“ดัชนีชี้น้ำตาล” ช่วยมนุษย์ชอบหวานได้มีเฮ โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

“ดัชนีชี้น้ำตาล” ช่วยมนุษย์ชอบหวานได้มีเฮ โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

“ดัชนีชี้น้ำตาล” ช่วยมนุษย์ชอบหวานได้มีเฮ โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

ของกินซ่อนหวานกับค่าน้ำตาลที่ต้องรู้

                การได้รับประทานของหวานยามเหนื่อยล้าหรือว่าเวลาที่ได้พักผ่อนกับครอบครัวเป็นสิ่งที่สร้างความสุขแบบสั่งได้อย่างไร้ข้อสงสัย แต่ในบางครั้งหลังจากนั้นมันกลับทำให้รู้สึกผิดว่าได้เพิ่มหวานให้กับชีวิตหรือตามใจปากจนห่วงเรื่องสุขภาพกับรูปร่างขึ้น

ทำให้รู้สึกบุญๆบาปๆอยู่ชอบกล

เรื่องนี้มีทางออกอยู่ครับ

มีนักวิทยาศาสตร์ฉลาดเฉลียวที่คิดเช่นเดียวกับท่านผู้อ่านที่รักว่าอยากหาสิ่งที่เป็น “ตัวชี้ที่ชัด” ของอาหารก่อนจะกินให้เห็นกันได้จะๆก่อนเสมือนมีไฟแดงไฟเขียวติดชนตาอยู่หน้าอาหารแต่ละชนิด  นี่เป็นที่มาของสิ่งช่วยชี้ความหวานที่ซ่อนอยู่คือตัวเลขแทนผลของอาหารที่จะเพิ่มน้ำตาลกลูโคสในเลือดเราให้พุ่งครับ

เรียกว่า ไกลซีมิก อินเด็กซ์(Glycemic index)”

โดยเริ่มจากน้อยกว่า 50 ไปจนมากที่สุดติดเพดานที่ 100 คือเท่ากับการกินผงน้ำตาลกลูโคสเพียวเข้าไป

ถ้าจะเรียกค่านี้ง่ายๆก็คือตัวเลขบอกหวานในอาหาร ที่นักโภชนาการและเทรนเนอร์ในแวดวงฟิตเนสรู้จักดี  เพราะเป็นตัวที่ร้องเตือนเราก่อนจะเลือกหยิบของกินใดๆเข้าปาก  เหมาะกับท่านที่ห่วงสุขภาพและมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานครับ

ซึ่งเรื่องนี้ทางสมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกา(American Diabetes Association)ได้นิยามดัชนีน้ำตาลไว้อย่างเป็นวิชาการว่าคือมาตรวัดคาร์โบไฮเดรตในอาหารที่จะเข้าไปเปลี่ยนเป็นกลูโคสในเลือดของเราได้มากน้อยเพียงใด

ทำให้เลือดเราหวานเจี๊ยบแค่ไหนนั่นเอง

ค่าของไกลซีมิกยิ่งสูงยิ่งแสดงว่าใกล้หวานประหารเข้าไปทุกทีครับ  สำหรับเรื่องนี้ทางอายุรวัฒน์มีตัวอย่างอาหารง่ายๆมาให้ท่านลองเลือกดู

เริ่มจากอาหารที่ให้ไฟเขียวกินได้สบายใจกันก่อนครับ

หวานแบบกินสบายใจ

1)              ข้าวโพดหวาน

2)              โลว์แฟ็ทโยเกิร์ต

3)              รำข้าวโอ้ต,มืสลี

4)              ถั่วลิสง

5)              ผักใบเขียว

6)              มะเขือเทศ

7)              ส้มโอ

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างของอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ(Low GI)หรือกินเข้าไปแล้วไม่เพิ่มกลูโคสในเลือดของเรามาก  หากท่านจะลองหาอาหารที่เทียบเคียงกับของเหล่านี้ได้ก็ให้นึกถึงผักผลไม้ที่แป้งน้อยและไม่หวานจัดครับ

ถัดมาเป็นของกินไฟแดงที่ต้องระวัง

หวานที่ต้องระวัง

1)              มันฝรั่งทอด

2)              ขนมปังขาว

3)              สับปะรด

4)              แตงโม

5)              ลูกเกด

6)              มะม่วง

7)              มะละกอ

ให้สังเกตง่ายๆว่าส่วนใหญ่จะเป็นขนม,แป้งและผลไม้ที่หวานจัด  ซึ่งจริงแล้วเน้นในเรื่อง “แป้งที่ขัดขาว” มากกว่าเพราะว่าผลไม้ก็ยังมีช่วงที่สุกงอมหรือไม่สุกซึ่งเราเลือกได้  แต่ของกินพวกแป้งสำเร็จรูปอย่างขนมปัง,คุกกี้,เบเกอรี่หรือมันฝรั่งทอดที่เป็นแป้งล้วนนี้น่าห่วงมากกว่า

