ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558

 

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

สหรัฐแสดงท่าทีบีบรัฐบาล ยกเลิกอัยการศึก

ได้เค้าหื่นอุบาทว์ ขืนใจคนแก่

“แอลลี่” ไปไม่ถึงฝัน ปิ๋วเวทีมีสยูนิเวิร์ส

มติชน

ฟังจากปากปมถูกสอย มะกันพบปูชี้โลกเชื่อคดีการเมือง

“บิ๊กจิน” โชว์แผนผ่าบินไทยโละ 5 พันคน

ตีทะเบียน – กำหนดโซนบิน สั่งคุม “โดรน”

ข่าวสด

“บิ๊กตู่” ยัน – ไม่เคยสั่งโต้ไล่ล่า สหรัฐถกยิ่งลักษณ์

สกัดคดีที่ 11 เฝ้าระวังบ้านหญิงชรา

รัฐทุ่มขึ้นเงินเดือนอีก – 35 วิสาหกิจเฮ

เดลินิวส์               

กองปราบแกะรอยล่า ฆาตกามเจอเบาะแสที่กบดาน

คุก “ปณวัตร” อดีต สส. 7 สมัย

35 วิสาหกิจเฮ ปรับเงินบอร์ดไฟเขียว

กรุงเทพธุรกิจ

“ยิ่งลักษณ์”  ฟ้องสหรัฐ

เปิดแผนกู้วิกฤติ “บินไทย”

โพสต์ทูเดย์

ผ่าตัดบินไทย

แนะเอสเอ็มอีเร่งตุนสภาพคล่อง – ซื้อประกันค่าเงิน

 

ข่าวหนังสือพิมพ์วันนี้ ,ข่าวหน้าหนึ่งวันนี้ ,ข่าวเด่น ,ข่าวร้อนประจำวัน ,ข่าวหน้าหนึ่ง ,ข่าวหนังสือพิมพ์ ,ข่าววันนี้ ,อ่านข่าววันนี้ ,ดูข่าววันนี้ ,ข่าว ,ข่าวสด ,เดลินิวส์ ,ไทยรัฐ ,มติชน ,กรุงเทพธุรกิจ ,ไทยโพสต์ ,โพสต์ทูเดย์ ,เนชั่น ,บางกอก โพสต์ ,bangkok post

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

ทีท่า – ท่าที “สหรัฐฯ” ในการมาไทย

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

ต้องใช้เวลา

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

เมืองไทย 2ชนชั้น คนจนคนรวยห่างจนน่ากลัว

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย นฤตย์ เสกธีระ  (มติชนรายวัน)

ไม่เสียของ – ไม่มีชินวัตร  วันที่ 27/01/2015

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

ไม่มีอัศวินไหน แก้ปัญหาประเทศได้ นอกจากคนไทยเอง

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

สหรัฐแสดงท่าทีบีบรัฐบาล ยกเลิกอัยการศึก

นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา   กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี 2015” จัดโดยสถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า การเมืองไทยปัจจุบันเป็น ตัวแปรสำคัญในการกำหนดท่าทีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตนได้พบอดีตนายกรัฐมนตรีไทย และ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ เพื่อรับฟังและหารือถึงสถานการณ์การเมืองไทย พร้อมแจ้งความหวังของสหรัฐฯที่มีต่อไทย ซึ่งทุกฝ่ายเน้นความสำคัญของการปรองดองและการวางรากฐานประชาธิปไตยในอนาคต สหรัฐฯยืนยันว่าไม่ได้เลือกข้างอยู่กับฝ่ายใด เป็นเรื่องของไทยและคนไทยที่จะตัดสินว่าอะไรเป็นความชอบธรรมของรัฐบาล และได้พูดกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ถึงความเป็นไปได้ที่รัฐบาลไทยจะยกเลิกกฎอัยการศึก เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงทัศนะในการปฏิรูปประเทศไทย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 27/01/2015

ได้เค้าหื่นอุบาทว์ ขืนใจคนแก่

พล.ต.ท.วีรพงษ์  ชื่นภักดี ผบช.ภ.7   กล่าวว่า คดีนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เกิดมาตั้งแต่ปี 2553 จนปัจจุบันรวม 10 คดี ฝ่ายสืบสวนภาค 7 กดดันสืบสวนทุกรูปแบบมาตลอด ผลการตรวจสอบที่เกิดเหตุทราบว่าคนร้ายก่อเหตุมา 9 ครั้ง ทิ้งหลักฐานดีเอ็นเอไว้ ยืนยันว่าเป็นการกระทำของคนคนเดียวกัน สำหรับคดีที่ 10 ล่าสุดเกิดขึ้นท้องที่ สภ.นครชัยศรี ส่งผู้เสียหายไปตรวจร่างกายและเก็บดีเอ็นเอจากอสุจินำไปเปรียบเทียบกับคดีที่ผ่านมา หากตรงกันแสดงว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกันคาดว่าผลจะมาภายใน 2 วัน  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

