โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน (วะ) / Book Club by Suranand

โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน (วะ) / Book Club by Suranand

โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน (วะ) / Book Club by Suranand

รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand

 

 

โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน (วะ) / Book Club by Suranand

โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน (วะ)

โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน (วะ)

 

ออกอากาศ เสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2557

สัมภาษณ์ หมอโป้ง นพ.อุกฤษฎ์ อุเทนสุต

หนังสือ โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน (วะ)

สำนักพิมพ์ springbooks

โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน-(วะ)

โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน-(วะ)

 

โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน (วะ) / หมอโป้ง นพ.อุกฤษฎ์ อุเทนสุต

ประวัติผู้เขียน

จบการศึกษามัธยมศึกษาจากโรงเรียนจิตรลดา รุ่นที่ 24 ปี พ.ศ.2537

จบการศึกษาปริญญาตรี แพทยศาสตร์บัณฑิต จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ กรุงเทพมหานคร และวชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รุ่นที่ 2 ปี พ.ศ.2543

จบการศึกษาหลักสูตรแพทย์เฉพาะทาง สาขาอายุรกรรม จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ปี พ.ศ.2550

จบการศึกษาปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) Y-MBA รุ่นที่ 27 ปี พ.ศ.2555

จบหลักสูตรบริหารการแพทย์และสาธารณสุข รุ่นที่ 5 (บ.พ.ส.5) จัดโดยสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ.2556

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายแพทย์ชำนาญการพิเศษหัวหน้ากลุ่มงานอายุรกรรม โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ สังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร

โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน-(วะ)

โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน-(วะ)

บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม

 

สุรนันทน์ : โตขึ้นอยากเป็น หมอ แบบไหน (วะ) ตอนนั้นถามตัวเองหรือไม่ เรียนจบแล้วหรือครับ ดูยังหนุ่มอยู่เลย

หมอโป้ง : จบมาสักพักแล้วครับ สักประมาณ 10 กว่าปีได้ เริ่มเรียนตั้งแต่ปี 2537 ตั้งแต่เรียนถึงตอนนี้ก็ประมาณ 20 ปีแล้ว

สุรนันทน์ : ตอนเด็กๆเคยอยากเป็นหมอหรือไม่

หมอโป้ง : เริ่มมีความคิดตอนมัธยม คือ รู้สึกว่าเป็นอาชีพที่น่าจะได้ช่วยเหลือคนอื่น แต่ก็คงเป็นความฝันเหมือนเด็กมัธยมทั่วไป แต่ส่วนว่าจะเรียนได้หรือไม่ได้ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก

สุรนันทน์ : แสดงว่าตอนนั้นเรียนเก่ง เพราะคนจะเรียนหมอ ต้องเรียนเก่งถึงจะเอ็นทรานซ์ติด

หมอโป้ง : ขอใช้คำว่า ปานกลาง เพราะผมมีตั้งแต่เกรด 4 จนถึงซ่อมและแก้มาเป็นเกรด 2 คือ มีทั้งคะแนนดี และคะแนนตกที่ต้องมาแก้

สุรนันทน์ : หนังสือเล่มนี้ คือ สำหรับคนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะเรียนหมอ และดูเหมือนหลายบทหลายตอน ก็พูดถึงวิชาชีพหมอ ในเชิงวิพากษ์วิจารณ์หรือเล่าเบื้องหลัง ทำไมจึงตัดสินใจเขียนหนังสือเล่มนี้

หมอโป้ง : อยากให้น้องๆที่คิดจะเรียนหมอ เห็นภาพรวมของชีวิตแพทย์ว่าเป็นอย่างไรก่อน เพราะหลายๆครั้งที่เราเคยไปดูงาน “ถ้าอยากเป็นหมอ” ของโรงพยาบาลใหญ่ๆจัด เราก็จะไปดูกันตอนกลางวัน แต่ที่ผมเคยเขียนส่วนหนึ่งในหนังสือ คือ มียิงกันตายเลือดสาด หรือเมาตีกันมา เป็นตอนตีหนึ่ง ตีสอง

 

โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน-(วะ)

โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน-(วะ)

 

สุรนันทน์ : ซึ่งเป็นชีวิตปกติของคนเป็นหมอที่เวลาเราดูทีวี พวกหนังที่เกี่ยวกับแพทย์ เกี่ยวกับหมอทั้งไทย และต่างประเทศ ก็จะมีเรื่องพวกนี้ มันทำให้เราตัดสินใจถูกหรือไม่

หมอโป้ง : ผมคิดว่า ถ้าไม่ได้เห็นครบทุกด้าน แม้กระทั่งการทำงาน การที่เราไปประสบกับคนไข้ หรือไปเจอกับปัญหา ความรู้สึกอยากจะเรียนอาจจะเพียงแค่เห็นหมอแต่งตัวดี ทำงานในเวลา แต่งตัวสวยหรูอยู่ในเวลากลางวัน มีคลินิก มีรายได้ที่ดี แต่ความจริงแล้วมันอาจจะโหดกว่าที่คิดเยอะเพราะเราต้องไปลุยกับคนไข้ในเวลากลางคืนด้วย

