ซูเปอร์ป้าไดอารี่ / Book Club by Suranand

ซูเปอร์ป้าไดอารี่ / Book Club by Suranand

ซูเปอร์ป้าไดอารี่ / Book Club by Suranand

รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand

 

 

ซูเปอร์ป้าไดอารี่ / Book Club by Suranand

 

ซูเปอร์ป้าไดอารี่

ซูเปอร์ป้าไดอารี่

 

ออกอากาศ เสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2557

สัมภาษณ์ ฐนิต วินิจจะกูล

หนังสือ ซูเปอร์ป้าไดอารี่ (Super Auntie Diary)

สำนักพิมพ์ มติชน

ซูเปอร์ป้าไดอารี่ / Book Club by Suranand

ซูเปอร์ป้าไดอารี่ / Book Club by Suranand

 

ซูเปอร์ป้าไดอารี่ (Super Auntie Diary) / ฐนิต วินิจจะกูล

ประวัติผู้เขียน

ฐนิต วินิจจะกูล เป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด เติบโตขึ้นมาภายใต้สิ่งแวดล้อมครอบครัวแบบธรรมดาๆ จบการศึกษา คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับ 2) มาเป็น “นักกำหนดอาหาร” อยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง

โดยระหว่างเรียนรู้สึกว่า สิ่งที่เรียนไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคม เพราะในสังคมปัจจุบันคนกำลังดำเนินแนวทางการใช้ชีวิตตรงกันข้ามกับสิ่งที่เรียน (เพื่อให้มีสุขภาพดี) เลยร่วมกับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในภาควิชา ทำเพจใน Facebook เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางโภชนาการที่ถูกต้อง กลายเป็นเพจ “เมื่อวานป้าทานอะไร?”

กระทั่งเมื่อเรียนจบก็ยังคงร่วมกับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทำเพจ“เมื่อวานป้าทานอะไร?” ต่อไป โดยเริ่มขยายสเกลของเพจให้มีกิจกรรมมากขึ้น ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อเกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ และโภชนบำบัดหลายๆเรื่อง และร่วมกับเพื่อนเขียนหนังสือ “เมื่อวานป้าทานอะไร?” เล่ม 1

 

ซูเปอร์ป้าไดอารี่

ซูเปอร์ป้าไดอารี่

 

บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม

 

สุรนันทน์ : นักกำหนดอาหาร ทำอะไรบ้าง

ฐนิต : เป็นวิชาชีพหนึ่งที่ดูแลเรื่องเกี่ยวกับอาหาร และสุขภาพ

สุรนันทน์ : เป็นหลักสูตรที่มีสอนในมหาวิทยาลัย สอนให้กำหนดอาหาร

ฐนิต : ใช่ครับ คือ สอนให้รู้ว่า ทำอย่างไรให้กินแล้วสุขภาพดี และคนที่เป็นโรคแต่ละโรคควรจะกินอย่างไร

สุรนันทน์ : กำหนดในที่นี้ หมายความว่า กำหนดแคลอรี่ หรือกำหนดคุณสมบัติ หรืออะไร

ฐนิต : จะดูโดยรวมครับ ว่ากินอย่างไรให้สมดุล และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเอง

สุรนันทน์ : ไม่ใช่อาหารจานเดียวมากำหนดว่า ควรจะเป็นอย่างไร

ฐนิต : ไม่ใช่ครับ ผมไม่เคยกำหนดเป็นแบบ ลิสต์ เป๊ะๆ ผมแค่ให้แนวทางว่า ควรทานอาหารอย่างไรในแต่ละมื้อ เท่าไร ทานข้าวกี่ทัพพีดี เนื้อสัตว์ควรจะเป็นอย่างไร

สุรนันทน์ : สมมติผม นายสุรนันทน์ เดินเข้าไปหาคุณฐนิต คุณฐนิต ก็จะต้องศึกษาก่อนว่า ปกติผมใช้ชีวิตอย่างไร

