รถไฟฟ้าสีม่วงกระอัก! คนใช้น้อย-เจ๊งวันละ 3 ล้าน แนะเร่งสร้างทางเชื่อมเตาปูน-บางซื่อ

 

วันที่ 20 สิงหาคม นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ถึงสถานการณ์รถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยระบุว่าน่าเป็นห่วงเพราะมีการขาดทุนสูง ในหัวข้อ “รถไฟฟ้าสีม่วงกระอัก ขาดทุนวันละ 3 ล้าน!

หลังจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2559 เป็นต้นมา ปรากฏว่ามีผู้โดยสารน้อยมาก คือมีเพียงแค่ประมาณวันละ 20,000 คนเท่านั้น ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก กล่าวคือ ปริมาณผู้โดยสารที่ รฟม.คาดการณ์ไว้จะมีวันละ 73,000 คน ในปีแรกที่เปิดให้บริการ ดังนั้น ปริมาณผู้โดยสารที่มีจริงคิดเป็น 27% ของปริมาณที่คาดการณ์ไว้เท่านั้น

เมื่อมีผู้โดยสารน้อย รายได้จากค่าโดยสารก็น้อยตามด้วย ปรากฏว่า รฟม.มีรายได้จากค่าโดยสารเพียงวันละประมาณ 600,000 บาทเท่านั้น นั่นคือ ผู้โดยสารจ่ายค่าโดยสารเฉลี่ยคนละ 30 บาท

สำหรับการบริหารจัดการรถไฟฟ้าสายสีม่วงนั้น รฟม.ต้องจ้างบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็มเป็นผู้ให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงรักษา ซึ่ง รฟม.ต้องเสียค่าบริการเดินรถไฟฟ้าและบำรุงรักษาให้แก่บีอีเอ็มในปีแรกที่เปิดให้บริการ 1,327.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นวันละประมาณ 3.6 ล้านบาท ค่าจ้างดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงทุกปีตามอัตราเงินเฟ้อและค่าไฟฟ้า

ในขณะที่ รฟม.เก็บค่าโดยสารได้วันละ 600,000 บาท แต่ต้องเสียค่าจ้างให้บีอีเอ็มวันละ 3,600,000 บาท ดังนั้น รฟม.จึงต้องแบกภาระขาดทุนวันละ 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระหนักของ รฟม.

การคิดกำไรขาดทุนดังกล่าวข้างต้นนั้น ยังไม่รวมค่าก่อสร้างที่มีมูลค่าประมาณ 6 หมื่นล้านบาท (รวมงานทุกประเภท) ดังนั้น จึงเห็นได้ชัดว่าการประกอบการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะไม่สามารถมีรายได้จ่ายค่าก่อสร้างได้ เนื่องจากมีรายได้น้อยมาก น้อยเสียจนไม่พอจ่ายแม้เพียงแค่ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงรักษา

ด้วยเหตุนี้ รฟม.จะต้องหาหนทางทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้นให้ได้ มิฉะนั้นจะต้องแบกภาระการขาดทุนอย่างหนักตลอดไป ผมขอเสนอแนะดังนี้

1. เร่งเปิดให้บริการเชื่อมต่อระหว่างสถานีเตาปูนกับสถานีบางซื่อโดยเร็วที่สุด เพราะจะทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายมากกว่าในปัจจุบันที่ต้องใช้บริการรถเมล์ ซึ่งมีปัญหารถติดและรถเมล์ขาดช่วง ทำให้ต้องรอรถนาน

2. ปรับลดค่าโดยสาร เนื่องจากค่าโดยสารเดินทางเข้าตัวเมืองแพง ผู้โดยสารต้องจ่าย 70 บาทต่อเที่ยว (ในกรณีใช้บัตรเติมเงิน หากไม่ใช้จะต้องจ่าย 84 บาท) ไปกลับวันละ 140 บาท

3. ปรับลดค่าจอดรถที่อาคารจอดแล้วจร จากปัจจุบัน รฟม.คิดค่าจอดรถ 10 บาทต่อ 2 ชั่วโมง หรืออัตรารายเดือนเดือนละ 1,000 บาท หากผู้โดยสารไม่ต้องการจ่ายเป็นรายเดือนจะต้องเสียค่าจอดรถวันละประมาณ 70 บาท เพราะจะต้องจอดรถไว้ที่อาคารจอดแล้วจรวันละประมาณ 12-13 ชั่วโมง

4. ร่วมมือกับผู้ประกอบการเดินรถโดยสารในพื้นที่ต่างๆ ตลอดเส้นทางรถไฟฟ้า ขนผู้โดยสารจากบ้านมาส่งที่สถานี และจากสถานีไปส่งที่ทำงาน

5. ควบคุมให้บีอีเอ็มซึ่งเป็นผู้รับจ้างเดินรถไฟฟ้าดำเนินการเดินรถให้รถเข้า-ออกสถานีตรงเวลา ไม่จอดแช่ ประตูชานชาลาและประตูรถจะต้องเปิดทุกสถานี และจอดรถตรงตามจุดที่กำหนดให้ผู้โดยสารเข้า-ออก

หาก รฟม.เร่งแก้ไขตามข้อเสนอแนะดังกล่าว ผมมั่นใจว่ารถไฟฟ้าสายสีม่วงจะมีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้นแน่ครับ

 

ที่มา มติชน

Related posts:

  1. อึ้ง!! เปิดเอกสารกทม.จ้างแต่งไฟ 40 ล้าน แค่ “เช่า” มาโชว์-ค่าประกอบ 29.5 ล้าน !   เปิดเอกสารดูกันชัด ๆ ที่มาโครงการประดับไฟตกแต่ง กทม. สุดหรู “Motif of Light”  มูลค่า...
  2. ปลัดท่องเที่ยว หงุดหงิด ถูกถามใช้งบ 2 ล้าน จ้างจัดงานต้อนรับนายก   กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ใช้งบ 2 ล้าน จ้างออแกไนเซอร์จัดงานต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ปลัด ลั่นไม่ได้รับรายงาน ชี้ไม่น่าสูงขนาดนั้น จากกรณีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา...
  3. แฟนมวยฟ้อง ‘ปาเกียว’ จ่ายชดใช้ 166 ล้าน ยังคงไม่จบง่ายๆ สำหรับมวย “ไฟต์แห่งศตวรรษ” เมื่อล่าสุดมีแฟนมวยชาวอเมริกัน 2 ราย ออกมายื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากแมนนี่ ปาเกียว สูงถึง 166...
  4. มิตร มิตรชัย พบตำรวจรับทราบข้อหาฉ้อโกงเงิน 35 ล้าน    มิตร มิตรชัย เข้าพบตำรวจรับทราบข้อกล่าวหาคดีฉ้อโกงเงินของอดีตแฟนสาว 35 ล้านบาท ลั่นผมเป็นผู้บริสุทธิ์ ถูกผู้ใหญ่รังแก  ยังคงเป็นประเด็นต่อเนื่อง จากกรณีที่ นายคีรีรัก...
  5. สงกรานต์คึกคัก! คาดเงินสะพัดกว่า 25,000 ล้าน บรรยากาศสงกรานต์ทั่วไทยคึกคัก คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้าน ขณะที่ถนนข้าวสารคนแห่เที่ยว คาดเงินสะพัดกว่า 100 ล้านบาท ด้าน ททท.ตั้งเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top