สุรนันทน์ : โหดอย่างไร

หมอโป้ง : อย่างที่เคยตรวจแล้วรู้สึกไม่ดี ก็อย่างเช่น ตรวจๆอยู่คนไข้เข้ามาโวยวายว่า ทำไมต้องรอตรวจนาน หรือทำไมหมอไปตรวจคนนี้ก่อนอะไรอย่างนี้ คือ เหมือนกับเขารู้สึกว่า เขามาแล้วเขาต้องได้รับการตรวจที่รวดเร็ว แต่ปัญหาคือ เราอยู่โรงพยาบาลรัฐ และแพทย์ที่อยู่โรงพยาบาลรัฐรายได้น้อยกว่าแพทย์ที่อยู่โรงพยาบาลเอกชน คนที่อยากอยู่ก็จะมีไม่เยอะ พอมีน้อยแพทย์ที่มาขึ้นเวรได้ เราก็ไม่สามารถจัดได้ตลอด ถ้าให้มีตลอดแพทย์บางคนก็อาจจะต้องย้ายจากตึกโน้น เหมือนอยู่เวรคร่อมกัน หรือมาช่วย ก็ทำให้คนไข้รู้สึกว่าช้า

สุรนันทน์ : คุณหมอจึงอยากให้คนรู้ว่า มันไม่ได้สวยหรูเหมือนภาพ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ควรเป็น

หมอโป้ง : ไม่ใช่ไม่ควรเป็น แต่ว่าอยากให้เห็นภาพรวม อยากให้ตัดสินใจแน่วแน่ว่า เราพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาตรงนี้

สุรนันทน์ : เหมือนกับทุกวิชาชีพ บางคนเห็นตอนที่ประสบความสำเร็จแล้วก็คิดว่าทุกอย่างสวยหรู แต่ความจริงแล้วต้องมีขั้นตอนการพัฒนาการของชีวิตตนเอง แต่คำถามในชื่อหนังสือ เหมือนกับว่าแล้วจะโตเป็นหมอแบบไหน หมอแบบไหน หมายความว่าอย่างไร

หมอโป้ง : คือ เลือกระหว่างที่เราอยากจะรักษาคนไข้ กับเลือกที่จะมีฐานะชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

สุรนันทน์ : ถือว่าเป็นทางเลือกเป็นทางสองแพ่งเลยหรือ

หมอโป้ง : ส่วนหนึ่งที่เขียนคือ เริ่มต้นผมเงินเดือน 8,190 บาท ข้าราชการซี 4 พอไปเรียนต่อเฉพาะทางจบมา ผมกลับมาตอนนั้นปี 2550 เงินเดือนผมประมาณ 10,500 กว่าบาท นั่นคือใบประวัติเลยนะครับ ยังไม่รวมเงินอยู่เวร เงินเพิ่มพิเศษ แต่ตัวฐานเงินเดือนเพียง 10,000 บาท ในขณะที่จบเฉพาะทางอายุรกรรม ไปเริ่มบรรจุที่โรงพยาบาลเอกชนเขาเริ่มให้เราแล้ว 150,000 บาท อยู่เวนคืนละ 10,000 บาท เพราะฉะนั้น อยู่เวร 10 คืนเบ็ดเสร็จ 250,000 บาท แต่อยู่รัฐบาลคุณก็ยังได้เดือนละ 15,000 บาท กับค่าเวรอีกคืนละไม่กี่พันบาท

 

โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน-(วะ)

โตขึ้นอยากเป็นหมอแบบไหน-(วะ)

 

สุรนันทน์ : แต่ในเชิงวิชาชีพจริงๆ หมออยู่เอกชน หรือหมออยู่โรงพยาบาลรัฐ แต่ละคนก็ได้รักษาได้ทำงานที่ตัวเองชอบอยู่ดี

หมอโป้ง : ได้ทำงานที่ชอบเหมือนกัน แต่ว่าเราได้เลือกว่า เราจะสบายหรือเราอยากจะให้โอกาสคนอื่น ต้องเรียนให้ทราบว่า ถ้าแพทย์เฉพาะทางจริงๆแล้วเราอยู่ในโรงพยาบาลรัฐ เราก็สามารถช่วยเหลือคนไข้ได้ในระดับหนึ่ง อยู่เอกชนก็ช่วยได้อีกแบบหนึ่งเพราะว่าเอกชนอาจจะมีเครื่องมือที่พร้อม มีทุกอย่างพร้อม แต่ว่ามันมาด้วยการลงทุน เพราะฉะนั้น กว่าที่เขาจะทำให้พร้อมได้ขนาดนั้นมันมีค่าใช้จ่าย เราก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเกิดเราอยู่ในโรงพยาบาลรัฐ คนไข้กลุ่มหนึ่งเลยที่จะไม่มีโอกาสได้เหยียบเข้าโรงพยาบาลเอกชนอย่างที่ทุกท่านทราบ เพราะค่าใช้จ่ายสูง และถ้าไม่มีแพทย์เฉพาะทางอยู่โรงพยาบาลรัฐเลย คนไข้กลุ่มนี้จะเสียโอกาสการรักษาที่เข้าถึง

