แปลงอาหารใกล้ตัวให้เป็นอาหารสุขภาพ โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

แปลงอาหารใกล้ตัวให้เป็นอาหารสุขภาพ โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

แปลงอาหารใกล้ตัวให้เป็นอาหารสุขภาพ โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

 

ปัญหาน่าปวดหัวอย่างหนึ่งในด้านสุขภาพคืองานวิจัยที่เปลี่ยนไปมาเรื่อยๆหรือขัดแย้งกันเอง  ในหน้าที่ที่เป็นนักวิชาการประเภทสอนหนังสือก็ได้พบเรื่องนี้อยู่บ่อยๆเวลาที่มีนิสิตมาปรึกษา  ซึ่งถ้าจะว่าให้ทำใจก็ดูเหมือนจะไม่ใช่คำตอบที่ดีนักแต่ขอเตือนด้วยความรักเพราะสิ่งใดๆถ้าไปยึดมั่นถือมั่นกับมันมากก็รังแต่มึนหัว

                จึงต้องยึดกาลามสูตรอย่าอ้างแต่งานวิจัยอย่างเดียว

                โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับอาหารการกินที่ไม่มีค่าคงตัวหรือสูตรสำเร็จว่าต้องกินแต่ผักเหมือนๆกันแล้วจะดีหรือต้องหาสมุนไพรมาใช้แทนยาแล้วถึงจะช่วย

                มันก็บ่แน่ดอกนาย

                ปรากฏการณ์ “Me too” ที่กินตามกันแล้วไม่ได้ผลดังที่คาดหวังจึงมีสิ่งนี้เป็นคำตอบครับ  ด้วยชีวิตทุกคนมีความพิเศษที่เป็นรายละเอียดยิบย่อยอยู่ภายในจึงทำให้เวลากินอาหารหรือกินยาเข้าไปแล้วได้ผลต่างกันดังเรียก “ลางเนื้อชอบลางยา” ที่เป็นสิ่งต้องเข้าใจ

                ในเรื่องนี้ใช้ได้กับโภชนาการด้วยครับ  โดยคนไข้ที่ผมเจอมาท่านน่ารักกันครับคือเข้าใจและรู้ลึกเกี่ยวกับตัวเองและสิ่งที่มอบให้กับตัวเอง ซึ่งในคนเราแต่ละคนก็จะมีความเหมาะของอาหารการกินที่ต่างกันเช่น 100 คนก็ 100 อย่างที่ต่างออกต้องดูกันเป็นรายคน

                แม้จะฟังแล้วปวดหัวอยู่บ้างแต่อย่าเพิ่งกังวลครับ

                เพราะหลักอายุรวัฒน์ง่ายๆมีอยู่ว่าถ้าอยากหาสิ่งที่เหมาะกับตัวเราที่สุดต้องค่อยๆสังเกตไป  ซึ่งในเรื่องนี้สามารถที่จะปรับอาหารธรรมดาให้กลายเป็นอาหารสุขภาพได้

                ด้วยหลักการใหม่ๆต่อไปนี้

เปลี่ยนอาหารประจำ

ให้เป็นอาหารสุขภาพ

1) ข้าวราดแกง  อาหารประจำวันที่กินง่าย,อร่อย,สะดวกและที่สำคัญคือสบายกระเป๋านั้นถ้ากินผิดก็อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพเช่นหนักข้าว,ไขมัน,ความหวานและเค็ม  แต่ถ้าใช้หลักปรับเพียงนิดหน่อยก็จะได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพด้วยคือให้มีข้าวกล้องสักครึ่งจานเป็นอย่างมากหากจะรับประทานราดกับแกงที่มีไขมันสูงอยู่แล้ว  ส่วนกับที่ราดขอให้เลือกผักสัก 1 อย่าง  ส่วนที่เหลือก็ควรเป็นโปรตีนที่ไม่มีไขมันมากอย่างไข่ต้ม,ปลาหรือผัดถั่วลันเตา,ถั่วฝักยาวและเต้าหู้ก็ได้

