ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2558

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558

 

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

บุกพิพิธภัณฑ์ปารีส โจรกรรมมหาพิชัยมงกุฎฯ

ทลายบ่อนไก่ ซิว 89 นักพนัน

ยื่น ป.ป.ช. สอบสนช. ตั้งลูก – เมียช่วยงาน

มติชน

ปัดต้นเหตุ “ทิชา” ไขก๊อก บวรศักดิ์โต้ ดันต่อสิทธิหญิงในรธน.

โจรฉกจากพิพิธภัณฑ์ฝรั่งเศส “มงกุฎ” ล้ำค่า

พุทธะแจ้งตร.จับ “ธัมมชโย” แต่งเลียนสงฆ์

ข่าวสด

“ทิชา” นัดไขปริศนา ปม “ออก” ปื๊ดโต้ไม่ใช่ต้นเหตุ

สงฆ์สหรัฐร่วมจี้ยุบกก.ไพบูลย์

อจ.ใต้ติงต้านมัสยิดน่าน – ยิ่งแตกแยก

เดลินิวส์               

โจรกรรมกลางปารีสของล้ำค่าพระมหาพิชัยมงกุฎ

จับตา “จุไรรัตน์ – กอบศักดิ์”

ตร.ลุยคลี่ปมฆ่าเจ้าอาวาสวัดป่า

กรุงเทพธุรกิจ

กมธ.ส่อคืนอำนาจกกต.

ตั้ง “โฮลติ้ง” คุม 14 รัฐวิสาหกิจ

โพสต์ทูเดย์

ยึดรัฐวิสาหกิจ

สรรพกรรับคืนภาษีล่าช้า 1 แสนราย

 

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

ไทย “เติบโตสูงสุด” ๑ ใน ๑๐ ของโลก

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ

เสียยี่ห้อคนดี

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ

คำชี้แจงกระทรวงพลังงาน ข้อเสียเปรียบยิ่งชัดเจน

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย นฤตย์ เสกธีระ  (มติชนรายวัน

พลเมืองเป็นใหญ่?  วันที่ 03/03/2015

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

สนช.เครือญาติ :  แถอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

บุกพิพิธภัณฑ์ปารีส โจรกรรมมหาพิชัยมงกุฎฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 2 มี.ค.  กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกถ้อยแถลงว่า ตามที่ปรากฏรายงานข่าวเหตุโจรกรรมโบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑ์จีนในพระราชวัง Chateau de Fountainbleau ที่ฝรั่งเศส เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 มี.ค. โดยมีโบราณวัตถุถูกโจรกรรมทั้งสิ้น 15 ชิ้น รวมถึงพระมหาพิชัยมงกุฎจำลอง ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่คณะราชทูตสยามได้ถวายแด่กษัตริย์นโปเลียนที่ 3 เมื่อ พ.ศ.2404 นั้น กระทรวงการต่างประเทศได้รับราย  งานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีสว่า พิพิธภัณฑ์ฯ ได้แจ้งยืนยันข้อมูลการโจรกรรมดังกล่าวแล้ว โดยในชั้นนี้ โบราณวัตถุที่เป็นของไทยและถูกโจรกรรมมีเพียงชิ้นเดียว ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของฝรั่งเศสอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

ด้าน หนังสือพิมพ์ดิ  อาร์ต   รายงานว่า  เหตุการณ์โจรกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนเวลา 06.00 น. ของวันที่ 1 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่ตั้งอยู่ห่างจากกรุงปารีสไปทางใต้ราว 60 กิโลเมตร

นายฌอง ฟรองซัวส์ เอแบร์ ประธานพิพิธภัณฑ์  กล่าวว่า   โจรกลุ่มนี้มีความแน่วแน่ รู้ว่าจะทำอะไรและต้องการสิ่งใด โดยได้ทุบกระจกตู้จัดแสดงด้วยเก้าอี้และงานชิ้นอื่นๆ ที่เป็นคอลเล็กชั่นจากเอเชียในพิพิธภัณฑ์ และพยายามที่จะปกปิดร่องรอยด้วยการใช้ถังดับเพลิงฉีดใส่บริเวณจุดเกิดเหตุ ก่อนที่สัญญาณจะดังขึ้นและภาพคนร้ายถูกบันทึกไว้ได้ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาถึง กลุ่มโจรได้หลบหนีไปเรียบร้อยแล้ว   (หนังสือพิมพ์มติชน)

