ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2558

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2558

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2558

 

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

บิ๊กตู่เซ็นเด้งฟ้าผ่า ปลัด สธ. หมอขู่รวมพลค้าน

พ่อแม่ “ศรีรัศมิ์” โดนจำคุก 2 ปี 6 เดือน

ค้ายาบ้าฟอกทำรีสอร์ตจับเจ๊พร

มติชน

เกาเหลาสธ. – เด้ง “ปลัด” บิ๊กตู่เชือด หมอนัดฮือคลุมปี๊บต้าน

กนง.โหวต 4:3 หั่น 25 สตางค์ลดดอกเบี้ย

บุกค้น “ร้านนม” – จุดวางแผนบึ้ม แค่ “ตึกร้าง”

ข่าวสด

บิ๊กตู่เด้งนพ.ณรงค์พ้นปลัด ม็อบสธ.ต้านทันที

แฉพิรุธ 7 ข้อจตุพรสงสัยบึ้มศาล

ตัดสินพ่อแม่ศรีรัศมิ์ – คดีแรกคุก 5 ปี

เดลินิวส์               

เบนซ์ ท่าทรายแฉสิ้น มีคลิปเสียง พตท.รับสินบนยาบ้า

เด้งหมอณรงค์ไปเข้ากรุ

จำคุก 5 ปีผิด 112 พ่อ – แม่ “ศรีรัศมิ์”

กรุงเทพธุรกิจ

เด้ง “นพ.ณรงค์” เข้ากรุ

“ลดดอกเบี้ย” ไม่ช่วยฟื้นศก.

โพสต์ทูเดย์

ลดดอกปั๊มศก.

หมอชักดาบกยศ.พุ่ง

 

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2558

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2558

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์) 

“สหกรณ์ฯกับสถาบันการเงิน”

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ

รีดหนัก?

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

เมื่อรัฐบาลอ่อนแอ ฝ่ายต้านก็เริ่มรุก

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย วรศักดิ์  ประยูรศุข (มติชนรายวัน)  

เลือก – ไม่เลือก  วันที่ 12/03/2015

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ

วิกฤตหมอกควันพิษ  จากทวิตเตอร์คนเหนือ

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

บิ๊กตู่เซ็นเด้งฟ้าผ่า ปลัด สธ. หมอขู่รวมพลค้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 11 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.  ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 75/2558 วันที่ 13 มี.ค. ให้นพ.ณรงค์  สหเมธาพัฒน์  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ในระหว่างที่มีการสอบสวน โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิของนายกรัฐมนตรี และให้อยู่ในการดูแลกำกับของนายสุวพันธุ์  ตันยุวรรธนะ  รัฐมนตรีปะจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ขณะที่  นพ.ณรงค์  สหเมธาพัฒน์  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวว่า  ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ก็ไม่ได้เครียดอะไร ส่วนจะเรียกร้องความเป็นธรรมหรือไม่นั้น ยังไม่ได้คิด ตนเป็นเพียงข้าราชการคนหนึ่งเท่านั้น

พญ.ประชุมพร  บูรณ์เจริญ  ประธานสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.)  ในฐานะตัวแทนประชาคมสาธารณสุข  กล่าวว่า  เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบธรรม แทนที่จะตั้งสอบปลัดกระทรวงสาธารณสุข ควรไปสอบสวนเอาผิด สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพราะบริหารส่งผลต่อโรงพยาบาล ทำให้ขาดทุนมากมาย แต่กลับมาสอบปลัดกระทรวงฯและมาสั่งย้าย การกระทำครั้งนี้ ส่งผลกระทบในวงกว้าง ประชาชนจะเสียประโยชน์ ประชาคมสาธารณสุขจะหารือเพื่อออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องขอความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด ส่วนจะมีม็อบหมอหรือไม่ยังไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่หากถึงที่สุดก็ต้องมีการรวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม   (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)    ต่อ นพ.รัชตะ ในวันที่ 12 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00 น. และจะนำปี๊บมาคลุมหัวเรียกร้องธรรมาภิบาลให้คน สธ.