ด้านพล.ต.ต.ฐิติราช  หนองหารพิทักษ์  รรท.ผบช.ก. กล่าวว่า สั่งการกองปราบปรามประสานตำรวจภาค 7 เพื่อร่วมกันคลี่คลายคดี โดยส่งรองผบก.ป. 4 นายเข้าพื้นที่เก็บข้อมูลหลักฐาน รายละเอียดที่เชื่อมโยงกับคดี ขณะนี้มีเพียงดีเอ็นเอที่ตรวจพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นคนเดียวกันเท่านั้น ขณะนี้ได้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ตรวจพบดีเอ็นเอคนร้ายบริเวณปากขวดเหล้าขาวในที่เกิดเหตุ ทำให้เชื่อได้ว่าคนร้ายน่าจะดื่มสุราทุกครั้งก่อนลงมือก่อเหตุ

รายงานข่าว  กล่าวว่า จากการสอบปากคำ ผู้เสียหาย 4 ราย ให้การตรงกันว่า คนร้ายใส่ไฟฉายส่องกบติดอยู่บริเวณหน้าผาก ทำให้สันนิษฐานได้ว่าคนร้ายอาจจะเป็นคนหากบหาปลา ซึ่งจะต้องขยายผลต่อไปว่าลักษณะสีของไฟฉายสีอะไร ลักษณะของสายที่คาดบนศีรษะเป็นอย่างไร หาตัวอย่างเพื่อมาประกอบ นอกจากนี้ยังวิเคราะห์อาวุธมีดที่คนร้ายใช้ข่มขู่ผู้เสียหายว่ามีลักษณะอย่างไร ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งนี้วันที่ 28 ม.ค. เวลา 14.00 น. ที่สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จะมีการประชุมร่วมชุดคลี่คลายคดี คือ บช.ภาค 7 ตำรวจท้องที่ และกองปราบปราม  (หนังสือพิมพ์ข่าวสด

“แอลลี่” ไปไม่ถึงฝัน ปิ๋วเวทีมีสยูนิเวิร์ส

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ รายงานบรรยากาศของคนไทยที่ไปเชียร์ แอลลี่-พิมพ์บงกช ถึงขอบเวทีว่า คนไทยจากนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียและในรัฐฟลอริดา ประมาณ 50 คน ต่างมีความหวังว่าปีนี้สาวไทยน่าจะได้ตำแหน่งอะไรกลับไปบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไปถึงบริเวณด้านหน้าทางเข้าสถานที่ประกวด มีการจัดทำหุ่นภาพนางงามให้คนถ่ายภาพ โดยเป็นหุ่น 3 คน ด้านซ้ายเป็นภาพมิสโบลิเวียในชุดว่ายน้ำ คนกลางเป็นสาวใส่สายสะพาย “มิสยูนิเวิร์ส” สวมชุดว่ายน้ำ เจาะส่วนใบหน้าไว้ให้คนโผล่ถ่ายภาพ และด้านขวาเป็นหุ่นภาพแอลลี่สวมชุดว่ายน้ำและสายสะพายมิสไทยแลนด์ ยิ่งทำให้กองเชียร์ชาวไทยต่างดีใจไปยืนถ่ายภาพและซื้อตั๋วเข้าชมกันอย่างคึกคัก แต่เมื่อถึงการประกาศชื่อผู้เข้ารอบ 15 คน แล้วไม่มีชื่อของแอลลี่ติดเข้ารอบ กลุ่มกองเชียร์คนไทยที่ไปจากนครลอสแอนเจลิสต่างผิดหวัง ลุกขึ้นเดินออกจากห้องที่จัดประกวด เดินทางกลับห้องพักทันที

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 27/01/2015

ตีทะเบียน – กำหนดโซนบิน สั่งคุม “โดรน”

