ลงทุนสุขภาพให้คุ้มค่า โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

อาหารสุขภาพ

อาหารสุขภาพ

 

อนุสนธิว่าด้วยการไปบรรยายให้กับบริษัทการเงินแห่งหนึ่งแล้วมีผู้ฟังกรุณาถามมาเรื่องการกิน “วิตามิน” เลยได้แนะทั้งชนิดของอาหารเสริมและอาหารสดที่น่าจะรับประทานเอาไว้

ในอาหารสดแบบไทยๆเรามีอยู่เยอะ

หิวขึ้นมาเดินไปหาหลังครัวก็มีของกินที่ช่วยเสริมต้นทุนสุขภาพให้อยู่เต็มไปหมด  ยิ่งท่านที่ชอบทำกับข้าวพลิกแพลงกินเองแล้วไซร้เป็นช่วยได้อย่างดี  เพราะร่างกายของเรานี้มีส่วนที่ต้องคอยเติมอยู่ไม่ให้ขาด

เช่นกระดูกที่ถ้าไม่เสริมไว้เนิ่นๆก็อาจหมดต้นทุนได้เมื่อเข้าวัยทองต้องกลายเป็นมนุษย์กระดูกบาง  หรืออย่างเรื่องสมองที่ใครต่อใครกลัว “เสื่อม” เราก็สามารถดูแลให้ดีได้ทั้งให้กินปลาทูอยู่เป็นประจำ  ตำน้ำพริกกะปิรับประทานกับผักสดและงดของมึนเมากับการนอนดึก  เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นเครื่องช่วยเติมต้นทุน

ให้เราร่ำรวยสุขภาพไม่แพ้ใครแล้ว

เวลาไปบรรยายในที่ต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนหลายที่จะจัดเรื่องการเงินพ่วงไว้กับสุขภาพซึ่งผมเห็นด้วยครับ  เพราะ Health กับ Wealth ต้องไปด้วยกัน  ด้วยเราไม่ได้อยากได้ lifespan อย่างเดียวหากแต่ให้เป็น Healthspan จะดีกว่า

ถ้าสุขภาพไม่ดีมีเงินก็เหมือนไม่มีครับ

ดังนั้นการเติมคุณค่าของสุขภาพเอาไว้ให้สูงอยู่เสมอก็จะช่วยให้เราใช้ชีวิตที่สบายใจได้ในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลไม่ใช่เล่นๆ  ซึ่งทางหนึ่งที่จะเป็นไปได้คือใช้หลักอายุรวัฒน์ที่จัดอาหารใกล้ตัวเป็นของเติมต้นทุนไว้ที่สำคัญ

ขอให้หมั่นหยอดกระปุกเติมพลังไว้โดยใช้อาหารต่อไปนี้ครับ

1) งาดำ  ช่วยเติมต้นทุน “กระดูก” ได้ดี  มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและซ้อนอยู่สูงซึ่งเหมาะกับการเติมสมดุลย์ไขมันให้ร่างกาย  ในงาดำยังมี “แคลเซียม” ที่เป็นธรรมชาติสามารถเติมทุนกระดูกไว้ให้เราได้  ซึ่งการลงทุนแคลเซียมครั้งนี้ควรที่จะเริ่มตั้งแต่วัยเยาว์ที่เรายังมีฮอร์โมนหนุนสุขภาพอยู่เต็มเปี่ยม  เพราะเมื่อถึงวัย “หมดฮอร์โมน” แล้วก็จะไม่เข้าสู่โลกแห่งชนกระดูกผุเร็วไปครับ