นพ.รัชตะ  รัชตะนาวิน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)  กล่าวถึงกระแสข่าวโยกย้าย นพ.ณรงค์  สหเมธาพัฒน์  ปลัด สธ. ไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่า  ทราบว่า  เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา นายยงยุทธ  ยุทธวงศ์  รองนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง นพ.ณรงค์กรณี สธ.ปรากฎเป็นข่าวจนทำให้สังคมมองว่าเกิดความขัดแย้งขึ้น ขณะเดียวกันทราบว่าระหว่างรอผลการสอบสวน พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามสั่งย้าย นพ.ณรงค์ไปช่วยปฏิบัติราชการตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านสาธารณสุข ที่สำนักนายกรัฐมนตรี  เมื่อถามว่า  กังวลหรือไม่ว่าคำสั่งดังกล่าวจะทำให้เกิดแรงต้านจากบุคลากรทางการแพทย์  นพ.รัชตะ  กล่าวว่า  ไม่กังวล  เมื่อถามว่า  ขณะนี้มีรายชื่อตั้งรักษาการปลัด สธ.หรือไม่  นพ.รัชตะ  กล่าวว่า  นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้แถลงเรื่องนี้เอง แต่ได้ส่งหนังสือรายละเอียดต่างๆ ให้นายกฯแล้ว  (หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน)

ด้านนายสาคร นาต๊ะ นายกสมาคมหมออนามัย กล่าวว่า  ในวันที่ 12 มี.ค. เวลา 08.00 น. เครือข่ายชมรมวิชาชีพสาธารณสุข 58 ชมรม ในประชาคมสาธารณสุขประมาณ 1,000 คน จะสวมชุดเครื่องแบบวิชาชีพของตัวเองไปที่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อคัดค้านการปลดนพ.ณรงค์ พร้อมแสดงจุดยืนเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า “ข้าราชการที่ดีต้องมี ที่ยืน”  (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)  

พ่อแม่ “ศรีรัศมิ์” โดนจำคุก 2 ปี 6 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ห้องเวรชี้  ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นางวันทนีย์  สุวะดี อายุ 66 ปี และนายอภิรุจ  สุวะดี อายุ 72 ปี มารดาและบิดาท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  ทั้งนี้ ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีนี้ทันที ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า  จำเลยกระทำผิดฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 5 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยทั้งสองไว้คนละ 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ ทันที่อ่านคำพิพากษาเสร็จเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัวจำเลยทั้งสองเดินทางกลับทันที  ก่อนจะแยกกันที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพและทัณฑสถานหญิงกลาง ขณะที่จำเลยทั้งสองยังคงอยู่ในอาการนิ่งสงบเช่นเดิม

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 12/03/2015  

ค้ายาบ้าฟอกทำรีสอร์ตจับเจ๊พร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พร้อมชุดปราบปรามยาเสพติด บก.น.4 นำโดย พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ รอง ผบก.น.4 จับกุมนางอำนวยพร หรือ เจ๊พร ฐิติโศภณวณิช อายุ 53 ปี ชาว อ.เมืองพะเยา และนายนรินทร์ หรือต้อง จันแก่น อายุ 25 ปี ลูกเลี้ยงนางอำนวยพร ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลางยาบ้า 340,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส และบัตรเอทีเอ็ม 4 ใบ  สืบเนื่องจากชุด ปส.บก.น.4 จับกุมผู้ต้องหาคดีเสพยาเสพติดในบริเวณชุมชนย่านซอยลาดพร้าว 101 จากนั้นขยายผลจับกุมผู้จำหน่ายยาเสพติดรายย่อย 2 ราย สอบสวนทราบว่า สั่งยาเสพติดจากทางภาคเหนือ โดยสั่งซื้อจากชายไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล ฉายา “พ่อเลี้ยง” เอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ ชุดสืบสวนวางแผนล่อซื้อยาเสพติด 10,000 เม็ด ราคา 500,000 บาท จาก “พ่อเลี้ยง” และสั่งให้ติดต่อกับ “เจ๊พร” นัดส่งมอบยาเสพติดที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ฯ สาขารังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ในเวลา 21.00 น. วันที่ 9 มี.ค. กระทั่งชุดสืบสวนจับกุมนางอำนวยพร หรือเจ๊พร และนายนรินทร์ ขณะขับรถนำยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาส่งให้ชุดจับกุม ก่อนขยายผลนำตัวตรวจค้นห้องพัก  มีรายงานด้วยว่าชุดสืบสวนสอบสวนทราบว่านางอำนวยพรจำหน่ายยาเสพติดเกือบ 2 ปี จนกระทั่งนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดไปลงทุนทำรีสอร์ตที่บ้านเกิด จ.พะเยา และที่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย จากนั้น นางอำนวยพรหยุดไปพักหนึ่ง กระทั่งเงินลงทุนทำกิจการรีสอร์ตไม่พอ หันกลับมาค้ายาเสพติดเมื่อต้นปี 58 กระทั่งถูกจับได้ นำตัวส่ง บช.ปส. ดำเนินคดี พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ ปปง. อายัดทรัพย์สิน และขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 12/03/2015

