ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2558

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

รวบพ่อเลี้ยงโหดทืบ 2 ขวบซ้อมยับดับคาเท้า

จัดรัฐพิธีศพลีกวนยูสมเกียรติยศ

“5 นศ.” ควบเก๋งพุ่งปะทะชนปิกอัพดับ 2

มติชน

จะทำให้ปท.เรียบร้อย บิ๊กตู่มั่นใจใช้ม. 44 แทนอัยการศึก

ผอ.สมัครยื่นร้องบิ๊กตู่วันนี้

ลุยบิ๊กอสังหาเลี่ยงภาษีไล่บี้คอนโด

ข่าวสด

กระโปรงรถปิดขังตายทุรนสังเวยซ่อมไฟท้าย

บิ๊กตู่ฉะกสม.ยัวะร่วมค้านม.44

เก๋งชนสยองกรุง – นศ.ดับคาที่ 2 เจ็บ 6

เดลินิวส์               

ลวงตร.เข้า “ทุ่งสังหาร” เหิมเกริม” รัวถล่ม พตท.-จสต.ดับ

หวั่น “บิ๊กตู่” ตกหลุมอำนาจ

จับพ่อเลี้ยงตื้บลูก 2 ขวบตาย

กรุงเทพธุรกิจ

“ฉัตรชัย”  เปิดแผนบริหารจัดการน้ำ

ธุรกิจจี้รัฐกระตุ้นกำลังซื้อ

โพสต์ทูเดย์

คลังไล่ล่าภาษี

ร้านแลกเงินติวเข้มรับปปง.ลุยตรวจพ.ค.นี้

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)  

นี่ไง… รัฐธรรมนูญที่ทักษิณชอบ!

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ

เรื่องสั้นทำให้ยาว

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ

จะซื้อเรือดำน้ำไปรบกับใคร

คอลัมน์  เศรษฐกิจ  โดยทีมเศรษฐกิจ  (ไทยรัฐ) 

เปิดใจ “วุฒิชาติ กัลยาณมิตร” ภารกิจฟื้นฟูกิจการ “ม้าเหล็ก”

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย  ปราปต์  บุนปาน(มติชนรายวัน)  

อย่าหวังพึ่ง “คนดี”   วันที่ 30/03/2015

คอลัมน์  คนหน้า 5  โดย ดินสอโดม   (เดลินิวส์)

คนหน้า 5  วันที่ 30/03/2015

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)  

สิ้นยุคผู้นำ Strong Man

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

รวบพ่อเลี้ยงโหดทืบ 2 ขวบซ้อมยับดับคาเท้า

พ.ต.ท.ชูชัย  จับเทียน  พงส.ผนพ.สน.นิมิตรใหม่  กล่าวว่า  เมื่อช่วงสายของวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา รับแจ้งจากทาง รพ.นพรัตน์ราชธานีว่ามีเด็กชายวัย 2 ขวบ เข้ารักษาตัวจากการถูกทำร้ายร่างกายและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงรุดไปตรวจสอบ ขณะเดียวกันฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าแฟลตเอื้ออาทรหทัยราษฎร์ อาคาร 19 ถนนหทัยราษฎร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. ที่เป็นจุดเกิดเหตุ พบภาพนายอานนท์ พิมพ์หนู อายุ 29 ปี ผู้ต้องหารายนี้กำลังทำร้ายเด็กชายรายนี้ ทั้งทุบตี ตบหน้า และจับทุ่มกับพื้นจนหมดสติ ก่อนสามารถติดตามควบคุมตัวได้ที่บ้านญาติใน จ.กำแพงเพชร

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 30/03/2015

จัดรัฐพิธีศพลีกวนยูสมเกียรติยศ

สำนักข่าวต่างประเทศ  เอพี ,เอเอฟพี, รอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ว่า รัฐบาลสิงคโปร์จัดรัฐพิธีศพนายลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นรัฐบุรุษและบิดาผู้ก่อตั้งประเทศสิงคโปร์อย่างสมเกียรติ หลังจากที่รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศไว้อาลัยต่อการจากไปของนายลี กวน ยู มาครบ 7 วัน โดยทางครอบครัวอดีตผู้นำสิงคโปร์ได้นำศพนายลี กวน ยู กลับมาตั้งที่บ้านเป็นเวลา 2 วัน คือระหว่างวันที่ 23-24 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อจัดพิธีศพเป็นการภายใน จากนั้นมีการเคลื่อนศพนายลี กวน ยู ไปตั้งยังรัฐสภาสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 25-28 มี.ค. เพื่อให้ประชาชนเคารพศพอดีตผู้นำเป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์ประเมินว่าประชาชนที่เดินทางมาร่วมอาลัยนายลี กวน ยู มีจำนวนกว่า 500,000 คน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 30/03/2015