สุรนันทน์ : หมอที่ดีควรมีหลักการในการคิดอย่างไร และปฏิบัติตนอย่างไร

หมอโป้ง : สิ่งแรกคือ ต้องอยากรักษาคนไข้ก่อน ส่วนหนึ่งที่เขียนในหนังสือ คือ เราเคยตรวจคนไข้มาแล้วกว่า 100 คน แต่ด้วย Idea ของโรงพยาบาลรัฐ ถ้าตรวจ 100 คน ตอนนั้นที่ผมประสบกับตัวเองและหงุดหงิดมาก ก็มีพี่คนหนึ่งมาแนะนำว่า ถ้าไปตรวจคลินิก 100 คน ได้หัวละ 200 บาท จะ Happy หรือไม่ หนึ่งวันได้ 20,000 บาท แต่ถ้าตรวจโรงพยาบาลรัฐก็เหมือนกัน สุดท้ายถ้าคุณมีใจรักอยากจะเป็นหมอจริงๆ ถ้าคุณตรวจคนไข้ 100 คน ไม่ว่าจะโรงพยาบาลรัฐ หรือโรงพยาบาลเอกชน ถ้าคุณรู้สึกดีกับโรงพยาบาลเอกชนว่า คุณได้ 20,000 บาทในวันนั้น คุณก็ต้องถามตัวเองใหม่แล้วว่า จริงๆแล้วคุณอยากเป็นหมอหรือไม่ เพราะถ้าคุณเริ่มตรวจเยอะเหมือนกัน เท่ากัน แต่ว่าได้เงินเยอะกว่าแล้วสบายใจกว่า อย่างนี้ก็จะเริ่มมีความรู้สึกแล้วว่า หรือว่าเราอยากได้เงินมากกว่า

สุรนันทน์ : เพราะฉะนั้น เงินควรทีหลัง

หมอโป้ง : ใช่ครับ ในความรู้สึกผม

สุรนันทน์ : สิ่งที่สำคัญก็คือ อุดมการณ์ ใจรัก

หมอโป้ง : .ใจรักและคิดที่อยากจะช่วยคน เพราะฉะนั้น ถ้าเราคิดอย่างนี้ได้ เราจะตรวจคนไข้ด้วยความรู้สึกว่า เราพยายามอยากจะให้เขาหาย เราก็จะไม่คิดอะไรมากมายว่า เสียเวลาไปกับการคุยหรือการให้ความรู้กับคนไข้

สุรนันทน์ : ในระบบสาธารณสุขของเมืองไทย ก็มีสิ่งที่ดีและมีปัญหาเหมือนกับระบบสาธารณสุขของต่างประเทศ ความเป็นแพทย์ และความเป็นวิชาชีพแพทย์ รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ต่างๆ มีความเพียงพอในการดูแลรักษาคนได้พอหรือไม่

หมอโป้ง : ปัญหาบุคลากรจริงๆแล้ว อยู่ที่การกระจายตัว ส่วนหนึ่งคือโรงพยาบาลรัฐทำรายได้ได้น้อยสำหรับคนทำอาชีพนี้ รวมทั้งพยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ ก็ทำให้เขาไม่อยากจะอยู่โรงพยาบาลรัฐ เขาจะเบนไปอยู่ฝั่งโรงพยาบาลเอกชน เพราะรายได้ดีกว่า ทำงานสบายกว่า ตรวจเพียงไม่กี่เคสก็สามารถอยู่ได้ เพราะฉะนั้น ถ้าถามหมอพอหรือไม่ ในภาพรวมแต่ละแผนกน่าจะเพียงพอ แต่คงจะปริ่มๆไม่ถึงกับพอจนล้น แต่ที่ไปหนักแน่ๆคือ ไปอยู่เอกชนหมด

สุรนันทน์ : เพราะฉะนั้น คนที่คิดที่จะเป็นหมออยากให้ตั้งใจที่จะรักษาคนจริงๆ

หมอโป้ง : ต้องอยากจะเป็นจริงๆ ไม่ใช่ต้องการจบมาแล้วเพื่อจะหารายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ หมอไม่จน แต่หมอก็ไม่รวย

 

******************************************

 

รายการคุยกันวันเสาร์

ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 19.30 – 20.00 น.

ทาง TNN.24 ชม ,ทรูวิชั่นส์ระบบปกติ ช่อง 07 / ระบบ HD ช่อง 111

 

ดูรายการย้อนหลังได้ที่นี่

 

Related posts:

  1. เชฟตุ๋ย เรนเจอร์ / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand   เชฟตุ๋ย เรนเจอร์ /...
  2. ‘My Little Garden’ สวนผักกลางเมือง / Book Club by Suranand   รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand    ...
  3. ‘ชะโงก ดม งม เงา’ / Book Club by Suranand   รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand   ‘ชะโงก...
  4. พระมหาธีรราชเจ้ากับโฮเต็ลวังพญาไท / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand   พระมหาธีรราชเจ้ากับโฮเต็ลวังพญาไท / Book...
  5. ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand      ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top