หวานรับวาเลนไทน์กับ 10 เทคนิคดูแลหัวใจในห้วงรัก โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

คนเราเมื่ออยู่ในช่วงเวลาแห่งความรักจะมีสัญญาณที่ดูไม่ยาก  หากเป็นสาวๆก็จะมีแก้มแดงปลั่ง  ดวงตาที่เปล่งประกาย  หลุดยิ้มหวานออกมาเป็นบางครั้ง 

ส่วนหนุ่มๆก็จะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ  ร่าเริง  กระฉับกระเฉงและมีพลัง  ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองครับคืออัศจรรย์แห่งความรัก

ที่บันดาลความสุขให้กับโลก

สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งในโลกที่มีความรักที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใครเลยคือ “สุนัข” เป็นสัตว์ที่ให้ความรักที่ลึกซึ้งอย่างยากที่ผู้ไม่เคยเลี้ยงจะเข้าใจ  เพราะสุนัขสามารถฝืนสัญชาตญาณพื้นฐานให้รักตัวเองน้อยกว่าเจ้าของได้  ข้อนี้ใครที่เคยเลี้ยงสุนัขจะเข้าใจดียิ่งว่ามีสิ่งที่เรียกว่ารักจนยอมตายแทนได้อยู่ในโลกนี้จริงๆ

เมื่อได้มองเข้าไปในตาของเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์

ผมจึงไม่แปลกใจว่าผู้ที่รักสุนัขจนเป็นตำนานจึงมีอยู่มากในโลก  ซึ่งล้วนเป็นความรักที่น่าประทับใจ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุนัขผู้จงรักอย่าง “ฮาจิ” ที่ปักหลักรอนายผู้วายชนม์อยู่ที่หน้าสถานีรถไฟ  หรือสุนัขทรงเลี้ยงอย่าง “ย่าเหล” ที่องค์พระมงกุฏเกล้าฯทรงอาลัยรักยิ่ง

ดังนั้นสิ่งสำคัญของความรักก็คือเป็นความมหัศจรรย์ที่ต้องออกมาจากหัวใจที่เปี่ยมรัก    จะประดิษฐ์ออกมาโดยไร้ความรู้สึกไม่ได้  ไม่อาจเรียกว่าเป็นความรักแม้จะเพียรบอกอย่างไรก็ตาม

อย่างน้อยก็ไม่อาจหลอกตัวเองได้

10 เทคนิคสร้างความสุขและปลุกรัก

            มีทางง่ายๆที่จะสร้างความรักขึ้นมาให้งอกงามในหัวใจครับ  ทั้งกับคนที่มีความรักอยู่แล้วหรือยังเสาะแสวงหาอยู่

                ความรักจะมาหาคนที่ให้รักกับคนอื่นก่อนครับ

                คนเห็นแก่ตัวความรักจะยังรีๆรอๆไม่ขอเข้ามาหา  ความรักจึงเป็นของมีค่าสูงยิ่งครับ  เพราะมันจะควรคู่กับคนที่คู่ควรกับมันเท่านั้น

ดังนั้นเพื่อถนอมรักษารักไว้นานๆก็ควรต้องมีการ “บำรุงรัก” กันสักหน่อยครับ  ซึ่งก็มีเคล็ดลับอยู่เล็กน้อย

มาค่อยๆดูแล้วเติมรักไปพร้อมๆกันนะครับ

1)สัมผัสบำบัด  จัดเป็นเทคนิคอันดับต้นๆเลยสำหรับท่านที่มีรัก  เพราะการใช้สัมผัสบำบัดนั้นเป็นการเริ่มต้นที่ช่วยกระตุ้น “เคมีรัก” ในสมองซึ่งได้แก่ อ็อกซีโทซิน,เอนโดฟิน,วาโซเพรสซินรวมไปถึงอะดรีนาลีนที่ช่วยกันบิวด์อารมณ์ให้คู่รักเกิดความรู้สึกโรแมนติกเห็นโลกเป็นสีชมพูขึ้นมา  ซึ่งการสัมผัสที่ว่านั้นเป็นได้ทั้งการจับมือ,กอด,นวดตัวไปจนถึงการเมคเลิฟที่ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายมีความสุข

