ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

โยงบึม 2 ศพมีนบุรีป่วนกรุง! มุ่งระเบิดการเมือง

หนุ่มรักขม – คลั่งยิงผช.หมอฟันดับ

สั่งจำคุก “สุดาทิพย์” 5 ปี คดีหมิ่นเบื้องสูง

มติชน

ล่า 2 ชายเสื้อขาวหิ้วเป้รู้ชัดทีมบึ้มวงจรปิดจับภาพนั่งรอ

“ป้อม – วิษณุ” ป้องอัยการศึกลั่นไม่เลิก

ขอขึ้นค่าแท็กซี่อีก 13%

ข่าวสด

โฉมมือไปป์บอมบ์ 2 เสื้อขาวกล้องพารากอนชัด

พ่อทำบุญพร้อมรูปสุดท้ายอจ.จิ๊บ

คุก 5 ปีพี่สาวครีรัศมิ์ – แอบอ้างขายน้ำพริก

เดลินิวส์               

“บิ๊กตู่” ลั่นล่าตัวให้ได้!บึ้มบีทีเอส จ่อจับ 2 ชายต้องสงสัย

จำคุกอ่วม 5 ปี พี่สาว “ศรีรัศมิ์”

รถร่วมขอขึ้น 3 บ.

กรุงเทพธุรกิจ

จ่อรวบมือบึ้มพารากอน

ธุรกิจหนุนคง “กฎอัยการศึก”

โพสต์ทูเดย์

ศก.ช็อกบอมบ์

ฟันซี 9 เอี่ยวโกงแวต

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

‘บึ้มนำโชค’ รัฐบาล คสช.

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

โปรดทบทวน

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

โลว์คอสต์ ดีพาร์ตเมนต์สโตร์

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย นฤตย์ เสกธีระ  (มติชนรายวัน)

กับดักมะกัน?  วันที่ 03/02/2015

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

โปรดทราบ…คลื่นยักษ์ การเมืองที่กรีซ อาจส่งผลช็อกโลกได้

 

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

โยงบึม 2 ศพมีนบุรีป่วนกรุง! มุ่งระเบิดการเมือง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร   กล่าวถึงประเด็นการก่อเหตุ ว่า ยังไม่ชัดเจน มีเพียงการคาดเดาหรือประเมินแบบประสบการณ์ที่เคยทำมา อาจจะเป็นการดิสเครดิต หรือทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเสียบรรยากาศ ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ยังไม่กล้าไปฟันธงว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ เชื่อว่าผู้ก่อเหตุครั้งนี้หวังผลหลายอย่าง ส่วนตัวขอประณามคนที่ทำใช้ไม่ได้ อำมหิตเกินไป ขณะนี้มีภาพผู้ต้องสงสัย 2 คน ตามที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดที่จะนำเอาข้อมูลเก่าที่มีลักษณะใกล้เคียงมาเปรียบเทียบ มอบให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ตรวจสอบคดีระเบิดทั้งหมดในนครบาลมาดูว่ามีกี่ครั้ง มีกี่ท้องที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปรียบเทียบตรวจสอบต่อไป  เมื่อถามว่า ลักษณะเหตุระเบิดคล้ายกันมาก่อนหน้านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่  พล.ต.อ.จักรทิพย์  กล่าวว่า  มีส่วนเกี่ยวข้อง เท่าที่ปรากฏในข้อมูลมีพื้นที่เกิดเหตุของ สน.มีนบุรี ใช้ระเบิดลักษณะเหมือนกัน สิ่งพวกนี้ศัพท์ทางพวกคนร้ายที่ก่อเหตุจะเรียกว่าซิกเนเจอร์ ใครชำนาญอันไหน ขั้นตอนไหนก็ทำแบบนั้น แม้แต่การตัดสกอตเทป หรือจะฉีกก็แล้วแต่ เบื้องต้นต้องมีความรู้ การใส่ตะปูไปด้วยให้หวังผลอยู่แล้ว ถ้าจะขู่อย่างเดียววางตรงไหนก็ได้ เพราะทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน ตำรวจพยายามทำเรื่องนี้อยู่ว่าจะสามารถหาหลักฐานนำไปสู่ตัวคนร้ายได้อย่างไร เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะมีประมาณ 2-3 คน หรือมากกว่านั้น  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