ทลายบ่อนไก่ ซิว 89 นักพนัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 2 มี.ค. พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ ผบก.น.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำกำลังตำรวจชุดจู่โจม บก.น.1 และตำรวจ สน.ดินแดง รวม 40 นาย เข้าจับกุมบ่อนพนันไก่ชนภายในชุมชนสุรศักดิ์มนตรี ซอยประชาสงเคราะห์ 23 ถนนมิตรไมตรี แขวงและเขตดินแดง กทม. หลังรับแจ้งเบาะแสจากประชาชนในละแวกดังกล่าว ที่บริเวณหน้าเพิงพักไม้ชั้นเดียวไม่มีเลขที่ เปิดโล่งไม่มีรั้วล้อมรอบ บนพื้นที่ประมาณ 200 ตารางวา พบซุ้มไก่ชนชื่อ “ซุ้ม ก.เกาะกลาง” มีชาวบ้านกำลังรุมล้อมเล่นพนันชนไก่กันอย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าแทรกซึมไปในหมู่นักพนัน ก่อนแสดงตัวเข้าจับกุม ทำให้ผู้เล่นแตกตื่นวิ่งหนีกันชุลมุน ตำรวจสามารถตามจับนักพนันชายล้วนรวม 89 คน ของกลางไก่ชน 24 ตัว โพยพนันทายผลฟุตบอล 7 แผ่น ใบกระท่อม 20 ใบ นาฬิกาจับเวลา 2 เรือน ไพ่ 12 สำรับ เงินสด 3,500 บาท อุปกรณ์และโพยพนันไก่ชนจำนวนหนึ่ง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 03/03/2015

ยื่น ป.ป.ช. สอบสนช. ตั้งลูก – เมียช่วยงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ สนช.กว่า 50 คน แต่งตั้งคนใกล้ชิดและคนในครอบครัว มาช่วยงานสมาชิก สนช.นั้น ส่วนใหญ่เป็นการแต่งตั้งเพียงในนาม เพราะงานตามหน้าที่ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการประจำตัว สนช.ที่จะต้องทำ ยังตกเป็นของข้าราชการประจำที่ต้องรับผิดชอบหน้าที่เหล่านี้ โดย สนช.ไม่ได้มีการใช้งานคนใกล้ชิดที่แต่งตั้งเข้ามาให้มาดูแลงานดังกล่าว หาก สนช.คนใดมีปัญหาด้านเอกสาร หรือการเสนอญัตติ ก็จะมอบหมายให้ข้าราชการเป็นผู้ดำเนินการให้ เช่น การพิมพ์หนังสือ การติดต่อประสานงานบุคคลต่างๆ การให้ความเห็นข้อกฎหมาย และคนใกล้ชิดที่ได้รับการแต่งตั้งส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ามาทำงานที่รัฐสภา เป็นเพียงการแต่งตั้งในนามเท่านั้น ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเพิ่มภารกิจงานให้แก่เจ้าหน้าที่และข้าราชการประจำที่มีงานมากอยู่แล้ว

นายพีระศักดิ์  พอจิต  รองประธาน สนช.  กล่าวว่า ยอมรับว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์สะท้อนมายัง สนช.จำนวนมากต่อกรณีมีการแต่งตั้งภริยา บุตร และเครือญาติมาช่วยงาน สนช. ซึ่งจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมวิป สนช. เพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ปัญหา ส่วนตัวเห็นว่าถ้าแต่งตั้งลูก-เมียที่มีความรู้ความสามารถ เหมาะสมกับภารกิจก็ทำได้ เพราะต้องใช้คนที่ไว้วางใจได้มาช่วยงาน แต่ถ้าตั้งคนที่ไม่เหมาะสมกับภารกิจ ก็ถือว่าไม่เหมาะส่วนการวิจารณ์ว่าคนใกล้ชิดเหล่านี้มาช่วยงานเพียงในนาม ไม่ได้มาช่วยงาน สนช.ที่สภาฯจริง โดยงานส่วนใหญ่ยังเป็นภาระของข้าราชการนั้น ยืนยันว่าสนช.ได้ใช้งานคนกลุ่มนี้จริง แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้นำลูก เมีย มาช่วยงานที่รัฐสภา เพราะสภาฯมีที่ทำงานจำกัด และ สนช.ไม่มีห้องทำงานเป็นของตัวเอง แม้จะไม่ได้มาทำงานที่รัฐสภา ก็อาจทำงานผ่านระบบสื่อสารได้ ส่วนงานที่ข้าราชการทำเป็นเรื่องงานในระบบราชการ เป็นคนละส่วนกับงานของคนใกล้ชิด

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 03/03/2015

ปัดต้นเหตุ “ทิชา” ไขก๊อก บวรศักดิ์โต้ ดันต่อสิทธิหญิงในรธน.

