คุ้มกว่านี้ไม่มีอีก! กิน 1 ได้อีก 1 หรือมากกว่า โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

คุ้มกว่านี้ไม่มีอีก! กิน 1 ได้อีก 1 หรือมากกว่า โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

คุ้มกว่านี้ไม่มีอีก! กิน 1 ได้อีก 1 หรือมากกว่า โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

 

งานที่รักอีกอย่างนอกจากตรวจคนไข้กับบรรยายสุขภาพแล้วก็คืองานค้นคว้าด้านประวัติศาสตร์ครับ  ผมรักในเรื่องอดีตกาลและโบราณคดีมานานแล้วแต่ไม่มีความสามารถมากเหมือนกับพี่ๆเขาที่เข้าเรียนต่อจนเป็นผู้เชี่ยวชาญ

                อาศัยว่าสนใจแล้วก็ได้ความรู้จากการไถ่ถามท่านนักประวัติศาสตร์ตัวจริง

                ด้วยเชื่อว่าทุกสิ่งในโลกล้วนมีที่มาที่ไปหมดซึ่งถ้าเราได้รู้ให้ถึงแก่นก็จะเชื่อมโยงกันได้สนุกซึ่งก็คือ Big history ที่ฝรั่งเขาว่า  ถ้าจะแปลง่ายๆก็คือโลกนี้มีศาสตร์เดียวเกี่ยวพันกันหมดอยู่แค่เราจะ “จำกัดตัว” ให้รู้อยู่แค่ไหน  ดังในมหาบุคคลหลายท่านก็ไม่ปล่อยให้ “กรอบ” และ “กฏ” มาพันธนาการท่านไว้จนโลกได้ชื่ออย่างอริสโตเติล,ลีโอนาร์โด ดาวินชี,พระยาอนุมานราชธนหรือหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมชมาประดับไว้เป็นดาวดวงเด่นค้างฟ้า

                แม้กฏจะสร้างขึ้นมาจำกัดตัวได้แต่ก็ไม่อาจจำกัดไฟฝันในหัวใจของคนได้

                เช่นเดียวกับในเรื่องการแพทย์ที่การรู้ประวัติศาสตร์และอารยธรรมโลกเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งด้วย “มนุษยธรรม” จะถูกสร้างมาจากความเป็นผู้ “รู้โลก” ที่ไม่ใช่ “รู้โรค” แต่เพียงอย่างเดียว

                และขอแถมว่าต้อง รู้บริโภคด้วย

                ดังจะยกตัวอย่างง่ายๆในเรื่องสุขภาพว่าถ้าเราห้ามคนไข้ไม่ให้กิน “ยา” กับ “น้ำเกรฟฟรุต” ที่เป็นของต้องห้ามกับยาหลายชนิดก็ถือว่าถูกอยู่แต่ถ้าแนะด้วย “ความรู้เพิ่ม” อีกว่าขออย่ากินยานี้กับ “น้ำส้มโอ” ด้วยเพราะบ้านเราไม่ได้มีเกรฟฟรุตเกร่อเหมือนเมืองนอกแต่น้ำส้มโอนั้นก็เป็นพืชในสาแหรกที่เกี่ยวข้องดองกันกับส้มเกรฟฟรุตจึงอาจมี “อันตรกิริยา” ซึ่งกันและกันที่เรียกง่ายๆให้คนไข้เห็นภาพว่า “ยาตีกัน” ได้

เป็นความรู้ในวิชาพฤกษศาสตร์ที่แม้ไม่ได้อยู่ในตำราแพทย์แต่ก็มีคุณกับคนไข้

จึงไม่น่าแปลกที่ความรู้ในสาขาวิชาอื่นของโลกนั้นก็เป็นปัญญาที่ทรงค่าน่านับถือจนเรียกได้ว่าสรรพศาสตร์ทั้งหลายในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดเลยที่ “ไม่น่ารู้”

ดังนั้นการดูอาหารการกินต่างๆเมื่อเอาศาสตร์ในด้านต่างๆของโลกทั้งอดีตและปัจจุบันมาจับก็จะช่วยต่อยอดให้ได้วิธีดูแลตัวเองที่ใช้ได้เพิ่มขึ้นอีกมาก

ดังจะขอลองนำมาเล่าให้ท่านที่รักฟังเผื่อพอเป็นประโยชน์บ้างดังนี้ครับ

คุ้มกว่านี้มีอีกไหม?