แหล่งข่าว  กล่าวว่า  บุคคลต้องสงสัยที่ก่อเหตุเป็นชาย 2 คน คนแรกสวมเสื้อยืดแขนยาวสีขาว อีกคนสวมเสื้อแขนสั้นสีขาวใส่หน้ากากอนามัยปิดปากจมูก สะพายเป้ภายในมีวัตถุระเบิดที่ใช้ก่อเหตุใส่ไว้ในถุงพลาสติกสีส้ม ช่วงเวลาเกิดเหตุ 20.03 น. วันที่ 1 ก.พ. นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเชื่อว่าน่าจะมีคนร้ายร่วมก่อเหตุกับ 2 ชายต้องสงสัยที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้อีก  (หนังสือพิมพ์มติชน)

นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส. สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวถึงเหตุระเบิดหน้าห้างสยามพารากอนว่า คิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของคน 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ต้องการให้คงกฎอัยการศึกไว้ โดยอ้างว่ายังมีเหตุรุนแรงอยู่ และ 2.กลุ่มที่มีอำนาจและไม่พอใจพล.อ.ประยุทธ์ ต้องการลองของประลองกำลัง เพื่อสร้างสถานการณ์ส่งสัญญาณถึงพล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีคนจงใจสร้างให้เกิดขึ้น เชื่อว่าอีกไม่นานตำรวจน่าจะสามารถคลี่คลายข้อสงสัยให้กับสังคมได้ ยืนยันว่า นปช.ไม่ได้อยู่เบื้องหลังหรือเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุครั้งนี้ เพราะนปช.ต้องการความสงบเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็ว หากสร้างสถานการณ์เช่นนี้คงไม่เป็นผลดี นอกจากมีบางกลุ่มต้องการนำเหตุการณ์นี้มาใส่ร้าย   (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)  

หนุ่มรักขม – คลั่งยิงผช.หมอฟันดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ร.ต.ท.อัศวิน จันโท พงส.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตาย 2 ศพในห้องพักหมายเลข เอ 4 กัญญณัฐอพาร์ตเมนต์ เลขที่ 37/46 ซอยหนองใหญ่ 6 หมู่ 6 ต.นาเกลือ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาและนำกำลังตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.บางละมุง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ไปตรวจสอบ  ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์สูง 2 ชั้น พบภาพสลดหดหู่เป็นผู้เสียชีวิต 2 ศพชายหญิงนอนจมกองเลือดอยู่บนที่นอน รายแรกทราบชื่อ น.ส.วรัมพร จันทพันธ์ อายุ 39 ปี ชาวจ.ศรีสะเกษ ถูกยิงด้วยปืนลูกซองที่ขมับขวา 1 นัด ส่วนอีกศพชื่อนายสุรชัย อำนวย อายุ 39 ปี ชาว จ.ชลบุรี ถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันที่เบ้าตาซ้าย 1 นัด ข้างศพพบปืนลูกซองสั้นตกอยู่ 1 กระบอก มีปลอกกระสุนลูกซองเบอร์ 12 คาอยู่ในรังเพลิง 1 ปลอก และตกอยู่บนที่นอนอีก 1 ปลอก ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ด้าน พ.ต.อ.ไตรรงค์  ผิวพรรณ  รอง ผบก.ภ. จ.ชลบุรี   กล่าวว่า จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมได้ข้อสรุปว่า ก่อนเกิดเหตุนายสุรชัยเดินทางมาหา น.ส.วรัมพร แฟนสาวที่ห้องพักเพื่อมาตามง้อขอคืนดีและพูดคุยเรื่องปัญหาหัวใจ แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ด้วยความโกรธแค้นจึงใช้ปืนจ่อยิง น.ส.วรัมพรจนเสียชีวิต ก่อนใช้ปืนกระบอกเดียวกันบรรจุกระสุนใหม่แล้วยิงตัวตายหนีความผิดดังกล่าว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 03/02/2015

