ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ.2558

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ.2558

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ.2558

 

พาดหัวข่าว

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ค้นบ้านแขกขาวเจอเพียง สารตั้งต้นระเบิด

เสียงสูสีชี้ชะตารธน.โค้งท้าย

แฉคนจ้างฆ่าสมยศ มีประวัติร้าย

หนังสือพิมพ์มติชน

เดินสาย – ปิดร้านกล่อม ล็อบบี้สปช. กลุ่มหนุน – ต้านอ้างชื่อบิ๊ก

ตร.ชี้ยูซุฟูไม่ใช่หนุ่มเสื้อเหลือง “ดีเอ็นเอ” ชัด

ควักอีก 1 แสนล.อุ้มเอสเอ็มอี สมคิดโต้วุ่น

หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ค้นอีกจุด – มีนบุรี ควานต่อเสื้อเหลืองไม่ใช่ยูซุฟู

กระแสแรง สปช.คว่ำร่างรธน.

รื้อสะพานเกษตร 12 กย.แน่ – ติดวุ่นแหง

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ฟัน 15 เอกชนจีทูจีข้าว

“นิรโทษภาษี” ช่วยเอสเอ็มอี

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ครัวสำลักหนี้

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)  

เมื่อเห็นภัย “คนไทย” ก็ต้องผนึก

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ

ศักดิ์สิทธิ์มาก

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ

ไม่ทันเริ่มก็ขัดแย้งเสียแล้ว

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุริวงศ์  เอื้อปฏิภาณ  (มติชนรายวัน)   

มโน 6 ตุลาและอุยกูร์  วันที่ 04/09/2015

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)  

อย่างไรคือ ‘ประชานิยม’?

สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์  

ประชาธิปไตยครึ่งใบ

มติชนสุดสัปดาห์ ประจำวันที่ 4-10 กันยายน 2558 

ระเบิด บ่ แม่น ผู้ก่อการร้าย

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

เสียงสูสีชี้ชะตารธน.โค้งท้าย

นายสิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)  กล่าวพร้อมโชว์เงินสดจำนวน 1.7 ล้านบาท มาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่า หากผลการลงมติของ สปช.ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ตนจะขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการคืนเงินเดือนและสวัสดิการของ สปช. ตลอด 11 เดือน ที่เป็นภาษีประชาชนประมาณ 1.7 ล้านบาท เพราะถือว่า สปช.ทำงานล้มเหลว ไม่สามารถผลักดันผ่านร่างรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดให้ประชาชนได้ และขอเรียกร้องความรับผิดชอบจาก สปช.ที่ร่วมกันลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แสดงความรับผิดชอบที่ประเทศชาติต้องสูญเสียเงินงบประมาณที่เป็นเงินเดือน สปช. จำนวน 247 คน ประมาณ 1 พันล้านบาท พร้อมค่าเบี้ยประชุมของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกว่า 160 ครั้ง เป็นเงินกว่า 9 แสนบาทด้วย

ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม สปช.  กล่าวว่า   เชื่อว่าสมาชิกส่วนใหญ่ตัดสินใจไปแล้วว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ จากการพูดคุยกับเพื่อนสมาชิกหลายกลุ่ม ล่าสุดประเมินได้ว่าเสียงเกินกึ่งหนึ่งจะไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดังนั้นจึงไม่ควรสูญเสียเงินที่จะใช้ทำประชามติ 4-5 พันล้านบาท โดยเปล่าประโยชน์ จึงเชื่อว่า สปช.จะตัดสินใจทำเพื่อประโยชน์ประเทศมากกว่า

