยการตรวจปัสสาวะ(Urinary Analysis)นั้นราคาไม่แพงเลยแต่บอกได้ตั้งแต่เรื่องง่ายๆอย่างดื่มน้ำน้อยเกินไปควรให้ดื่มมากขึ้น,มีโปรตีนรั่วออกมา,มีน้ำตาลสูงในเบาหวาน,มีเม็ดเลือดขาวมากเสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะไปจนถึงมีเม็ดเลือดแดงออกมาผิดปกติซึ่งอาจทำให้สงสัยเนื้องอกในทางเดินปัสสาวะหรือนิ่วได้

7) ความดันโลหิตและน้ำหนัก  ปิดท้ายไว้ด้วยการตรวจที่ดูสามัญง่ายๆแต่ทรงคุณค่ายิ่งนี้ครับ  เพราะการตรวจธรรมดาที่เชื่อว่าแทบทุกท่านเคยตรวจมาอย่างวัดความดันและชั่งน้ำหนักนี้ช่วยชีวิตเราได้มากเกินคาดทีเดียวครับ  โดยมีเทคนิกก็คือก่อนวัดความดัน “ต้องนั่งพัก” ให้ดีก่อนและถ้าใช้เครื่องดิจิตัลวัดอัตโนมัติแล้วค่าออกมา “ตัวเลขความดันผิดปกติ” ขอให้ลองวัดความดันแบบ manual คือให้คุณหมอหรือคุณพยาบาลช่วยใช้หูฟังวัดเสียงโคโรคอฟด้วยมือให้อีกทีเพราะนั่นคือการวัดที่น่าเชื่อถือที่สุดซึ่งทั้งความดันและน้ำหนักตัวจะช่วยเตือนความเสี่ยงโรคให้เราได้นับไม่ถ้วนครับ

ส่วนการตรวจนอกเหนือจากนี้เช่นการ “ฉีดสี” เพื่อตรวจทางรังสีวินิจฉัยหัวใจและอื่นๆนั้นต้องเช็คเรื่อง “ไต” ให้รู้ว่าการทำงานเป็นอย่างไรก่อน  ขออย่าผลีผลามด่วนทำฉีดสีโดยยังไม่รู้ข้อมูลในจุดนี้ครับ  นอกจากนั้นการตรวจที่ต้องออกแรงวิ่งอย่างการตรวจหัวใจด้วยการวิ่งสายพานนั้นก็ต้องบอกข้อจำกัดของเรากับหมอไว้ด้วย  ส่วนการตรวจแบบที่ต้องอาศัยวิสัญญีคือต้องให้หลับหรือสลบเช่นการ “ส่องกล้อง” นั้นก็ต้องรอบคอบไว้เพราะแม้เป็นวิธีที่ปลอดภัยแต่ก็เคยมี “ลำไส้ทะลุ(Bowel perforation)” ภายหลังการส่องกล้องได้เพราะในขณะตรวจต้องมีการปั๊มพ์ลมเข้าไป

ที่เล่ามาก็เพื่อให้ข้อมูลทั้งในข้อดีและข้อควรระวังเพื่อให้ท่านได้ใช้ความดูแลป้องกันไม่ให้ความเสี่ยงเกิดขึ้นด้วย  จะได้ช่วยให้การตรวจเช็คอัพนั้นได้ประโยชน์สูงสุด

                                                เป็นหลักการที่เก็บไว้ใช้ได้ตลอดครับ

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

 

ขอบคุณภาพจาก DarkoStojanovic

Related posts:

  1. 7 เช็คอัพสุขภาพที่ช่วยท่านได้ โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งเรียกให้ผมวางมือจากงานเขียนแล้วลุกขึ้นหาที่เงียบๆคุย  เพราะโดยมากผู้ที่โทรเข้ามาถ้าเป็นการนัดหมายตรวจรักษาก็จะมีพยาบาลคอยช่วยดูแลรับสายอยู่  ดังนั้นสายที่จะคุยกับผมโดยตรงก็จะเป็นคุณดำรง พุฒตาลที่จะโทรมาเล่าเรื่องน่าสนใจให้ฟังหรือทีมพวกเราที่ทำงานสื่อสารมวลชนคือโพรดิวเซอร์รายการและนักข่าวที่สนิทกัน                 แต่วันนั้นไม่ใช่ทุกสายที่เล่ามา                 ผู้อยู่ปลายสายทักทายด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเป็นมิตรแล้วเอ่ยว่าท่านได้อ่านงานเขียนของผมแต่ละชิ้นที่ผ่านมาแล้วชวนให้ท่านนึกถึง เอ็ดการ์...
  2. 10 อาหารสุขภาพรอบรั้วโรงเรียน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ช่วงนี้น้องๆเรียนหนังสือกันอย่างขมักเขม้นท่ามกลางสายฝนพรำนะครับ  พอตกเย็นพอเพลาคนไข้ที่คลินิกลงบ้างแล้วผมชอบเดินลัดเลาะไปแถวรั้วโรงเรียนครับ  เผอิญว่าคลินิกผมอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนมัธยมใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งคนแถวห้วยขวางรู้จักดี  ที่เดินใกล้โรงเรียนน่ะไม่ได้ไปเหล่อะไรครับ  แต่เพราะมีห้องสมุดประชาชนใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ ไปดูน้อง เอ้อ…หนังสือใหม่ๆน่ะครับ ใช้ชีวิตอยู่แถวนั้นจนคนรู้จักดีว่าไอ้นี่ชอบเดิน  แถมบางทีก็ไปถ่ายรายการหน้าโรงเรียนก็บ่อยไป  ได้เห็นพี่คนขายอาหารอร่อยๆริมรั้วโรงเรียนหลายเจ้า ...
  3. 3 สิ่งที่ต้องทำมากกว่า “แปรงฟัน” โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   ผมแปลกใจทุกทีที่เห็นการแปรงฟันเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเด็กบางคน  ด้วยเป็นห่วงสุขภาพโดยรวมจนไปถึงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ที่อาจเจ็บป่วยบ่อยได้ จากช่องปากที่มีปัญหาค้างคามา เคยสังเกตว่าบ้านไหนที่คุณพ่อคุณแม่มีเทคนิกดีๆหรือมีคุณหมอฟันที่เข้าใจก็จะทำให้เด็กรู้สึกสนุกกับการแปรงฟันโดยที่ไม่ต้องเคี่ยวเข็ญกันมาก  ซึ่งเรื่องของฟันกับช่องปากนี่เป็นเรื่องที่ถ้าพังแล้วแก้ยากครับ หากปูพื้นไว้ให้ดีก่อนแต่แรกจะช่วยได้มาก ผู้ใหญ่หลายท่านที่ต้องเข้าออกทำฟันอยู่บ่อยๆก็มาบ่นให้ฟังว่าครั้นจะไม่ทำก็ไม่ได้เพราะมันเกิดปัญหาขึ้นในชีวิตแล้ว  ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าเสียดายครับ  เพราะเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ถ้าทำตั้งแต่...
  4. วิตามินที่หายไป ในแต่ละวิธีปรุง(อาหาร) โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   คนไทยเราพิถีพิถันในการหุง,ต้ม,ผัด,แกงและอีกสารพัดที่ปรุงให้สำรับนั้นโอชะถูกปาก ซึ่งชาติที่มีความประณีตในการทำอาหารจะมีความพิเศษอย่างหนึ่งที่สังเกตได้คืออาหารของชาตินั้นหรือแม้เพียงแค่รสชาติประจำชาติก็จะติดอกติดใจคนไปทั่วโลก สังเกตได้จากร้านไทยที่มีอยู่ในหัวเมืองใหญ่น้อยทั่วปฐพี คนไทยเราโชคดีที่มีอาหารสุขภาพกินอยู่ทุกมื้อ โดยเฉพาะกับอาหารไทยที่ใส่เครื่องเทศอย่างไม่หวงเป็นดั่งโอสถที่โอชะไปในตัว แต่น่าเสียดายว่าสมุนไพรเหล่านี้มีของดีที่เสียไปจากการ “ปรุง” ก็มาก ดังของที่มีโอกาสเสียไปง่ายๆต่อไปนี้ครับ...
  5. “ดัชนีชี้น้ำตาล” ช่วยมนุษย์ชอบหวานได้มีเฮ โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช ของกินซ่อนหวานกับค่าน้ำตาลที่ต้องรู้                 การได้รับประทานของหวานยามเหนื่อยล้าหรือว่าเวลาที่ได้พักผ่อนกับครอบครัวเป็นสิ่งที่สร้างความสุขแบบสั่งได้อย่างไร้ข้อสงสัย แต่ในบางครั้งหลังจากนั้นมันกลับทำให้รู้สึกผิดว่าได้เพิ่มหวานให้กับชีวิตหรือตามใจปากจนห่วงเรื่องสุขภาพกับรูปร่างขึ้น ทำให้รู้สึกบุญๆบาปๆอยู่ชอบกล เรื่องนี้มีทางออกอยู่ครับ มีนักวิทยาศาสตร์ฉลาดเฉลียวที่คิดเช่นเดียวกับท่านผู้อ่านที่รักว่าอยากหาสิ่งที่เป็น “ตัวชี้ที่ชัด” ของอาหารก่อนจะกินให้เห็นกันได้จะๆก่อนเสมือนมีไฟแดงไฟเขียวติดชนตาอยู่หน้าอาหารแต่ละชนิด  นี่เป็นที่มาของสิ่งช่วยชี้ความหวานที่ซ่อนอยู่คือตัวเลขแทนผลของอาหารที่จะเพิ่มน้ำตาลกลูโคสในเลือดเราให้พุ่งครับ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top