ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ.2558

 

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

จำนำข้าวยังไม่สรุปอัยการหัก ป.ป.ช.อย่ามโน

ลากคอ “3 โจ๋แสบ”

“บอย – ปกรณ์” แจงซื้อลัมโบร์กินี!

มติชน

“ปู” แถลงปิดถอดถอนวันนี้ “สนช.” ปึ้กถกกลุ่ม 40 สว.โชว์เอกภาพ

คลังเล็งตั้งกองทุนอุ้มรากหญ้าไม่แจกตังค์

คนพิการชนะคดีกทม. – บีทีเอส

ข่าวสด

อสส.สวน “ปปช.” อีกยังไม่สั่ง “ปู” ปิดคดีเองวันนี้

ต่อต้าน “พรบ.ไซเบอร์” ชาวเน็ตฮือ

คนงานไทยเคว้งสิงคโปร์ – สมาคมถูกไล่

เดลินิวส์               

สนช.เชื่อข้อมูลปปช. “ปู” ระทึกส่อโคม่าถูกถอดถอน

“สมีเกษม” ลั่นขอ 100 ล.

จำคุก 2 ปี เก่งการุณปราศรัยหมิ่น “อี้”

กรุงเทพธุรกิจ

“ยิ่งลักษณ์” ลุ้นหนัก

คลังรับลูกปปช. “ฟ้องแพ่ง”

โพสต์ทูเดย์

สกัดบาทแข็ง

ขีดเส้นตาย 18 ก.พ.ตัดงบลงทุนโครงการไม่พร้อม

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์

ข้างหน้าฟากฝั่ง – ข้างหลังหุบเหว

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ

ไม่เนียน

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ)

ฝรั่งมั่วคน1% รวยเท่าคนครึ่งโลก

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย วรศักดิ์  ประยูรศุข  (มติชนรายวัน

“ถอดถอน”  วันที่ 22/01/2015

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ

เศรษฐกิจจีนโต 7.4% ต่ำสุดใน 24 ปี…และจะหดตัวต่อ

 

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

จำนำข้าวยังไม่สรุปอัยการหัก ป.ป.ช.อย่ามโน

นายวุฒิพงศ์   วิบูลย์วงศ์   รองอัยการสูงสุด (อสส.) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพิจารณาสำนวนคดีอาญาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฯไม่เห็นทราบเรื่องที่ ป.ป.ช.ไปออกข่าว ไปประชุมกันตอนไหน ยังงงๆ ทำไมไม่เชิญตน เพราะคณะทำงานฯยังไม่สรุปเรื่องเลย ยังอยู่ขั้นตอนรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่ไม่สมบูรณ์ สอบพยานเพิ่มเติม 2 ปากไม่ถึงไหนยังไม่รายงานเลย ตนจะเรียกคณะทำงานฯมาสอบถามสรุปความว่าตกลงยังไง เมื่อถามว่าจะสอบถาม ป.ป.ช.หรือไม่ นายวุฒิพงศ์ตอบว่า คงไม่สอบถาม เมื่อ ป.ป.ช.เป็นคนให้ข่าวก็ต้องรับผิดชอบเอง ยืนยันว่าการพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ในคดีนี้ต้องพิจารณาคำให้การของพยานที่สอบเพิ่มเติม และหลักฐานต่างๆ ที่ฝ่าย ป.ป.ช. ขอจากหน่วยงานราชการมาให้ครบถ้วนเสียก่อน  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