นายสมชาย  พิพุธวัฒน์  อธิบดี บพ.  กล่าวว่า  เตรียมจะออกประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์การขออนุญาตใช้บังคับหรืปล่อยอากาศยานที่ไม่มีนักบินมาบังคับใช้ เบื้องต้นจะออกมาตรการกำกับดูแลการใช้งานโดยมีเกณฑ์สำคัญ 3 ด้าน คือ 1. ด้านสมรรถนะ  จะกำหนดน้ำหนัก ขนาด รวมทั้งปริมาณเชื้อเพลิงบรรจุภายในโดรน เพื่อบินไม่นานกว่า 1 ชั่วโมง 2 ด้านภารกิจ จะไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปนำโดรนติดตั้งกล้องถ่ายภาพขึ้นบิน 3.ระดับความสูง พื้นที่จะช่วงเวลาบิน จะกำหนดห้ามโดรนบินสูงเกินกว่า 500 ฟุต และต่ำเกินกว่า 50 ฟุตจากระดับพื้นดิน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบินพาณิชย์ปกติจะบินต่ำสุด 1,000 ฟุตรวมทั้งจะกำหนดให้ต้องยื่นขออนุญาตทำการบินทุกครั้ง หากพบว่าไม่ขออนุญาตก่อนถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย จะถูกดำเนินคดีจำคุก 1 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายนิรันดร์  ธีรนาทสิน  กรรมการและรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า  เบื้องต้นเห็นด้วยที่จะมีกฎหมายออกควบคุมในเรื่องดังกล่าว เพื่อจัดระเบียบและป้องกันปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

นายประพนธ์  ปัทมกิจสกุล  ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  ทอท. กล่าวว่า  เห็นด้วยกับการออกมาตรการมาควบคุมโดรน จะคล้ายกับการออกมาตรการควบคุมดูแลการปล่อยโคมลอย หรือการจุดบั้งไฟ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการบินได้ ตอนนี้โดรนอาจจะบินได้ต่ำจึงไม่ส่งผลกระทบมากนัก และหากในอนาคตมีเทคโนโลยีใหม่อาจจะบินได้สูงขึ้น ดังนั้น การออกมาควบคุมดูแลจึงน่าจะส่งผลดีในอนาคตด้วย

แหล่งข่าวด้านความปลอดภัยจากบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.)  กล่าวว่า บพ.จะต้องกำหนดกฎกติกาให้ชัดเจนว่าพื้นที่ไหนบินได้หรือบินไม่ได้ บินได้สูงขนาดไหน เพราะในกรณีของเฮลิคอปเตอร์ที่บินในระดับต่ำอาจจะได้รับผลกระทบจากโดรนได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น การขออนุญาตในการขึ้นบินของโดรนในแต่ละภารกิจจึงถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องดำเนินการให้เป็นกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่ 27/01/2015 

“บิ๊กตู่” ยัน – ไม่เคยสั่งโต้ไล่ล่า สหรัฐถกยิ่งลักษณ์

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงหลายฝ่ายเป็นห่วงอาจเกิดความวุ่นวายขึ้น หลังน.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกสนช.ลงมติถอดถอน ว่า  “ไม่ห่วง ทุกคนต้องเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามกติกาและกฎหมาย อย่าไปเขียนว่าไล่ล่าใคร อย่าลงทุนกันมากขนาดนั้น ไม่ได้ต้องการไล่ล่าใครเป็นกรณีพิเศษแล้วใช้ประเทศหรือประชาชนทั้งประเทศมาต่อสู้กัน ผมว่ามันไม่ใช่ ผมคงไม่ลงทุนขนาดนั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย กติกา และกฎหมายว่าอย่างไร ถ้ามันทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ อะไรทำได้ก็ทำได้”  เมื่อถามว่า  น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ติดต่อมาบ้างหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธว่า  ไม่มีการติดต่อ เขาจะติดต่อเรื่องอะไร ยืนยันว่าไม่มีการโทรศัพท์มาพูดคุยหรือติดต่อมาทั้งนั้น ส่วนน.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางไปต่างประเทศ ต้องถามกระบวนการยุติธรรมก่อน ปกติการห้ามคนเดินทางต้องใช้กฎหมาย ไม่ใช่อะไรก็ถามคสช.ฝ่ายเดียว วันนี้ต้องถามฝ่ายกฎหมาย มีความผิดแล้วหรือยัง ถ้ากฎหมายไม่มีข้อบัญญัติห้าม ก็มีสิทธิไปต่างประเทศ ต้องดูว่าวันนี้ยังอยู่ในกระบวนการต่อสู้หรือไม่ การถอดถอนเป็นเรื่องของคดีทางการเมือง ซึ่งเหมือนทุกครั้ง คดีถอดถอนมันไม่มีคดีอาญาไม่ใช่หรือ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่ 27/01/2015   

