ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ.2558

พาดหัวข่าว

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

สปช.โหวตคว่ำ 21 อรหันต์ร่างรธน.ใหม่

2 กะเทยเข้าหอวิวาห์

ย่างสดคารถเฒ่า 67

หนังสือพิมพ์มติชน

22 นายพลร่วมโหวตคว่ำ ไม่รับ “รธน.”

ตร.แฉใช้ 5 พาสปอร์ตปลอม ซื้อซิม 7 เบอร์

คืนภาษี “รถมือสอง” ดันส่งออก ไอเดียขุนคลัง

หนังสือพิมพ์ข่าวสด

สปช.ทหารนำคว่ำ “รธน.บวรศักดิ์” 135-105

ดช.ไร้แขนปีติพระบรม

ส.บอลฟันหนัก 25 ฮูลิแกน

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

สร้างเครือข่าย “ต้านโกง”

คว่ำรธน.ยืดเลือกตั้งปี 60

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

4 จี 5 แสนล้าน

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์

คว่ำได้ ‘ดีใจ-เสียใจ’ ค่าเท่ากัน

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ

เกือบแย่

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ

ซุปเปอร์โฮลดิ้งในฝัน

คอลัมน์  สกู๊ปเศรษฐกิจ โดย ทีมเศรษฐกิจ (ไทยรัฐ)  

ปฏิรูปประเทศไทยครั้งใหญ่ ตั้ง “บรรษัทรัฐวิสาหกิจ” ขับเคลื่อน

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย ปราปต์  บุนปาน  (มติชนรายวัน)   

คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ  วันที่ 07/09/2015

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)  

เมื่อสินค้าไทยไร้เวทียืนในตลาดโลก!

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

สปช.โหวตคว่ำ 21 อรหันต์ร่างรธน.ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ในการประชุม สปช. มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญ โดยเป็นการลงคะแนนเปิดเผยใช้วิธีขานชื่อเป็นรายบุคคล ซึ่งมีสมาชิกเข้าประชุมครบทั้ง 247 คน จากนั้นนายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เริ่มขานชื่อตามลำดับตัวอักษร โดยใช้เวลาลงมติ 45 นาที ซึ่งผลปรากฏว่า ที่ประชุม สปช.มีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญด้วยคะแนน 135 ต่อ 105 เสียง งดออกเสียง 7 โดยผู้ที่งดออกเสียง ได้แก่ นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญเทวี นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง น.ส.ทัศนา บุญทอง นายเทียนฉาย กีระนันทน์ พล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ และ พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)      สำหรับ สปช.ที่ลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย สปช.สายจังหวัดประมาณ 60 เสียง สปช.สายวิชาการ สายกฎหมาย สายการเมือง อีก 40 กว่าเสียง รวมถึง สปช.สายตำรวจและทหารอีกกว่า 30 เสียง มีสายทหารเพียง 4 เสียง ที่ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญและงดออกเสียงคือ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช พล.ท.นคร สุขประเสริฐ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ และพล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ งดออกเสียง  ขณะที่กลุ่ม สปช.ที่ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่เป็น สปช.สายสังคม เศรษฐกิจ สายวิชาการบางส่วน ส่วน กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 21 คน ได้ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ 20 คน มีเพียง 1 คนที่งดออกเสียงคือ พล.ท.นาวิน  (หนังสือพิมพ์มติชน)  

รายงานข่าวจากรัฐสภา   กล่าวว่า ผลการลงมติคว่ำร่างของรัฐธรรมนูญเป็นไปตามกระแสข่าว โดยสปช.ฝ่ายไม่เห็นชอบที่นำโดยสปช.สายจังหวัด ระบุว่า ตัวเลขก่อนการลงมติตอนแรก คือ จะมีเสียงลงมติไม่เห็นชอบ 132 เสียง แต่ตอนลงคะแนนจริงกลับได้เพิ่มมา 3 เสียง จากสปช.ที่เป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด จนรวมเป็น 135 เสียง  ขณะที่คะแนนงดออกเสียงก็เกินความคาดหมาย จากตอนแรกประเมินไว้ว่า 4 ราย โดยมาจาก ประธาน รองประธาน และพล.ท.นาวิน ที่แจ้งข้อมูลตั้งแต่แรกแล้วว่า อาจจะไม่มาประชุม เนื่องจากติดภารกิจที่ประเทศจีน แต่สุดท้ายก็มาประชุมและงดออกเสียง ส่วนอีก 3 รายที่เพิ่มเข้ามาเป็นสมาชิกสปช.ที่คิดว่าจะรับแต่เมื่อเห็นคะแนนไม่รับทิ้งห่างไปแล้ว จึงรักษาน้ำใจของเสียงทั้ง 2 ฝ่าย ด้วยการงดออกเสียง  (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)  