ฐนิต : เขาเรียกว่า “ประเมินภาวะโภชนาการ” ก่อน เพราะเราต้องดูโดยรวมทั้งเรื่องอาหารการกิน วิถีชีวิต Life Style โรคที่เป็น สัดส่วนของร่างกาย เราจะดูทั้งหมดขององค์รวม

สุรนันทน์ : ก็เหมือนกับหมอคนหนึ่ง

ฐนิต : ประมาณนั้น แต่ไม่ใช่หมอ

สุรนันทน์ : ไม่ใช่มารักษาผม

ฐนิต : ไม่ได้ใช้ยา แต่ใช้การปรับพฤติกรรมของตัวคนไข้เอง เอามาเป็นผลการรักษา

สุรนันทน์ : ถ้าคุณฐนิต วิเคราะห์ผมถูก ผมปฏิบัติตัวดี

ฐนิต : เราก็คาดหมายได้ว่า จะได้ผลลัพธ์ที่ดีตามเท่าที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้

สุรนันทน์ : โรคภัยไข้เจ็บจะมีน้อยลง

ฐนิต : ประมาณนั้น หรือว่าถ้ามีน้ำหนักเกิน ก็อาจจะน้ำหนักลดลง หรือแข็งแรงขึ้น

สุรนันทน์ : แต่คนเราไม่เหมือนกัน

ฐนิต : ไม่เหมือนกันครับ ต้องประเมินแต่ละราย แต่ละคนวิถีชีวิตต่างกัน บางคนชอบกินข้าวขาหมู จะไปบอกให้งดข้าวขาหมูโดยชิ้นเชิงไม่ได้ แต่ทำอย่างไรให้เขาสามารถคงกินข้าวขาหมูได้ แต่ยังอยู่ในสภาวะที่ดีกับร่างกายเขา อันนี้คือความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้น แต่ละคนไม่เหมือนกัน

สุรนันทน์ : จะไม่ห้าม

ฐนิต : ปกติไม่ค่อยห้ามถ้าไม่จำเป็น ยกเว้น เป็นกรณีที่จำเป็น กรณีที่สำคัญจริงๆเราก็ต้องบอก ต้องคุยกันมีทางเลือกอื่นหรือไม่ อะไรอย่างนี้

 

ซูเปอร์ป้าไดอารี่-5

ซูเปอร์ป้าไดอารี่

 

สุรนันทน์ : นี่ก็คือ ที่มาของหนังสือ เล่มนี้ ซึ่งจริงๆมี 2 เล่ม คือ “เมื่อวานป้าทานอะไร?” อันนี้เป็นเล่มแรกและ “ซูเปอร์ป้า ไดอารี่” เป็นเล่มที่ 2 อันนี้ คุณฐนิต เป็นป้าเอง หรือว่าใครเป็นป้า

ฐนิต : เริ่มมาจาก Page ใน Facebook ชื่อเดียวกับหนังสือ คือ “เมื่อวานป้าทานอะไร?” ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่า จะมีตัวละคร หรือตัวแทนของ Page แต่เราตั้งชื่อว่า “ป้า” เพราะว่า คนไข้ส่วนใหญ่ก็จะเป็น “ป้า” คืออายุเยอะหน่อย และปกติเวลาเราเปิดคำถาม คำถามแรกก็จะประมาณว่า “เมื่อวานทานอะไรมา” เพราะว่า จริงๆแล้วก็คือ วิธีการที่เราจะได้ประวัติในเรื่องของอาหารที่เขาทาน เราก็มักจะถามคำถามนี้ ก็เลยติดมากและเอาชื่อนี้มาเป็นชื่อ Page

สุรนันทน์ : เพราะฉะนั้น นี่จึงเป็น Character ป้าตัวจริงๆไม่มี

ฐนิต : ไม่มีครับ ตอนแรกให้เป็นคนไข้ แต่ปรากฏว่าไปๆมาๆ คนถามมโนว่า นักโภชนาการ คือ “ป้า” นักกำหนดอาหาร คือ “ป้า”