นายสรรเสริญ  พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.  กล่าวถึงรองอสส. ระบุคณะทำงานร่วมฯ ยังไม่มีมติให้ส่งฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า  ยืนยันว่า คณะทำงานร่วมฯ มีมติเรียบร้อยแล้วว่าให้ส่งฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อ อสส. โดยในการประชุมนัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 20 ม.ค. มีตัวแทนของป.ป.ช.และ อสส.อยู่ในที่ประชุม 13 คน ถือว่าครบองค์ประชุม เป็นตัวแทนป.ป.ช. 10 คน และตัวแทนอสส. 3 คน โดยมีข้อตกลงในคณะทำงานร่วมฯ ก่อนหน้านี้ว่า การประชุมไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมประชุมครบทุกคน ขอให้มีครบองค์ประชุมพอ  ก่อนประชุมวันที่ 20 ม.ค. ฝ่ายเลขาฯ ของป.ป.ช.ทำหนังสือแจ้งคณะทำงานฝ่ายอสส.ทราบทุกคนแล้วว่าจะมีการประชุม แต่ถึงเวลาประชุม มีตัวแทนฝ่ายอสส.มาประชุมแค่ 3 คน ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องกันว่าขณะนี้ข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวนคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ได้สอบพยานบุคคลและหาพยานหลักฐานต่างๆ จนครบถ้วนหมดแล้ว จึงมีมติให้ส่งฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่ออสส.ต่อไป ส่วนที่นายวุฒิพงศ์ระบุยังไม่ทราบเรื่องและคณะทำงานยังไม่มีการสรุปเรื่องส่งฟ้องนั้น ก็ไม่ทราบว่าตัวแทนฝ่าอสส.ไปประสานงานกันอย่างไร

นายปานเทพ  กล้าณรงค์ราญ  ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า คณะทำงานร่วม ป.ป.ช.กับอสส.กรณีอาญาน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา นายสรรเสริญได้รายงานให้ที่ประชุมป.ป.ช.ทราบว่า พยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว คณะทำงานร่วมฯ ฝ่ายอสส. จะประมวลเรื่องทั้งหมดส่งให้อสส. เป็นผู้พิจารณาสั่งฟ้อง ถือว่าการทำงานของคณะทำงานร่วมฯจบแล้ว อยู่ที่อสส.จะพิจารณาอย่างไร เรื่องนี้อีกไม่นานก็คงส่งฟ้องไปยังศาลฎีกาฯ ได้   (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)

ลากคอ “3 โจ๋แสบ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ  มิลินทจินดา ผบก.สส. ร่วมกันแถลงข่าว พ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผกก.สน.ประชาชื่น พ.ต.ท.ธนิศร บุญแม้น รอง ผกก.สส.สน.ประชาชื่น จับกุมนายปันณธร หรือโก้ เสประโคน อายุ 18 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ นายวุฒิกร หรือตูน เทศะแพทย์ อายุ 18 ปี ชาวอ.เมืองนนทบุรี และนายโป้ง (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางรถ จยย.  จากการสอบสวนทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพว่าเป็นการยิงผิดตัว โดยนายปันณธรผู้ต้องหาที่เป็นคนลั่นไก กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกับเพื่อนขี่รถ จยย.ไปตามหานายกอล์ฟ ท่าไม้ คู่อริที่เคยทะเลาะวิวาทกันที่ จ.นนทบุรี จึงตามล่านายกอล์ฟ โดยให้นายวุฒิกรไปยืม จยย.เพื่อน และรับหน้าที่เป็นคนขี่ นายโป้งซ้อนท้าย ส่วนตนนั่งกลาง จากนั้นขี่ไปที่บ้านนายกอล์ฟในตลาดประชานิเวศน์ ไปเจอแม่นายกอล์ฟบอกว่า นายกอล์ฟนั่งเล่นเกมอยู่ในร้านเกิดเหตุ จึงขี่รถตามหา พบกลุ่มผู้ตายที่ร้าน พอเข้าไปถามนายณัฐชาทำท่าเหมือนจะชักปืน เลยจำเป็นต้องยิงใส่เพื่อป้องกันตัว สำหรับปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้น ติดต่อซื้อทางอินเตอร์เน็ต

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 22/01/2015  

“บอย – ปกรณ์” แจงซื้อลัมโบร์กินี!

นายปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ หรือบอย-ปกรณ์ ดารานักแสดงชื่อดังช่อง 3  กล่าวเมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่า  วันนี้นำหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับการซื้อรถคันดังกล่าว มาชี้แจงต่อ ปปง. กรณีที่คนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมซื้อรถในราคาถูกกว่าปกติ ขอชี้แจงว่ารถคันนี้ ป้ายแดงราคา 17.8 ล้านบาท ไม่ได้ราคาสูงถึง 20 ล้าน ตามที่เป็นข่าว ตนซื้อมาจากตลาดรถประเภทเกรย์มาร์เก็ตที่ประกันสินค้าแค่ 1 ปี ราคาจึงต่ำกว่ารถยนต์ที่ซื้อจากศูนย์บริการ ซึ่งทางศูนย์มีประกัน 3-5 ปี ประกอบกับเป็นรถมือ 2 ราคาเลยอยู่ที่ 13.5 ล้านบาท ไม่ถือว่าซื้อต่ำกว่าราคาตลาด สามารถตรวจสอบตามเว็บไซต์ได้ว่ารถรุ่นเดียวและปีเดียวกับรถตนนั้น ราคาใกล้เคียงกัน และในฐานะที่ผมเป็นนักแสดง ยิ่งต้องระมัดระวังในการซื้อของทุกอย่างอยู่แล้ว ก่อนที่ผมจะซื้อรถคันนี้ได้หาข้อมูลราคาผ่านเว็บไซต์ต่างๆ พบว่ามีราคาใกล้เคียงกัน จากนั้นพี่นอกวงการบันเทิงได้ให้เบอร์ติดต่อกับนายภาดา บัวขาว เมื่อติดต่อซื้อขายจึงทราบว่าเป็นรถของนายกิตติศักดิ์โดยไม่เคยรู้จักมาก่อน ตรวจสอบอย่างรอบคอบว่ามีการเสียภาษีนำเข้าถูกต้องหรือไม่และทำสัญญาซื้อขายรัดกุม แต่กรณีที่นายกิตติศักดิ์ไปโกงเงิน สจล.เป็นเรื่องเหนือการควบคุม ส่วนตัวแล้วต้องการได้รถคืนเพราะเป็นรถที่ซื้อได้มาจากเงินที่ได้มาจากการทำงาน เพียงแต่โชคไม่ดีที่เจอกับรถคันนี้ อย่างไรก็ตาม ผมยินดีให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่าง หลังจากนี้ต้องขึ้นอยู่กับ ปปง.

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 22/01/2015   

“ปู” แถลงปิดถอดถอนวันนี้ “สนช.” ปึ้กถกกลุ่ม 40 สว.โชว์เอกภาพ

รายงานข่าว  กล่าวว่า  ในวันที่ 22 มกราคม น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปรัฐสภาเพื่อแถลงปิดคดีที่ ป.ป.ช.มีมติให้ถอดถอนในข้อกล่าวหาที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์  ไม่ยับยั้งนโยบายจำนำข้าวจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย และเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริต  ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์คาดว่า สนช.จะลงมติถอดถอนตามที่มีธงเอาไว้ แต่จะขอใช้โอกาสแถลงปิดคดีเพื่ออธิบายการทำงานของรัฐบาลและ น.ส.ยิ่งลักษณ์เกี่ยวกับเจตนาของนโยบายรับจำนำข้าว รวมทั้งบทบาทหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีกับนโยบายดังกล่าว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่ 22/01/2015 