2 กะเทยเข้าหอวิวาห์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นายชลณที หรือยาว พลายมณี อายุ 18 ปี บ้านอยู่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี หอบสินสอดเป็นเงินสด 1 แสนบาท และสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท พร้อมพ่อแม่และญาติพี่น้องเพื่อนฝูง ยกขบวนขันหมากไปสู่ขอเข้าพิธีแต่งงานกับนายปู หรือน้ำหวาน สำรวจ อายุ 29 ปี สาวประเภทสอง ที่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 3 ต.หนองแม่ไก่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงของทั้ง 2 ฝ่ายมาร่วมงานกันคับคั่งกว่า 300 คน บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น ส่วนอีกคู่ที่ จ.กาญจนบุรี หนุ่มพนักงานบริษัท วิวาห์สาวประเภทสองเจ้าของร้านหมูกระทะ ที่บริเวณร้านหนุ่ยหมูกระทะ ตรงข้ามธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาอำเภอบ่อพลอย มีการจัดงานแต่งงานระหว่างนายอัฐพงษ์ หรือหนุ่ย เจริญโต๊ะ อายุ 32 ปี สาวประเภทสองเจ้าของร้าน กับนายสิงห์หา หรือโจ๊ก เซี่ยงฝู อายุ 27 ปี เจ้าบ่าวหนุ่มพนักงานบริษัทใน อ.ท่าม่วง โดยมีพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่และเพื่อนฝูงของทั้ง 2 ฝ่าย มาร่วมแสดงความยินดีกันคับคั่ง การจัดพิธีเป็นไปตามประเพณีทุกอย่าง เริ่มจากขบวนแห่ขันหมากที่มีแตรวงนำขบวนสนุกสนานตลอดเส้นทาง และมีการกั้นประตูเงินประตูทองกว่า 30 ประตู มีการผูกข้อมือรับไหว้จากญาติผู้ใหญ่ ฝ่ายเจ้าบ่าวหอบสินสอดเป็นเงินสด 4 หมื่นบาท ทองหนัก 2 บาท และแหวน 2 วง หลังเสร็จพิธีได้จัดโต๊ะจีน 50 โต๊ะเลี้ยงแขกเหรื่อที่มาร่วมงานกว่า 500 คน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ   วันที่ 07/09/2015

ย่างสดคารถเฒ่า 67

ผู้สื่อข่าวรายงาน  เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ร.ต.อ.สานิวัฒน์  โทมา พงส. สภ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้รถปิกอัพที่จอดอยู่บริเวณลานหน้าวัดสนามไชย หมู่ 6 ต.สนามชัย อ.บางไทร มีผู้เสียชีวิตภายในรถ จึงประสานรถดับเพลิง อบต.สนามชัย และเทศบาลใกล้เคียง พร้อมหน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพมาสด้า รุ่นเก่า สีน้ำเงิน ทะเบียน นข 1430 พระนครศรีอยุธยา กระบะท้ายดัดแปลงเป็นรถสองแถวมีโครงหลังคาและเบาะนั่ง มีเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำสกัดใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเพลิงจึงสงบ แต่เผาผลาญรถวอดทั้งคัน ตรวจสอบพบว่าฝาถังน้ำมันเปิดอ้าออก คาดว่าไฟลุกไหม้จากด้านท้ายรถลุกลามไปด้านหน้า ที่เบาะนั่งคนขับพบศพชายถูกเผาไหม้เกรียมเหลือแต่โครงกระดูกในท่านั่งปกติ เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายอาจลวงให้ผู้ตายออกจากบ้านมาพบยังที่เกิดเหตุแล้วลงมือฆ่าทิ้งก่อนจุดไฟเผาทั้งรถทั้งคนเพื่ออำพรางคดี หรืออาจเป็นการจุดไฟเผารถฆ่าตัวตายเองจากความเครียดเรื่องปัญหาบางอย่าง ต้องรอผลชันสูตรศพจากแพทย์ รวมทั้งผลตรวจจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ   วันที่ 07/09/2015

ตร.แฉใช้ 5 พาสปอร์ตปลอม ซื้อซิม 7 เบอร์

รายงานข่าว  กล่าวว่า  จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มขบวนการนำพาสปอร์ตปลอม (ผ่าเล่ม) จำนวน 5 เล่ม ไปขอซื้อซิมโทรศัพท์ 7 หมายเลขในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง และจากการตรวจสอบพบว่าในพาสปอร์ตมีภาพถ่ายกลุ่มขบวนการ 3 เล่ม ไม่มี 2 เล่ม และจากการสอบถามร้านค้าที่ขายซิมอ้างว่าจำหน้ากลุ่มคนร้ายไม่ได้เพราะมาซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดไม่สามารถบันทึกภาพได้เนื่องจากมีระยะเวลาบันทึกเพียง 7 วัน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน   วันที่ 07/09/2015