2) ผัดผักน้ำมันหอย  ถึงใครจะว่าผักบุ้งเป็นผักราคาถูกอย่างไรไม่ว่าไปร้านจีนร้านไหนผมจะขอสั่งผักบุ้งไฟแดงยืนพื้นเสมอ  ค่าที่เป็นผักกินอร่อยถ้ากินแบบผัดบ่อยแล้วจะเป็น “ผักบุ้งไต่ราว” หรือเย็นตาโฟบ้างก็ยังได้  ในการสั่งผัดผักรับประทานควรเลี่ยงผักที่ผัดกับแป้งเช่นผักกะเฉดผัดหมี่หรือผัดผักกับลูกชิ้นแล้วใส่แป้งมัน  ลองเลือกผักรวมมิตรที่รสอร่อยเมื่อผัดรวมกันเช่นเห็ดหอมกับหน่อไม้ฝรั่งหรือจะลองสูตรผมคือผัดกะเฉดบุ้ง(ผักกะเฉดรวมผักบุ้ง)ก็ได้ครับ

3) ก๋วยเตี๋ยว  เลือกสั่งเมนูก๋วยเตี๋ยวแบบคลีนๆกว่าปกติหน่อยได้ง่ายๆคือขอไม่ใส่กระเทียมเจียว  ส่วนเส้นก๋วยเตี๋ยวนั้นถ้าเป็นเส้นสีขาว(เช่นเส้นใหญ่,เส้นหมี่)หรือแม้แต่บะหมี่ก็ตามขอให้ไม่หนักเส้นมากนัก  เลือกเน้นก๋วยเตี๋ยวที่ไม่ใส่เครื่องปรุงหวานเช่นถ้าจะสั่งต้มยำก็ย้ำว่าไม่หวานจัด  จะเลือกเป็นก๋วยเตี๋ยวที่เหมือนแกงจืดก็ได้อย่างเกาเหลาวุ้นเส้นผักรวมหรือจะเป็นลวกจิ้มที่ไม่ปรุงเค็มจัดก็ได้  ส่วนท่านที่มีปัญหาโรคเก๊าท์ประจำตัวก็ควรสั่งเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งแล้วไม่สั่งน้ำซุปเพิ่ม

4) แกง  สำรับไทยเรามีแกงอร่อยๆเยอะซึ่งมีวิธีที่จะแปลงร่างแกงนั้นๆให้กลายเป็นซุปสุขภาพเช่นแกงส้มถ้าเติมขมิ้นลงไปก็จะเป็นแกงเหลืองซึ่งเป็นซุปป้องกันสมองเสื่อมได้  ถ้าใครชอบขนมจีนน้ำยาประเภทราดแกงก็ลองเลือกแกงที่ใส่เนื้อปลาบดลงไปด้วยหรือจะทำแกงเองง่ายๆที่บ้านแล้วใส่ทูน่าแทนปลาอื่นก็จะได้รสอร่อยเข้มข้นดี  นอกจากนั้นยังมีแกงเขียวหวาน,แกงเผ็ดเป็ดย่างหรือแกงร้อนที่เราเลือกชนิดที่ใส่เนื้อสัตว์ไม่แปรรูปเช่นเลี่ยงลูกชิ้นแต่เป็นแกงเขียวหวานอกไก่แทน  ส่วนถ้าแกงนั้นค่อนข้างมันควรหาผักสีเขียวจัดหรือแดงเข้มมากินด้วยกันจะได้วิตามินเอเต็มที่ดีครับ

5) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  เป็นของกินที่ช่วยได้ทั้งยังชีพและเพื่อการอยู่รอดข้ามเดือน  แต่การกินบะหมี่ซองก็ไม่ใช่เครื่องเตือนใจถึงงบประมาณรายเดือนเสมอไปเพราะในปัจจุบันบะหมี่สะดวกเหล่านี้มีรสชาติที่ชวนลิ้มลองนับไม่ถ้วน  จึงอยากชวนท่านที่รักมาลองปรุงบะหมี่ซองหรือกระป๋องให้กลายเป็นของกินที่ให้คุณค่าครบหมู่แทน  ซึ่งมีสิ่งที่นำเสนอคือลองหาโปรตีนดีๆมาใส่เช่นไข่ไก่,เต้าหู้,ปลาเล็กปลาน้อยหรือแม้แต่กุ้งแห้งที่ให้ทั้งแคลเซียมและกลูโคซามีนบำรุงไขข้อก็ยังได้ครับ