1) กล้วยน้ำว้า  อย่าเพิ่งร้องว้าว่าน่าเบื่อเพราะเป็นอาหารที่กินหนึ่งแต่ได้กำไรนับไม่ถ้วน  ซึ่งถ้าจะยกให้ผลไม้สักชนิดหนึ่งเป็นโอสถโภชนาประจำชาติก็อยากเลือก “กล้วยน้ำว้า” นี่ละครับเข้ารอบเพราะตอบโจทย์มาตั้งแต่เด็กจนถึงโตเป็นผู้ใหญ่  ซึ่งผลไม้เลอค่านี้ช่วยให้พลังงานแบบนุ่มนวลแล้วยังช่วยได้เกินคุ้มในเรื่องสุขภาพได้แก่ เป็น DASH diet แปลว่าอาหารช่วยลดความดันได้,ช่วยให้มีการดึงโคเลสเตอรอลในเลือดมาใช้สร้างน้ำดีและบำบัดโรคกระเพาะกับแผลทางเดินอาหาร  ด้วยมีการศึกษาว่ากล้วยเนื้อนุ่มนิ่มนี้ช่วยโรคแผลในกระเพาะจากเชื้อ “เอช.ไพลอไร” ที่เป็นแบคทีเรียตัวร้ายที่อยู่ใน “กระเพาะอาหาร” และ “ส่วนต้นลำไส้เล็ก” ซึ่งท่านที่มีแผลในกระเพาะพบว่ามาจากเชื้อตัวนี้ได้  ในทางแก้หนึ่งถ้าเป็นสไตล์ฝรั่งคือให้ดื่มน้ำแครนเบอรี่เพราะมีกลไกป้องกันไม่ให้เชื้อ “ยึด” ผนังกระเพาะอาหาร(คล้ายกับให้ดื่มในกรณีกระเพาะปัสสาวะอักเสบ)  ส่วนกล้วยน้ำว้าจะช่วยในแง่ป้อนอาหารให้จุลินทรีย์ดีๆในทางเดินอาหารของเราคือเป็น “พรีไบโอติกส์” เหมือนกับช่วยเป็นเสบียงให้ทหารราบในพุงเราเข้าไปปราบเชื้อก่อการร้ายนั่นเอง

2) ปลาทู  เป็นมัจฉาที่คู่ควรแก่การสถาปนาคู่คนไทยด้วยในบ้านเมืองอันอุดมไปด้วยข้าวและปลานี้เราจึงมีวัตถุดิบชั้นดีที่รสอร่อยเป็นพิเศษชวนให้ติดใจ  อย่างในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระนั้นปลาตะเพียนถือเป็นปลาต้องห้ามชาวบ้านกินเพราะขุนหลวงท่านโปรดปลาตะเพียนที่เนื้อมันอร่อยแม้ก้างจะเยอะหน่อยก็ตาม(แต่สูตรชาววังต้องไร้ก้าง)  ดังนั้นปลาทูจึงหายห่วงว่าขึ้นชื่อมานมนานจนคนไทยเรามีสำรับที่ปรุงจากปลาทูจนขึ้นชื่อว่าน้ำพริกกะปิกับปลาทูทอด,ต้มยำปลาทูใส่ตะลิงปลิงและฉู่ฉี่ปลาทู  ดังในครั้งที่สมเด็จพระวิมาดาเธอยังทรงพระชนม์อยู่ก็โปรดให้ทำปลาทูทอดแล้วอัดปี๊บหล่อน้ำมันถนอมไว้แล้วส่งไปถวายพระราชชายาเจ้าดารารัศมีที่เชียงใหม่ด้วยสมัยนั้นทางล้านนาหาของทะเลสดได้ยาก(กะปิก็หายากเลยต้องใช้ถั่วเน่าแทน)  ซึ่งการกินปลาทู 1 หน้างอคอหักสักตัวสองตัวก็ให้กรดอะมิโนจำเป็นที่ครบถ้วนซ้ำยังได้ของแถมอีกเป็นกระบุงทั้งคอลลาเจน,แคลเซียมและไขมันดีโอเมก้า 3 ที่มีตั้งแต่หัวจรดหางแล้วยังไข่ปลาทูที่ช่วยกู้สุขภาพได้มากกว่าแค่ท้องอิ่มจึงเรียกว่าเป็นปลาสารพัดประโยชน์ที่กินอย่างหนึ่งแต่ได้ของดีนับไม่ถ้วนครับ

