ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2557

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2557

ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2557

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

สปช.โละทุนนิยมผุดไอเดีย “สังคมนิยมเสรี”

รฟท.จ่าย 5.2 ล.คดีข่มขืนสาวป.โท

โจรกรุงทุบแม่ผู้ประกาศทีวี 9

มติชน

สปช.ลุยปฏิรูป – ทำแผน 1 ปี ภิวัฒน์ไทยยังกั๊กประชามติรธน.ใหม่

เลิกกฎพิลึกพยาบาลห้ามท้อง “ราชวิถี” แจง

หัวเว่ยลั่นลงทุน – ยาหอมบิ๊กตู่ หนุน “ไอทีฮับ”

ข่าวสด

เปิดตัว “เสี่ยธรรมะ” จี้แก้ด่วนดญ.คลั่งไอโฟน 6

“ปู” ส่งทนายแจงสนช.ถอยส่อเลื่อนถกสอย

ราชวิถีสั่งเลิก – ป้ายห้ามจนท.หญิงท้อง

เดลินิวส์               

รฟท.ควักจ่าย 5.2 ล้านสาวป.โท!เหยื่อข่มขืนบนรถไฟ

“สนช.” ส่อเลื่อนเชือด “ปู”

ฉะละเมิดสิทธิสั่งจนท.ห้ามท้อง

กรุงเทพธุรกิจ

เคาะ18ปธ.คุมปฏิรูป

ดึงยักษ์ “ไอที” จีนหนุนศก.ดิจิทัล

โพสต์ทูเดย์

กู้ชีพรายย่อย

แบงก์ห่วงสงครามค่าเงินเหตุเศรษฐกิจโลกหดตัว

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

“เรื่องของเขา – เอามาเล่าแค่รู้”

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

กลัวซ้ำรอย

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลมกรด  (ไทยรัฐ)

ภาษีที่ดิน (2) คนจ่ายภาษีได้อะไรกลับคืน?

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย นฤตย์ เสกธีระ  (มติชนรายวัน)

ทำให้ปฏิรูปเป็นสุข  วันที่ 11/11/2014

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

“ปฏิรูปเพื่อปรองดอง” หรือ”ปรองดองเพื่อปฏิรูป”

 

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

สปช.โละทุนนิยมผุดไอเดีย “สังคมนิยมเสรี”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่โรงแรมเซ็นทรา  ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ มีการสัมมนาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)  วันสุดท้าย ซึ่งบรรยากาศยังคงคึกคักเป็นการสรุปผลการประชุมย่อย 10 กลุ่ม ในหัวข้อ “ฝันว่าอยากจะเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไรใน 20 ปีข้างหน้า” ซึ่งทั้ง 10 กลุ่มนำเสนอไปในทิศทางเดียวกันว่า  อุปสรรคปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรและการศึกษา ควรผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ ทั้งเหมดเกิดจากผู้กำหนดนโยบายและผู้รับนโยบายไม่จริงจัง ไม่ใส่ใจ นักการเมือง นายทุนและกลุ่มผลประโยชน์ไม่ให้ความร่วมมือกฎหมายล้าสมัยเกินไป ไม่มีหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพโดยตรง รัฐไม่ยอมกระจายอำนาจ การเมืองขาดเสถียรภาพ  ไม่เอื้อต่อการปฏิรูป พลเมืองเองก็ไม่ตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่  โดยปัญหาความเหลื่มล้ำทางเศรษฐกิจแนะขอความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพิ่มเพดานภาษี  ปิดช่องโหว่การเก็บภาษี เปลี่ยนจากทุนนิยมเป็นสังคมนิยมเสรี

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 11/11/2014

รฟท.จ่าย 5.2 ล.คดีข่มขืนสาวป.โท

นายเดชา  อุบลพงษ์  เลขานุการ  ศาลแพ่งกรุงเทพใต้  กล่าวว่า  คดีดังกล่าวศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 51 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์ 3.2 ล้านบาท ต่อมา ร.ฟ.ท.จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนให้ชำระเงิน จำเลยที่ 2 ยื่นฏีกา โดยระหว่างคดีอยู่ในการพิจารณาในศาลฎีกา การดำเนินการไกล่เกลี่ยระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 สุดท้ายคู่ความสามารถตกลงกันได้ด้วยความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย จำเลยที่ 2 ยินยอมชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ นำไปสู่การทำสัญญาประนีประนอมยอมความในชั้นศาลฎีกา ศาลฎีกามีคำพิพากษาตามยอมดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 57 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้ดำเนินการเร่งรัดตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยที่ 2 วางไว้ วันนี้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้นำเช็คค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวมอบให้ น.ส.ขวัญเรียบร้อยแล้ว คดีจึงยุติลง