สั่งจำคุก “สุดาทิพย์” 5 ปี คดีหมิ่นเบื้องสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ศาลอาญา  ศาลนัดสอบคำให้การในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางสุดาทิพย์  ม่วงนวล อายุ 49 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวนางสุดาทิพย์ สวมชุดนักโทษสีส้มมาจากทัณฑสถานหญิงกลางโดยเจ้าตัวใช้ผ้าคาดปากอำพรางใบหน้าเพื่อหลบช่างภาพ  คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าระหว่างปี 2545 ถึง 23 พ.ย.2557 ต่อเนื่องกันตลอดมา  ภายหลังอัยการส่งฟ้อง ศาลนัดสอบคำให้การเมื่อวันที่ 15 ม.ค.58 แต่จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ม.ค.58 จำเลยขอกลับคำให้การใหม่ ยื่นเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรให้การรับสารภาพโดยดี ศาลจึงเบิกตัวจำเลยเพื่อมาสอบถามความจริงจากตัวจำเลยเอง ปรากฏว่า จำเลยยืนยันรับสารภาพตามเดิม ไม่ต่อสู้คดี ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จริง พิพากษาจำคุก 5 ปี คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ 2 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา จากนั้นคุมตัวกลับเรือนจำทันที

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 03/02/2015

“ป้อม – วิษณุ” ป้องอัยการศึกลั่นไม่เลิก

นายวิษณุ  เครืองาม  รองนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษา คสช.  กล่าวว่า  ขอยืนยันว่ายังคงต้องมีกฎอัยการศึกอยู่และยังไม่มีความคิดว่าจะยกเลิกในเวลาอันใกล้นี้ เนื่องจากยังมองไม่เห็นผลกระทบอื่นๆ ของกฎอัยการศึกที่กระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนนอกจากทำให้เสียบรรยากาศไปบ้าง แต่ว่าถ้าไปถึงจุดหนึ่งเมื่อฝ่ายความมั่นคงรายงานเข้ามาและผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องก็คงจัดการเอง เพราะกฎอัยการศึกไม่ได้มีความยุ่งยากอะไรถึงจะเลิก หรือจะใช้บางมาตรการก็สามารถทำได้ทั้งนั้นหรือถึงจะเลิกอย่างไรในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ก็ยังคงใช้อยู่ ใช้ก่อน คสช.เข้ามาอยู่แล้ว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่ 03/02/2015 

ขอขึ้นค่าแท็กซี่อีก 13%

นายวิฑูรย์  แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ได้หารือกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ถึงผล กระทบจากการขึ้นราคาพลังงาน โดยเรียกร้องให้ ขบ.ทบทวนการปรับขึ้นค่าโดยสารระยะสองใหม่ โดยขอเพิ่มจาก 5% เป็น 13% และให้มีผลบังคับใช้เร็วขึ้น จากเดิมกำหนดในเดือนกรกฎาคม 2558 เป็นภายในเดือนเมษายน 2558 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการแท็กซี่ หลังจากกระทรวงพลังงานได้ปรับขึ้นก๊าซเอ็นจีวีอย่างต่อเนื่องจนทำให้ต้นทุน ผู้ขับแท็กซี่สูงขึ้นประมาณ 100 บาทต่อกะ (12 ชั่วโมง)