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 04/09/2015

แฉคนจ้างฆ่าสมยศ มีประวัติร้าย

พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. กล่าวว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ในพื้นที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี หลังชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. จับกุมนายภานุพงษ์ หรือแจ้ รัสนา มือปืน ก่อนขยายผลจับกุมตามคำซัดทอดของนายภานุพงษ์ เบื้องต้นนายชม ไชยณรงค์ ผู้จ้างวาน รับสารภาพว่า รับงานมาจากบุคคลหนึ่ง ให้ติดต่อหามือปืน ได้เงินค่าจ้างมา 1 ล้านบาท ตัวนายชมได้มาจำนวน 1 แสนบาท ส่วนประเด็นการสังหารครั้งนี้เกิดจากการหักหลังเรื่องเงินหลายล้านบาทในการรับเคลียร์คดียาเสพติด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สำหรับนายชม ไชยณรงค์ ผู้จ้างวานมือปืนยิงนายสมยศ สุธางค์กูร เจ้าพ่อคาเฟ่นั้น ตรวจประวัติพบเคยก่อเหตุมาอย่างโชกโชนและเหี้ยมโหด มีความเชื่อมโยงกับคดีอุ้มฆ่าภรรยาและบุตรชายนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ ในคดีเพชรซาอุฯอันโด่งดังเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่าเผานั่งยางนายชัยชนะ หรือเสี่ยอ้วน หมายงาน อายุ 67 ปี ฉายา “เทพเจ้าสองแผ่นดิน” เจ้าของบริษัทส่งเสริมสองแผ่นดิน จำกัด ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นผู้กว้างขวางในตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 56 พื้นที่ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว นายชม ไชยณรงค์ เป็น 1 ใน 2 ผู้ต้องหาที่ถูกศาลจังหวัดสระแก้วออกหมายจับ ในคดีตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้วที่ จ.245/2556 หลบหนีการจับกุมนานกว่า 2 ปี นอกจากนี้ นายชมเป็นอดีตผู้คุมเรือนจำ จ.ปราจีนบุรี และเป็นหนึ่งในทีมงานของ พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ ก่อเหตุอุ้มฆ่าเจ้าทรัพย์หลายคดีในพื้นที่ภาคตะวันออก  สำหรับคดีนี้มีผู้ร่วมขบวนการ 5 คน ประกอบด้วย นายภานุพงษ์ หรือแจ้ รัสนา มือปืน นายชม ไชยณรงค์ ผู้จ้างวาน นายกฤษฎา หรือนก ใจเอม ผู้รับงาน นายหนู (ไม่ทราบนามสกุล) ผู้ขี่รถ จยย.ในวันก่อเหตุ นอกจากนี้ ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 1 คน เป็นคนใกล้ชิด คอยชี้เป้า อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลจับกุม

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 04/09/2015

เดินสาย – ปิดร้านกล่อม ล็อบบี้สปช. กลุ่มหนุน – ต้านอ้างชื่อบิ๊ก

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว สปช.  ว่า  ล่าสุดกลุ่ม สปช.ในการลงมติร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 6 ก.ย. ว่า กลุ่มที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและกลุ่ม สปช.ที่จะรับร่างรัฐธรรมนูญต่างเดินสายล็อบบี้กันอย่างหนักเพื่อขอคะแนนเสียงด้วยวิธีการโทรศัพท์เป็นรายบุคคล รวมไปถึงการจับกลุ่มรับประทานอาหารกัน โดยช่วงค่ำของวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา กลุ่ม สปช.ที่รับร่างรัฐธรรมนูญ ประมาณ 20-30 คน ร่วมรับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เพื่อหารือถึงสถานการณ์ที่ถูก สปช.กลุ่มไม่รับร่าง ทำคะแนนตีขึ้นมาเป็น 80-100 คน จากเดิมที่มีเพียง 50 คนเท่านั้น โดยได้เสียงเพิ่มจากสปช.กลุ่มวิชาการ กลุ่มนักกฎหมาย ตลอดจน สปช.จังหวัดที่เริ่มโน้มเอียงมาทางไม่รับร่างก็ยังพยายามจุดกระแสว่ามี สปช.ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ขณะนี้ สปช.กลุ่มรับร่างต้องเดินสายล็อบบี้ สปช.ด้วยกันอย่างหนัก เพื่อดึงคะแนนกลับมาให้ได้ โดยเฉพาะในสาย สปช.จังหวัดที่เริ่มโน้มเอียงไปในทางที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้กลุ่มรับร่างต้องรีบส่งตัวแทนไปล็อบบี้ สปช.จังหวัด เพื่อดึงคะแนนกลับคืนมา

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่ 04/09/2015

ตร.ชี้ยูซุฟูไม่ใช่หนุ่มเสื้อเหลือง “ดีเอ็นเอ” ชัด

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ  ผู้ช่วยผบ.ตร.และ โฆษก ตร. กล่าวว่า วันนี้ศาลจังหวัดมีนบุรีได้ออกหมายจับ นายไมไรลี ยูซุฟู  เชื้อชาติจีน สัญชาติจีน อายุ 26 ปี ในข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ครอบครองโดยผิดกฎหมาย “จากข้อมูลของตำรวจคิดว่าชายคนนี้ไม่ใช่ชายเสื้อเหลืองและเสื้อฟ้าที่นำระเบิดไปวางในที่เกิดเหตุแยกราชประสงค์แต่อาจทำหน้าที่เกี่ยวกับวัตถุระเบิดอยู่ในขบวนการนี้ มีบทบาทสำคัญ โดยการออกหมายจับครั้งนี้ยึดตามพาสปอร์ตที่ติดตัวเขา โดยระบุสัญชาติจีน อยู่ที่เมืองซินเจียง ขณะนี้ได้ส่งพาสปอร์ตส่งให้ทางสถานทูตจีนตรวจสอบเพื่อยืนยันอีกครั้ง ขณะที่ชายคนดังกล่าวสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย ประกอบกับภาษาท้องถิ่นซึ่งไม่ทราบว่าเป็นภาษาใด”

