มฤตยู 4 อย่างที่ป้องกันได้ โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

น่าภูมิใจที่ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ผู้คนอยากมาอยู่หลังวัยเกษียณ  โดยส่วนตัวผมเห็นว่าคนเราควรจะมีที่ที่มีความสุขดังปรารถนาสักแห่งหนึ่งเอาไว้เพื่อเป็นรางวัลให้กับชีวิต  ซึ่งที่ตรงนั้นอาจไม่จำเป็นที่จะต้องไปไขว่คว้าหาไกล

แต่เราทำที่เดิมที่เราอยู่ให้เป็นแดนสวรรค์ได้

ได้เคยเห็นผู้ใหญ่หลายท่านมีที่พักสวยงามบนดอยหรือเดินทางไปพักผ่อนไกลต่างประเทศ  แต่กระนั้นสิ่งที่เป็นความต้องการสูงสุดของร่างกายคือการได้พักเหนื่อยบน 2 ขาของตัวเองก่อน  คือต้องเริ่มจากภายในตัวเราได้พักผ่อนเป็นอย่างแรก

แล้วจากนั้นจะไปพักที่ไหนๆก็สบายเหมือนกัน

ด้วยในตัวคนเรามีเสาหลักสุขภาพอยู่ไม่กี่อย่างที่สามารถสร้างให้แข็งแรงได้และเมื่อมีเสาเหล่านี้แล้วก็จะช่วยป้องกันโรคร้ายที่เป็นดั่งมฤตยูถึง 4 โรคได้ดังการศึกษาเมื่อไม่นานนี้จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเผยว่ามนุษย์เราเสีย “นาทีทองแห่งชีวิต” ไปมากถึงร่วม 5 ปีจากมรณะทั้งสี่

ได้แก่ความดันสูง,น้ำตาลสูง,โรคอ้วนและการสูบบุหรี่

เมื่อฟังดู 4 อย่างเหมือนกับเยอะที่จะต้อง “ยกเครื่อง” ชีวิต  แต่ถ้าคิดในแนวอายุรวัฒน์ที่เน้นความเรียบง่ายเป็นทางออกก็สามารถที่จะยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว  กล่าวคือให้ดูที่เรื่อง “อ้วน” เป็นสำคัญ

ถ้าแก้อ้วนได้ก็หายไปหลายโรค

โดยเรื่องนิสัยการสูบนั้นถ้ามีใจร่วมด้วยก็จะช่วยเลิกได้ง่าย  แต่เรื่องอ้วนเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยทั้งใจ,วินัยและความเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง  โดยสิ่งที่จะได้กลับมาเป็นรางวัลก็คือไกลจากโรคร้ายที่จะดึงเอานาทีแห่งความสุขของชีวิตไปจากท่านและครอบครัวเป็นหลายๆปีหรือนับสิบปีครับ

สำหรับโรคที่จะไกลท่านออกไปเมื่อ ไม่อ้วนมีดังต่อไปนี้

1) โรคหัวใจและอัมพาต  น้ำหนักตัวเป็นตัวการที่เกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยตรง  โดยดัชนีมวลกายที่ขึ้นก็จะพาให้ความดันขึ้น,ไขมันขึ้นและโรคหัวใจกับมรณะจากหลอดเลือดสมองตีบก็จะตามมา  มีการศึกษาถึงความเกี่ยวเนื่องกันแบบจับมือไปไหนไปด้วยของความอ้วนกับโรคที่ว่านี้อยู่มาก  แต่ข่าวดีอย่างหนึ่งคือถ้าท่านลดน้ำหนักตัวได้ราว 5-10% ก็จะช่วยลดความดัน,ไขมันและความเสี่ยงที่ไม่ปรารถนาลงมาโดยอัตโนมัติครับ

2) โรคเบาหวาน  ความผิดปกติของน้ำตาลจากโรคที่ไม่หวานดั่งชื่อนี้ถูกชี้ชะตาไว้ด้วยน้ำหนักตัวเป็นสำคัญ  ในการศึกษา Nurses’Health Study โดยดูจากสาวๆจำนวนถึง 114,000 คนเป็นเวลา 14 ปีพบว่าสาวที่มี BMI ตั้งแต่ 35 ขึ้นไป(อ้วนเจ้าเนื้ออย่างแรง)มีความเสี่ยงเบาหวานขึ้นอย่างน่าสะพรึงถึง 93 เท่าเทียบกับสาวที่ BMI น้อยกว่า 22 โดยน้ำหนักตัวที่ขึ้นมาตอนเป็นผู้ใหญ่เป็นความเสี่ยงที่น่ากลัวสุดครับ  ทั้งนี้มาจาก “เซลล์ไขมัน” ที่ชุมนุมกันอยู่อย่างอบอุ่นรอบเอวสร้างสารอักเสบขึ้นมาจนพาให้เกิดดื้อต่ออินสุลินครับ