2) เมล็ดเชีย เป็นเมล็ดแห่งสุขภาพที่ฝรั่งใช้กันมานาน  การรับประทานเมล็ดเชียที่หน้าตาคล้ายเมล็ดแมงลักนั้นเขากินกันเพื่อช่วยสุขภาพในด้านต่างๆเป็นต้นว่าช่วยเรื่องไขมันสูง,ทำให้ได้ใยอาหารและที่สำคัญคือมีไฟเบอร์เยอะแต่พลังงานต่ำจึงเหมาะกับท่านที่อยากให้หุ่นที่ฟิตและเฟิร์ม  นอกจากนั้นโปรตีนในเชียก็เป็นโปรตีนสุขภาพที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกอิ่มและลดความอยากอาหารกลางดึกได้ถึง 50% ทีเดียว

3) พริก  ครัวไทยขาดพริกไม่ได้  ยิ่งถ้าได้ “พริกขี้หนู” จะดี—เพราะอะไรน่ะหรือครับ?  ด้วยความหอมฉุนแบบเฉพาะของพริกขี้หนูจะช่วยชูรสให้อาหารจานนั้นๆของท่านอร่อยสุดครับ  ซึ่งถ้าใครอยากได้ “แคโรทีนอยด์” บำรุงดวงตาเยอะๆพริกเป็นแหล่งรวมชั้นดีครับ  ในพริก 1 เม็ดไม่ได้มีแค่วิตามินเอเท่านั้นหากแต่มีวิตามินซี,บี6,เค1 และแร่ธาตุสำคัญอย่างโพแทสเซียมกับทองแดงด้วย สำหรับท่านที่ไม่อยากได้ความเผ็ดด้วยแค่ควักไส้กับเม็ดออกหรือใช้พริกหวานลูกโตที่ไม่เผ็ดแทนก็ได้สูสีกันครับ

4) กระเทียม  การกินกระเทียมเป็นการเตรียมตัวไว้ให้พร้อมในเรื่องของการป้องกันติดเชื้อต่างๆเพราะกระเทียมมีฤทธิ์กว้างในการสังหารจุลินทรีย์หลายชนิดรวมถึงฤทธิ์การต้านอักเสบที่เปรียบได้กับยาปฏิชีวนะจากธรรมชาติ  ในการรับประทานกระเทียมให้ดีควรมีการสับให้ละเอียด  ซึ่งผมชอบวิธีแบบไทยๆเรามากกว่าคือการ “ตำ” เพราะจะทำให้สารดีในกระเทียมคือ “อัลลิซิน” ที่เป็นต้นกลิ่นถูกปลดปล่อยออกมาได้อย่างเหลือเฟือ  แอบกระซิบให้ว่าใครที่ไม่ชอบกระเทียมจะกินเป็น “หัวหอม” แทนก็ได้สารนี้เช่นกันครับ

5) กะปิ  ใครจะรู้ว่าแอนตี้ออกซิแดนท์ราคาแพงที่ฝรั่งเอาไปใส่ซอฟท์เจลใสเพิ่มคุณค่าอยู่แค่หลังครัวเราเอง  เครื่องปรุงที่เรียก “กะปิ” จะช่วยเพิ่มแอสตาแซนทินที่เป็นซุปเปอร์วิตามินในร่างกายครับ  โดยสารนี้มีส่วนช่วยต้านความชรา  ลดการอักเสบและป้องกันโรคหวัด,ความดันสูง,ไขมันสูง,โรคหัวใจแถมช่วยล้างพิษสารตะกั่วให้เราได้  ยิ่งในท่านที่ไม่ต้องห่วงคุมโซเดียมมาก  กะปิจะเป็น condiment of choice ที่เลือกมาใส่ได้สารพัดทั้งกะปิหวานจิ้มมะม่วง,น้ำพริกกะปิ,ข้าวคลุกกะปิและเครื่องจิ้มอื่นๆที่เข้ากะปิอีก