3) ถั่วลันเตา  ถั่วเม็ดกลมจิ๋วสีเขียวกินถั่วลันเตาอย่างเดียวได้เพียบทั้งคลอโรฟิลล์,แมกนีเซียม,วิตามินเค,เอ,บี 1 ,โปรตีนและยังมีส่วนของกรดไขมันดีที่ร่างกายเราใช้สร้างโอเมก้าสามได้คือ “แอลฟ่าไลโพเลนิก(ALA)” จึงถือเป็นถั่วสารพัดประโยชน์และกินอร่อยด้วยแต่ถ้าไปบอกฝรั่งบางคนอาจทำหน้าเบื่อเพราะค่าที่ถั่วลันเตาในอาหารฝรั่งส่วนใหญ่ใช้ “ถั่วแช่แข็ง” ไม่เหมือนกับบ้านเราที่โชคดีมีถั่วลันเตาเขียวสดอุดมไปด้วยวิตามินใหม่ๆให้รับประทาน  สูตรอาหารฝรั่งที่เก๋ๆใส่ถั่วลันเตาผัดกับกระเทียมและหมูเค็มคือเบค่อนชิ้นเล็กๆเขาเรียกว่า “เปอร์ตี ปัวส์ อะ ลา ฟรองเซส์” เป็นภาษาฝรั่งเศสในแวดวงการอาหารที่หลายร้านจัดเคียงมาในจานหลักพร้อมราคาแพงหูฉี่  ซึ่งบ้านเราเอาถั่วลันเตาสดๆมาผัดกับน้ำมันหอย—แค่นี้ก็อร่อยเหาะแล้ว

4) ไก่  ของโปรดของผมที่กินเมื่อไรก็ไม่เบื่อ  เวลานึกอะไรไม่ออก(ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนั้น)เอามาต้มจิ้มน้ำปลาหรือว่ากินกับสลัดก็ดีงามพอแล้ว  เชื่อว่าท่านที่รักหลายท่านก็เป็น “แฟนไก่” ด้วยเช่นกันเพราะมันเป็นอาหารกลางๆที่คนไม่กินเนื้อ(วัว)หรือหมูก็กินได้  อาหารง่ายๆที่เด็กชอบคือ “ไก่ทอด” ก็ช่วยให้เด็กได้กินซอสมะเขือเทศแทนที่จะไม่ได้กินผักเลย  ตั้งแต่ทำเรื่องอายุรวัฒน์มาผมเคยลองนับดูว่าได้แนะนำให้คนไข้กินไก่ไปกี่รอบก็ตอบได้ว่าแทบทุกครั้งทั้งในรายการโทรทัศน์,วิทยุและคอลัมน์ซึ่งพอไล่เรียงดูแล้วก็ให้ยิ่งแปลกใจเพรายังหาประโยชน์ของไก่คุยได้อยู่เสมอ  มิหนำซ้ำยังมีประโยชน์ใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาอีกมากเช่นเนื้อไก่ถูกทำเป็น “นม” ให้กับเด็กที่แพ้นมวัว(Cow milk allergy)ได้  นอกจากนั้นในแง่ของการชะลอวัยยังมีกรดอะมิโน “ทริปโตแฟน” กับ “ไทโรซีน” ที่ช่วยในการสร้างสารสื่อประสาทช่วยผ่อนคลายและสารที่ช่วยให้กระฉับกระเฉง(Dopamine,noradrenaline,adrenaline)ได้ด้วย  เรียกว่ากินไก่แล้วคุ้มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าครับ