นายบวรศักดิ์  อุวรรณโณ  ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ  กล่าวว่า  “ผมถูกหนังสือพิมพ์มติชน  ฉบับวันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค. 2558 พาดหัวโดยคิดเอาเองปราศจากข้อมูลอ้างอิงว่า “ฉุนบวรศักดิ์ปมสิทธิหญิง/ทิชาไขก๊อก/ร่ำไห้ทิ้งกมธ.-เก้าอี้ สปช.” ทำให้คนทั้งประเทศเข้าใจว่าผมเป็นสาเหตุสำคัญให้นางทิชา  ณ นคร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสมาชิก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญลาออก และทำให้เข้าใจด้วยว่าผมคัดค้านสิทธิสตรี จนมีผู้หญิงหลายคนโทรมาต่อว่าทั้งที่ในความเป็นจริงผมสนับสนุนสิทธิสตรีมาตั้งแต่ต้น จนมีการบรรจุเรื่องการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงความเสมอภาคชาย – หญิง รวมทั้งสนับสนุนให้กำหนดสัดส่วนหญิงในระดับท้องถิ่น” ผู้ตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุดคือนางทิชา  (หนังสือพิมพ์มติชน)

น.ส.สุเพ็ญศรี  พึ่งโคกสูง  ผู้ประสานงานขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย  กล่าวว่า จากการพูดคุยกันทราบว่านางทิชาไม่คิดว่าการลาออกจะส่งผลให้คนในสังคมแสดงความเห็นในวงกว้างขนาดนี้ โดยนางทิชายังส่งข้อความมาหาระบุว่า “ดีมากเลย การลาออกของพี่ส่งแรงกระเพื่อมดี” ซึ่งหมายความว่าคนในสังคมเรียนรู้มิติหญิงชาย สร้างรากฐานทางการเมืองที่มีธรรมาภิบาล มีระบบตรวจสอบ มีมาตร ฐานรับรอง ส่วนตัวเห็นว่านางทิชาลาออกครั้งนี้เป็นการ “ตายเพื่อเกิด” คือเกิดแรงกระเพื่อม เพราะถ้าเป็นเสียงข้างน้อยการยอมรับจะถูกปิดทาง การลาออกจึงทำให้สังคมขยับเขยื้อนตาม กรรมาธิการยกร่างฯ รวมทั้ง สปช. เปลี่ยนความคิด   เวลา 09.30 น. วันพรุ่งนี้ (3 มี.ค.) ที่ห้องโถง อาคารรัฐสภา 1 นางทิชาตัดสินใจจะแถลงข่าว ชี้แจงกรณีการลาออกจากตำแหน่งสมาชิก สปช. และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้ง หลังจากปฏิเสธให้สัมภาษณ์มาตลอดหลายวันที่ผ่านมา  (หนังสือพิมพ์ข่าวสด

พุทธะแจ้งตร.จับ “ธัมมชโย” แต่งเลียนสงฆ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)  พระสุวิทย์  ธีรธมฺโม หรือ พระพุทธะอิสระ  เข้าพบ ร.ต.อ.พัฒนพงษ์  ศิริเจริญนำ  พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อมอบตัว  ภายหลังคณะนิสิต มจร.วิทยาเขตอุบลราชธานี เข้าแจ้งความว่าพระพุทธะอิสระกระทำการขัดขืนกฎอัยการศึก ที่ห้ามชุมนุมทางการเมือง ห้ามมิให้มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และกรณีคุกคาม มส.นอกจากนี้ พระพุทธะอิสระ ยังได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีพระธัมมชโย ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ที่อาจทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย, แต่งกายเลียนแบบสงฆ์ หรือนักบวชในศาสนาโดยมิชอบ และข้อหาฉ้อโกงโดยหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ โดยการหลอกลวงนั้นได้มาซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,208 และ 341 ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังให้ดำเนินคดีกับเจ้าคณะปกครอง ในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานในประการที่อาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนได้รับความเสียหายและเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 และ 157 ตามลำดับ และดำเนินคดีกับ มส.ฐานไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ซึ่งบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ไม่ปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อยดีงามไม่รักษาหลักพระธรรมวินัย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน   วันที่ 03/03/2015