6) กะทิ  นมจากพืชที่ขาวข้นและมันนี้คั้นมาจากเนื้อมะพร้าวที่ขูดมาอย่างดี  กะทิมีส่วนช่วยให้พลังงาน  มีสารสำคัญคือ “กรดลอริก” ที่กลายเป็นกรดไขมันโมโนลอรินที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้หลายสายพันธุ์ทั้งไวรัส,แบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งในน้ำมันจากกะทินี้มีข้อดีอยู่คือเป็นชนิดที่ขับออกจากร่างกายได้ง่าย  ยกเว้นในท่านที่เจาะเลือดแล้วมี “ไตรกลีเซอร์ไรด์” สูงนักก็ให้เลี่ยงไว้ก่อน  ส่วนการกินกะทิเป็นครั้งคราวจากแกงเขียวหวานบ้างหรือตะโก้บ้างนั้นถือเป็นรางวัลชีวิตครับ

7) ปลาร้า  ของที่อาจไม่มีทุกครัว  แต่ถ้าใครมีก็แน่ใจได้อย่างหนึ่งว่าผมจะดีใจมาก  เพราะปลาร้าเป็นของอร่อยที่ผมชอบครับ  ค่าที่มัน versatile ทำอะไรที่อร่อยได้หลายอย่าง  นอกจากส้มตำหรือตำซั่วแล้วปลาร้ายังเอามาทอดก็ได้,ทำปลาร้าสับก็ดีหรือหลนก็อร่อยชวนให้กินผักได้เยอะ  ใครที่กินปลาร้าจะได้ของดีที่ผมเคยเล่าให้นักข่าวฟังไว้คือวิตามินเคช่วยหยุดเลือด,แคลเซียมและโปรตีน  มีอยู่ในอาหารแบบลูกอีสานคลาสสิกแท้ๆนี่ละครับ

8) กุ้งแห้ง  ตอนเด็กชอบแอบคุณยายหยิบมาเคี้ยวเล่นเพลินดี  เวลาที่คุณยายทำเมี่ยงคำนั่งหั่นใบอะไรต่อมิอะไรให้วุ่นก็จะคอยเอ็ดเอาไว้เพราะเมื่อหันมาอีกทีกุ้งแห้งก็พร่องเข้าไปในท้องผมมากแล้ว  การกินกุ้งแห้งช่วยให้ได้ “กลูโคซามีน” กับ “ไคติน” ที่เป็นสารอยู่ในสัตว์เปลือกแข็งกลุ่มนี้ซึ่งปกติจะกินเข้าไปไม่ได้(ไม่มีใครกินเปลือกกุ้งเปลือกปูไหว)ยกเว้นในตอนที่มันถูกแปรรูปมาเป็นกุ้งแห้งหรือในช่วงที่ปูลอกคราบ(ปูนิ่ม)ที่จะช่วยให้เราได้ของดีที่บำรุงไขข้อซึ่งอยู่ในเปลือกของน้องๆ crustaceans เหล่านี้ครับ

9) ถั่วเขียว  ฝรั่งเรียกแปลกว่า “มุง บีน(Mung bean)” เป็นถั่วที่หลายครัวมีกันเพราะอยู่ในรูปเมล็ดแห้งเก็บไว้ได้นาน  ขอให้เลือกถั่วแห้งที่ปลอดจากเชื้อราแล้วเอามาทำอาหารสุขภาพดูครับ  เพราะถั่วเขียวมีคุณสมบัติที่เหมาะมากจากเพ็พไทด์ที่เป็นโปรตีนหน่วยย่อยที่มีในถั่ว  นอกจากนั้นยังมีวิตามินและแร่ธาตุอีกมากอย่าง “แมกนีเซียม” ก็ถือเป็นแร่ชนิดหนึ่งที่เหมาะกับกระดูกและถูกใช้ในคนที่มีปัญหาโรคหัวใจซึ่งเกิดจากการกินอาหารแมกนีเซียมน้อยเกินไป  เราคนไทยโชคดีที่มีถั่วเขียวแปรรูปอีกอย่างอยู่ในครัวด้วยคือ “วุ้นเส้น” ที่ใช้ทำจานเด็ดได้มาก  ถั่วเขียวจึงถือเป็นหนึ่งในอาหารที่คุ้มเกินราคาจริงๆครับ