“5 นศ.” ควบเก๋งพุ่งปะทะชนปิกอัพดับ 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ร.ต.ท.นพพล เกียรติ์ทวีมั่นคง พงส.สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุรถชนกันมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ที่บริเวณเชิงสะพานลอยข้ามแยก ม.เกษตรศาสตร์ ใกล้ห้างเมเจอร์รัชโยธิน ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ชีพนเรนทรและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ที่เกิดเหตุบริเวณเชิงสะพานข้ามแยก ด้านช่องทางลงถนนพหลโยธินฝั่งขาเข้า พบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กค 2439 เพชรบุรี สภาพห้องเครื่องพังเสียหายยุบตัวถึงห้องโดยสาร ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาวถูกอัดก๊อบปี้กับคอนโซลหน้ารถ ทราบชื่อ น.ส.สุณิชา หรือแก้ว  ตันวิเชียร อายุ 22 ปี นศ.ปี 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.รังสิต อยู่บ้านเลขที่ 21/13 ซอยพัฒนสิน แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม.  นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บติดอยู่ในรถเก๋งอีก 4 ราย ใกล้กันพบรถกระบะนิสสัน นาวารา สีเลือดหมู ทะเบียน ถพ 1416 กรุงเทพมหานคร บรรทุกเนื้อหมูชำแหละมาเต็มคันรถ จอดในลักษณะด้านหน้าชนประสานงากับรถเก๋งโตโยต้า วีออส สภาพพังยับ พบผู้บาดเจ็บในรถ 3 ราย ที่เป็นครอบครัวเดียวกัน ถูกนำส่ง รพ.เมโย สอบสวนนายอุทัย โพธิ์รัมย์ อายุ 30 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ทราบว่าพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส วิ่งมาตามถนนพหลโยธินฝั่งขาออกมุ่งหน้าสะพานลอยข้ามแยก ม.เกษตรศาสตร์ด้วยความเร็วสูง เกิดเสียหลักชนขอบทางขึ้นสะพานจนหมุนคว้างพลิกคว่ำ 1 ตลบ ก่อนพุ่งชนประสานงารถกระบะคู่กรณีที่วิ่งลงจากสะพานมุ่งหน้าแยกรัชโยธิน จนเสียงดังสนั่นพร้อมกับมีไฟลุกไหม้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและพลเมืองดีต้องช่วยกันดับไฟและลำเลียงผู้บาดเจ็บส่ง รพ.ใกล้เคียง เบื้องต้นสันนิษฐานกลุ่มผู้ตายขับรถเก๋งใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน ฝั่งขาออกมุ่งหน้าแยก ม.เกษตรศาสตร์ แต่ผู้ขับขี่ไม่ชำนาญทางวิ่งเลนขวาที่บังคับขึ้นสะพานข้ามแยก โดยทางลงสะพานอีกด้านจะเลยแยก ม.เกษตรศาสตร์ ทำให้ผู้ขับขี่ต้องตัดสินใจหักพวงมาลัยรถเปลี่ยนเป็นเลนซ้ายอย่างกะทันหัน เป็นเหตุให้รถเก๋งพุ่งชนขอบทางบริเวณทางขึ้นจนเสียหลักพลิกคว่ำกระเด็นไปชนรถกระบะที่วิ่งสวนมาด้วยความเร็ว ทั้งนี้ ต้องรอสอบปากคำผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย หลังอาการดีขึ้น เพื่อสรุปหาผู้รับผิดชอบและสาเหตุแท้จริงต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 30/03/2015

