8 อาการที่ปล่อยไว้จะไม่งาม โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

8 อาการที่ปล่อยไว้จะไม่งาม โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

8 อาการที่ปล่อยไว้จะไม่งาม โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

 

คนไข้ที่มาหามีสารพัดโรคครับ ในแต่ละวันที่เปิดประตูที่ทำงานเข้ามายากจะคาดได้ว่าจะพบคนป่วยโรคอะไรรออยู่ มีทั้งโรคที่แปลกหายากอย่างโรคที่เกี่ยวกับตำหนิเล็กๆในยีนไปจนถึงโรคที่พบเจอได้บ่อยๆ

แต่จะมีโรคที่ผมเสียดายแทนอยู่โรคหนึ่งครับ

เป็นโรคที่เรียกว่า “โรครั้งรอ” คือรอนานเหลือเกินกว่าจะมารักษา ซึ่งเรื่องนี้ก็เห็นใจหลายท่านอยู่ครามครันเพราะท่านย่อมไม่รู้ว่าเมื่อใดที่จะถือว่านานไปแล้ว แต่ที่จริงมีหลักง่ายๆอยู่คือถ้าผิดปกติเมื่อไรไม่ควรนิ่งนอนใจครับ

อาการต่างๆเป็น alarm ที่ช่วยเตือนเรา

ในวันนี้เลยขออนุญาตหยิบยกเรื่องที่พบมารวบรวมเอาไว้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรรอเพราะจะช้าเกินการณ์ ปล่อยไว้จะไม่งาม ด้วยความที่ยังตรวจคนไข้อยู่ทุกวันเลยขอนำกรณี “สดๆ” ที่พบบ่อยมาฝากกันไว้ครับ

อาการที่ต้องไม่ช้าเกินการณ์

1) ปวดหัวตาลาย อาการปวดหัว,ตามัวและร่วมกับคลื่นไส้ควรนึกถึงเรื่องเกี่ยวกับสมองเข้าไว้ ในเรื่องความดันสูงก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวการได้ ส่วนถ้ามีประวัติอุบัติเหตุที่ศีรษะหรือกินยาละลายเลือดก็ให้ระวัง “เลือดตกในสมอง” ที่เป็นของมองไม่เห็นแต่เกิดแล้วอันตรายฉุกเฉินมาก หากเป็นในเด็กเล็กจะเห็นกระหม่อมโป่งตึงขึ้นมาได้ ดังนั้นหากมีอาการที่ว่าควรต้องหาสาเหตุให้ดีก่อนที่จะนอนใจครับ

2) ถ่ายดำและถ่ายมีเลือดปน อาการนี้เป็นที่สงสัยตัวการใน “ทางเดินอาหาร” ก่อน โดยสีของกากอาหารช่วยบอกทางไปให้เราได้ดี ถ้ามีสีดำเหมือนถ่านให้นึกถึงเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบนเช่นกระเพาะเป็นแผลแล้วมีเลือดซึม ส่วนถ้าเป็นเลือดสดให้นึกถึงส่วนล่างตั้งแต่ล่างสุดอย่างริดสีดวงทวาร,แผลปริปากทวารไปจนถึงภาวะติดเชื้อในลำไส้ แต่ถ้าไม่แน่ใจให้เก็บอุจจาระเพื่อส่งตรวจเลือดที่ “ซ่อนอยู่(Occult blood)” ก็ได้ครับเพราะจะบอกความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ได้

3) น้ำหนักตัวลด ถ้าไม่ได้ตั้งใจรีดน้ำหนักตัวเพื่อขึ้นชกไฟท์หน้าหรือว่าให้ดูฟิตและเฟิร์มเตรียมออกเดตก็ขอให้สงสัยไว้ว่าเกิดอะไรขึ้นในร่างกาย ซึ่งน้ำหนักตัวที่ถือว่าลดมากคือ 2 กิโลต่อหนึ่งเดือนที่จะทำให้ร่างกายของเรา “ผิดตา” ไปจนคนทักได้ ส่วนสาเหตุของน้ำหนักตัวลดมีอยู่มากเช่น ไทรอยด์เป็นพิษ,วัณโรคหรือมะเร็งในหลายจุดที่ทำให้น้ำหนักตัวลดไปเรื่อยถ้าไม่หาทางแก้ไขครับ

4) มีไข้ต่ำทุกค่ำ ดุจเดียวกับรักแรกที่คิดถึงกันทุกค่ำเช้า ไข้ที่มีรุมๆต่ำๆอยู่ทุกหัวค่ำอาจไม่ค่อยดีนักเพราะมักบอกเป็นนัยถึงโรคติดเชื้อบางอย่าง โดยเฉพาะ “วัณโรค” ที่ทำให้มีอาการไข้ยามรัตติกาลและน้ำหนักตัวลดเอาอย่างมาก นอกจากนั้นอาการไข้ต่ำยังบ่งบอกถึงปฏิกิริยาอักเสบในร่างกายจากสภาวะอื่นได้ด้วยเช่นกลุ่มโรคแพ้ภูมิตัวเองผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็งด้วยยาเคมี(Neutropenic fever หรือ Flu-like symptoms)หรือตัวโรคมะเร็งเองโดยเฉพาะมะเร็งเม็ดเลือดและต่อมน้ำเหลือง