รัฐทุ่มขึ้นเงินเดือนอีก – 35 วิสาหกิจเฮ

นาย กุลิศ  สมบัติศิริ  ผอ.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)  กล่าวผลการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐ วิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ที่มีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการให้ปรับปรุงอัตราค่าจ้างของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ จำนวน 35 แห่ง ที่ใช้บัญชีเงินเดือนค่าจ้าง 58 ขั้น ตามประกาศคณะกรรม การรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กระทรวงแรงงาน  โดยให้ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยขั้นละ 6.5 เปอร์เซ็นต์ คือจากขั้นต่ำสุดที่เดือนละ 5,780 บาท เป็น 9,040 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท และภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมทั้งเป็น การสร้างแรงจูงใจในการทำงานของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ ส่วนกรณีรัฐวิสาหกิจจะขยายเพดานอัตราค่าจ้างขั้นสูงขึ้นไปสูงกว่าที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันเงินเดือนขั้นสูงสุดอยู่ที่เดือนละ 113,520 บาท หากปรับขึ้นอีก 6.5 เปอร์เซ็นต์ เป็น 142,830 บาท แล้วเกินวงเงินจากเพดานขั้นสูงที่กำหนดไว้ รัฐวิสาหกิจต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และครม.เป็นรายกรณีไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่ 27/01/2015

คุก “ปณวัตร” อดีต สส. 7 สมัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา คดีหมายเลขดำที่ อ.3402/2548 หมายเลขแดงที่ 3216 /2549 ที่พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายแสวง เลี้ยงผ่องพันธุ์ อายุ 66 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคูเมือง จำเลยที่ 1 นายกาศ ลวดไธสง จำเลยที่ 2 นายปณวัตร เลี้ยงผ่องพันธุ์ อายุ 53 ปี อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ 7 สมัย จำเลยที่ 3 นางเจติยา เลี้ยงผ่องพันธุ์ อายุ 53 ปี อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาล อ.คูเมือง จำเลยที่ 4 นางทอง เลี้ยงผ่องพันธุ์ อายุ 58 ปี อดีต สจ.บุรีรัมย์ จำเลยที่ 5 นายดาว ตอรบรัมย์ อายุ 66 ปี จำเลยที่ 6 นายสนั่น เดิมทำรัมย์ อายุ 59 ปี จำเลยที่ 7 และ นายเชาวลิต สิงหชัย อายุ 64 ปี จำเลยที่ 8 ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์”  ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมา มีน้ำหนักให้รับฟัง โดยปราศจากข้อสงสัย พยานหลักฐานของฝ่ายจำเลยที่นำสืบปฏิเสธอ้างฐานที่อยู่มีน้ำหนักน้อย ไม่อาจรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 8 เป็นความผิดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยดังกล่าวมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 8 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก.336 ทวิ ประกอบมาตรา 83 ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี และให้ร่วมกันชดใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 22,604,715 บาท แก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่ 27/01/2015

“ยิ่งลักษณ์”  ฟ้องสหรัฐ

นายสุรพงษ์  โตวิจักษณ์ชัยกุล  อดีตรองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ  กล่าวว่า  ทางสหรัฐได้พูดคุยสอบถามถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่สนช.ลงมติถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งความจริงทางสหรัฐได้ติดตามข่าวคราวอยู่ตลอดเวลา ทราบดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย เพียงแต่อยากฟังจากปาก จึงเล่าให้ฟังว่ามีที่มาที่ไปและมีขบวนการอย่างไร ยังหาตัวคนผิดไม่ได้ แต่ลงโทษคนกำกับนโยบายไปแล้วเป็นกระบวนการถอดถอนที่สังคมโลกยอมรับไม่ได้ ทั้งนี้ สหรัฐยังได้ถามถึงการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ว่าเป็นอย่างไร  นายสุรพงษ์  กล่าวว่า  “ได้ตอบไปว่าการเขียนกติกาใหม่ชัดเจนว่าเขาต้องการล้มล้างพรรคของเรา อย่างที่เคยทำมาตลอด ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ คงมีชะตากรรมไม่ต่างจาก พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้เป็นพี่ชาย ซ้ำเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นเหมือนลอกแบบกันมา ต่อไปก็จะมีเหตุการณ์ทำนองว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบ ชดใช้ อันนั้น อันนี้ ตามมา” สหรัฐได้แสดงความเป็นห่วงสิ่งที่เกิดขึ้น อดีตนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งต้องโดนถอดถอนจากคนที่มาจากการแต่งตั้งไม่ได้มาตามครรลองประชาธิปไตย เรื่องนี้จะส่งผลกระทบแน่นอน โดยเฉพาะความเชื่อมั่น การลงทุน ต่างชาติไม่กล้าคบค้าสมาคมด้วย เพราะถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น อาจไม่ได้รับความเป็นธรรม