จะทำให้ปท.เรียบร้อย บิ๊กตู่มั่นใจใช้ม. 44 แทนอัยการศึก

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  กล่าวถึงการยกเลิกกฎอัยการศึกใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ว่า  ยกเลิกเมื่อไรก็เมื่อนั้น เมื่อถามว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แนะรัฐบาลใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ   พล.อ.ประยุทธ์   กล่าวว่า  ไปบอก กสม.ให้มาดูแลบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย แค่เรียบร้อยยังทำไม่ได้เลย ที่ผ่านมาใช้ทั้ง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯและพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯแล้วทำได้ไหม ถึงต้องมีวันนี้  เมื่อถามว่า ปัจจัยที่ติดสินใจใช้มาตรา 44 พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวว่า  อยู่ที่ทำอย่างไรให้สถานการณ์เรียบร้อยที่สุด   เมื่อถามว่าคิดว่ามาตรา 44 ช่วยทำให้สถานการณ์เรียบร้อยได้มากกว่าใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวว่า  ทุกอย่างที่จะทำให้เรียบร้อย เมื่อถามว่ากฎอัยการศึกเป็นกฎหมายความมั่นคงปกติ  แต่มาตรา 44 ถูกมองว่าเป็นการใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์  จะทำให้ถูกกดดันต่างชาติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวว่า  เอาคนในประเทศเป็นหลัก  คนในประเทศลำบากยากเข็ญพอสมควรแล้ว อย่าเอาใครมารบกับเราอีกเลย  รับผิดชอบกันบ้าง เอาเรื่องนี้ที่มีสาระกว่านี้  (หนังสือพิมพ์มติชน) 

แหล่งข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กำลังพิจารณายกเลิกกฎอัยการศึกว่า เป็นไปได้ที่พล.อ.ประยุทธ์ จะยกเลิกกฎอัยการศึก แล้วการใช้กฎหมายตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 มาแทน เพื่อให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน ในการบังคับใช้กฎหมาย ดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งเนื้อหาก็อยู่ในกรอบนี้ และหนึ่งในหลายๆ ข้อของรายละเอียดจะเป็นเรื่องการที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ 7 วัน หรือตรวจค้นโดยไม่ต้องมีหมายศาล ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสืบสวนอยู่แล้ว แต่ข้อห้าม ข้อกำหนดอะไรที่มากกว่านี้คงต้องรอดูที่เนื้อหาอีกครั้ง

นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กล่าวถึงกรณีนายกฯ ระบุจะยกเลิกกฎอัยการศึก โดยจะใช้มาตรา 44 แทนว่า เป็นเรื่องที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง เพราะกฎอัยการศึกยังมีแบบแผนการควบคุมตัว การดำเนินคดีอยู่ แต่มาตรา 44 ให้อำนาจนายกฯ แบบครอบจักรวาล ซึ่งนายกฯ ต้องระวังที่จะตกหลุมอำนาจ และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นได้

นายณัฐกร วิทิตานนท์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า หากนำมาตรา 44 มาใช้แทน กฎอัยการศึกนั้นทำให้น่าเป็นห่วงในหลายประเด็น ทั้งในแง่หลักความเป็นธรรมของกฎหมายที่จะถูกทำลายลงทันที หากนายกฯ บังคับใช้มาตรา 44 ที่ให้อำนาจการตีความครอบจักรวาลทั้งทางบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ไว้ที่ตัวผู้นำคนเดียว ซึ่งเป็น สิ่งที่น่ากลัว เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าผู้นำจะตีความมาตรานี้เพื่อบังคับใช้อย่างไร แตกต่างจากการใช้กฎอัยการศึกที่แม้จะเคร่งครัด แต่ยังถือว่าตีกรอบการใช้อำนาจไว้ชัดเจนกว่า อีกทั้งการตรวจสอบจะเป็นปัญหา สิทธิของประชาชนที่จะใช้โต้แย้งหรือต่อสู้ทางกฎหมาย เพื่อจะยืนยันความบริสุทธิ์จะไม่สามารถทำได้เลย