ด้านเหยื่อสาว  กล่าวว่า  เมื่อคิดค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแล้วรวมยอดเงินที่ ร.ฟ.ท. จะต้องจ่ายนับ 10 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ในการประนีประนอมตนพอใจที่จะรับเงินเพียง 5.2 ล้านบาท ส่วนที่เหลือขอคือให้แก่ ร.ฟ.ท. นำไปพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้น เพราะจากปัญหาการล่วงละเมิดที่เกิดขึ้นการรถไฟควรจะต้องปรับปรุงมาตรการคัดกรองพนักงานและมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของผู้โดยสารให้มากกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องขึ้นอีก

ขณะที่ นายออมสิน  ชีวะพฤกษ์  ประธานบอร์ด ร.ฟ.ท.  กล่าวว่า  เรื่องนี้ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติเห็นชอบเมื่อเดือน ต.ค. 57 ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายอนาบาลของ ร.ฟ.ท. ไปถอนคดีการชดใช้ค่าสินไหมออกจากการพิจารณาในชั้นศาลฎีกา และให้หาวิธีเจรจาไกล่เกลี่ยกันแทน เพื่อให้เรื่องจบเร็วที่สุด ไม่ต้องรอให้ศาลตัดสิน เพื่อเป็นการช่วยรักษาภาพลักษณ์ของ ร.ฟ.ท. และทำให้ผู้เสียหายได้รับค่าสินไหมอย่างรวดเร็วด้วย ค่าสินไหมที่จ่ายไป 5.2 ล้านบาท จะเป็นทั้งค่าสินไหมทดแทนประมาณเกือบ 3 ล้านบาท และดอกเบี้ยอีก 2 ล้านบาทเศษ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 11/11/2014

โจรกรุงทุบแม่ผู้ประกาศทีวี 9

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ต๊ะ – พิภู  พุ่มแก้ว  อายุ 31 ปี ผู้ประกาศข่าวหนุ่มโมเดิร์นไนน์ทีวีและดีเจคลื่นซี๊ด  พร้อมนางกุลนาถ  พุ่มแก้ว  อายุ 62 ปี เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.ชาตรี  ขาวสะอาด  พนักงานสอบสวน สน.โชคชัยหลังนางกุลนาถถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ภายในบ้านเลขที่ 1127 หมู่บ้านวังทอง ซอยโชคชัย 4 แยก 6 หรือซอยสังคมสงเคราะห์ 31 แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน  โดยนางกุลนาถลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า กำลังตากผ้าหลังบ้าน  คนร้ายทำทีทุบตีท่อนแขน  ครั้งแรกคิดว่าคนแกล้งจึงหันไปเพื่อต่อว่าแต่กลับถูกทุบอย่างรุนแรง เลยร้องขอความช่วยเหลือ ลูกสาวเห็นรีบตะโกนร้องให้คนช่วย คนร้ายตกใจและพยายามกระชากสร้อยคอหนัก 2 สลึง แต่ตนกำไว้แน่นจึงตกลงพื้น คนร้ายได้อาศัยจังหวะปีนรั้วสูงหลบหนี ลูกสาวเอาโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปไล่หลังไว้ด้วย

ขณะที่ พ.ต.อ.ธนวัตร  วัฒนกุล  ผกก.สน.โชคชัย  กล่าวว่า ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบรอยนิ้วมือคนร้ายและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ไล่กล้องวงจรปิดตั้งแต่หน้าปากซอย ซอยใกล้เคียง กระทั่งถึงบ้านหลังเกิดเหตุ พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ นอกจากนี้ กำชับให้สายตรวจและฝ่ายปราบปรามเพิ่มมาตรการตรวจตราในพื้นที่อย่างเข้มงวดด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 11/11/2014