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่ 03/02/2015

พ่อทำบุญพร้อมรูปสุดท้ายอจ.จิ๊บ

นายยุทธกร  ไชยหิรัญการ บิดาของ “อาจารย์จิ๊บ”น.ส.ชลาลัย ไชยหิรัญการ  กล่าวกับผู้สื่อข่าว  “ข่าวสด” ว่า วันนี้เดินทางไปทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้น้องจิ๊บ ลูกสาว ที่วัดนก ซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 เขตภาษีเจริญ กทม. โดยนำอาหารคาวหวาน เป็ดย่าง และส้มเขียวหวาน อาหารและผลไม้ที่น้องจิ๊บชอบมาทำบุญถวายพระ สำหรับวัดนี้เป็นวัดที่ตระกูลของเราทำบุญกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย และตั้งใจไว้แล้วว่าหลังจากเผาศพน้องจิ๊บก็จะนำกระดูกมาไว้กับญาติพี่น้องที่วัดนี้ ส่วนศพจะตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดใดนั้นทางครอบครัวยังไม่ได้ตัดสินใจ  วันนี้นำรูปภาพน้องจิ๊บไปทำบุญที่วัดด้วย เป็นภาพสุดท้ายที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อนน้องจิ๊บจะ เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 5 ม.ค. โดยน้องจิ๊บบอกว่าอยากเห็นทะเล ตนเลยพาไปเที่ยวทะเลบางแสนเพราะเห็นว่าใกล้และสะดวก เมื่อเห็นทะเลน้องจิ๊บมีความสุขมาก ตนถ่ายภาพนี้เก็บไว้เพื่อเอาไว้ดูเวลาคิดถึงลูก หลังจากน้องจิ๊บเสีย มีอาจารย์ของน้องจิ๊บที่มหิดลมาหาที่บ้านบอกว่าฝันเห็นน้องจิ๊บ เมื่อเห็นรูปที่ถ่ายริมทะเลบางแสน อาจารย์ท่านนั้นถึงกับตกใจเพราะเป็นชุดเดียวกับที่เห็นน้องจิ๊บในฝัน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่ 03/02/2015

“บิ๊กตู่” ลั่นล่าตัวให้ได้!บึ้มบีทีเอส จ่อจับ 2 ชายต้องสงสัย

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  กล่าวถึงกรณีเหตุลอบวางระเบิด ว่า  ขณะนี้ให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ คงต้องไปสอบว่าใครเป็นผู้กระทำและยึดโยงกับกลุ่มใดฝ่ายใด ตอนนี้เจ้าหน้าที่มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ก็คงจับคนร้ายได้ ขอให้ใจเย็นๆ และให้เป็นความลับ ส่วนจะเกี่ยวโยงกับเรื่องการเมืองหรือไม่นั้นยังไม่ชัดเจนต้องรอดูก่อน และไม่ต้องถามว่าทำไมถึงเกิดเหตุต้องไปถามคนทำ ตนตอบไม่ได้ แต่ได้บอกไปแล้วว่าต้องหาคนวางระเบิดมาให้ได้ ซึ่งเชื่อว่าจะหาได้ นอกจากนี้ขอให้ช่วยกันประฌามผู้ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากไม่เห็นแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่ 03/02/2015

รถร่วมขอขึ้น 3 บ.

นางภัทรวดี  กล่อมจรูญ  นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง (รถร่วมบริการ ขสมก.)  กล่าวภายหลังหารือกับสมาชิกถึงผลกระทบค่าแก๊สที่สูงขึ้นว่า  ที่ประชุมสมาคมผู้ประกอบการรถร่วม ซึ่งมีสมาชิกกว่า 2,000 คันและรถร่วมที่ไม่เป็นสมาชิกอีกกว่า 1,000 คัน เห็นชอบร่วมกันให้ตัวแทนยื่นหนังสือกระทรวงคมนาคม วันที่ 3 ก.พ.นี้ เพื่อขอให้พิจารณาขึ้นค่าโดยสารรถธรรมดาอีก 3 บาท หรือจาก 8 บาท เป็น 11บาท และรถโดยสารปรับอากาศขึ้นอีกระยะละ 3 บาท โดยขอให้พิจารณาให้โดยด่วนภายใน 1 สัปดาห์

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่ 03/02/2015

จ่อรวบมือบึ้มพารากอน

รายงานข่าว  กล่าวว่า  หลังเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด โดยเหตุระเบิดในครั้ง มีการระเบิดด้วยกัน 2 จุด โดยเบื้องต้นพบบุคคลต้องสงสัยในภาพจากกล้องวงจรปิด  อย่างไรก็ดี พล.ต.อ.สมยศ  พุ่มพันธุ์ม่วง  ผบ.ตร. ได้สั่งห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่โดยเฉพาะทีมงานที่ทำงานคลี่คลายให้คดีนี้ให้สัมภาษณ์ โดยเฉพาะในประเด็นที่เจาะลึกถึงหลักฐานโดยเด็ดขาด โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ เป็นผู้ให้ข่าวเพียงผู้เดียว  ทั้งนี้  ผบ.ตร.เชื่อว่า คนร้ายน่าจะหวังสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย และตื่นตระหนกตกใจให้กับประชาชน แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้เก็บรวบรวมวัตถุพยานหลักฐานต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการสอบสวนจากจุดเกิดเหตุได้หลายอย่างและเชื่อว่าจะสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการออกหมายจับผู้ก่อเหตุและนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยได้อย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 03/02/2015