คืนภาษี “รถมือสอง” ดันส่งออก ไอเดียขุนคลัง

นายรังสรรค์  ศรีวรศาสตร์  ปลัดกระทรวงการคลัง  กล่าวว่า  นายอภิศักดิ์  ตันติวรวงศ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ศึกษามาตรการที่จะช่วยผลักดันให้รถยนต์มือสองส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านได้มากขึ้น ดังนั้น หากผลักดันส่งออกมากขึ้นจะช่วยลดปริมาณรถมือสองในไทยได้  ปัจจุบันราคารถมือสองของไทยแพงกว่ารถมือสองจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ หรือจีน ทำให้รถมือสองของไทยไม่สามารถแข่งขันได้ ทั้งนี้ เพราะราคารถรวมภาษีที่จัดเก็บจากการซื้อครั้งแรกแล้ว ทั้งภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ดังนั้นหากจะส่งเสริมให้ส่งออกรถมือสอง จำเป็นต้องคืนภาษีดังกล่าวให้ผู้ส่งออกเพื่อลดราคารถยนต์ลง ในลักษณะเดียวกับรถใหม่ที่ส่งออกจะไม่เสียภาษี ทั้งนี้ต้องดูว่าราคส่งออกรถยนต์ควรอยู่ระดับใด เพื่อให้แข่งขันได้ ในการคืนภาษีส่งออกรถยนต์มือสองนั้นจะต้องมีสูตรคำนวณ และขึ้นอยู่กับอายุของรถแต่ละคันด้วย โดยผู้ส่งออกสามารถนำมายื่นขอเคลมคืนภาษีได้ “ต้องคิดสูตรการขอเคลมภาษีคืนกับผู้ส่งออกว่ารถยนต์แต่ละปีควรศืนภาษีอัตราเท่าใด หรือมีสูตรคิดที่จะทำให้ผู้บริโภครถยนต์มือสองไม่ได้เป็น้ผู้แบกรับต้นทุนเพียงคนเดียวจะพยายามสรุปให้ได้ภายในเดือนกันยายนนี้”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน   วันที่ 07/09/2015

ดช.ไร้แขนปีติพระบรม

นายสุริยัน  สุจริตพลวงศ์  ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการจัดกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติ “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่”  กล่าวว่า  ภายหลังจากที่กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับคณะกรรมการจัดงานกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติ Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่” แถลงผลตัดสินการประกวดภาพถ่าย Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่” สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทอดพระเนตรภาพทั้งหมดที่เข้ารอบ 1,000 ภาพ จาก 48,000 ภาพ ที่ประชาชนส่งเข้าร่วมประกวดจากทั่วประเทศ เมื่อพระองค์ท่านทอดพระเนตรเห็นภาพน้องทาม หรือ ด.ช.วรรณธนะ  คำอินทร์ เด็กชายไร้แขน ชาวจ.พิษณุโลก วัย 11 ปี ร่วมปั่นจักรยานเทิดพระเกียรติในวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ทรงสนพระทัยภาพนี้เป็นพิเศษ โดยเป็นภาพประกวดที่ได้รับรางวัลชมเชย ประเภทความมุ่งมั่น ถ่ายโดยนายเสกสรร  เสาวรถ  “พระองค์ท่านจะพระราชทานจักรยานให้เด็กคนนี้ใช้ในการดำรงชีวิต เป็นจักรยานที่คนไม่มีแขนสองข้างสามารถปั่นได้โดยจะเปลี่ยนเกียร์และเบรกให้ไปอยู่ที่เท้า พร้อมกับแก้ไขจักรยานให้สามารถใช้ได้โดยไม่เจ็บบริเวณคาง พระองค์ทรงมีพระดำริอย่างละเอียดมาก รับสั่งว่า เด็กคนนี้จะปั่นจักรยานไปโรงเรียนหรือใช้จักรยานทำอะไรในชีวิตประจำวันต้องใช้แล้วรู้สึกสะดวกสบายสำหรับชีวิต จะได้ไม่น้อยเนื้อต่ำใจว่าเป็นคนพิการ หากเขารู้สึกว่าเจ็บ ทำอะไรไม่สะดวกจะน้อยเนื้อต่ำใจว่าเกิดมาแล้วพิการและรู้สึกท้อแท้”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 07/09/2015 