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ   วันที่ 27/01/2015

เปิดแผนกู้วิกฤติ “บินไทย”

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  กล่าวภายหลังการประชุมกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)  วานนี้ (26 ม.ค.) ว่า  คนร.เห็นชอบในหลักการแผนฟื้นฟูการบินไทย และได้สั่งการให้ไปทำต่อโดยส่วนที่ต้องแก้ไขต้องลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ลดเส้นทางที่ไม่คุ้มค่าลง ต้องตัดสินทรัพย์ จำหน่ายขายทิ้งออกไป เพื่อปรับลดรายจ่ายเพราะตอนนี้ธุรกิจการบินแข่งขันกันสูงมาก   (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)

พล.อ.อ.ประจิน  จั่นตอง  รมว.คมนาคม  กล่าวว่า  การประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (ซูเปอร์บอร์ด)  ที่มี พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  เป็นประธาน  มีมติเห็นชอบแผนฟื้นฟูของบริษัท การบินไทย ใน 5 ประเด็นหลัก ขณะเดียวกันจะปรับเส้นทางบินที่ขาดทุนอย่างแน่นอน ส่วนเส้นทางที่ขาดทุนต่อเนื่องจะให้หยุดบินไปก่อน จากนั้นจะใช้เวลา 6 เดือน 12 เดือน และ 18 เดือน ในการพิจารณาอีกครั้ง  ด้านแผนการตลาดจะเน้นปรับกลยุทธ์ในการขายตั๋วให้เพิ่มสัดส่วนการขายตั๋วผ่านนระบบออนไลน์และการจำหน่ายตั๋วเองขยายเครือข่ายการขายตั๋วให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ได้มากขึ้น ภายในเดือน ก.พ.นี้ จะเริ่มใช้มาตรการเหล่านี้ได้ทันที แต่แผนที่จะต้องมีการใช้งบประมาณจะต้องเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีก่อน  (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

แนะเอสเอ็มอีเร่งตุนสภาพคล่อง – ซื้อประกันค่าเงิน

นายเบญจรงค์  สุวรรณคีรี  ผู้อำนวยการอาวุโส  ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย  กล่าวว่า  ทิศทางการทำธุรกิจของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในปี 2558 ยังไม่สดใสนัก และจะยากลำบากต่อเนื่องจากปี 2557 สะท้อนได้จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดย่อมไตรมาส 4 อยู่ที่ 37.1 หรือ ยังต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าเอสเอ็มอียังเห็นปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องเผชิญข้างหน้าไม่ต่างจากปีก่อนมากนัก

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 27/01/2015

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ให้ “ศาลรธน.”  วินิจฉัย มาตรา 7 ป้องกันอ้างเบื้องสูง รวบอดีต ส.ส.ดัง...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ไม่ได้ส่ง “สัญญาณ” “บิ๊กตู่” โวย อัดนักข่าวถามงี่เง่า แจ้งทุกวัดห้ามอุปัชฌาย์บวรเกษม “พลอย” ภัทรากร...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ มาก็ดี – ไม่มาก็ได้ วิปสนช.ไม่บีบ “ปู” ให้มาตอบ จับยาบ้าล้านเม็ด ป่วนขยายวงลามเยอรมัน...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 7 มกราคม 2558   พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ไว้ใจคนกองทัพ บิ๊กตู่ยืนยันวันนี้ไม่มีปฏิวัติ! จับแม่ลูกรับโอน 40 ล.เงิน สจล. เชิญน.1...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ มติปปช.เอกฉันท์ฟันบุญทรงร่วมกับพวกทุจริต แทงนศ.สาวป.โทดับ ล่า 3 โจ๋ทมิฬ! ยิงลูกตร.ดับ มติชน บุญทรงโวยปปช.ฟันจีทูจีซัดซ่อนเร้นโยงสนช.ถอดถอนคดี...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top