6) กาแฟ  ใครที่เป็นแฟนกาแฟไม่ว่าจะร้อนหรือเย็นก็ตามมีความเหมือนกันอยู่ข้อหนึ่งคือท่านจะได้ทั้งประโยชน์และผลข้างเคียงจากกาแฟเพราะในกาแฟสดมีกรด “คลอโรจีนิก” ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระโดยธรรมชาติแล้วยังช่วยติดเบรกให้น้ำตาลไม่ไหลบ่าเข้ากระแสเลือดเร็ว  ในขณะเดียวกันกาแฟก็ให้คาเฟอีนและกระบวนการที่รบกวนกระดูกจนเสี่ยงกระดูกบางได้เช่นเดียวกับชาและน้ำอัดลมสีดำ  ซึ่งถ้าจะเปลี่ยนกาแฟแต่อยากได้กรดคลอโรเจนิกที่ว่าก็ไม่ยากแค่เพียงหา “มะเขือยาว” มาทำอาหารรับประทานเพราะมีสารตัวเดียวกันเลยครับ  หรือถ้าจะเปลี่ยนรูปแบบกาแฟให้ดูสุขภาพดีขึ้นก็ง่ายนิดเดียวคือ จะเริ่มจากปรับเป็น “ม็อคค่า” ที่เป็นกาแฟใส่นมและผงโกโก้หรือดื่มช็อกโกแลตสีเข้มหอมหวลสักหน่อยก็ยังได้ครับ

7) อาหารไข่  อาจลองแปลงไข่ดาวน้ำมันเยิ้มให้ดูดีมีสุขภาพขึ้นด้วยการเลือกรับประทาน “ไข่ตุ๋น” ที่ถ้างานวุ่นไม่มีเวลาทำก็ซื้อที่เขาทำไว้แล้วก็ได้  ส่วนในท่านที่ยังพอมีเวลาบ้างอาจลองเลือกเฉพาะ “ไข่ขาว” ที่ขายต่างหากมา “คั่ว” แบบหยอดน้ำมันมะกอกสักหน่อยก็จะหอมอร่อยได้อีกรสชาติหนึ่งซึ่งไข่สุขภาพอย่างไข่ตุ๋นนั้นเปิดโอกาสให้ท่านใส่ผักลงไปได้เช่นเห็ดหอมหั่น,แครอทให้เด็กหรือหัวหอมเพิ่มความหวานโอชารส  ส่วนไข่ขาวล้วนถือเป็น “อัลบูมิน” ล้วนที่เป็นโปรตีนช่วยเสริมสร้างร่างกาย  ในผู้ใหญ่ที่ไม่กินเนื้อสัตว์อย่างน้อยต้องได้โปรตีนไข่ขาวบ้างจะได้ช่วยสร้างกล้ามเนื้อเป็นเสาหลักให้สุขภาพครับ

8) น้ำอัดลม  ถ้าอยากเริ่มดูแลสุขภาพฟันให้ไกลจากเคลือบฟันสึก,ผุและโรคอ้วนก็อยากชวนให้ลองเปลี่ยนมาเป็นน้ำใบเตยหรือเก๊กฮวยที่ช่วยดับร้อนให้ร่างกายได้ด้วยคุณสมบัติต้านการอักเสบที่ดีมากครับ  สำหรับท่านที่ยังไม่คุ้นกับน้ำสมุนไพรแต่ยังอยากได้ของที่ซาบซ่าอยู่ก็ให้หาโซดามาใส่ในน้ำผลไม้รสเปรี้ยวๆก็ชื่นใจดีไม่น้อยครับ  เช่นน้ำมะนาวโซดาหรือน้ำแดงโซดาที่มาจากน้ำกระเจี๊ยบครับ 