สุรนันทน์ : คุณฐนิต ก็คือ ตัวแทน “ป้า”

ฐนิต : เป็นเพียงตาซ้ายของ “ป้า” ครับ เพราะว่ามี “ป้า” อยู่ประมาณ 20 คน ที่เป็นทีมงาน

สุรนันทน์ : ทีมงานนี้คือ ชมรม

ฐนิต : เป็นชมรมนักกำหนดอาหาร ซึ่งไม่ใช่ชมรมเชิงกฎหมาย เป็นเพียงการรวมกลุ่มกันของนักกำหนดอาหารที่จบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรารวมกันเพียงเพื่ออยากทำให้อะไรที่มันดีขึ้น เราอยากทำอะไรให้สังคมดีขึ้น

สุรนันทน์ : คุณฐนิต กับเพื่อนในชมรม เป็นบรรณาธิการหนังสือเล่มนี้

ฐนิต : ใช่ครับ เล่มนี้เขียน 8 คน

สุรนันทน์ : ถ้าผมอ่าน 2 เล่มนี้ หรือไปอ่านใน Facebook ผมจะได้อะไร

ฐนิต : จะได้การกินที่เหมาะสมเป็นอย่างไร เราอาจจะเห็นข้อมูลผ่านสื่อมากมาย ห้ามกินอะไรมากมาย ความเป็นจริงมีเพียงใด เพราะข้อมูลใน Internet นั้น มีทั้งที่เชื่อได้และเชื่อไม่ได้ ทั้งนี้ เราก็คิดว่า ไหนๆเราก็เรียนมาทางด้านนี้มา ก็น่าจะเป็นตัวที่คอยบอกสังคมได้นิดหน่อยว่า สิ่งใดเป็นข้อมูลที่ดี สิ่งใดเป็นข้อมูลที่ไม่ดี

สุรนันทน์ : ควรจะฟังอะไร ควรจะเชื่ออะไร

ฐนิต : เราพยายามจะสื่อสารหลักการว่า มันไม่มี Good Food และไม่มี Bad Food มีเพียงการทำชีวิตให้ Balance

 

ซูเปอร์ป้าไดอารี่-4

ซูเปอร์ป้าไดอารี่

 

สุรนันทน์ : ในสังคมไทยเรื่องอาหารเป็นเรื่องสำคัญ แต่เดี๋ยวนี้อุตสาหกรรมอาหาร การทำร้านอาหารมีเยอะมาก คุณฐนิต จะแนะนำอย่างไรโดยทั่วไป คนไทยควรจะเรียนรู้ และระวังอย่างไร และควรจะใช้ชีวิตในการกินอย่างไร

ฐนิต : คนไทย ณ ขณะนี้ อ้วนอัตราเร็วเป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจาก มาเลเซีย สิ่งที่ต้องระวังจริงๆ เท่าที่ผมเคยซักประวัติคนไข้มา อาหารหลักไม่ค่อยน่าเป็นห่วง เท่าอาหารจุกจิก คนไทยทานอาหารจุกจิกเยอะขึ้น

สุรนันทน์ : พฤติกรรมคนไทยเปลี่ยน

ฐนิต : แทนที่จะทานข้าว หรืออาหารหลักของคนไทย 3 มื้อ ที่เป็นข้าว ผัก ปลา อะไรพวกนี้  กลายเป็นอาหารที่มีแนวโน้มที่มีไขมัน มีแป้งเยอะขึ้น

สุรนันทน์ : เรากินอาหารคล้ายๆตะวันตก มากขึ้น

ฐนิต : ประมาณนั้น จริงๆแล้วจะว่าเป็นเพราะอาหารตะวันตกก็ไม่ใช่ เพราะอาหารตะวันตกดีๆก็มีเยอะ แต่ว่าคนไทยเลือกจะเอาที่ไม่ค่อยดีเท่าไร