สปช.ลุยปฏิรูป – ทำแผน 1 ปี ภิวัฒน์ไทยยังกั๊กประชามติรธน.ใหม่

นายเทียนฉาย   กีระนันทน์  ประธาน สปช.  กล่าวว่า  กรอบที่ สปช.จะต้องส่งต่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีเวลา 60 วัน หรือจนถึงวันที่ 14 ธันวาคม เป็นเวลาที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) กำหนดไว้แล้ว หลังจากนี้ต้องทำความเข้าใจในรายละเอียด วันนี้เป็นเพียงการกำหนดประเด็น หลังจากนั้นจะปฏิรูปแต่ละประเด็นที่สรุปกัน เมื่อ สปช.เห็นชอบแล้ว ถ้าจำเป็นต้องออกเป็นกฎหมาย หากยกร่างเป็น พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ฎ.ก็จะเสนอให้ที่ประชุม สนช.พิจารณา แต่หากเป็นเรื่องการจัดการองค์กรจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)ดำเนินการ แต่ทั้งหมดยังเป็นกรอบใหญ่บางเรื่องต้องใช้เวลาเป็นแรมปี ต้องอาศัยผู้ที่เกี่ยวข้องประคับประคองให้เกิดความสำเร็จ ยืนยันว่าภายในระยะเวลา 1 ปี จะได้แผนและแนวทางปฏิรูป รวมถึงในบางเรื่องจะเริ่มปฏิบัติได้ ส่วนที่เหลืออาจจะต้องมีการดำเนินการในระยะยาวต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน   วันที่ 11/11/2014    

เลิกกฎพิลึกพยาบาลห้ามท้อง “ราชวิถี” แจง

นพ.อุดม  เชาวรินทร์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี  กล่าวว่า  ล่าสุดได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวในแต่ละแผนกของโรงพยาบาลแล้ว และได้พบอยู่แผนกหนึ่ง ซึ่งสอบถามไปยังหัวหน้าแผนกก็พบว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการตกลงกันภายในแผนก เนื่องจากที่แผนกดังกล่าวมีคนท้องค่อนข้างมาก และในช่วงเวลาที่ผ่านมาพบว่ามีคนท้องพร้อมๆ กันหลายคน จนเกิดการลาคลอด ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากร ทำให้มีความจำเป็นต้องทำความเข้าใจกันในเรื่องนี้ ปัญหาคือ กลับเกิดการสื่อสารกันภายในผิดพลาด จนกลายเป็นความไม่พอใจต่อกัน และขยายความต่อจนทำให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้น  ซึ่งเรื่องนี้ตนได้จัดการไปแล้วและตักเตือนกับหัวหน้าหน่วยว่าทางโรงพยาบาลไม่มีนโยบายแบบนี้ และห้ามประกาศเช่นนี้

นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงเรื่องนี้หลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ว่า  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะฉะนั้นถ้าจะดำเนินการเรื่องนี้ก็ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบไปฟ้องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้ในแง่ของการรักษาสิทธิ

ด้าน ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.)  กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้ แต่ที่แน่ๆ  สธ. ไม่เคยมีนโยบายห้ามบุคลากร เจ้าหน้าที่ในสังกัด สธ. ห้ามตั้งครรภ์แต่อย่างใด (หนังสือพิมพ์มติชน)

น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่า การมีคำสั่งห้ามท้องนั้นเป็นการละเมิดสิทธิเนื้อตัวร่างกาย และสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ ซึ่งไม่สามารถกำหนดและออกกฎในลักษณะเช่นนี้ได้ เนื่องจากเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล อีกทั้งยังถือเป็นการเลือกปฏิบัติที่ห้ามให้เพศหญิงตั้งท้อง โดยในบางสังคม สามียังไม่สามารถบังคับให้ภรรยามีหรือไม่มีลูกได้เลย อีกทั้งในกฎหมายแรงงาน ยังระบุว่าไม่สามารถออกกฎในลักษณะดังกล่าวได้ ในสถานที่ทำงาน หากคำสั่ง ดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ผู้หญิงในสถานที่ทำงานนั้นสามารถร้องเรียน หรือฟ้องเลิก ให้ยกเลิกคำสั่ง และประกาศดังกล่าวได้ นอกเสียจาก มีแรงจูงใจว่า หากไม่ท้องในช่วงดังกล่าวจะได้เงินเพิ่มหรือมีค่าตอบแทนพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าว ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและหากเป็นเรื่องจริง ต้องมีการดำเนินการฟ้องร้องให้ยกเลิกประกาศ ดังกล่าว