นายยอดพล เทพสิทธา อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า รัฐบาลคงต้องการปรับภาพลักษณ์ หวังลดแรงกดดันจากนานาชาติ แต่ข้อเท็จจริงคือไม่ใช่ รัฐบาลจะไม่ได้ผลตามที่ต้องการ เพราะ กฎอัยการศึกถือว่าแย่แล้ว แต่ก็ยังมีฐานทางกฎหมายมารองรับ แต่มาตรา 44 นั้นแย่ที่สุด เพราะให้อำนาจรวมศูนย์อยู่ที่ตัวนายกฯ คนเดียว สามารถใช้คำสั่งทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่การยึดทรัพย์ กระทั่งประหารชีวิต โดยไม่ต้องมีการพิสูจน์ใดๆ ทั้งสิ้น หากรัฐบาลเดินหน้าในทิศทางดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ก็จะไม่ต่างจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่เคยใช้มาตรา 17 ของธรรมนูญการปกครอง 2502 ซึ่งต่อให้ไม่ทำผิด แต่หากตกเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยก็ถูกตัดสินได้ทันที  (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)  

ผอ.สมัครยื่นร้องบิ๊กตู่วันนี้

นายสมัคร  ดอนนาปี  ผู้อำนวยการสำนักอุทยาน  กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  กล่าวว่า  ในวันที่ 30 มี.ค. จะเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลในช่วงบ่ายเพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์และขอความเป็นธรรมตามสิทธิที่มีอยู่โดยจะยื่นเอกสารรายละเอียดทั้งหมด รวมถึงข้อเท็จจริงทุกอย่างที่เกิดขึ้นต่อ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี แต่ไม่ได้มีการร้องเรียนตัวบุคคลแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่ 30/03/2015

ลุยบิ๊กอสังหาเลี่ยงภาษีไล่บี้คอนโด

นายรังสรรค์  ศรีวรศาสตร์  ปลัดกระทรวงการคลัง   กล่าวว่า  มีความกังวลกับการจัดเก็บรายได้ของกรมภาษีที่ต่ำกว่าเป้าหมายมาก จึงให้กรมภาษีไปเร่งขันนอตการจัดเก็บให้ดีขึ้น  พร้อมทั้งไปดูว่ากลุ่มไหนที่มีการเสียภาษีไม่ถูกต้อง และหลบเลี่ยงภาษีหรือไม่ มีช่องทางเก็บภาษีตรงไหนได้เพิ่มขึ้นบ้าง เพราะสถานการณ์แบบนี้การขึ้นภาษีหรือจัดเก็บภาษีตัวใหม่ๆ คงทำได้ลำบาก ได้รับข้อมูลมาว่าอาจมีการหลบเลี่ยงภาษีของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่บางราย  โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมหรูในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและหัวเมืองใหญ่  ที่ใช้กองทุนอสังหาริมทรัพย์เข้ามาถือกรรมสิทธิ์ในคอนโดมิเนียมแทนเจ้าของหรือกลุ่มลูกค้ารายใหญ่เพื่อหลบเลี่ยงภาษี เนื่องจากกองทุนดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นภาษี จึงให้กรมสรรพากรไปดูแล้วว่าเป็นอย่างไร

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่ 30/03/2015

กระโปรงรถปิดขังตายทุรนสังเวยซ่อมไฟท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ร.ต.ท. บรรเจิด นพสมบูรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายศพโชยออกมาจากกระโปรงหลังรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ในเพิงพักไม่มีเลขที่ หมู่3 ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แพทย์เวรร.พ.ศูนย์นครปฐม และอาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งเปอโยต์ รุ่น 405 จีอาร์ จอดอยู่ในเพิงโดยมีกลิ่นเหม็นคล้ายศพโชยออกมาอย่างรุนแรง จากบริเวณใต้ฝากระโปรงท้ายรถที่ยังมีกุญแจเสียบคาอยู่ที่รูกุญแจ แต่ประตูรถทั้ง 4 บานปิดสนิท เจ้าหน้าที่จึงไขกุญแจรถเปิดออกตรวจสอบ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเปิดออกได้ จึงช่วยกันใช้ชะแลงงัดฝากระโปรงจนออกแล้วต้องถึงกับผงะ เมื่อพบศพชายเสียชีวิตสภาพ ขึ้นอืดในลักษณะศีรษะหันออกมาอยู่ทางด้านท้ายกระโปรงรถ ขาทั้งสองข้างพยายามถีบเบาะในห้องโดยสาร ใกล้กันมีอุปกรณ์ซ่อมสายไฟวางอยู่ แพทย์ลงความเห็นเสียชีวิต มาไม่ต่ำกว่า 3 วัน ทราบชื่อคือนายสุริย บุนจิตบรรจง อายุ 56 ปี ชาวจ.นนทบุรี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจเปิดฝาท้ายกระโปรงรถแล้วมุดตัวเข้าไปซ่อมสายไฟ แต่ขณะนั้นเกิดมีลมพายุพัดทำให้ฝากระโปรงปิดลงมาทันที ซึ่งขณะนั้นอาจไม่มีใครเห็น และผู้ตายพยายามใช้เท้าถีบเข้าไปที่ห้องโดยสารเพื่อช่วยเหลือตัวเอง แต่ไม่สามารถถีบออกมาได้ทำให้ขาดอากาศหายใจเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งจะได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานภาค 7 เข้าตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ก่อนส่งศพชันสูตรที่ร.พ.นครปฐม ก่อนประสานญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่ 30/03/2015