สุรนันทน์ : อาจจะไม่ใช่คนไทยอย่างเดียว

ฐนิต : คนทั่วโลกครับ เพราะมันหาซื้อง่าย ถูก ผลของความง่ายก็คือ คุณค่าจะน้อยลง และเราก็ได้รับพวกนี้มามากขึ้น ประกอบกับว่าชีวิตเราสะดวกสบายขึ้น เราเดินน้อยลง ออกกำลังกายน้อยลง กินเยอะขึ้นออกกำลังกายน้อยลง สุดท้ายมันก็คือความอ้วนที่เพิ่มขึ้น

สุรนันทน์ : นี่คือ สิ่งที่อันตรายที่สุดตอนนี้ อุทาหรณ์ก่อนที่จะเอาอะไรเข้าปากคืออะไร

ฐนิต : คิดก่อน ไม่ได้ห้ามทานขนม ไม่ได้ห้ามทานเค้ก ไม่ได้ห้ามทานชานมไข่มุก เพราะว่า ตัวนักกำหนดอาหารก็ทาน แต่ว่าทานอย่างไรแล้วจะ Balance เช่นมื้อนี้คุณทาน อีก 1 สัปดาห์ต่อไปคุณก็ควรจะตระหนักได้ว่า คุณทานไปแล้วไม่ควรทานอีก หรือว่าถ้าคุณรู้ว่าคุณจะต้องมีงานเลี้ยงสังสรรค์ ก่อนหน้านั้น หรือหลังจากนั้น คุณก็ควรจะตระหนักได้ว่า คุณควรจะทานให้ดีขึ้นเพื่อชดเชยสิ่งที่คุณทานไปตอนนั้น นี่คือ Balance Diet ซึ่งผมบอกไม่ได้ว่า Balance ของแต่ละคนอยู่ที่เท่าไร แต่ละคนต้องหาจุดของตัวเอง ซึ่งทางนี้ก็จะเป็นแค่ Guide Line

สุรนันทน์ : ต้องหาจุดสมดุลของตัวเอง

ฐนิต : เพราะแต่ละคนมีชีวิตที่แตกต่างกัน เราไม่สามารถใช้แบบฟอร์ม แบบฟอร์มเดียวกำหนดทุกคนได้

 

ซูเปอร์ป้าไดอารี่-7

ซูเปอร์ป้าไดอารี่

 

ผู้โชคดีได้รับหนังสือ ‘ซูเปอร์ป้าไดอารี่’
จำนวน 4 รางวัล

1. คุณวาสนา ข้าวบัว – จ.กรุงเทพฯ
2. คุณนิตยา กอบกัยกิจ – จ.กรุงเทพฯ
3. คุณจินตนา เมืองไพศาล – จ.กรุงเทพฯ
4. คุณสุเมธี รุ่งเรือง – จ.กรุงเทพฯ

 

******************************************

 

รายการคุยกันวันเสาร์

ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 19.30 – 20.00 น.

ทาง TNN.24 ชม ,ทรูวิชั่นส์ระบบปกติ ช่อง 07 / ระบบ HD ช่อง 111

 

ดูรายการย้อนหลังได้ที่นี่

 

Related posts:

  1. ‘ชะโงก ดม งม เงา’ / Book Club by Suranand   รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand   ‘ชะโงก...
  2. คุยกันวันเสาร์ Book Club by Suranand / Teaser คุยกันวันเสาร์ Book Club by Suranand / Teaser   คุยกันวันเสาร์ Book...
  3. เชฟตุ๋ย เรนเจอร์ / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand   เชฟตุ๋ย เรนเจอร์ /...
  4. พระมหาธีรราชเจ้ากับโฮเต็ลวังพญาไท / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand   พระมหาธีรราชเจ้ากับโฮเต็ลวังพญาไท / Book...
  5. หมอป๊ะ “สัตวแพทย์แซ่บเวอร์” / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand     หมอป๊ะ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top