ส่วนนายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ตอนนี้มีกฎหมายลาคลอด ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน หากมีคำสั่งหรือข้อห้ามออกมาในลักษณะเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย นายจ้างที่ออกคำสั่งออกมาต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้กรมคุ้มครองสวัสดิการแรงงาน และกระทรวงแรงงานต้องเข้าไปตรวจสอบและดูแล หากมีเรื่อง ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงต้องดำเนินคดีกับนายจ้าง และหากเคยมีคนถูกบังคับให้ลาออกจากกรณีนี้ ก็สามารถเรียกร้องเงินชดเชยได้   (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)  

นางวิสา  เบ็ญจะมโน  กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)  กล่าวว่า  หลังจากนี้จะนำเรื่องเข้าที่ประชุม กสม. และจะมีการเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงพร้อมอธิบายให้ทราบถึงหลักการของการละเมิดสิทธิมนุษยชนให้ทราบ โดยเฉพาะอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบที่ผู้หญิงมีสิทธิในการตัดสินใจอย่างอิสระ และมีความรับผิดชอบในจำนวนบุตรและระยะห่างในการมีบุตรต่อไป

ขณะที่นางธนวดี  ท่าจีน  ผอ.มูลนิธิเพื่อนหญิง  กล่าวว่า  แม้ทางแผนกยาติดประกาศเองโดยทาง รพ.ไม่มีนโยบายห้ามตั้งท้องแต่ข่าวส่งผลต่อภาพลักษณ์ของ รพ.ทั้งหมด ส่วนตัวคิดว่าเป็นกรณีศึกษาเพราะบริษัทเอกชนบางแห่งอาจมีกฎดังกล่าวอยู่ด้วย อย่างไรก็ตามในอนาคตอยากให้มีบทกฎหมายลงโทษนายจ้างที่ห้ามลูกจ้างตั้งท้องและผู้หญิงสามารถหยิบยกกรณีนี้มาดำเนินการฟ้องร้องทางคดีเพื่อป้องกันมิให้มีการละเมิดกฎหมายอีก   (หนังสือพิมพ์เดลินิวส์)

หัวเว่ยลั่นลงทุน – ยาหอมบิ๊กตู่ หนุน “ไอทีฮับ”

ร.อ.นพ.ยงยุทธ   มัยลาภ  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  พล.อ.ประยุทธ์  ได้ชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจที่ยึดหลักการค้าการลงทุนเสรี โดยรัฐบาลจะดำเนินมาตรการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน นอกจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ อยากเห็นการลงทุนจากต่างประเทศกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อสร้างงาน กระจายรายได้ และส่งเสริมให้มีการใช้สินค้าและวัตถุดิบภายในประเทศ โดยอุตสาหกรรมที่รัฐบาลให้การสนับสนุน อาทิ พลังงาน โทรคมนาคม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิตอลในอนาคต ด้านบริษัทหัวเว่ย ได้แสดงความสนใจในการลงทุนการพัฒนาบรอดแบนด์ อินเตอร์เน็ต และเทคโนโลยีสารสนเทศ  พร้อมปรับนโยบายของบริษัทให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมด้านการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาทักษะด้านบุคลากร เชื่อมื่นว่าภายใต้การบริหารของรัฐบาลไทย สามารถพัฒนาสู่ความเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอทีฮับ ของภูมิภาคได้  (หนังสือพิมพ์มติชน)

ด้าน นายหยาง ฉู่  กรรมการผู้จัดการบริษัทหัวเว่ยเทคโนโลยีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จีน   กล่าวว่า  หัวเว่ย  พร้อมปรับนโยบายให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมด้านการวิจัยและพัฒนาพร้อมทั้งพัฒนาทักษะด้านบุคลากร ทั้งนี้เชื่อว่าภายใต้การบริหารของรัฐบาลไทยสามารถพัฒนาสู่ความเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอทีฮับ) ของภูมิภาคได้   (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)