คลังเล็งตั้งกองทุนอุ้มรากหญ้าไม่แจกตังค์

นายรังสรรค์  ศรีวรศาสตร์  ปลัดกระทรวงการคลัง  กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์เร่งรัดการเพิ่มรายได้แก่กลุ่มเกษตรกรและรากหญ้า เนื่องจากพบว่าที่ผ่านมาไม่ได้รับประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่า  ได้มอบหมายสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินภาวะเศรษฐกิจจากผลของมาตรการรัฐบาล เพราะต้องยอมรับว่างบที่เบิกจ่ายไปในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558 (ตุลาคม – ธันวาคม 2557) มีจำนวนพอสมควรแต่เศรษฐกิจไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่รัฐบาลตั้งเป้าหมาย และมอบหมายให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบเป็นรายกรม รวมถึงงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีการเบิกจ่ายงบในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558 ไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท มีการนำเงินไปใช้ตามโครงการหรือไม่ หรือเบิกไปเพื่อนำเงินไปฝากไว้ที่ธนาคาร ต้องมีการเร่งรัดให้นำเงินดังกล่าวออกมาใช้โดยเร็ว ส่วนมาตรการดูแลชาวนาและผู้มีรายได้น้อย ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ดำเนินการไปพอสมควร ทั้งจ่ายเงินให้ชาวนา ชาวสวนยาง ไร่ละ 1,000 บาทต่อครัวเรือน การออกนาโนไฟแนนซ์ปล่อยกู้รายย่อยไม่เกิน 1.2 แสนบาท เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ส่วนกรณีนายกฯ อยากให้มีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติมนั้นได้มอบหมายให้ สศค.ไปศึกษาดูแล้วว่าควรจะเป็นมาตรการอะไร

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่ 22/01/2015  

คนพิการชนะคดีกทม. – บีทีเอส

นายอมร  กิจเชวงกุล  รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)  กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น โดยสั่งให้ กทม.สร้างลิฟต์โดยสารผู้พิการที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกสถานี พร้อมติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ตามที่ตัวแทนผู้พิการได้ฟ้อง กทม.ที่ไม่จัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการที่ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสว่า กทม.มีแผนติดตั้งลิฟต์โดยสารเพื่อคนพิการบนรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกสถานีอยู่แล้ว ตามนโยบาย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  บริพัตร  ผู้ว่าฯ กทม. ที่ต้องการให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความเท่าเทียมในการใช้บริการโครงพื้นฐานต่างๆของรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ  ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีที่นายสุภรธรรม  มงคลสวัสดิ์ , น.ส.เสาวลักษณ์  ทองก๊วย และนายพิเชฏฐ์  รักตะบุตร ในฐานะคนพิการ ยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร (กทม.) ,ผู้ว่าฯกทม. ผู้อำนวยการสำนักการโยธา และบริษัท ขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4  เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติตามหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร จากกรณีผู้ถูกฟ้องที่ 1-4 ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม. พ.ศ.2528 และพ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ.2534 โดยไม่มีการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 3 ในฐานะคนพิการหรือทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ หรือ คนพิการประเภทอื่นแต่อย่างใด ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น สั่งให้ กทม. ผู้ถูกฟ้องที่ 1 โดยผู้ว่าฯ กทม. ผู้ถูกฟ้องที่ 2 จัดทำลิฟท์สำหรับคนพิการที่สถานีบีทีเอส 18 สถานี และจัดทำอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกที่สถานีทั้ง 23 สถานี รวมทั้งจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกบนรถไฟฟ้า  โดยให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา โดยให้บริษัท บีทีเอส ผู้ถูกฟ้องที่ 4 ให้ความร่วมมือสนับสนุน และยกฟ้องผู้อำนวยการสำนักการโยธา ผู้ถูกฟ้องที่ 3

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่ 22/01/2015 

ต่อต้าน “พรบ.ไซเบอร์” ชาวเน็ตฮือ

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  กล่าวถึงกรณีครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ว่ายังต้องผ่านการกลั่นกรองจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อย่างรอบคอบอีกชั้นหนึ่ง รัฐบาลไม่คิดล้วงตับ หรือละเมิดสิทธิ์ประชาชน เป็นเรื่องของกฎหมาย 