ธุรกิจหนุนคง “กฎอัยการศึก”

นายสแตนลีย์  คัง  ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย  กล่าวถึงเหตุระเบิดช่วงค่ำเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า  ขณะนี้ไทยังอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก  และคิดว่ายังคงต้องมีกฎอัยการศึกต่อไป ซึ่งรัฐบาลก็วิตกเรื่องนี้มาก ผมหวังว่า รัฐบาลจะรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนได้มากที่สุด โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หวังว่าตำรวจจะได้หลักฐานเร็วที่สุด

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 03/02/2015

ศก.ช็อกบอมบ์

นายสมหมาย  ภาษี  รมว.คลัง  กล่าวว่า  เหตุระเบิดกรุงเทพฯ ย่านใจกลางเศรษฐกิจเมื่อคืนวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ถือว่ากระทบกับเศรษฐกิจของไทยอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่จะมากหรือน้อยยังประเมินไม่ได้ เนื่องจากหลังเกิดระเบิดก็มีการปล่อยข่าวลือ ก็ต้องให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบว่าระเบิดเกิดจากอะไร เพื่อให้เกิดความมั่นใจไม่มีการตีความไปต่างๆนานากัน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 03/02/2015

ฟันซี 9 เอี่ยวโกงแวต

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง   กล่าวว่า  คณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงผู้บริหารกรมสรรพากรระดับซี 9 จำนวน 4 คน กรณีทุจริตการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต)  จากการส่งออกปลอม จนทำให้รัฐเกิดความเสียหายกว่า 4,200 ล้านบาท ที่มีนายประภาส คงเอียด  ที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้สรุปผลสอบผู้บริหารรายแรก ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารสรรพากรพื้นที่ 22 บางรัก มีความผิดวินัยร้ายแรงจริง และได้แจ้งผลสรุปผู้ที่กระทำผิดรับทราบแล้ว  อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้คณะกรรมการสอบวินัยจะแจ้งผลการสอบให้นายรังสรรค์  ศรีวรศาสตร์  ปลัดกระทรวงการคลัง รับทราบถึงบทลงโทษว่าจะให้ออกจากราชการหรือไล่ออก หรือให้รับราชการต่อไปแต่ให้ตัดเงินเดือน จากนั้นจะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการรับผิดทางละเมิดของกรมบัญชีกลาง พิจารณาชดใช้ความเสียหายต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 03/02/2015

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ให้ “ศาลรธน.”  วินิจฉัย มาตรา 7 ป้องกันอ้างเบื้องสูง รวบอดีต ส.ส.ดัง...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ บึมสนั่นกลางกรุงไปป์บอมบ์บีทีเอส – พารากอน ไหม้รง.ยางรถคลอก 4 ศพ เปิดโปงสหรัฐฯ ลงอีสาน...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ไม่ได้ส่ง “สัญญาณ” “บิ๊กตู่” โวย อัดนักข่าวถามงี่เง่า แจ้งทุกวัดห้ามอุปัชฌาย์บวรเกษม “พลอย” ภัทรากร...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558   พาดหัวข่าว ไทยรัฐ สหรัฐแสดงท่าทีบีบรัฐบาล ยกเลิกอัยการศึก ได้เค้าหื่นอุบาทว์ ขืนใจคนแก่ “แอลลี่” ไปไม่ถึงฝัน ปิ๋วเวทีมีสยูนิเวิร์ส...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ “ปู” ร่ำไห้ – ไม่มีที่ยืน “บิ๊กตู่” ขอวอนทุกฝ่ายเจรจา ส.ส.พท.เดินสาย แจ้งจับ...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top