เปิดตัว “เสี่ยธรรมะ” จี้แก้ด่วนดญ.คลั่งไอโฟน 6

ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี “ข่าวสด” นำเสนอข่าวเด็ก ผู้หญิงมีเงินไม่พอซื้อไอโฟน 6 แล้วแช็ตไลน์คุยกับเจ้าของร้านมือถือ โดยยื่นข้อเสนอให้ร่วมหลับนอนแลกกับค่าไอโฟน 6 ที่ยังขาดอยู่  จนกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ และข่าวครึกโครมตามสื่อต่างๆ เวลานี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” เดินทางไปที่ร้านไทมือถือ ตลาดเทพอุดร ต.บางพระ อ.เมือง จ.ตราด ภายหลังเจ้าของร้านยอมเปิดเผยตัวตนว่าตนเองคือ “เสี่ยธรรมะ” ผู้ไม่ยอมรับข้อเสนอของเด็กผู้หญิงที่ต้องการใช้ร่างกายแลกกับไอโฟน 6 ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้  โดย นายอุทัย บัวประเสริฐ อายุ 30 ปี เจ้าของร้านไทมือถือ เปิดร้านเปิดใจให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุที่ปฏิเสธข้อเสนอจากเด็กผู้หญิงคน ดังกล่าว เพราะอยากบอกให้สังคมรับรู้ว่ายังมีเด็กผู้หญิงที่มีความคิดลักษณะแบบนี้อยู่ในสังคม จึงอยากบอกไปถึงผู้ปกครองของเด็กทุกๆ คนได้รับรู้ถึงปัญหาดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเสื่อมโทรมทางสังคม อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยเพิ่มเติมว่า เด็กที่แช็ตไลน์กับนายอุทัยเป็นเด็กหญิงยังเรียนระดับประถมศึกษา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 11/11/2014

“ปู” ส่งทนายแจงสนช.ถอยส่อเลื่อนถกสอย

นายพิชิต ชื่นบาน คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษากฎหมายน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวว่า ทีมทนายได้รับหนังสือด่วนจากสนช.ให้ไปชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่ขอให้เลื่อนวาระการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 12 พ.ย.แล้ว โดยจะส่งนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง และนายสมหมาย กู้ทรัพย์ ไปชี้แจงต่อสนช.วันที่ 12 พ.ย.นี้ เหตุผลที่ขอเลื่อนเนื่องจากข้อบังคับการประชุมสนช.ระบุว่า สนช.ต้องส่งเอกสารและสำนวนการถอดถอนให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ศึกษาสำนวนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันประชุมนัดแรกหรือวันที่ 12 พ.ย. แต่ขณะนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้รับสำนวนถอดถอนจากสนช. ถ้านับเวลา 15 วันก็ต้องได้สำนวนถอดถอนก่อน วันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา การที่สนช.ยังไม่ส่งสำนวนถอดถอนมาให้ ทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขาดโอกาสตรวจสอบและศึกษาสำนวนล่วงหน้า ซึ่งสำนวนป.ป.ช.คดีนี้มีเป็นพันหน้า ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยเห็นสำนวนของป.ป.ช. จึงต้องมีระยะเวลาเพียงพอที่จะศึกษาทำ ความเข้าใจ เตรียมข้อมูลแถลงเปิดคดี จะได้ทราบว่าจะต้องขอเพิ่มเติมพยานบุคคลและพยานเอกสารในส่วนใดบ้าง ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องยื่นพยานส่วนนี้ให้ที่ประชุมสนช.ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน ก่อนเปิดประชุมนัดแรกวันที่ 12 พ.ย. ยืนยันไม่ใช่การประวิงเวลา เพราะสิ่งที่ขอก็ไม่ได้เกินไปกว่าเรื่องที่อยู่ในข้อบังคับการประชุม และสนช.จะได้ไม่ถูกมองว่าเร่งรีบรวบรัดพิจารณาคดี

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 11/11/2014

“สนช.” ส่อเลื่อนเชือด “ปู”

นายพีระศักดิ์  พอจิต  รองประธาน สนช.  กล่าวถึงกรณีทีมทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทำหนังสือถึงนายพรเพชร  วิชิตชลชัย ประธาน สนช.  ขอเลื่อนการเปิดประชุม  สนช.เพื่อพิจารณาวาระถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์  ในโครงการจำนำข้าววันที่ 12 พ.ย. ออกไปก่อนว่า วันที่ 11 พ.ย. เวลา 13.30 น. ที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) จะพิจารณาคำร้องของทีมนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า จะให้เลื่อนการประชุมสนช.ในวันที่ 12 พ.ย. ออกไปเป็นเวลา 30 วันหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าควรให้เลื่อนการประชุม สนช.วันที่ 12 พ.ย. ออกไปก่อน เพื่อให้ความเป็นธรรม เนื่องจากมีข้อเท็จจริงเห็นชัดเจนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ จึงยังไม่ได้รับสำนวน ป.ป.ช.จาก สนช.ไปศึกษา ดังนั้นต้องเปิดโอกาสให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้สู้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ข้อบังคับการประชุม สนช.ก็ระบุว่า จะต้องส่งสำนวน ป.ป.ช.ให้ผู้ถูกกล่าวหาไปศึกษาไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันประชุมนัดแรกเท่าที่ดูแนวโน้มคงจะให้เลื่อนการประชุมวาระการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 12 พ.ย.ออกไปก่อน แต่จะให้เลื่อนกี่วันคงต้องหารือกันอีกครั้ง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์    วันที่ 11/11/2014    