นายอาทิตย์  สุริยวงศ์กุล  ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต  กล่าวว่า  คาดว่าสัปดาห์หน้า เครือข่ายพลเมืองเน็ตร่วมกับ 5 องค์กรภาคประชาสังคม จะรวบรวมความเห็นจากผู้ประกอบการเพิ่มเติม ยื่นเหตุผลคัดค้านร่างกฎหมายทั้ง 10 ฉบับ ให้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สายปฏิรูปสื่อ แต่จะไม่ส่งข้อเสนอแนะ หรือเรียกร้องให้ สปช.ทำอะไรบ้าง  อย่างไรก็ตาม ยังมีคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ดูแลกฎหมายภาพรวม ที่อาจจะไปช่วยดูว่าชุดร่างกฎหมาย 10 ฉบับนี้จะไปขัดกับกฎหมายที่มีอยู่แล้วหรือไม่ เพราะหลายฉบับก็มีความพยายามพูดถึงเรื่องคล้ายๆ กันนี้เหมือนกัน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 22/01/2015

คนงานไทยเคว้งสิงคโปร์ – สมาคมถูกไล่

รายงานข่าวจากสมาคมเพื่อนแรงงานไทยในประเทศสิงคโปร์  กล่าวว่า สมาคมอยู่ภายใต้สำนักงานแรงงานในประเทศสิงคโปร์ (สนร.) สังกัดกระทรวงแรงงาน ซึ่ง สนร.ได้นำจดหมายแจ้งให้สมาคมย้ายออกมาติดไว้ที่หน้าออฟฟิศเมื่อกลางเดือนม.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุให้สมาคมขนย้ายทรัพย์สินออกจากออฟฟิศภายในวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่สมาคมขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 25 ม.ค.นี้ ซึ่ง สนร.ก็ยินดี ทั้งนี้เหตุผลในการย้ายทรัพย์สินออก เนื่องจาก สนร.แจ้งว่าค่าเช่าห้องของสมาคมที่ สนร.เป็นผู้จ่ายให้แพงขึ้น สนร.ไม่มีกำลังจ่ายให้ได้  ที่ผ่านมาค่าเช่าออฟฟิศของสมาคม อยู่ที่เดือนละ 1,500 เหรียญสิงคโปร์ และเจ้าของอาคารโกลเด้น มายล์ คอมเพล็กซ์ ขอขึ้นค่าเช่าเป็น 1,800 เหรียญสิงคโปร์ ซึ่งสมาคมก็ยินดีจะจ่ายส่วนต่าง 300 เหรียญสิงคโปร์นี้ แต่ สนร.ไม่ยอมและแจ้งว่าจะหาสถานที่เช่าให้ใหม่ แต่ไม่ระบุว่าเมื่อไหร่ โดยสมาคมมีกิจกรรมสอนภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และคอมพิวเตอร์ให้แรงงานไทยทุกวันอาทิตย์ ทำให้หลังวันที่ 25 ม.ค.เป็นต้นไป สมาคมจะไม่มีสถานที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์อีก

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 22/01/2015

สนช.เชื่อข้อมูลปปช. “ปู” ระทึกส่อโคม่าถูกถอดถอน

นายสมชาย  แสวงการ  สมาชิก สนช.   กล่าวภายหลังการรับหนังสือจากนายนัสเซอร์ ยีหมะ หัวหน้าการ์ดเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)  ว่า  การพิจารณาของ สนช. จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย “ข้อเท็จจริงการถอดถอนเป็นเพียงการถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่ไม่ได้มีโทษจำคุก เมื่อครบจากการถูกตัดสิทธิแล้ว สามารถกลับมาเล่นการเมืองได้อีกครั้ง”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่ 22/01/2015

“สมีเกษม” ลั่นขอ 100 ล.