บุกค้น “ร้านนม” – จุดวางแผนบึ้ม แค่ “ตึกร้าง”

พ.ต.อ.สุภากร  คำสิงห์นอก  รองผบก.ภ.จ.ขอนแก่น  กล่าวถึงกระแสข่าวที่ผู้ต้องหาปาระเบิดใส่ศาลอาญา  ประชุมกันที่ร้านนมสดของนายณเรศ  อินทรโสภา  หนึ่งในผู้ต้องหาที่ จ.ขอนแก่น  ว่า  นายณเรศเป็นคนอุดรธานี  มาได้ภรรยาที่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น และมาเปิดร้านแฟรนไชส์ประเภทหมูปิ้งนมสดในเขตเมืองขอนแก่น โดยไปเช่าห้องแถวเป็นที่พักอาศัยติดต่อค้าขายแฟรนไชส์ทางออนไลน์เท่านั้นเอง ไม่ได้เปิดเป็นกิจการใหญ่โตอะไร และได้ปิดกิจการไปแล้ว ทางตำรวจสืบค้นจนพบว่าเคยมาเช่าบ้านห้องแถวย่านตลาดเจริญทาวน์เวอร์ จากการเข้าไปตรวจค้นร่วมกับฝ่ายทหารและฝ่ายปกครองแล้วไม่พบหลักฐานว่ากระทำผิดอะไร ที่มีการประชุมกันที่ร้านนมเมื่อประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้นไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน โดยระหว่างที่นายณเรศมาเปิดร้านนั้นมีคนไปมาหาสู่กันอยู่บ้าง แต่ไม่แน่ใจว่าจะมาเป็นการประชุมกันเรื่องอะไร หรือเป็นเรื่องการค้าขาย  ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจได้ติดตามความเคลื่อนไหวตามข่าว แต่ก็ไม่พบการกระทำผิดใดๆ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 12/03/2015

แฉพิรุธ 7 ข้อจตุพรสงสัยบึ้มศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 11 มี.ค.  นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Jatuporn Prompan-จตุพร พรหมพันธุ์” ถึงกรณีเหตุระเบิดหน้าศาลอาญาว่า ใครจะปฏิเสธอะไรก็ช่าง แต่ระเบิดที่เกิดขึ้น เป็นระเบิดการเมือง โดยมีเป้าประสงค์เป็นเรื่องของอำนาจ แต่จะเป็นการเมืองและอำนาจของใครนั้น แกนนำตามซีกต่างๆ ก็น่าจะพออนุมานกันได้ หากถามว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับในซีกอดีตรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง ก็ขอบอกว่ากลุ่มที่มีอำนาจและทำท่าจะเป็นปัญหาถึงการเปลี่ยนแปลงนั้น ก็จะได้เปลี่ยนความสนใจในเรื่องราวต่างๆ ถ้าพี่น้องได้ติดตามข่าวสารนี้ตั้งแต่ต้นก็จะเห็นถึงความผิดปกติ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่ 12/03/2015