5) ฝรั่งสด  เวลาหิวขึ้นมายามดึกผมมักนึกถึงฝรั่งที่แช่เย็นไว้แล้วก็เอามารับประทานเป็น “มื้อดึก” ให้ไม่ท้องว่างเสี่ยงกรดไหลย้อนครับ  ด้วยคุณความดีของฝรั่งที่มีทั้งวิตามินซีมากกว่าส้มถึงราว 5 เท่าแล้วยังมีใยอาหารชนิดที่เหมือนวุ้นคือ “เพคติน” แบบเดียวกับในแอปเปิ้ลอีกจึงช่วยทำให้ “เต็มท้อง” รู้สึกอิ่ม  นอกจากนั้นใยอาหารของฝรั่งก็ยังช่วยลดน้ำตาลและไขมันในเลือดได้อีกด้วย  สำหรับท่านที่ชอบรับประทานฝรั่งสดอยู่แล้วก็ขอให้เคล็ดลับไว้ว่าไม่ควรปอกเปลือกเขียวๆของเขาทิ้งเพราะนั่นก็เป็นแหล่งวิตามินทั้งเอและซีอยู่มากครับ  ส่วนท่านที่มีกลิ่นปากบ่อยนอกจากดื่มน้ำให้มากแล้วขอให้ลองรับประทานฝรั่งดิบดูสักชิ้นสองชิ้นจะช่วยระงับกลิ่นปากได้แทนการเคี้ยวใบฝรั่งที่ไม่สะดวกนักครับ

6) มะขามป้อม  ลูกไม้ที่มีสีสวยเวลามองนานๆผ่านแสงแดดที่ทอผ่านมาแล้วให้นึกถึงมรกตเพราะดูสวยใสยังกับข้างในเป็นแก้ว  มะขามป้อมถือเป็นสมุนไพรสุดคุ้มเพราะไม่ได้ให้แค่คุณค่าแค่อิ่มท้องแต่ยังถือเป็น “โอสถ” ช่วยบำบัดโรคได้ดังมีพุทธบัญญัติให้มะขามป้อมถือเป็น 1 ใน “คิลานเภสัช” ซึ่งรวมถึงสมอไทย,สมอพิเภกหรือดีปลีด้วย  สำหรับท่านที่คุ้นเคยกับยาแผนไทยคงเคยได้ยิน “ตรีผลา” ที่หนึ่งในสามทหารเสือที่เป็นส่วนประกอบคือมะขามป้อมนี้เอง  ในมะขามป้อมลูกหนึ่งมีวิตามินซีสูงมหาศาลมากกว่าส้มหรือฝรั่งเสียอีกดังนั้นนอกจากินแล้วจะได้วิตามินซีช่วยเรื่องคัดจมูกฟุดฟิดยังมีส่วนช่วยสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อผิวพรรณเพราะเมื่อคอลลาเจนน้อยลงก็จะทำให้ผิวเราไม่ “ยืดหยุ่น” แล้วความ “ยับย่น” ก็จะเข้ามาเยือน(โฮ)