นายเกษม  ดวงแพงมาต  หรือ  อดีตพระเกษม อาจิณณสีโล อดีตเจ้าสำนักสงฆ์ป่าสามแยก  กล่าวว่า  ทำไมเจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลยให้ตนสร้างสำนักที่พักสงฆ์มาได้ตั้ง 20 ปี หมดเงินไปตั้ง 150 ล้านบาท ถ้าจะขอคืนหรือรื้อถอนผู้เกี่ยวข้อต้องนำเงิน 100 ล้านบาทมาชดเชยให้ ตนพร้อมลูกศิษย์ยินดีจะย้ายไปที่อื่นทันที ถ้าไม่ให้ต้องต่อสู้กันทางกฎหมายแน่นอน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่ 22/01/2015  

จำคุก 2 ปี เก่งการุณปราศรัยหมิ่น “อี้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมิ่นประมาท หมายเลขดำ อ.3005/2555 ที่นายแทนคุณ หรือ “อี้” จิตต์อิสระ อดีตส.ส.ดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ ฟ้องนายการุณ หรือ “เก่ง” โหสกุล อดีตส.ส.ดอนเมือง พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328  คำฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 31 ส.ค.55 ระบุความผิดจำเลยสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 3-12 มิ.ย. 54 เวลากลางวันต่อเนื่องกัน จำเลยได้ตั้งเวทีปราศรัยที่ตลาดนัดบุญอนันต์ ย่านเขตดอนเมือง ได้กล่าวโจมตีโจทก์ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตดอนเมืองเช่นกัน ด้วยถ้อยคำอันเป็นข้อความเท็จ ศาลพิเคราะห์แล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุกกระทงละ 1 ปี จำนวน 2 กระทง รวมจำคุก 2 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้กระทงละ 1 ใน 3 คงจำคุกกระทงละ 8 เดือน รวมจำคุก 16 เดือน และให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 3 ครั้งภายในกำหนด 1 เดือน โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่ 22/01/2015  

“ยิ่งลักษณ์” ลุ้นหนัก

รายงานข่าว  กล่าวว่า  ในกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ค่อนข้างต้องลุ้นเหนื่อย เพราะเสียงถอดถอนค่อนข้างสูง ต้องรอดูว่าจะเกิน 132 เสียงหรือไม่ ขณะที่คดีของนายนิคม  ไวยรัชพานิช และนายสมศักดิ์  เกียรติสุรนนท์  อดีตรองประธาน และอดีตประธานรัฐสภา เสียงสมาชิกยังมีความเห็นก้ำกึ่งกัน เนื่องจากกฎหมายไม่ชัดเจนในการเอาผิด เพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อกฎหมายยังไม่ชัดเจนก็คงต้องยกประโยชน์ให้จำเลยไป อย่างไรก็ดี กลุ่มที่จะลงมติถอดถอนส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม 40 ส.ว. นักวิชาการบางส่วนและข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหารที่เกษียณอายุแล้ว  ส่วนกลุ่มที่มีแนวโน้มจะลงมติไม่ถอดถอน หรืออาจจะใช้วิธีงดออกเสียงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักธุรกิจ ข้าราชการพลเรือน และข้าราชการทหารที่ยังอยู่ในราชการ ขณะนี้สมาชิกส่วนใหญ่มีคำตอบในใจแล้วว่าจะลงมติอย่างไร โดยแต่ละคนยังสงวนท่าทีแลกเปลี่ยนความเห็นเฉพาะกลุ่มตัวเองเท่านั้น ทั้งนี้ในวันที่ 22 ม.ค. จะมีการประชุม สนช. เพื่อแถลงปิดคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์  ในช่วงเช้า ก่อนที่จะมีการลงมติในวันที่ 23  ม.ค.นี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 22/01/2015

คลังรับลูกปปช. “ฟ้องแพ่ง”