แหล่งข่าว กล่าวว่า  จากการตรวจสอบหลักฐานที่ยึดมาได้ภายในห้องพักพูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ พบว่านายยูซุฟ มีไรลี เป็นผู้สั่งซื้อเคมีภัณฑ์และชิ้นส่วนวัตถุประกอบระเบิดผ่านทางอินเตอร์เน็ตอยู่สองครั้งคือเดือน กรกฏาคม และสิงหาคม

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่ 04/09/2015

ควักอีก 1 แสนล.อุ้มเอสเอ็มอี สมคิดโต้วุ่น

นางอรรชกา  สีบุญเรือง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  กล่าวว่า  นายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดให้กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยมาตรการกระตุ้นเอสเอ็มอีที่จะเสนอคาดใช้เงินไม่ต่ำกว่า 1.04 แสนล้านบาท แบ่งเป็นมาตรการด้านสินเชื่อและงบประมาณจากปี 2559 อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับนายสมคิดว่าจะเห็นชอบแต่ละมาตรการหรือไม่ ก่อนจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ในวันที่ 8 กันยายน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน   วันที่ 04/09/2015

ค้นอีกจุด – มีนบุรี ควานต่อเสื้อเหลืองไม่ใช่ยูซุฟู

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 18.00 น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต. สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต. ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ทหาร ร.2 พัน.3 รอ. หน่วยพิสูจน์และเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ร่วมกันเข้าตรวจสอบบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เลขที่ 59/79 ภายในหมู่บ้านขุมทรัพย์แลนด์ ซอยราษฎร์อุทิศ 34 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. ภายหลังได้รับรายงานว่าพบสิ่งผิดปกติคล้ายสารตั้งต้นวัตถุประกอบระเบิด  จากการตรวจสอบพบขวดแกลลอนจำนวน หนึ่งซึ่งบรรจุอยู่ภายในกล่องกระดาษ โดยเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ชัด เจนว่าเป็นสารชนิดใดเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจ สอบหาสารอย่างละเอียดให้แน่ชัดอีกครั้ง   (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)

พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน รอง ผบก.น.3  กล่าวว่า  การเข้าตรวจครั้งนี้ถือเป็นการเอกซเรย์พื้นที่ต้องสงสัยที่มีชาวต่างชาติพักอาศัยเพิ่มเติม ก่อนพบบ้านหลังดังกล่าวถูกชาวแขกขาวเช่าทิ้งไว้ สอบถาม น.ส.ธนิดา ทองเล็มด์ อายุ 40 ปี เจ้าของบ้าน ทราบว่า ให้ชาวต่างชาติ 2 สามี-ภรรยา ที่อ้างว่าเป็นครูสอนภาษาอยู่ที่พัทยา จ.ชลบุรี เช่าเดือนในราคาละ 6 พันบาท นานเกือบ 1 ปี เท่าที่สังเกตทั้งคู่เทียวไปเทียวมา บางครั้งจะมีเพื่อนร่วมชาติมาด้วย เมื่อเข้าตรวจค้นพบสารต้องสงสัยจำนวนมาก ประสานให้เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์และเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.สปพ. และกองพิสูจน์หลักฐานเก็บตัวอย่างสารเคมีไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งพร้อมปิดล้อมพื้นที่ กันไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไป รวมทั้งติดตาม 2 สามีภรรยาที่เช่าบ้านหลังนี้มาสอบสวนหาข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นหรือไม่ต่อไป  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