5) เหนื่อยง่ายไม่มีแรง อาการแห่งความเหนื่อยล้าที่อยู่ดีๆเกิดขึ้นมาจนทำให้เรารู้สึกไม่สดชื่นผิดกับแต่ก่อนต้องหาสาเหตุครับ เพราะถ้ายิ่งทิ้งนานไปก็อาจดึงเอาพลังชีวิตเราไปจนหมดโดยโรคที่อาจเกี่ยวกับความเหนื่อยได้ไม่ใช่มีแต่เรื่องหัวใจอย่างเดียว เกี่ยวกับเลือดเช่นโลหิตจางทั่วไป,พาหะทาลัสซีเมีย,โรคตับ,เบาหวาน,ต่อมไร้ท่อและโรคเครียดซึมเศร้าก็ทำให้เราแรงหายไปได้

6) ปวดและชา อาการเจ็บปวดตัวร่วมกับอาการชาบอกถึงความปวดที่ไม่ธรรมดาเพราะอาจเกี่ยวข้องกับระบบประสาทที่สำคัญ อาการชาเป็นตัวบ่งถึงความปวดที่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาทครับ สำหรับท่านที่ปวดและชาที่แขนอาจบ่งถึงประสาทไขสันหลังส่วนต้นคอถูกกด ส่วนท่านที่ปวดลงขาคือหมอนรองไปเบียดไขสันหลังส่วนบั้นเอว หรือในบางกรณีเจ็บและชานั้นก็มาจากการติดเชื้ออย่าง “งูสวัด” ที่เป็นไวรัสรุกรานเส้นประสาทของเราก็ได้ครับ

7) อ่อนแรงครึ่งซีกหรือบางส่วน อาการนี้ไม่ดีนักถ้าเป็นแล้วมักไม่มีใครปล่อยไว้นานแต่ก็ต้องขอย้ำเพราะยิ่งพาไปรักษาเร็วเท่าไรยิ่งดี ด้วยผลการรักษาที่จะหายมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับความเร็วของผู้พาไปที่จะช่วยให้ไม่ช้าเกินการณ์ เพราะส่วนใหญ่อาการนี้เกิดจาก “สโตร้ก” ที่มีเส้นเลือดอุดตันหรือแตกในสมองโดยตรง การที่เราจะส่งคนไข้ให้เข้ารับการรักษานั้นถ้าภายในเวลาสักไม่เกิน 6 ชั่วโมงได้ก็จะช่วยเปิดทางเลือกในการรักษาได้เยอะขึ้นครับ

8 ) ประจำเดือนติดๆดับๆ คือมาบ้างไม่มาบ้าง ให้ระวังปัญหาจากตั้งแต่เบื้องบนลงมาเบื้องล่าง เป็นได้จากทั้งสมองที่คุมฮอร์โมนเรื่อยลงมาถึงรังไข่,มดลูกและช่องคลอดครับ ซึ่งเรื่องของประจำเดือนนี้ที่ยกมาเพราะเห็นว่าเป็นอาการที่พาให้สาวๆหลายท่านต้องมาพบ โดยบางท่านก็ปล่อยไว้เนิ่นนานด้วยเห็นว่าประเดี๋ยวก็มา ซึ่งการได้มาตรวจให้ชัดนี้จะช่วยแก้ที่ต้นเหตุของประจำเดือนนั้นได้ดีมากครับ

ว่าที่จริง “ทุกอาการ” ก็ล้วนไม่ควรนิ่งดูดาย เพราะปลายเหตุของมันคืออาการที่เราเห็นซึ่งแสดงว่ามันต้องมีต้นเพลิงที่คุกรุ่นอยู่ในกายเรามาก่อนหน้านั้นแล้ว ดังนั้นการเลือกช่วงเวลาและการตัดสินใจที่ดีคือสิ่งที่ vital ต่อโรคนั้นๆ

ช่วยให้ผลการรักษาออกมาดีอย่างน่าประทับใจได้เลยครับ

 

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

 

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

Related posts:

  1. ความปวดที่แตกต่าง โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   ใครที่ตกอยู่ในห้วงของความเจ็บปวดย่อมน่าเห็นใจอย่างที่สุด  ความปวดที่รุนแรงมากๆนอกจากปวดใจจากความผิดหวังแล้วความปวดตามร่างกายก็เป็นส่วนที่ทำให้เป็นทุกข์ ถึงขั้นเปลี่ยนชีวิตได้ ลองคิดง่ายๆว่าถ้าเราเจ็บปวดอยู่คงไม่อยากออกไปพบเจอใคร  ซึ่งเรื่องปวดนี้ถูกนำมาขยายผลเป็นการศึกษาในหัวข้อ “การจัดการความเจ็บปวด(Pain management)” ที่วิสัญญีแพทย์ย่อมรู้จักกันดี เมื่อลงปวดขึ้นมาแล้วย่อมต้องมีกลไกที่ทำให้รับรู้ปวด ...
  2. วิตามินที่หายไป ในแต่ละวิธีปรุง(อาหาร) โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   คนไทยเราพิถีพิถันในการหุง,ต้ม,ผัด,แกงและอีกสารพัดที่ปรุงให้สำรับนั้นโอชะถูกปาก ซึ่งชาติที่มีความประณีตในการทำอาหารจะมีความพิเศษอย่างหนึ่งที่สังเกตได้คืออาหารของชาตินั้นหรือแม้เพียงแค่รสชาติประจำชาติก็จะติดอกติดใจคนไปทั่วโลก สังเกตได้จากร้านไทยที่มีอยู่ในหัวเมืองใหญ่น้อยทั่วปฐพี คนไทยเราโชคดีที่มีอาหารสุขภาพกินอยู่ทุกมื้อ โดยเฉพาะกับอาหารไทยที่ใส่เครื่องเทศอย่างไม่หวงเป็นดั่งโอสถที่โอชะไปในตัว แต่น่าเสียดายว่าสมุนไพรเหล่านี้มีของดีที่เสียไปจากการ “ปรุง” ก็มาก ดังของที่มีโอกาสเสียไปง่ายๆต่อไปนี้ครับ...
  3. “ดัชนีชี้น้ำตาล” ช่วยมนุษย์ชอบหวานได้มีเฮ โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช ของกินซ่อนหวานกับค่าน้ำตาลที่ต้องรู้                 การได้รับประทานของหวานยามเหนื่อยล้าหรือว่าเวลาที่ได้พักผ่อนกับครอบครัวเป็นสิ่งที่สร้างความสุขแบบสั่งได้อย่างไร้ข้อสงสัย แต่ในบางครั้งหลังจากนั้นมันกลับทำให้รู้สึกผิดว่าได้เพิ่มหวานให้กับชีวิตหรือตามใจปากจนห่วงเรื่องสุขภาพกับรูปร่างขึ้น ทำให้รู้สึกบุญๆบาปๆอยู่ชอบกล เรื่องนี้มีทางออกอยู่ครับ มีนักวิทยาศาสตร์ฉลาดเฉลียวที่คิดเช่นเดียวกับท่านผู้อ่านที่รักว่าอยากหาสิ่งที่เป็น “ตัวชี้ที่ชัด” ของอาหารก่อนจะกินให้เห็นกันได้จะๆก่อนเสมือนมีไฟแดงไฟเขียวติดชนตาอยู่หน้าอาหารแต่ละชนิด  นี่เป็นที่มาของสิ่งช่วยชี้ความหวานที่ซ่อนอยู่คือตัวเลขแทนผลของอาหารที่จะเพิ่มน้ำตาลกลูโคสในเลือดเราให้พุ่งครับ...
  4. 10 อาหารสุขภาพรอบรั้วโรงเรียน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ช่วงนี้น้องๆเรียนหนังสือกันอย่างขมักเขม้นท่ามกลางสายฝนพรำนะครับ  พอตกเย็นพอเพลาคนไข้ที่คลินิกลงบ้างแล้วผมชอบเดินลัดเลาะไปแถวรั้วโรงเรียนครับ  เผอิญว่าคลินิกผมอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนมัธยมใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งคนแถวห้วยขวางรู้จักดี  ที่เดินใกล้โรงเรียนน่ะไม่ได้ไปเหล่อะไรครับ  แต่เพราะมีห้องสมุดประชาชนใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ ไปดูน้อง เอ้อ…หนังสือใหม่ๆน่ะครับ ใช้ชีวิตอยู่แถวนั้นจนคนรู้จักดีว่าไอ้นี่ชอบเดิน  แถมบางทีก็ไปถ่ายรายการหน้าโรงเรียนก็บ่อยไป  ได้เห็นพี่คนขายอาหารอร่อยๆริมรั้วโรงเรียนหลายเจ้า ...
  5. 3 สิ่งที่ต้องทำมากกว่า “แปรงฟัน” โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช   ผมแปลกใจทุกทีที่เห็นการแปรงฟันเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเด็กบางคน  ด้วยเป็นห่วงสุขภาพโดยรวมจนไปถึงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ที่อาจเจ็บป่วยบ่อยได้ จากช่องปากที่มีปัญหาค้างคามา เคยสังเกตว่าบ้านไหนที่คุณพ่อคุณแม่มีเทคนิกดีๆหรือมีคุณหมอฟันที่เข้าใจก็จะทำให้เด็กรู้สึกสนุกกับการแปรงฟันโดยที่ไม่ต้องเคี่ยวเข็ญกันมาก  ซึ่งเรื่องของฟันกับช่องปากนี่เป็นเรื่องที่ถ้าพังแล้วแก้ยากครับ หากปูพื้นไว้ให้ดีก่อนแต่แรกจะช่วยได้มาก ผู้ใหญ่หลายท่านที่ต้องเข้าออกทำฟันอยู่บ่อยๆก็มาบ่นให้ฟังว่าครั้นจะไม่ทำก็ไม่ได้เพราะมันเกิดปัญหาขึ้นในชีวิตแล้ว  ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าเสียดายครับ  เพราะเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ถ้าทำตั้งแต่...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top