สงฆ์สหรัฐร่วมจี้ยุบกก.ไพบูลย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 2 มี.ค. สมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เรื่องขอให้ปฏิเสธคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และพฤติกรรมของพระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือพุทธอิสระ ว่าด้วยสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐ อเมริกา ได้ติดตามข่าวการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปฯ พระพุทธศาสนา สปช. และมีพระภิกษุบางรูปพระพฤติตนไม่เหมาะสม ได้ร่วมมือกันดำเนินการอย่างมีอคติ และไม่มีความจริงใจ ปราศจากความเคารพ รวมทั้งมิได้ทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา จึงขอเรียกร้องดังต่อไปนี้ 1.ขอให้ประธานสปช. ยุบคณะกรรมการปฏิรูปฯ ดังกล่าว แล้วตั้งคณะกรรมการปฏิรูปฯ ชุดใหม่ ที่มีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์อย่างแท้จริง 2.ให้ดำเนินการต่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปฯ ชุดดังกล่าว และพุทธอิสระ ที่คุกคามจาบจ้วงก้าวร้าวต่อมหาเถรสมาคม และผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิรูปพระพุทธศาสนาให้เหมาะสม ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เพื่อความเป็นธรรม อันจะรักษาความมั่นคงของพระพุทธศาสนาให้เป็นสถาบันหลักของชาติสืบไป

พระครูสิริอรรถวิเทศ  เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา  กล่าวว่า คณะกรรมการสมัชชาสงฆ์ฯ ลงความเห็นร่วมกัน คือ ปฏิเสธการทำงานของคณะกรรมการ ปฏิรูปฯ พระพุทธศาสนา โดยให้ตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ที่มีความรู้ความเข้าใจพระพุทธศาสนาและการทำงานของพระสงฆ์มากกว่านี้ และเน้นให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ปรับปรุงต่อไป อย่างไรก็ตาม เราปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกองค์กรมีจุดอ่อนจุดด้อย แต่ทำอย่างไรจึงจะแก้ปัญหาร่วมกันได้อย่างสันติ หาแนวทางร่วมกัน ดีกว่าที่จะมาเบียดเบียนกัน หรือมุ่งทำลายฝ่ายที่มองต่างจากพวกตน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 03/03/2015

อจ.ใต้ติงต้านมัสยิดน่าน – ยิ่งแตกแยก

นายฮารา ชินทาโร่ นักวิชาการด้านภาษาและวัฒนธรรมมลายู กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ท้าทาย ตนเชื่อว่าการทำความเข้าใจกันระหว่างศาสนิกชนของแต่ละศาสนาเป็นสิ่งสำคัญ และถ้าจะมีการสร้างมัสยิดใหม่ก็ควรชี้แจงกับคนในพื้นที่ก่อน ฝ่ายที่ต้องการสร้างมัสยิดต้องให้เกียรติคนในพื้นที่ด้วย ส่วนคนที่มองว่ามัสยิดจะสร้างปัญหาให้คนในพื้นที่นั้น อยากให้ดูตัวอย่างหลายๆ พื้นที่ เช่น ในรัฐกลันตัน ที่มาเลเซีย มีวัดของชาวมาเลเซีย เชื้อสายสยามตั้งอยู่ใกล้มัสยิดหลายแห่ง แต่ไม่เคยมีปัญหาปะทะกันระหว่างศาสนา  แม้แต่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่มีปัญหาความขัดแย้ง ชาวมุสลิมก็ไม่เคยไปทำลายวัด และชาวไทยพุทธก็ไม่เคยต่อต้านการสร้างมัสยิด เพราะปัญหาภาคใต้ไม่ใช่ปัญหาเรื่องศาสนา ตนมองว่าชาวน่านที่ออกมาต่อต้านอาจเชื่อว่าศาสนาอิสลาม หรือมัสยิด เป็นที่มาของความรุนแรง แต่ความจริงในบริบทสถานการณ์ที่เปราะบาง มัสยิดกลับเป็นเป้าหมายในการใช้ความุรนแรงมากกว่า จึงอยากให้ชาวน่านแยกแยะประเด็น และควรเข้าใจแต่ละประเด็นให้ดี