รื้อสะพานเกษตร 12 กย.แน่ – ติดวุ่นแหง

นายพีระยุทธ  สิงห์พัฒนากุล  ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวถึงการรื้อสะพานข้ามแยกเกษตรว่า ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย.เป็นต้นไป รฟม.จะปิดสะพานข้ามแยกเกษตร ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ตลอด 24 ช.ม. เป็นระยะเวลารวมประมาณ 3 ปี เพื่อก่อสร้างโครงการรถ ไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จนกว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ โดยการปิดการจราจรเพื่อเปิดพื้นที่ให้บริษัทผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธาได้เข้าพื้นที่ดำเนินงานก่อสร้าง ซึ่งยอมรับว่าการปิดเส้นทางจราจรดังกล่าว อาจทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง เนื่องจากช่องการจราจรทั้ง 2 ทิศทางจะลดลงเหลือเพียงทิศละ 2 ช่องจราจร จากเดิมที่มี 3 ช่องจราจร ดังนั้นหากไม่มีความจำเป็นโปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ซึ่งขณะนี้รฟม.อยู่ระหว่างการจัดทำเส้นทางทดแทน เพื่อเป็นทางเลี่ยงทางเลือกให้ผู้ใช้รถใช้ถนน   หลังจากปิดสะพาน ข้ามแยกเกษตรแล้ว บริษัทผู้รับจ้างก่อสร้างจะต้องเข้าไปทุบสะพาน เพื่อก่อสร้างแนวเส้นทางรถไฟฟ้า โดยในอนาคตจะสร้างสะพานข้ามแยกเกษตรขึ้นทดแทนซึ่งจะเป็นสะพานที่เกาะตามโครงสร้างของรถไฟฟ้าดังกล่าว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 04/09/2015

ฟัน 15 เอกชนจีทูจีข้าว

นายวิชา  มหาคุณ  กรรมการป.ป.ช.  กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังคณะกรรมการป.ป.ช. ชี้มูลความผิดนายบุญทรง เตริยาภิรมย์  เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมว.พาณิชย์ กับพวก รวม 22 ราย ทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ซึ่งอัยการสูงสุด (อสส.)ได้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และศาลฎีกาฯ ได้ประทับฟ้องคดีดังกล่าวไว้พิจารณาแล้ว  ในวันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติม กลุ่มที่ 1 ซึ่งมีทั้งบริษัทและบุคคลจากประเทศจีน จำนวน 7 ราย และคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติชี้มูล ผู้ถูกกล่าวหากลุ่มที่ 2 อีกจำนวน 8 ราย ผู้ถูกกล่าวหากลุ่มที่ 3.นั้น ไม่ปรากฎพยานหลักฐานที่จะรับฟังได้ว่ามีการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา จึงเห็นควรให้ข้อกล่าวหาตกไป และให้ถือว่าคดีนี้สิ้นสุดการพิจารณาของป.ป.ช.แล้ว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 04/09/2015

“นิรโทษภาษี” ช่วยเอสเอ็มอี

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  กล่าวในงานปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาและนิทรรศการ “ศาสตรจารย์สังเวียนฟอรั่ม”  ว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่กำลังลำบากและเป็นหนี้เสียของสถาบันการเงินที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้  ทั้งนี้มาตรการที่จะเข้ามาสนับสนุน จะมีหลายแนวทาง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะเป็นเจ้าภาพหลักในการออกมาตรการ ส่วนกระทรวงการคลัง จะเป็นผู้สนับสนุน เช่นการลดหย่อนภาษี ผ่อนปรนเกณฑ์ต่างๆและช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินได้มากขึ้น

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 04/09/2015

ครัวสำลักหนี้

นายธนวรรธน์  พลวิชัย  ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  กล่าวถึงผลสำรวจสภาหนี้ครัวเรือนระหว่างวันที่ 20-28 ส.ค. ที่ผ่านมาพบว่า  หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2549 โดยหนี้สินเฉลี่ยอยู่ที่ 2.48 แสนบาท/ครัวเรือน  ผลสำรวจพบว่า สัดส่วนหนี้สินนอกระบบสูงกว่าหนี้ในระบบเป็นครั้งแรก

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 04/09/2015

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2558   พาดหัวข่าว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ “บิ๊กตู่” แย้มดาบ 2 ฟันทักษิณ ริบ “เครื่องราชฯ” แพร่คลิป...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ เผยปืนกระบอกจิ๋ว “บิ๊กแจ๊ด” เผลอใส่ติดกระเป๋า! อุ้มนักศึกษาเผาอำพรางคดี “สมยศ” ยอมงดจ้อกาสิโน มติชน ปลัด...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ห้ามใช้ไลน์ – คลิป – เอสเอ็มเอส รณรงค์รธน. หัวใจกำเริบ วิโรจน์เข้ารพ....
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558 พาดหัวข่าว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หมายจับผัววรรณา พัวพันบึมพระพรหม – สาทร นศ.รับน้องโชว์อนาจาร ปลดล็อกค้ารายย่อย หนังสือพิมพ์มติชน อยู่...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2558   พาดหัวข่าว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ไม่รับเป็นที่ปรึกษาอุ๋ยทิ้งทวนโดนจับผิดมาตลอด เดนคุกชิงทรัพย์สจ๊อต ตุ๊กตุ๊ก – จยย.แฉ ข้อมูลมือระเบิด หนังสือพิมพ์มติชน...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top