ส.บอลฟันหนัก 25 ฮูลิแกน

นางกอบกาญจน์  วัฒนวรางกูร  รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา  กล่าวถึงกรณีข้อพิพาทกองเชียร์ไทยกับกองเชียร์ลาวและตำรวจลาว ว่า  ทางสมาคมฟุตบอลฯ ได้มีการสืบสวน ตักเตือนและลงโทษ ไม่ให้กองเชียร์ “อุลตร้าไทยแลนด์” ที่ก่อเหตุพิพาทครั้งนี้ เข้าไปเชียร์บอลทีมชาตินัดต่อไปและอีกในระยะหนึ่ง โดยเฉพาะแมตซ์สำคัญ เช่น ไทย – อิรัก ในวันที่ 8 ก.ย. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

ด้าน พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ธรัช  ฤทธิ์เต็ม คณะกรรมการของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ  กล่าวว่า  สมาคมเห็นชอบตามคำแนะนำของ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะห้ามกลุ่มแฟนบอลดังกล่าวเข้าชมเกมทีมชาติไทยที่จะลงสนามฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกกับอิรักวันที่ 8 ก.ย. แต่เนื่องจากพฤติการณ์ของกลุ่มดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย สมาคมฟุตบอลฯพร้อมด้วย บ.ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด (ทีพีแอล) จะพิจารณาห้ามแฟนบอลทั้ง 25 คนเข้าชมเกมทีมชาติ และเกมฟุตบอลลีกภายในประเทศตลอดชีวิตด้วยหรือไม่

ด้านนายวรวีร์  มะกูดี  นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า  ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยรวมรวมหลักฐานว่าแฟนบอลทั้ง 25 คนทำผิดจริงหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเนื่องจากติดช่วงวันหยุด

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 07/09/2015 

สร้างเครือข่าย “ต้านโกง”

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ผลงานความก้าวหน้าของรัฐบาลในการปฏิรูปแก้ทุจริตคอร์รัปชัน” ตอนหนึ่งว่า  การต่อต้านคอร์รัปชันถือเป็นความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนและประชาสังคม  ข้อสำคัญการทุจริตเกิดจากคน 3 กลุ่ม คือรัฐบาล ข้าราชการ ภาคเอกชน หรือประชาชนที่มีส่วนร่วมในโครงการต่างๆ ซึ่งกลไกการแก้ไขปัญหามีอยู่แล้วเพียงแต่ยังไม่มีการนำมาใช้อย่างจริงจัง “การต่อต้านการทุจริตต้องปากต่อปาก สร้างเครือข่ายให้ได้มากขึ้น เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันประเทศ ถ้าทำให้ผลประโยชน์ก็จะกลับมาที่ท่านซึ่งการต่อต้านการคอร์รัปชัน รัฐบาลให้ความสำคัญกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ร่วมกับการปฏิรูปประเทศ”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ   วันที่ 07/09/2015

4 จี 5 แสนล้าน

นายฐากร  ตันฑสิทธิ์  เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  กล่าวว่า  จากการประเมินผลการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz สำหรับการให้บริการโทรศัพท์มือถือ 4 จี ในเดือน พ.ย.นี้ คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนของเอกชน และทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศได้มากถึง 5 แสนล้านบาท ภายในปี 2560

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 07/09/2015

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ขยายผลจับอีก 4 ปาเลสไตน์สารระเบิดเพียบ ห้ามปลุกระดมรธน. เห่อหวย “3 ตัวหน้า” วัดดวงซื้อยกเล่ม...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ยุบิ๊กตู่ลุยปรองดองเจรจา “ทักษิณ” ลูกชิ้นปิงปอง ติดคอดับทุรน ให้ออกราชการ ด.ต.หื่นลวงปล่ำนศ. มติชน ชง...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หลบเข้ารพ.จุฬาฯ แฉมือบึมเปลี่ยนใส่เสื้อเทา พท.-ปชป.ลุยถล่มรธน. แก๊งโอรสรัวโหด ฆ่าเด็กม.5หน้าเมรุ หนังสือพิมพ์มติชน นายกนำเฝ้าฯถวายสัตย์ 19...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ พระเกษมศึกแล้ว หนีคดีตุ๋ยคุยโวจะมีเมีย 2 คน อดีตช่างบินไทยยิงแฟนสาวคาจู๊ค พท.จับสัญญาณได้ – “ปู”...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558 พาดหัวข่าว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หมายจับผัววรรณา พัวพันบึมพระพรหม – สาทร นศ.รับน้องโชว์อนาจาร ปลดล็อกค้ารายย่อย หนังสือพิมพ์มติชน อยู่...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top