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 03/03/2015

โจรกรรมกลางปารีสของล้ำค่าพระมหาพิชัยมงกุฎ    

นายวีระ  โรจน์พจนรัตน์  รมว.วัฒนธรรม  กล่าวว่า  ตนได้รับรายงานว่า  มีโจรบุกพิพิธภัณฑ์ห้องจีนในพระราชวังฟงแตนโบล  กรุงปารีส  ประเทศฝรั่งเศส โจรกรรมงานศิลปะ 15 ชิ้น รวมถึงพระมหาพิชัยมงกุฎจำลองของไทยที่มอบให้กับจักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศสในสมัยศตวรรษที่ 19 แล้ว จึงได้ติดตามเรื่องดังกล่าวจากทุกฝ่ายเพื่อหาข้อมูลอย่างรอบด้านว่ามีการโจรกรรมเกิดขึ้นจริงหรือไม่ โดยได้โทรศัทพ์สอบถามไปยังนายอภิชาต  ชินวรรโณ  เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จนได้รับรายงานว่ามีเหตุการณ์โจรกรรมโบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑ์ห้องจีน ในพระราชวังฟงแตนโบลจริง โดยโบราณวัตถุหายไปประมาณ 15-16 ชิ้นและหนึ่งในนั้นคือพระมหาพิชัยมงกุฎจำลองจากประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ทางการฝรั่งเศสและเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งดำเนินการสอบสวนและติดตามเรื่องนี้อยู่

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์    วันที่ 03/03/2015

จับตา “จุไรรัตน์ – กอบศักดิ์”

แหล่งข่าวจาก สปช.  กล่าวว่า  กระบวนการและขั้นตอนสรรหาบุคคล จะใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง โดยก่อนการประชุม จะเปิดให้สมาชิกเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่จะสมัครเป็น กมธ.ยกร่างฯ ซึ่งอาจจะให้ผู้สมัครแสดงวิสัยทัศน์หรือไม่แสดงวิสัยทัศน์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับที่ประชุม จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการลงคะแนนลับในตู้ลงคะแนน ซึ่งขั้นตอนในการนับคะแนนอาจจะใช้เวลานาน ขณะนี้มีบุคคลให้ความสนใจเยอะพอสมควร โดยเฉพาะกลุ่ม สปช.ที่เป็นผู้หญิงที่ต้องการเข้าไปรักษาฐานตำแหน่งเดิม เบื้องต้นมี สปช. ที่เป็นผู้หญิงไม่น้อยกว่า 3 คนสนใจลงสมัคร อาทิ นางอรพินท์  วงศ์ชุมพิศ  และนางจุไรรัตน์  จุลจักรวัฒน์ โดยมีแนวโน้มว่าทั้งสองคนจะมีการล็อบบี้ตัดคะแนนกันเองและคาดว่า สปช.ส่วนใหญ่จะเทคะแนนให้นางจุไรรัตน์  ขณะที่ สปช.กลุ่มผู้ชาย มีบุคคลสนใจไม่ต่ำกว่า 2-3 คน อาทิ  นายอมร  วาณิชวิวัฒน์  นายเจริญศักดิ์  ศาลากิจและนายกอบศักดิ์  ภูตระกูล  ซึ่งขณะนี้ทั้งสองกลุ่มกำลังเดินสายล็อบบี้ขอคะแนนเสียงจากสมาชิก สปช. นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเคลื่อนไหวอื่นๆ คือ กลุ่มที่เคยลงสมัครครั้งที่ผ่านมาแล้วแต่ไม่ได้รับเลือก ก็มีการเคลื่อนไหว โดยคาดว่าจะลงสมัครในครั้งนี้ด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์    วันที่ 03/03/2015