ถ้าจะรับประทานอาหารต่างๆอย่างสบายใจและได้สุขภาพก็ขอให้เน้นที่ผักผลไม้เป็นหลักและแป้งที่ไม่ผ่านกระบวนการมากครับ  หากนานๆจะรับประทานขนมที่ชอบบ้างก็ได้  ส่วนน้ำหวานและน้ำผลไม้ควรดื่มให้น้อยลงเพราะนั่นคือน้ำตาลที่หวานฉ่ำเข้าไปตรงๆในร่างกายครับ  ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือเคล็ดลับในการป้องกันสุขภาพ

                                เพราะโรคแห่งอนาคตคือโรคจากความหวานนั่นเอง

 

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

 

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

 

Related posts:

  1. 10 อาหารสุขภาพรอบรั้วโรงเรียน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ช่วงนี้น้องๆเรียนหนังสือกันอย่างขมักเขม้นท่ามกลางสายฝนพรำนะครับ  พอตกเย็นพอเพลาคนไข้ที่คลินิกลงบ้างแล้วผมชอบเดินลัดเลาะไปแถวรั้วโรงเรียนครับ  เผอิญว่าคลินิกผมอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนมัธยมใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งคนแถวห้วยขวางรู้จักดี  ที่เดินใกล้โรงเรียนน่ะไม่ได้ไปเหล่อะไรครับ  แต่เพราะมีห้องสมุดประชาชนใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ ไปดูน้อง เอ้อ…หนังสือใหม่ๆน่ะครับ ใช้ชีวิตอยู่แถวนั้นจนคนรู้จักดีว่าไอ้นี่ชอบเดิน  แถมบางทีก็ไปถ่ายรายการหน้าโรงเรียนก็บ่อยไป  ได้เห็นพี่คนขายอาหารอร่อยๆริมรั้วโรงเรียนหลายเจ้า ...
  2. กินรับหน้าหนาว โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ชาวเอสกิโมที่อยู่ในแดนน้ำแข็งทุกฤดูนั้นไม่เคยป่วยด้วยโรคขาดสารอาหารจนเสียชีวิต ทั้งที่พวกเขาไม่สามารถหาอาหารรับประทานได้ครบ 5 หมู่อย่างแน่นอน ผักผลไม้ที่ไหนจะปลูกขึ้นบนก้อนน้ำแข็ง แต่นั่นเป็นเพราะเขารู้จัก “จัดการ” กับอาหารที่มีอยู่อย่างชาญฉลาดจนทำให้อาหารที่มีแต่เนื้อสัตว์นั้นกลายเป็นวิตามินเติมเต็มขึ้นมาได้ เมืองไทยของเราโชคดีหลายชั้นที่มีอากาศดีเหมาะสมที่พืชกินได้จะงอกงามหลายชนิด ทำให้เราไม่เคยขาดสารอาหารกันไม่ว่าจะฤดูกาลไหน...
  3. พร 2 ข้อช่วยต่อชีวิต โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ผมรู้สึกเห็นใจทุกครั้งที่เห็นคนในวงการแพทย์และวงการบันเทิงป่วยด้วยโรคแปลก  เพราะเหตุผลประการแรกคือตัวเองก็เป็นคนที่ทำงานอยู่ทั้ง 2 วงการนั้น ส่วนเหตุผลอีกข้อก็เพราะรู้ว่ามันเป็น “งาน” ที่จำเป็นต้องทำเพื่อชีวิต พูดง่ายๆว่ายอมเอาสุขภาพแลกกับงาน                 สำหรับคุณหมอก็ยอมเอาสุขภาพของตัวแลกให้สุขภาพคนไข้ดี...
  4. เลือกกินผักผลไม้ในหน้าฝน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช เลือกกินผักผลไม้ในหน้าฝน ​มาปลุกสุขภาพกันช่วงหน้าฝนหน่อยดีกว่าครับ แว่วเสียงไอกระแอมแถมจามมาจากหลายทิศเลยคิดถึงหลายๆท่านว่าถ้าไม่สบายขึ้นมาจะเหนื่อยกับการทำงาน ​งานก็หนัก เป้าปลายปีก็ต้องทำ แถมด้วยมหากาฬรถติด ​นี่คือรสชาติของชีวิตก็จริง แต่บางท่านอาจขอให้รสมัน “จัด” น้อยลงกว่านี้อีกสักหน่อย...
  5. อาหารเรียกแขก โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช     คนไทยเราคุ้นเคยกับอาหารที่จัดเป็นสำรับดีมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อมีชาวต่างชาติเข้ามาเราก็เริ่มรับวัฒนธรรมการกินเข้ามาด้วย มีหลายชาติที่มีพิธีรีตองก่อน “กินจริง” อยู่อย่างน่าสนใจครับ โดยเฉพาะขั้นตอนการ “เรียกน้ำย่อย” ซึ่งเป็นการกินแบบโหมโรงเรียกแขก...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top