10) ข้าวซ้อมมือ  การซ้อมที่ปลอดภัยและได้ประโยชน์นอกจากการซ้อมงาน,ซ้อมละครแล้วก็มี “ซ้อมมือ” นี่ละครับที่ไม่เดือดร้อนใครและได้สุขภาพ  เพราะข้าวซ้อมมือมีสิ่งที่ทุกท่านทราบกันดีคือของดีที่ติดเมล็ดข้าวเพราะยังไม่ถูกขัดสีออก  ซึ่งเยื่อใยที่มีอยู่นี้เองที่เป็นแหล่งขุมทรัพย์วิตามินบีที่หาได้ยากยิ่งจากพืชทั่วไป  ดังนั้นการกินข้าวซ้อมมือจะช่วยให้ได้อาหารแทบครบ 5 หมู่จากข้าวครับคือ แป้ง,ไขมัน,โปรตีน,วิตามินและใยอาหาร  ซึ่งถ้าอยากให้ได้ไขมันดีพร้อมขอให้โรย “จมูกข้าว” ลงไปเสริมทัพด้วยจะช่วยให้ได้วิตามินอีเพิ่มครับ

ว่าที่จริงยังมีอีกมากที่จะเขียนเช่น ลูกเดือย,มะขามเปียก,เมล็ดฟักทอง,บัวหิมะ(Kefir)ฯลฯ  ซึ่งจะขอไว้ในครั้งหน้า  ซึ่งสิ่งละอันพันละน้อยที่เป็นวัตถุดิบแบบไทยๆเราถูกเอาไปศึกษาวิจัยในต่างประเทศเยอะครับ  ถ้าคนไทยเราหันกลับมาลองดูของที่ใกล้ตัวที่สุดได้ก็เชื่อว่าจะต่อยอดให้ภูมิปัญญาจากพ่อแม่นั้นยิ่งงอกเงยงดงามขึ้นไปได้อีกมาก  เป็นต้นว่าถ้าทำน้ำพริกอ่องก็อาจลองใส่ปลาเนื้อมันอย่างทูน่าซึ่งหาได้จากกระป๋องสำเร็จรูปลงไปเพิ่มคุณค่าก็ได้  หรือถ้าจะทำหลนปลาร้าก็ลองหาผักแปลกๆมาแกล้มให้ได้รสสัมผัสใหม่ๆดู  เพราะอาหารไทยเราถ้ารู้จักพลิกแพลงก็เป็นต้นทุนสุขภาพที่เอมโอชได้ทั้งนั้น

เก็บเล็กผสมน้อยค่อยบรรจงไปครับ     

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

 

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

Related posts:

  1. สุดยอดเมนูบำรุงกระดูก โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   ในบรรดาอาหารการกินที่บริโภคแล้วอร่อยกรุบกริบชนะสิบทิศที่สุดเป็นไม่พ้นอาหารไทย ไปถึงไหนๆต่อให้ไกลเท่าไกลก็ต้องพกเครื่องปรุงไทยๆติดไปด้วย อย่างน้อยขอให้ได้กลิ่นกะปิ,น้ำปลา,พริกขี้หนูแซมมาชนจมูกบ้าง การกินที่อร่อยล้ำนั้นคนไทยเรามีเคล็ดแพรวพราวเยอะครับ สำหรับเคล็ดลับอันเป็นกลเม็ดเด็ดพรายแบบที่ไม่ต้องใส่ผงชูรสนั้นคนไทยเราถนัดยิ่ง ด้วยสิ่งที่เป็นวัตถุดิบก้นครัวล้วนแต่มี “โอชะ” ในตัว ทั้งยังช่วยบำรุงสุขภาพได้...
  2. กินของเปรี้ยว โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   กับข้าวไทยที่อร่อยเพราะมีการเลือกรสที่พอเหมาะทั้ง “เผ็ด,เปรี้ยว,เค็ม,หวาน” ซึ่งก่อนจะรับประทานนั้นผู้ปรุงที่มีฝีมือจะเลือกรสชาติต่างๆจากวัตถุดิบอย่างชาญฉลาด ถือเป็นความสามารถพิเศษของคนไทยครับที่สามารถเลือกของปรุงได้อย่างเข้ากัน ที่สำคัญคือ “ถูกลิ้น” ด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายถ้าไร้ประสบการณ์ก็คือถ้าจะให้อาหารมีรส “เผ็ด”...
  3. วิตามินที่หายไป ในแต่ละวิธีปรุง(อาหาร) โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   คนไทยเราพิถีพิถันในการหุง,ต้ม,ผัด,แกงและอีกสารพัดที่ปรุงให้สำรับนั้นโอชะถูกปาก ซึ่งชาติที่มีความประณีตในการทำอาหารจะมีความพิเศษอย่างหนึ่งที่สังเกตได้คืออาหารของชาตินั้นหรือแม้เพียงแค่รสชาติประจำชาติก็จะติดอกติดใจคนไปทั่วโลก สังเกตได้จากร้านไทยที่มีอยู่ในหัวเมืองใหญ่น้อยทั่วปฐพี คนไทยเราโชคดีที่มีอาหารสุขภาพกินอยู่ทุกมื้อ โดยเฉพาะกับอาหารไทยที่ใส่เครื่องเทศอย่างไม่หวงเป็นดั่งโอสถที่โอชะไปในตัว แต่น่าเสียดายว่าสมุนไพรเหล่านี้มีของดีที่เสียไปจากการ “ปรุง” ก็มาก ดังของที่มีโอกาสเสียไปง่ายๆต่อไปนี้ครับ...
  4. “ดัชนีชี้น้ำตาล” ช่วยมนุษย์ชอบหวานได้มีเฮ โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช ของกินซ่อนหวานกับค่าน้ำตาลที่ต้องรู้                 การได้รับประทานของหวานยามเหนื่อยล้าหรือว่าเวลาที่ได้พักผ่อนกับครอบครัวเป็นสิ่งที่สร้างความสุขแบบสั่งได้อย่างไร้ข้อสงสัย แต่ในบางครั้งหลังจากนั้นมันกลับทำให้รู้สึกผิดว่าได้เพิ่มหวานให้กับชีวิตหรือตามใจปากจนห่วงเรื่องสุขภาพกับรูปร่างขึ้น ทำให้รู้สึกบุญๆบาปๆอยู่ชอบกล เรื่องนี้มีทางออกอยู่ครับ มีนักวิทยาศาสตร์ฉลาดเฉลียวที่คิดเช่นเดียวกับท่านผู้อ่านที่รักว่าอยากหาสิ่งที่เป็น “ตัวชี้ที่ชัด” ของอาหารก่อนจะกินให้เห็นกันได้จะๆก่อนเสมือนมีไฟแดงไฟเขียวติดชนตาอยู่หน้าอาหารแต่ละชนิด  นี่เป็นที่มาของสิ่งช่วยชี้ความหวานที่ซ่อนอยู่คือตัวเลขแทนผลของอาหารที่จะเพิ่มน้ำตาลกลูโคสในเลือดเราให้พุ่งครับ...
  5. พร 2 ข้อช่วยต่อชีวิต โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ผมรู้สึกเห็นใจทุกครั้งที่เห็นคนในวงการแพทย์และวงการบันเทิงป่วยด้วยโรคแปลก  เพราะเหตุผลประการแรกคือตัวเองก็เป็นคนที่ทำงานอยู่ทั้ง 2 วงการนั้น ส่วนเหตุผลอีกข้อก็เพราะรู้ว่ามันเป็น “งาน” ที่จำเป็นต้องทำเพื่อชีวิต พูดง่ายๆว่ายอมเอาสุขภาพแลกกับงาน                 สำหรับคุณหมอก็ยอมเอาสุขภาพของตัวแลกให้สุขภาพคนไข้ดี...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top