ตร.ลุยคลี่ปมฆ่าเจ้าอาวาสวัดป่า     

พล.ต.ต.ชัยญัติ  สายถิ่น  ผบก.ภ.จว.อุดรธานี  กล่าวว่า  คดีนี้ทางตำรวจให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ วันนี้ในการประชุมทางไกลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้รายงานเรื่องนี้ให้ผู้บังคับบัญชารับทราบอย่างละเอียด และได้รับคำสั่งให้จัดชุดทำงานเพื่อคลี่คลายคดีนี้ให้ได้โดยเร็ว และให้ทำคดีอย่างรอบคอบ โดยขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 4-5 ปาก ได้รับการยืนยันว่าคนร้ายน่าจะขับรถกระบะมากัน 2 คน คนหนึ่งเป็นคนขับ ส่วนมือปืนนั่งอยู่กระบะด้านท้าย และพยานยังระบุด้วยว่าสังเหตุเห็นรถกระบะต้องสงสัยขับเข้ามาวนเวียนในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 24-25ก.พ.ที่ผ่านมา และคาดว่าคนร้ายต้องเป็นมืออาชีพ มีการวางแผนการก่อเหตุมาเป็นอย่างดี ตอนนี้ทางตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกจุดเกิดเหตุเพื่อสืบหารูปพรรณพาหนะของคนร้ายต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์    วันที่ 03/03/2015

กมธ.ส่อคืนอำนาจกกต.

พล.อ.เลิศรัตน์  รัตนวานิช  ที่ปรึกษาและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการประชุมอนุ กมธ. พิจารณายกร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา  เพื่อจัดทำร่างมาตราในส่วนของบทเฉพาะกาลว่า ถือเป็นบทบัญญัติที่ยกร่างขึ้นใหม่ โดยสาระสำคัญจะกล่าวถึงองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ภายหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้  เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะกำหนดให้ทำหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้ง ส.ส.ให้สุจริตและเที่ยงธรรมรวมถึงดำเนินการจัดการเลือกตั้งตามอำนาจและหน้าที่เดิม แม้ในร่างรัฐธรรมนูญจะกำหนดให้การดำเนินการจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) แต่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ กจต.อาจยังไม่มีความพร้อมในแง่การตั้งตัวบุคคลหรือการอบรมให้ความรู้ในการดำเนินงาน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ   วันที่ 03/03/2015

ตั้ง “โฮลติ้ง” คุม 14 รัฐวิสาหกิจ    

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  การประชุม คนร. วานนี้ (2 มี.ค.) มี พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติครั้งสำคัญต่อนโยบายการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ หลังจากก่อนหน้านี้ยังไม่เห็นแนวทางที่ชัดเจนว่าจะออกมาอย่างไร โดยคนร.มีมติเห็นชอบตั้งโฮลดิ้งขึ้นมาบริหารรัฐวิสาหกิจ ทั้งบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทจำกัด (มหาชน) และบริษัทจำกัด รวมทั้งสิ้น 14 แห่ง จากรัฐวิสาหกิจทั้งหมด 56 แห่ง   (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)

นายกุลิศ  สมบัติศิริ  ผู้อำนวยการ สคร.  กล่าวว่า  บรรษัทหรือโฮลดิ้งจะทำหน้าที่เหมือนผู้ถือหุ้นดูแลประสิทธิภาพรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะโดยกรรมการของโฮลดิ้งจะตั้งบอร์ดของรัฐวิสาหกิจให้มีความเป็นมืออาชีพในเซ็กเตอร์นั้นๆ โดยจะไม่กระทบกับนักลงทุนที่ถือหุ้นรัฐวิสาหกิจในตลาดหุ้น เพราะไม่ได้เปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้น แต่จะมีองค์กรกำกับเพื่อสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)  

สรรพกรรับคืนภาษีล่าช้า 1 แสนราย

นายประสงค์  พูนธเนศ  อธิบดีกรมสรรพากร  กล่าวว่า  ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. -29 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการยื่นแบบการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษี 2557 รวม 4 ล้านราย จาก 12 ล้านราย โดย 77% ยื่นทางอินเทอร์เน็ต 23% ยื่นเป็นเอกสาร คาดว่าปีนี้จะขอคืนภาษีประมาณ 2 ล้านราย  สำหรับผู้ที่ยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ตกรมพยายามคืนภาษีให้ได้ใน 3  วัน ซึ่งได้คืนภาษีไปแล้ว 4 แสนราย แต่ยอมรับว่าปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา คืนภาษีล่าช้าไป 10 วันเพราะธนาคารกรุงไทยเปลี่ยนรูปแบบเช็ค ส่งผลต่อผู้เสียภาษี 1 แสนรายแต่ได้แก้ปัญหาและคืนภาษีให้หมดแล้ว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 03/03/2015

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

No related posts.

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top