7) ข้าว  กินแล้วอิ่มท้องแถมป้องกันสุขภาพได้ดี  ที่สำคัญคือเป็นของคู่บ้านคู่เมืองเราที่ในน้ำมีปลาในนามีข้าว  จึงถือเป็นของดีแสนคุ้มที่คนไทยทุกคนต่างเป็นเจ้าของครับ  เชื่อว่าแทบไม่มีใครที่ไม่เคยกินข้าวหรืออย่างน้อยก็ต้องกินผลิตภัณฑ์จากข้าวเช่นขนมจีน,ก๋วยเตี๋ยว,ข้าวเกรียบปากหม้อ,ข้าวเม่าคลุกฯลฯ  ซึ่งข้าวที่ดีมีคุณสมบัติโดดเด่นในทางอายุรวัฒน์นั้นบ้านเรามีอยู่ครบครับ  ได้แก่ข้าวกล้อง,ข้าวซ้อมมือ,ข้าวหอมนิล,ข้าวเหนียวดำ,ข้าวสังข์หยด,ข้าวลืมผัว,ข้าวเม่า  โดยการกินข้าวมีสิ่งที่ได้แน่คือความอิ่มท้องจาก “คาร์โบไฮเดรต” แต่ที่มากกว่านั้นคือข้าวที่มีเยื่อใยให้เราเป็นข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อยอย่างข้าวกล้องหรือซ้อมมือนั้นก็ช่วยให้ได้เส้นใยที่เสริมเข้าไปดีกว่ากินข้าวขาวที่มีแป้งเป็นหลัก  ส่วนข้าวสีเข้มสวยอย่างข้าวเหนียวดำและข้าวหอมนิลนั้นมีของดีที่คุ้มเกินคุ้มคือวิตามินที่เป็นสีของมันคือ “สารม่วงพิเศษ” ชื่อ OPCs ที่เป็นซุปเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์ช่วยจับมือกันกับวิตามินอื่นๆชะลอความเสื่อม(ไว)ให้เรา  จึงถือได้ว่าข้าวเป็นธัญญาหารหลักคู่แผ่นดินทองแล้วยังช่วยปกป้องเราให้สุขสบายอีก

จริงอยู่ที่ของฟรีไม่มีในโลกแต่อย่างน้อยในทางอายุรวัฒน์ก็มีของที่จ่ายมาแล้วคุ้มกับต้นทุนที่เสียไปแถมยังได้กำไรสุขภาพงามๆเสียอีก  ซึ่งในบ้านเมืองที่อุดมสมบูรณ์ของเรานั้นยังมีอีกมากไม่ว่าจะเป็นฟักข้าว,ลูกหม่อน,งาดำ,ตะขบ,น้ำผึ้ง,ปลาทู,ตำลึง,มะระขี้นก,มะรุม,กระเทียม,หัวหอมและอีกมาก  หากแต่วันนี้ขอติดท่านที่รักเอาไว้ก่อนด้วยเกรงใจในเนื้อที่จำกัด

                                                เอาไว้ค่อยพบกันนะครับ

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

 

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

 

Related posts:

  1. เลือกกินผักผลไม้ในหน้าฝน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช เลือกกินผักผลไม้ในหน้าฝน ​มาปลุกสุขภาพกันช่วงหน้าฝนหน่อยดีกว่าครับ แว่วเสียงไอกระแอมแถมจามมาจากหลายทิศเลยคิดถึงหลายๆท่านว่าถ้าไม่สบายขึ้นมาจะเหนื่อยกับการทำงาน ​งานก็หนัก เป้าปลายปีก็ต้องทำ แถมด้วยมหากาฬรถติด ​นี่คือรสชาติของชีวิตก็จริง แต่บางท่านอาจขอให้รสมัน “จัด” น้อยลงกว่านี้อีกสักหน่อย...
  2. 12 ของดีในตลาด โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช   การเดินเข้าไปในตลาดนัดหรือตลาดสดถือเป็นการผจญภัยที่น่าสนุกครับ  มีความลับอยู่มากมายในตลาด  ท่านที่จ่ายตลาดเองจึงถือว่าได้กำไรอย่างที่สุด เพราะไม่มีใครที่จะรู้ใจใครได้ คนที่ได้เลือกของรับประทานเองจึงได้เปรียบครับ  แต่กับตลาดในปัจจุบันก็มีสิ่งที่ต้องระวังอย่าง ยาฆ่าแมลง,ของปลอม,สารปนเปื้อน,ผลไม้ฉีดสารเร่งและราคาสินค้าบางอย่างที่แพงระยับในบางฤดูกาล มีเทคนิคสำคัญง่ายๆในการเดินตลาดนัดแล้วเลือกซื้อของให้อย่างถูกใจ,ปลอดภัยและได้ประโยชน์คุ้มค่า  เพราะว่าเดินตลาดทั้งทีอย่างน้อยให้ได้ของที่ต่างจากไปซื้อตามห้างเสียหน่อย...
  3. ทางออก (สุขภาพ) ของคนนอนดึก โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   คนนอนดึกเพราะมีเหตุจำเป็นเป็นมนุษย์ที่น่าเห็นใจครับ  เพราะร่างกายมนุษย์สร้างมาอย่างพิเศษคือให้ขึ้นอยู่กับ “แสงสว่าง” ส่วนหนึ่ง  ดังนั้นช่วงเมื่อหมดแสงทิวาวารเข้าสู่รัตติกาลที่มืดมิดแล้วจึงเป็นช่วงที่ชีวิตต้องได้พัก ธรรมชาติกำหนดมาเช่นนี้ แต่มนุษย์ผู้เป็นนักประดิษฐ์ก็ได้สร้าง “แสงประดิษฐ์” ขึ้นมาซึ่งมีประโยชน์ล้ำนำความเจริญมาให้เราตลอดช่วงกว่า...
  4. 10 อาหารสมองในของกินใกล้ตัว โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ชาวโรมันโบราณมีอาหารการกินที่หรูหราไม่แพ้โรงแรม 5 ดาวสมัยนี้   ถ้าพาท่านที่รักย้อนเวลาไปก็จะได้เห็นภาพโต๊ะอาหารของผู้ดีชาวโรมันแน่นขนัดไปด้วย หมูหันทั้งตัวยัดไส้นก,นกยูงอบ,ลิ้นนกไนติงเกลราดน้ำผึ้ง,ลูกอินทผลัมและองุ่นสดเป็นของหวานฯลฯ  ซึ่งทุกเมนูมักกินกับเครื่องดื่มยืนพื้นคือ “เหล้าองุ่น” นักประวัติศาสตร์ยุคใหม่เชื่อว่านั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มหาอาณาจักรโรมันต้องเสื่อมสูญไป  ซึ่งสิ่งที่มาไขปริศนาข้อนี้ได้ก็คือสารที่ผสมลงในเหล้าองุ่นครับ  ชาวโรมันมีรสนิยมในการกินที่หรูหรามาก ...
  5. วิตามินที่หายไป ในแต่ละวิธีปรุง(อาหาร) โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   คนไทยเราพิถีพิถันในการหุง,ต้ม,ผัด,แกงและอีกสารพัดที่ปรุงให้สำรับนั้นโอชะถูกปาก ซึ่งชาติที่มีความประณีตในการทำอาหารจะมีความพิเศษอย่างหนึ่งที่สังเกตได้คืออาหารของชาตินั้นหรือแม้เพียงแค่รสชาติประจำชาติก็จะติดอกติดใจคนไปทั่วโลก สังเกตได้จากร้านไทยที่มีอยู่ในหัวเมืองใหญ่น้อยทั่วปฐพี คนไทยเราโชคดีที่มีอาหารสุขภาพกินอยู่ทุกมื้อ โดยเฉพาะกับอาหารไทยที่ใส่เครื่องเทศอย่างไม่หวงเป็นดั่งโอสถที่โอชะไปในตัว แต่น่าเสียดายว่าสมุนไพรเหล่านี้มีของดีที่เสียไปจากการ “ปรุง” ก็มาก ดังของที่มีโอกาสเสียไปง่ายๆต่อไปนี้ครับ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top