2)จัดอาหารรัก  ในแง่ของอาหารที่มีผลกับอารมณ์หวานนั้นต้อง “ไม่ใช่อาหารหวาน” ครับ  ฟังดูแอนตี้ไคลแม็กซ์อย่างแรง  แต่นั่นคือความจริงครับ  เพราะของหวานเป็นตัวจุดชนวนอักเสบ เพิ่มความหงุดหงิดในหัวใจและที่สุดแล้วทำให้ “รักล่ม” ได้เพราะสุขภาพแย่เป็นเหตุครับ  ดังนั้นการจำกัดอาหารหวานจึงเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างความรักที่มาจากสุขภาพดีได้

3)นอนพักให้สนิท  ข้อนี้สำคัญมากเพราะความรักส่วนหนึ่งมาจาก “สมอง” ซึ่งสมองต้องได้ “พักเต็มที่” ถึงจะมีการสร้างเคมีรักออกมาได้อย่างเต็มพลัง  การที่ยังนอนดึก นอนไม่หลับหรือนอนไม่เป็นเวลาจะพาให้สมองหยุดปล่อยเคมีรักแต่จะกลับสร้าง “เคมีเครียด” ชวนให้เพลียหัวใจขึ้นมาแทน  แถมบางทียังพาให้ “รักกร่อย” เพราะอดนอนบ่อยๆได้ด้วยครับ

4)เนรมิตด้วยโกโก้  หรือช็อคโกแลตเป็นอาหารสร้างความรักที่นิยมกันหลายแห่งทั่วโลก  โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่นเจ้าตำรับนั้นมีช็อคโกแลตนานาพันธุ์ให้สรรหามา “หวาน” กัน  สิ่งสำคัญในช็อคโกแลตคือ “ฟีนิลเอทิลลามีน(Phenylethlamine)” กับ “อานันดาไมด์” ซึ่งเป็นสารที่ไปเปิดสวิทช์สุขในสมองทำให้สุขสดชื่นใจและร่าเริงเป็นอย่างยิ่งครับ

5)ต้องโนอัลกอฮอล์  เครื่องดื่มที่คู่รักควรงดเป็นอันดับต้นๆครับ  อัลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ทำอันตรายต่อโรงงานสร้างรักที่ใหญ่ที่สุดคือ “สมอง” ครับ  ท่านที่รักอย่าลืมว่าอัลกอฮอล์ช่วยให้ “สนุก” ได้จริงในช่วงแรก  แต่หลังจากนั้นมันจะ “กดสมอง” และทำร้ายร่างกายด้วยพิษชื่อ “อัลดีไฮด์” ที่มาจากอัลกอฮอล์นี่ละครับเป็นวัตถุดิบ  ยิ่งดื่มนานวันก็ยิ่งนับถอยหลังวันที่จะได้อยู่ด้วยกันน้อยลงทุกที

6)ขอถั่ว 1 กำมือ  คืออาหารสร้างรักอย่างแท้จริง  โดยถั่วที่แนะนำได้แก่ อัลมอนด์,วอลนัท,บราซิลนัทหรือแม้แต่ถั่วลิสง  เพราะในถั่วที่ว่านี้มีสารช่วยปลุกรักชื่อ “แอล-อาร์จินีน(L-arginine)” ที่ยิ่งกินแล้วยิ่งช่วยให้เลือดไหลเวียนในร่างกายได้อย่างทั่วถึงซาบซ่า  เพราะว่าเคมีนี้ไปปลุกหลอดเลือดให้ขยายตัวได้ดีขึ้น  โดยเฉพาะหลอดเลือดในบริเวณสำคัญที่ช่วยสุขภาพทางเพศครับ

 

7) ของดีคือเบอรี่  เป็นอาหารหวานธรรมชาติที่คู่รักสามารถจับมือกันไปทานได้  ไม่ว่าจะเบอรี่สัญชาติไหน  อย่าง สตรอเบอรี่,บลูเบอรี่,ราสพ์เบอรี่,แครนเบอรี่ หรือถ้านิยมของไทยก็ขอแนะนำ ลูกหม่อน(มัลเบอรี่),ลูกหว้า,มะยม,มะเม่า,เชอรี่ไทยหรือแม้แต่ตะขบที่อาจต้องไปนัดพบกันใต้ต้นไม้แทน