เคาะ18ปธ.คุมปฏิรูป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ขณะนี้รายชื่อประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญประจำสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทั้ง 18 คณะ ลงตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  สำหรับ กมธ.ที่น่าสนใจ ได้แก่ กมธ.ปฏิรูปการเมือง เนื่องจากมีนักกาเรมือง คู่ขัดแย้งทางการเมือง อาทิ กลุ่ม 40 ส.ว. เช่น นายประสาร  มฤคพิทักษ์  นายไพบูลย์  นิติตะวัน  และนายวันชัย  สอนสิริ  และอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย เช่น พ.ต.อาณันย์  วัชโรทัย  และอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เช่น นายอลงกรณ์  พลบุตร  นอกจากนี้ยังมีบุคคลที่เคลื่อนไหวทางการเมือง เช่น นายสมบัติ  ธำรงธัญวงศ์  ขณะที่ กมธ.ปฏิรูปพลังงาน ก็เป็น กมธ.ที่มีความน่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากมีกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางด้านพลังงานเข้าร่วม เป็นจำนวนมาก เช่น น.ส.รสนา  โตสิตระกูล  ที่เคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเรื่องพลังงาน นอกจากนี้ยังมีผู้บริหาร บริษัท ปตท. จำกั ด(มหาชน) เข้าร่วม ได้แก่ นายอนุสรณ์  แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด นายอนนต์  สิริแสงทักษิณ  รองกรรมการผู้จัดการสถาบันวิจัย ปตท. เป็นต้น

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ   วันที่ 11/11/2014    

กู้ชีพรายย่อย

นายสมหมาย  ภาษี  รมว.คลัง  กล่าวว่า  กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะปานกลาง ที่เตรียมประกาศใช้ในช่วงเดือน ธ.ค.นี้  อาทิต การปล่อยสินเชื่อรายย่อยในรูปแบบของนาโนไฟแนนท์ ซึ่งกระทรวงการคลังจะสนับสนุนให้เอกชนจัดตั้งบริษัทสินเชื่อรายย่อย (บย.) ทั้งนี้ เพื่อปล่อยเงินกู้ให้รายย่อยให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยคิดดอกเบี้ยที่ 35-36% และจะเปิดให้ธนาคารพาณิชย์จัดตั้งบริษัทลูกได้ด้วย โดยอาศัยอำนาจตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (ปว.58)

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์   วันที่ 11/11/2014    

แบงก์ห่วงสงครามค่าเงินเหตุเศรษฐกิจโลกหดตัว

นายรณดล  นุ่มนนท์  ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  กล่าวว่า  ในช่วงต้นปีหน้า ธปท.จะส่งแบบทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ให้ธนาคารพาณิชย์ทำ โดยในรอบนี้จะใส่ปัจจัยเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจจากในประเทศและต่างประเทศเข้าไปด้วย และขอทราบกลยุทธ์ในการดำเนินงานของธนาคารเพื่อรองรับความเสี่ยง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์   วันที่ 11/11/2014    

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ซ้อม – ถ่ายคลิปโป๊ นศ.สาวแจ้งจับ รตท.หนุ่ม สอบกราวรูดพิษส่วยรวม 23 นาย...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ “ปู” บุกแจง ป.ป.ช.แก้คดีจำนำข้าว ร่มไม่กาง 2 นรต.ดับสลด นำบุกศูนย์ราชการ “เทือก”...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ พท.ชงดีเอสไอจับ “เทือก” กบฏรัฏฐาธิปัตย์ ณเดชน์ – วืดทหาร พินาศ 3...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ซื้อลอตเตอรี่ 8 คู่ รับ 52 ล้านพ่อค้าผักดวงเฮง 2 เดือนรู้ผลสอย...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ แมงมุมกัด – ตัดขา!ก็ไม่รอดเกิดแผลติดเชื้อดับ “หมอลักษณ์” เผยเจนี่เจอกรรมเก่า หน.คสช.เช็กยิบประวัติข้าราชการ มติชน สรุปทัวร์นกขมิ้นผิดกม....

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top