3) โรคมะเร็ง ภัยที่น่าห่วงอย่างมะเร็งก็ยังไม่แคล้วอยู่ในกฏแห่งอ้วนด้วยเช่นกัน  ซึ่งกฏนี้บอกว่าถ้าท่านลดอ้วนได้ก็จะไกลจากโรคนี้  โดยกลไกที่ความเจ้าเนื้อสัมพันธ์กับมะเร็งนั้นยังไม่ชัดเท่าโรคหัวใจแต่กระนั้นเชื่อว่าเกิดจากปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับมะเร็งที่มาเป็นทีมครับ  โดยการสำรวจชี้ถึงมะเร็งที่มีความเป็นไปได้จากอ้วนคือ มะเร็งเต้านม,เยื่อบุมดลูก,ลำไส้ใหญ่,ตับอ่อน,หลอดอาหาร,ไตและมะเร็งทางเดินน้ำดี ซึ่งแต่ละอย่างล้วนไม่ดีทั้งสิ้น  ซึ่งความอ้วนประเภท “ลงพุง” ที่เกิดตอนเป็นผู้ใหญ่มีผลอย่างแรงต่อเรื่องนี้

4) โรคทางเดินหายใจ  โรคอ้วนมีผลไกลไปถึง “ปอด” ซึ่งอย่าลืมว่าถ้ายิ่งสูบบุหรี่ก็จะยิ่งไปทำร้ายหนักขึ้น  โดยมวลมหาประชากรไขมันที่อยู่รอบพุงนั้นมันสะสมกันจนเกิดความอึดอัดเข้าไปถึงข้างในอกโดยมันไปลดการขยายของปอด  ขวางกระบังลมไม่ให้หย่อนตัวลงได้ดีและยังไปทำให้ช่องอกยืดหยุ่นได้แย่ลง  รวมความแล้วคือกดดันให้ท่อหายใจของท่านเดือดร้อนแคบลง  นอกจากนั้นสารอักเสบที่ปล่อยออกมาโดยเซลล์ไขมันยังส่งผลให้เกิดการอักเสบรุมๆไปทั่ว  โดยโรคร้ายทางหายใจที่มากับความอ้วนได้คือ “หยุดหายใจตอนหลับ” กับ “หอบหืด” นั้นพบว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 50% ถ้าอ้วน  แต่การศึกษาทางคลินิกชี้ว่าการลดน้ำหนักสวยๆจะช่วยเรื่องนี้ได้ครับ

ความอ้วนมีผลทำให้เกิดโรค,ตายเร็วและทำลายคุณภาพชีวิตก่อนที่เราจะจากโลกนี้ไป  ซึ่งในเรื่องนี้ยังมีสิ่งที่เจ็บปวดอีกข้อก็คือมันทำลาย “ความทรงจำ” ที่แสนดีของเราด้วยครับ  โดยพบว่าโรคอ้วนมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับการเกิด “อัลไซเมอร์” ที่ปัจจุบันยังรักษาไม่ได้  ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีหลักฐานจาก meta-analysis study มายืนยันมากขึ้นเรื่อยๆ

สรุปง่ายๆคือความอ้วนทำลายทั้งร่างกาย,จิตใจไปจนถึงความคิดของคนคนหนึ่งซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งป้องกันได้  เพราะเมื่อ review งานวิจัยทั้งหลายดูแล้วก็ล้วนแต่มีข่าวดีทั้งสิ้นคือเมื่อคนเราเบื่อความอ้วนแล้วกลับใจลดได้  สิ่งทั้งหลายก็กลับคืนมาดีดั่งฟ้าหลังฝนทั้งโรคร้าย,ความเสี่ยงและร่างกายที่กระฉับกระเฉงดี

ที่สำคัญคือความสุขในชีวิตก็จะกลับมาครับ

 

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

 

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

                        

Related posts:

  1. 10 อาหารสุขภาพรอบรั้วโรงเรียน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ช่วงนี้น้องๆเรียนหนังสือกันอย่างขมักเขม้นท่ามกลางสายฝนพรำนะครับ  พอตกเย็นพอเพลาคนไข้ที่คลินิกลงบ้างแล้วผมชอบเดินลัดเลาะไปแถวรั้วโรงเรียนครับ  เผอิญว่าคลินิกผมอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนมัธยมใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งคนแถวห้วยขวางรู้จักดี  ที่เดินใกล้โรงเรียนน่ะไม่ได้ไปเหล่อะไรครับ  แต่เพราะมีห้องสมุดประชาชนใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ ไปดูน้อง เอ้อ…หนังสือใหม่ๆน่ะครับ ใช้ชีวิตอยู่แถวนั้นจนคนรู้จักดีว่าไอ้นี่ชอบเดิน  แถมบางทีก็ไปถ่ายรายการหน้าโรงเรียนก็บ่อยไป  ได้เห็นพี่คนขายอาหารอร่อยๆริมรั้วโรงเรียนหลายเจ้า ...
  2. ติดกระเป๋ารับหน้าร้อน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช เวลามองออกไปท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยวแล้วเห็นท่านที่ต้องทำงานกลางแดด ขายของบ้าง ขับรถบ้างหรือยืนตากแดดตอนเที่ยงแล้วให้รู้สึกเห็นใจและเป็นห่วงยิ่ง เพราะอากาศทุกวันนี้ร้อนเหลือเชื่อ ตัวผมเองช่วงนี้เวลาไปถ่ายรายการกลางแจ้งเมื่อรู้สึกร้อนขึ้นมาก็จะนึกถึงท่านที่ต้องอยู่กลางแดดจ้าช่วงกลางวันแล้วก็ให้รู้สึกเบาร้อนลงไปมากด้วยคนอื่นเขาหนักกว่าเรานัก  เลยนึกถึงสิ่งที่จะช่วยบรรเทาดีกรีความร้อนที่แทบจะไหม้ให้สบายขึ้นมาบ้าง อย่างที่เคยใช้กันนานมาก็มีพัดบ้างหรือว่าพัดลมซึ่งถ้าเป็นพัดมือที่เราใช้กระพือลมให้ดับร้อนนั้นที่จริงแล้วก็ต้องใช้แรงเราด้วยเป็นการออกแรงเช่นกัน  หรือจะเป็นการเข้าห้องแอร์ให้เย็นฉ่ำจับใจก็อาจทำให้ร่างกายที่ยังปรับตัวป่วยไปได้  ส่วนการใช้ “ผ้าเย็น”...
  3. กินให้จำเริญใจ โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ท่านที่เกิดทันยุคจอมพลสฤษดิ์คงจำได้ดีว่าสมัยนั้นเรามีสุภาพสตรีอยู่ 2 ท่านที่มีความเป็นกุลสตรีโดดเด่น ท่านหนึ่งเป็นผู้รู้เรื่องวางตัวที่แสนงาม อีกท่านเป็นราชนิกูลผู้รู้เรื่องอาหารทั้งไทย-เทศที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ปลายจวัก ทำให้ทำเนียบรัฐบาลในสมัยนั้นแสนจะมีหน้ามีตายิ่ง ทั้งการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง การจัดเลี้ยงรับรองอาคันตุกะล้วนแต่ครบถ้วนกระบวนความ เป็นความสง่างามของชาติ นอกจากตัวผู้นำที่เป็นหลักแล้วเรื่องของวัฒนธรรมก็สำคัญไม่น้อยเลยนะครับท่านที่รัก...
  4. วันที่กรดไม่ไหลย้อนกลับ โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ย้อนกลับไปดูหนังเมื่อวันวานอย่าง “สายน้ำไม่ไหลย้อน(River of no return)” คราใดก็ให้แว่วเสียงหวานของคุณมาริลีนก้องติดหูต้องฮัมตามอ้อยอิ่งทุกครั้ง  ชวนให้นึกถึงเมื่อยังหนุ่มเอ๊ย…ยังอายุน้อยกว่านี้(แฮ่) แม้สายน้ำจะไม่ไหลย้อนแต่ความเสื่อมก่อนวัยและโรคภัยไข้เจ็บสามารถย้อนกลับมาดีได้  ขอให้ท่านที่รักอย่าเพิ่งท้อไปขอให้รู้เถิดครับว่าถ้าเราหาจุดเจอและแก้ได้ถูกจุดเมื่อไร สายน้ำก็จะไหลย้อนกลับได้อย่างน่าอัศจรรย์...
  5. นอนไม่หลับ โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช   เรื่องนอนไม่หลับนี่เจ็บปวดมากครับ  แสนจะทรมานอย่าบอกใครที่ต้องนอนลืมตาโพลงอยู่คนเดียว แสนเปลี่ยวหัวใจ   บางท่านบอกว่าเป็นมานานแล้ว  แต่บางท่านก็ว่าเพิ่งมาเป็นเอาเมื่อตอนอายุมากขึ้น  ท่านที่เป็นมานานนั้นต้องอดทนกับการนอนไม่หลับ นอนผิดที่ นอนแล้วผลุดลุกผลุดนั่ง ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top