8 ) ต้องมีเนื้อไก่  รวมถึงเนื้อสีขาวอย่างอื่นเช่นเนื้อปลา,ทูน่า,ไข่ขาวและอีกมากครับ  ที่ขอให้มีเนื้อเพราะเป็นแหล่งโปรตีนสุขภาพที่ถูกใช้นำไปสร้าง “โดพามีน” อันเป็นเคมีช่วยเติมรักอีกชนิดในสมอง  ซึ่งโดพามีนจะทำงานเป็นทีมช่วยสร้างความมีชีวิตชีวา  สดชื่นและเปี่ยมพลังให้กับท่าน  เท่ากับช่วยกระตุ้นศูนย์บัญชาการรักกันโดยตรงเลยครับ

 

 

9)ให้หม่ำซีฟู้ดส์  จำเป็นอย่างยิ่งครับ  เท่ากับได้พรแห่งรักไปกว่าครึ่ง  เพราะในอาหารทะเลมีของสำคัญคือ “ซิงค์” หรือสังกะสีที่ช่วยในเรื่องสุขภาพทางเพศ  ทั้งที่ต่อมลูกหมากในหนุ่มๆและเป็นตัวสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสตรี  ซึ่งทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็น “หอยนางรม” อย่างเดียวครับ  จะเป็นกุ้ง,ปู,ปลาหมึกหรือแม้แต่สาหร่ายทะเลก็ได้ล้วนมี “แร่ธาตุ” ที่สามารถปลุกสมรรถภาพให้ท่านได้ดีครับ

10)สูตรเด็ดออกกำลัง  เป็นอย่างสุดท้ายที่คู่รักต้องมีครับ  เพราะความรักจากสมองอย่างเดียวนั้นเมื่อไม่มีความแข็งแกร่งทางกายรองรับ  เมื่อนานเข้าอาจทำให้ไม่เข้มข้นเท่าที่ควร  ขอให้ชวนกันมาออกกำลังกายดีกว่าเพราะว่ามันช่วยปลุกความรักทั้งที่สมอง,กล้ามเนื้อและต่อมหมวกไตซึ่งรวมกันเป็นทีมให้ร่างกายดูดีมีเสน่ห์เป็นแม่เหล็กที่ทรงพลังแห่งรักครับ

ทั้ง 10 วิธีคือเทคนิคที่มีผลกับอวัยวะที่สร้างความรักในร่างกายเรานั่นคือ “สมอง” , “หัวใจ” และ “ฮอร์โมน” ครับ  ซึ่งในการที่จะมีต้นรักที่งอกงามเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับอวัยวะทั้ง 3 นี้เป็นอย่างยิ่ง

โดยสิ่งที่เป็นปุ๋ยเร่งโตให้ก็คือทั้ง 10 เทคนิคที่ว่ามาครับ

ท่านที่ปรารถนาจะถนอมความรักไว้ให้ยืนนานผ่านกาลเวลาไปด้วยกันก็ขอให้ “ใส่ใจ” กันด้วยสิ่งต่างๆที่ว่ามานี้เอง  ซึ่งการช่วยกันด้วยวิธีที่ว่านี้ยังเป็นสิ่งที่ช่วยพิสูจน์ความรักในหัวใจของคู่รักได้ด้วยครับว่าเข้มข้นสักเพียงใด  บางทีไม่ต้องรักหวานเจี๊ยบเหมือนวันแรกเสมอไป

รักพอประมาณแต่รักไปนานๆดีกว่าครับ

 

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

 

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

Related posts:

  1. สมองเสื่อม-จิตป่วย ช่วยได้ด้วยการกิน-อยู่ โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช   การจัดรายการโทรทัศน์และวิทยุสดๆนี่เป็นการฝึกสมองและประลองการตัดสินใจอย่างยิ่งยวดครับ โดยเฉพาะกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อย่างมีอยู่วันหนึ่งกำลังคุยในรายการผ่านทางโฟนอินก็ให้มีคนไข้แน่นหน้าอกหายใจไม่ออกมาพอดีก็ต้องมีสติแก้ไขปัญหาให้คนไข้ฉุกเฉินก่อนเรียบร้อยแล้วค่อยเข้ารายการต่อ  รออีกเดี๋ยวก็มีอีกรายการโทรมาให้โฟนอินฉุกเฉินเพราะท่านอธิบดีที่รายการเชิญมาให้พูดท่านติดภารกิจด่วน  ก็พูดกันสดๆตอนนั้นเพราะเป็นรายการสด พอเข้ารายการเด็กก็กลายร่างไปเป็นพิธีกรเด็ก  กดปุ่มแอ๊บเด็กเล่นสนุกดุ๊กดิ๊กกับน้องๆหนูๆ มีความสุขดีครับ  ช่วยให้หัวใจเต็มไปด้วยสารสุขรู้สึกริ้วรอยบนใบหน้าหายไปทันใจยิ่งกว่าโฆษณาเครื่องสำอางค์ไหนๆ...
  2. ของในปาก โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช   อาการของช่องปากบอกโรคภายในร่างกายได้ ในคนที่มีปัญหาช่องปากบ่อยสุขภาพจะไม่แข็งแรงครับ โดยเฉพาะกับอวัยวะต่อไปนี้ - หัวใจ - สมอง - ไต...
  3. 10 สัญญาณร้ายที่ไม่ควรรอ โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ในแต่ละวันที่ตรวจคนไข้ทำให้ได้รับรู้เรื่องพิเศษหลายเรื่องอยู่เสมอครับ บางเรื่องเข้าขั้นน่าอัศจรรย์เสียด้วยซ้ำ ด้วยอาการป่วยแต่ละกรณีถ้าดูให้ดีแล้วจะเห็นถึงความพิเศษ แม้แต่โรค “หวัด” ธรรมดาๆถ้าดูให้ดีก็จะเห็นความน่าสนใจ ที่ไม่เหมือนกันก็เพราะผมเห็นของผมเองว่าคนไข้แต่ละคนมีความพิเศษเพราะเขาได้ดูแลสุขภาพมาในแบบต่างๆกัน มีการใช้ชีวิตมาไม่เหมือนกัน ดังนั้นการเจ็บป่วยแต่ละครั้งจึงต้องดูแลรายละเอียดเรื่องการกิน-อยู่ที่ผ่านมาของคนคนนั้นด้วย จึงจะช่วยกันได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน...
  4. 10 อาหารสมองในของกินใกล้ตัว โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ชาวโรมันโบราณมีอาหารการกินที่หรูหราไม่แพ้โรงแรม 5 ดาวสมัยนี้   ถ้าพาท่านที่รักย้อนเวลาไปก็จะได้เห็นภาพโต๊ะอาหารของผู้ดีชาวโรมันแน่นขนัดไปด้วย หมูหันทั้งตัวยัดไส้นก,นกยูงอบ,ลิ้นนกไนติงเกลราดน้ำผึ้ง,ลูกอินทผลัมและองุ่นสดเป็นของหวานฯลฯ  ซึ่งทุกเมนูมักกินกับเครื่องดื่มยืนพื้นคือ “เหล้าองุ่น” นักประวัติศาสตร์ยุคใหม่เชื่อว่านั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มหาอาณาจักรโรมันต้องเสื่อมสูญไป  ซึ่งสิ่งที่มาไขปริศนาข้อนี้ได้ก็คือสารที่ผสมลงในเหล้าองุ่นครับ  ชาวโรมันมีรสนิยมในการกินที่หรูหรามาก ...
  5. รวมมิตร พิชิตแก่ แท้ VS. เทียม ในรอบปีที่ผ่านมา โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ความรู้ในเรื่องต้านชราที่ดูเหมือนว่าไฮเทคขึ้นทุกวันนั้นขอท่านที่รักอย่าเพิ่งไปเชื่อในทุกสิ่ง  เพราะที่จริงแล้วต้องดูว่าเป็นไฮเทคแท้หรือไฮเทคเทียมครับ เพราะความลับก็คือในปัจจุบันยังไม่มีไฮเทคใดที่ได้รับการยืนยันว่าย้อนอายุทำให้เป็นหนุ่มสาวได้จริง ถ้าไม่ใช่วิธีธรรมชาติ งานประจำของผมคือตรวจคนไข้และไปบรรยายตามงานต่างๆ  ได้ไปบรรยายในงานของราชวิทยาลัยแพทย์หลายๆแห่ง  ขอบอกได้เลยครับว่ายังไม่มีที่ใดที่คุณหมอออกมารับรองผลของการใช้ไฮเทคเพื่อความงามทั้งหลาย พูดง่ายๆคือที่ใช้กันอยู่นั้นคือ “รับความเสี่ยงเอง(At your...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top