ลวงตร.เข้า “ทุ่งสังหาร” เหิมเกริม” รัวถล่ม พตท.-จสต.ดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   เมื่อวันที่  29  มี.ค. เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มะนัง จ.สตูล ทำให้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ที่บริเวณแยกทางเข้าบ้านถ้ำระฆังทอง หมู่ 5 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง โดยผู้บาดเจ็บประกอบด้วย พ.ต.ท.จิรภาส เซ่งเส้ง รอง ผกก.(สส.)สภ.มนัง และ จ.ส.ต.ธนศักดิ์ ทรพิศ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.มะนัง อาการสาหัส ทั้งนี้เบื้องต้นทราบว่า พ.ต.ท.จิรภาส ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ รวม 3 นาย ขึ้นรถกระบะอีซูซุ 4 ประตู สีขาว ทะเบียน 1กฎ 3507 กรุงเทพมหานคร เข้าไปสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายในพื้นที่บ้านถ้ำระฆังทอง หมู่ 5 ต.ปาล์มพัฒนา โดยมี จ.ส.ต.ธนศักดิ์ เป็นคนขับ ขณะที่มาถึงแยกทางเข้าบ้านถ้ำระฆังทอง ปรากฏว่าได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งซุ่มอยู่ในเนินป่าข้างทาง ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงถล่มใส่รถเจ้าหน้าที่ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ทั้งนี้ล่าสุดมีรายงานว่า พ.ต.ท.จิรภาส และ จ.ส.ต.ธนศักดิ์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้เสียชีวิตลงแล้ว ส่วนสาเหตุของการยิงถล่มรถของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวน.

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่ 30/03/2015

“ฉัตรชัย”  เปิดแผนบริหารจัดการน้ำ

พล.อ.ฉัตรชัย  สาริกัลป์ยะ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์   ที่รั้งตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ  กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ”  ว่า  แผนยุทธศาสตร์น้ำคือการวางภาพแผนของประเทศตั้งแต่ปี 2558 ไปจนถึงปี 2569 หรืออีก 10 ปี ข้างหน้า ซึ่งตอนนี้เสร็จแล้วแต่ยังมีรายละเอียดเล็กน้อย ที่คณะกรรมการเกิดความรู้สึกว่ามองต่างมุมเล็กน้อย ต้องมาปรับอีกนิด  เนื่องจากการพูดถึงยุทธศาสตร์ก็เกิดคำถามว่า จะพูดถึงระดับไหน ฝ่ายหนึ่งบอกไม่ต้องลงรายละเอียด แต่บางคนบอกต้องรายละเอียด ผมตั้งใจจะเคลียร์ให้จบภายใน เม.ย.นี้ ต้องทำให้เสร็จและเข้าครม.ให้ออกมาเป็นยุทธศาสตร์และประกาศใช้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 30/03/2015

ธุรกิจจี้รัฐกระตุ้นกำลังซื้อ

นายพรวุฒิ  สารสิน  รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์  จำกัด  ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์โคคา โคลา ใประเทศไทย  กล่าวว่า  แม้ต้นทุนการจำหน่ายสินค้าจะลดลงจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง จะส่งผลดีต่อการดำเนินการ แต่กลับพบว่ากำลังซื้อที่ชะลอตัวทำให้ยอดขายในไตรมาสแรก เติบโต “ทรงตัว”  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยิ่งหากเทียบเดือนต่อเดือนแล้วพบว่าเดือน ม.ค. – ก.พ. ยอดขายลดลง จึงเห็นว่ารัฐจะต้องเร่งกระตุ้นกำลังซื้อให้ฟื้นตัวคือ  เร่งสร้างความชัดเจนของนโยบายลงทุน เพื่อสร้างความมั่นคงและกล้าตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 30/03/2015