9) ชาไข่มุก  ดื่มตอนเที่ยงอากาศร้อนหรือเลิกงานช่วงเย็นก็สดชื่นดีแต่ก็มีข้อเสียคือแคลอรี่ที่สูงลิบจากน้ำเชื่อม,นมและแป้งไข่มุกซึ่งใกล้เคียงกับการกินขนมหวานเย็น ดังนั้นถ้าเป็นผู้ที่อยากลองปรับให้มีเครื่องดื่มสุขภาพในชีวิตบ้างก็ขอให้ลองเลือก “เฉาก๊วยปั่น” ที่เย็นชื่นใจไม่แพ้กัน  นอกจากนั้นยังมีลอดช่องน้ำกะทิของเราที่เลือกได้ว่าไม่ใส่น้ำเชื่อมมากซึ่งก็จะได้สมุนไพรจากทั้งใบเตยหอมและขนุนที่ใส่เข้ามาครับ

ที่เล่ามาเป็นการแปลงรูปร่างหรือส่วนประกอบของอาหารใกล้ตัวให้กลายเป็นโภชนาการสุขภาพที่เหมาะกับคนหลายวัย  ซึ่งในเรื่องนี้ถ้าท่านมีหลักดีๆก็จะสามารถต่อยอดไปแปลงร่างอาหารอื่นๆให้เป็นซุปเปอร์ฟู้ดได้เช่นกัน  เป็นต้นว่าจัดผัดกะเพรากินกับแกงจืดไข่น้ำหรือกินส้มตำแล้วก็เลือกข้าวเหนียวสีนิลร้อนๆมาเปิบคู่กันก็อร่อยเกลี้ยงเกลาจานเหงาทีเดียว  จะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมครับ  ลองปรับ,ปรุงแล้วก็แปลงดู

                                                ทราบแล้วเปิบ เอ๊ยเปลี่ยนให้สนุกเลยครับ

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

 

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

 

Related posts:

  1. วิตามินที่หายไป ในแต่ละวิธีปรุง(อาหาร) โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   คนไทยเราพิถีพิถันในการหุง,ต้ม,ผัด,แกงและอีกสารพัดที่ปรุงให้สำรับนั้นโอชะถูกปาก ซึ่งชาติที่มีความประณีตในการทำอาหารจะมีความพิเศษอย่างหนึ่งที่สังเกตได้คืออาหารของชาตินั้นหรือแม้เพียงแค่รสชาติประจำชาติก็จะติดอกติดใจคนไปทั่วโลก สังเกตได้จากร้านไทยที่มีอยู่ในหัวเมืองใหญ่น้อยทั่วปฐพี คนไทยเราโชคดีที่มีอาหารสุขภาพกินอยู่ทุกมื้อ โดยเฉพาะกับอาหารไทยที่ใส่เครื่องเทศอย่างไม่หวงเป็นดั่งโอสถที่โอชะไปในตัว แต่น่าเสียดายว่าสมุนไพรเหล่านี้มีของดีที่เสียไปจากการ “ปรุง” ก็มาก ดังของที่มีโอกาสเสียไปง่ายๆต่อไปนี้ครับ...
  2. “ดัชนีชี้น้ำตาล” ช่วยมนุษย์ชอบหวานได้มีเฮ โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช ของกินซ่อนหวานกับค่าน้ำตาลที่ต้องรู้                 การได้รับประทานของหวานยามเหนื่อยล้าหรือว่าเวลาที่ได้พักผ่อนกับครอบครัวเป็นสิ่งที่สร้างความสุขแบบสั่งได้อย่างไร้ข้อสงสัย แต่ในบางครั้งหลังจากนั้นมันกลับทำให้รู้สึกผิดว่าได้เพิ่มหวานให้กับชีวิตหรือตามใจปากจนห่วงเรื่องสุขภาพกับรูปร่างขึ้น ทำให้รู้สึกบุญๆบาปๆอยู่ชอบกล เรื่องนี้มีทางออกอยู่ครับ มีนักวิทยาศาสตร์ฉลาดเฉลียวที่คิดเช่นเดียวกับท่านผู้อ่านที่รักว่าอยากหาสิ่งที่เป็น “ตัวชี้ที่ชัด” ของอาหารก่อนจะกินให้เห็นกันได้จะๆก่อนเสมือนมีไฟแดงไฟเขียวติดชนตาอยู่หน้าอาหารแต่ละชนิด  นี่เป็นที่มาของสิ่งช่วยชี้ความหวานที่ซ่อนอยู่คือตัวเลขแทนผลของอาหารที่จะเพิ่มน้ำตาลกลูโคสในเลือดเราให้พุ่งครับ...
  3. 8 อาการที่ปล่อยไว้จะไม่งาม โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   คนไข้ที่มาหามีสารพัดโรคครับ ในแต่ละวันที่เปิดประตูที่ทำงานเข้ามายากจะคาดได้ว่าจะพบคนป่วยโรคอะไรรออยู่ มีทั้งโรคที่แปลกหายากอย่างโรคที่เกี่ยวกับตำหนิเล็กๆในยีนไปจนถึงโรคที่พบเจอได้บ่อยๆ แต่จะมีโรคที่ผมเสียดายแทนอยู่โรคหนึ่งครับ เป็นโรคที่เรียกว่า “โรครั้งรอ” คือรอนานเหลือเกินกว่าจะมารักษา ซึ่งเรื่องนี้ก็เห็นใจหลายท่านอยู่ครามครันเพราะท่านย่อมไม่รู้ว่าเมื่อใดที่จะถือว่านานไปแล้ว แต่ที่จริงมีหลักง่ายๆอยู่คือถ้าผิดปกติเมื่อไรไม่ควรนิ่งนอนใจครับ...
  4. 10 อาหารสุขภาพรอบรั้วโรงเรียน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ช่วงนี้น้องๆเรียนหนังสือกันอย่างขมักเขม้นท่ามกลางสายฝนพรำนะครับ  พอตกเย็นพอเพลาคนไข้ที่คลินิกลงบ้างแล้วผมชอบเดินลัดเลาะไปแถวรั้วโรงเรียนครับ  เผอิญว่าคลินิกผมอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนมัธยมใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งคนแถวห้วยขวางรู้จักดี  ที่เดินใกล้โรงเรียนน่ะไม่ได้ไปเหล่อะไรครับ  แต่เพราะมีห้องสมุดประชาชนใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ ไปดูน้อง เอ้อ…หนังสือใหม่ๆน่ะครับ ใช้ชีวิตอยู่แถวนั้นจนคนรู้จักดีว่าไอ้นี่ชอบเดิน  แถมบางทีก็ไปถ่ายรายการหน้าโรงเรียนก็บ่อยไป  ได้เห็นพี่คนขายอาหารอร่อยๆริมรั้วโรงเรียนหลายเจ้า ...
  5. 3 สิ่งที่ต้องทำมากกว่า “แปรงฟัน” โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   ผมแปลกใจทุกทีที่เห็นการแปรงฟันเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเด็กบางคน  ด้วยเป็นห่วงสุขภาพโดยรวมจนไปถึงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ที่อาจเจ็บป่วยบ่อยได้ จากช่องปากที่มีปัญหาค้างคามา เคยสังเกตว่าบ้านไหนที่คุณพ่อคุณแม่มีเทคนิกดีๆหรือมีคุณหมอฟันที่เข้าใจก็จะทำให้เด็กรู้สึกสนุกกับการแปรงฟันโดยที่ไม่ต้องเคี่ยวเข็ญกันมาก  ซึ่งเรื่องของฟันกับช่องปากนี่เป็นเรื่องที่ถ้าพังแล้วแก้ยากครับ หากปูพื้นไว้ให้ดีก่อนแต่แรกจะช่วยได้มาก ผู้ใหญ่หลายท่านที่ต้องเข้าออกทำฟันอยู่บ่อยๆก็มาบ่นให้ฟังว่าครั้นจะไม่ทำก็ไม่ได้เพราะมันเกิดปัญหาขึ้นในชีวิตแล้ว  ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าเสียดายครับ  เพราะเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ถ้าทำตั้งแต่...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top