นายรังสรรค์  ศรีวรศาสตร์  ปลัดกระทรวงการคลัง  ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครง การจำนำข้าว  กล่าวว่า  กระทรวงการคลังพร้อมที่จะดำเนินการตามที่ ป.ป.ช. มีมติโดยจะต้องรอหนังสือราชการจาก ป.ป.ช. รวมทั้งหนังสือจากหน่วยงานราชการต้นสังกัด คือ กระทรวงพาณิชย์ โดยเมื่อมีหนังสือมากระทรวงการคลังจะส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงรับผิดว่าด้วยการละเมิด ซึ่งมีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน และมีองค์ประกอบเป็นตัวแทนจากสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (สตง.) เป็นผู้พิจารณาและกำหนดบทลงโทษต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 22/01/2015

สกัดบาทแข็ง

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร  เทวกุล  รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  กำลังจับตาการเคลื่อนย้ายเงินทุนหลังจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ยกเลิกกำหนดเพดานค่าเงินฟรังก์และการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันที่ 22 ม.ค. จะประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มปริมาณเงิน (คิวอี) หรือไม่  หากประกาศใช้คิวอีจริง อาจทำให้เงินทุนในยุโรปเคลื่อนย้ายไปลงทุนในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ซึ่งไทยก็อยู่ในข่ายที่จะมีเงินทุนเคลื่อนย้ายมา เพราะมีทุนสำรองระหว่างประเทศแข็งแกร่ง หนี้สาธารณะยังต่ำเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 22/01/2015

ขีดเส้นตาย 18 ก.พ.ตัดงบลงทุนโครงการไม่พร้อม

นายสมศักดิ์   โชติรัตนะศิริ  ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ  กล่าวในงานสัมมนาการจัดทำงบประมาณปี 2559 กับหน่วยงานราชการรัฐวิสาหกิจ ว่า ขณะนี้มี 20 กระทรวง กับอีก 8 หน่วยงาน ของบลงทุนในปี 2559 เป็นวงเงิน 5.96 แสนล้านบาท ซึ่งจะต้องพิจารณาโครงการที่มีความพร้อมดำเนินการอย่างแท้จริง เพื่อตัดงบลงทุนให้อยู่ในกรอบที่ตั้งไว้ 5.44 แสนล้านบาท หรือ 20% ของงบประมาณ สำหรับโครงการที่ยังไม่ได้ศึกษาสำรวจออกแบบ สามารถทำเรื่องของบปี 2558 จากสำนักงบฯ เพื่อนำไปดำเนินการ แต่หากถึงวันที่ 18 ก.พ.นี้ ยังไม่สามารถสำรวจออกแบบ ก็มีแนวโน้มสูงที่โครงการดังกล่าวจะไม่ได้รับจัดสรรงบลงทุนปี 2559

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 22/01/2015

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ มาก็ดี – ไม่มาก็ได้ วิปสนช.ไม่บีบ “ปู” ให้มาตอบ จับยาบ้าล้านเม็ด ป่วนขยายวงลามเยอรมัน...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ นิคมโต้แลกหมัด “วิชา” หวดหาเป็นปฏิปักษ์ปท. “เด่น” ตลกเก๋า เข้าพบตำรวจแจงเซาน่าฉาว! ปลดแล้วเจ้าคุณเสนาะ พ้นมหาเถร...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ พระเกษมศึกแล้ว หนีคดีตุ๋ยคุยโวจะมีเมีย 2 คน อดีตช่างบินไทยยิงแฟนสาวคาจู๊ค พท.จับสัญญาณได้ – “ปู”...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 7 มกราคม 2558   พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ไว้ใจคนกองทัพ บิ๊กตู่ยืนยันวันนี้ไม่มีปฏิวัติ! จับแม่ลูกรับโอน 40 ล.เงิน สจล. เชิญน.1...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ.2558 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ มติปปช.เอกฉันท์ฟันบุญทรงร่วมกับพวกทุจริต แทงนศ.สาวป.โทดับ ล่า 3 โจ๋ทมิฬ! ยิงลูกตร.ดับ มติชน บุญทรงโวยปปช.ฟันจีทูจีซัดซ่อนเร้นโยงสนช.ถอดถอนคดี...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top