คลังไล่ล่าภาษี

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง  กล่าวว่า  การเก็บภาษีของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2558  ยังไม่ดีขึ้นโดยเฉพาะกรมสรรพากรที่เดิมคาดว่าจะเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าประมาณ 1.6 แสนล้านบาท แต่ล่าสุดคาดว่าจะมีรายได้อาจต่ำกว่าเป้าถึง 2 แสนล้านบาท เนื่องจากการประเมินการเก็บภาษีกรมสรรพากรในครั้งก่อนนั้น ราคาน้ำมันสูงกว่าปัจจุบัน ทำให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากการนำเข้าน้ำมันไม่ถูกกระทบมาก  อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กระทรวงการคลังได้สั่งให้กรมสรรพากรเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บเป็นการเร่งด่วน โดยกรมสรรพากรได้ดำเนินการในหลายด้าน ตั้งแต่การตรวจการเสียภาษีของผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่ได้มีการปรับวิธีการตรวจสอบภาษี โดยให้รวมกลุ่มบริษัทลูกทั้งหมดเป็นกลุ่มเดียวกับบริษัทแม่ เพื่อตรวจดูการทำธุรกรรมระหว่างกันว่ามีการถ่ายโอนรายได้ หรือสร้างรายจ่ายเพื่อให้เสียภาษีน้อยลงหรือไม่ จากเดิมจะตรวจสอบเฉพาะผู้เสียภาษีรายใหญ่ ทำให้ไม่พบการกระทำดังกล่าว  นอกจากนี้ ในส่วนของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  กรมสรรพากรได้ขอความร่วมมือกรมบัญชีกลางให้ตรวจสอบการเสียภาษีของข้าราชการ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าข้าราชการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ต่ำ และไม่ยอมยื่นแบบเสียภาษีสิ้นปี  สำหรับพนักงานในบริษัทเอกชนคลังได้ให้กรมสรรพากรเข้าไปตรวจสอบการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ถูกต้องมากขึ้น เพื่อไม่ให้ภาษีต่ำกว่าเป้าไปกว่านี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 30/03/2015

ร้านแลกเงินติวเข้มรับปปง.ลุยตรวจพ.ค.นี้

น.ส.ชนาพร   พูนทรัพย์หิรัญ  นายกสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ  กล่าวว่า  เมื่อเร็วๆนี้สมาคมได้จัดเวิร์กช็อปเกี่ยวกับกฎระเบียบและหลักเกณฑ์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)  เนื่องจาก ปปง.ได้แจ้งว่าในเดือน พ.ค.จะเริ่มการสุ่มสำรวจร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่มีอยู่ทั่วประเทศประมาณ 1,000 ราย ว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมาย ปปง. เกี่ยวกับการฟอกเงินหรือไม่

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 30/03/2015

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2558   พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ค้นนครศรี 16 จุด กวาดล้างอิทธิพลฆ่า 4 ศพ ตีหัวเทศกิจเลือดอาบ!...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ แฉแผนป่วน 100 จุดมือบึมรับดึงยูเอ็นเข้ามาไทย ยิงถล่มวัดอ้อน้อย ยันคสช. – รัฐบาลไม่สืบทอดอำนาจ มติชน...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558   พาดหัวข่าว ไทยรัฐ หมายจับอีก 4 คนแก๊งป่วนปาบึ้มศาลอาญา จับทีมโจรลักทอง 14 ล.ได้ตัว 6...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558 พาดหัวข่าว     ไทยรัฐ แก๊งยานรกโหด ฆ่าปิดปาก บุกยิงหนุ่มโลตัส สมยศเผยกลุ่มป่วน ใช้โซเชียลชักจูง ‘ถวิล’โชว์...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ยุบิ๊กตู่ลุยปรองดองเจรจา “ทักษิณ” ลูกชิ้นปิงปอง ติดคอดับทุรน ให้ออกราชการ ด.ต.หื่นลวงปล่ำนศ. มติชน ชง...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top