เบนซ์ ท่าทรายแฉสิ้น มีคลิปเสียง พตท.รับสินบนยาบ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมด้วย ผู้ใต้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น  และพ.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ รองผู้บังคับการกองพลทหารราบที่ 9 ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายอดิศักดิ์ ศรีสะอาด อายุ 26 ปี หรือ “เบนซ์ ท่าทราย” ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวขู่ฆ่าตำรวจ สภ.ศรีประจันต์ ทั้งโรงพัก จากนั้นได้หลบหนีไปกบดานอยู่กับชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อนบ้าน ฝั่งตรงข้ามด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี  ทั้งนี้ นายอดิศักดิ์ เผยว่า ตนข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อไปเที่ยวในจ.กาญจนบุรี และจะเดินทางต่อเพื่อกลับบ้านที่จ.สุพรรณบุรี หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปอยู่กับเพื่อน ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยติดแนวตะเข็บชายแดน แต่ถูกกดดันอย่างหนัก ซึ่งหากตนจะอยู่ต่อก็อยู่ได้ แต่เกรงว่าเพื่อนจะเดือดร้อน จึงข้ามกลับมายังฝั่งไทย ตั้งแต่เกิดเรื่องเพิ่งกลับมาฝั่งไทยเป็นครั้งแรก และไม่เคยต่อรองขอเข้ามอบตัวด้วย  “ส่วนที่ข้ามกลับมาทั้งที่มีหมายจับแล้วกลัวหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่กลัวถูกจับและไม่กลัวตำรวจ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ผมยอมรับว่าอาจจะผิดเรื่องยาเสพติดที่ผ่านมา ไม่เคยคิดจะเข้ามอบตัว แต่มีการโทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับมารดาตลอด แต่ไม่เคยบอกว่าจะเข้ามอบตัว ทั้งนี้ เป็นผู้ที่โพสต์เฟซบุ๊กขู่ฆ่าตำรวจจริง เพราะมองว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ส่วนโพสต์ข้อความว่ามีนายตำรวจระดับ “รอง ผกก.” รับสินบนนั้น กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เพราะก่อนหน้านี้ได้ตกลงจ่ายเงินสินบนให้กับตำรวจนายดังกล่าวแล้ว แต่เขากลับสั่งเก็บ มีการไล่ยิงผม เมื่อวันที่ 5 ส.ค.57 ซึ่งผมมีหลักฐานเป็นคลิปเสียง ถึงแม้โทรศัพท์มือถือจะโดนลบข้อมูล แต่สามารถกู้ไฟล์เสียงมาได้แน่”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่ 12/03/2015  

“ลดดอกเบี้ย” ไม่ช่วยฟื้นศก.

นายโฆสิต  ปั้นเปี่ยมรัษฎ์  ประธานกรรมการบริหาร  ธนาคารกรุงเทพ  กล่าวถึงผลกระทบจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ว่า  การลดดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. น่าจะเกิดจากภาครัฐต้องการให้ภาคธุรกิจและประชาชนลงทุนและใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็อาจจเป็นสัญญาณที่ทำให้สินค้าภาคครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นได้ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยไม่ว่าจะทางใด จะไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น และไม่ช่วยให้เงินบาทอ่อนค่าลง เพราะการไหลเข้าออกของเงินทุน อัตราดอกเบี้ยเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ธปท.จะต้องดูแลให้เงินบาทเพื่อให้ภาคเอกชนสามารถแข่งขันได้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 12/03/2015

ลดดอกปั๊มศก.

นางกรรณิกา  ชลิตอาภรณ์  กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์  กล่าวว่า  ในวันที่ 12 มี.ค. ธนาคารได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ลง 0.2% มาอยู่ที่ 6.55% ต่อปี และลดดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภทลง 0.2% เช่นกัน ช่วยลดต้นทุนของลูกค้าโดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี

นายโฆสิต  ปั้นเปี่ยมรัษฎ์  ประธานกรรมการบริหาร  ธนาคารกรุงเทพ  กล่าวว่า  ธนาคารคงจะประชุมคณะกรรมการธนาคารก่อนว่าจะลดดอกเบี้ยอย่างไร  ส่วนตัวมองว่าการลดดอกเบี้ยนโยบายเป็นการส่งสัญญาณจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อให้ภาคธุรกิจ แต่คงไม่มีผลต่อเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยนมากนัก

นายณัฐชาต  เมฆมาสิน  ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์  บริษัท หลักทรัพย์ ทรีนิตี้  กล่าวว่า กนง.  ลดดอกเบี้ยลง 0.25% มีส่วนสำคัญในการผลักดันดัชนีปิดบวก 12.80 จุดที่ระดับ 1,543.84 จุดพลิกจากช่วงเช้าติดลบ 10 จุด ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลงทุก 0.25% จะส่งผลให้ดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้นประมาณ 40-50 จุด จากระดับปัจจุบัน ก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นไปได้ที่ 1,570-1,580จุด

นายเมธี  สุภาพงษ์  เลขานุการ กนง.  กล่าวว่า  ที่ประชุม กนง. มีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปีที่แล้ว และเดือน ม.ค.นี้ ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ซึ่ง ธปท.จะแถลงรายละเอียดตัวเลขเศรษฐกิจอีกครั้งในวันที่ 20 มี.ค.  (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)

นายพรศิลป์  พัชรินทร์ตนะกุล  รองประธานหอการค้าไทย  กล่าวว่า  เห็นด้วยกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบายอีก 0.25% เหลือ 1.75% เพื่อลดภาระหนี้และเพิ่มกำลังซื้อในการบริโภคมากขึ้น หากยังกระตุ้นไม่ได้มากก็มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกได้ในครั้งหน้าซึ่งในต่างประเทศก็มีมาตรการการเงินการคลังเพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและการบริโภค

ขณะที่ นายสุพันธุ์  มงคลสุธี  ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  กล่าวว่า  ภาคเอกชนรู้สึกดีที่ กนง.ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เนื่องจากภาคเอกชนเป็นห่วงค่าเงินบาทต่อจากนี้อาจมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกจากมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)  ส่งผลให้เงินไหลเข้าและทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันและกระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะไทยยังจำเป็นต้องพึ่งพาการส่งออกให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งนี้ต้องติดตามว่า เมื่อคณะกรรมการ กนง.ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ธนาคารพาณิชย์จะปรับลดดอกเบี้ยเมื่อไร ซึ่งจะทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการลดลง  (หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน)

หมอชักดาบกยศ.พุ่ง

นายเปรมประชา  ศุภสมุทร  ประธานอนุกรรมการด้านกฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)  กล่าวว่า  การประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.)  เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการหารือการผลักดันร่าง พ.ร.บ. กองทุนเพื่อการศึกษาฉบับใหม่ เพื่อรวมกฎหมาย กยศ.และ กรอ.ให้เป็นฉบับเดียวกันคาดว่าจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)  พิจารณาได้ในเร็วๆนี้ ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลผู้กู้เงิน กยศ.กลุ่มที่ไม่ชำระหนี้ พบว่า ผู้ที่จบสาขาแพทย์ พยาบาล และสาธารณสุข มีอัตราการค้างชำระหนี้สูงถึง 50% ทั้งที่เป็นวิชาชีพที่ไม่น่าจะมีปัญหาด้านการเงิน เพราะมีรายได้ค่อนข้างดี แต่จะต้องศึกษาในรายละเอียดอีกครั้งถึงสาเหตุที่ผู้จบสาขานี้มีอัตราไม่ชำระหนี้สูง หากเป็นเรื่องจิตสำนึก ขาดความรับผิดชอบ ก็ต้องเร่งสร้างจิตสำนึก

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 12/03/2015

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558   พาดหัวข่าว ไทยรัฐ หมายจับอีก 4 คนแก๊งป่วนปาบึ้มศาลอาญา จับทีมโจรลักทอง 14 ล.ได้ตัว 6...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2558   พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ค้นนครศรี 16 จุด กวาดล้างอิทธิพลฆ่า 4 ศพ ตีหัวเทศกิจเลือดอาบ!...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ แฉแผนป่วน 100 จุดมือบึมรับดึงยูเอ็นเข้ามาไทย ยิงถล่มวัดอ้อน้อย ยันคสช. – รัฐบาลไม่สืบทอดอำนาจ มติชน...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558   พาดหัวข่าว ไทยรัฐ แฉตั้งองค์กรป่วนทำธุรกิจเครื่องดื่ม – สบู่หาทุน จับแก๊งเช่าเชิดขายเต็นท์ยึดรถ 19 คัน แท็กซี่เก็บ...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558   พาดหัวข่าว ไทยรัฐ จับแดงเพชรบูรณ์มือโพสต์แถลงการณ์เก๊ บินไต้หวันตก 25 ศพ เลือกตั้งต้นปี 59 ยืนยันตามโรดแม็ป...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top