ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2557

 

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

เซ่นเงินกู้ดอกโหดชาวนาเผาตัว

ไม่ได้รับใช้นายกฯ

กองสลากมึนหวยแพงแก้ไม่ได้

มติชน

สรุปไร้อำนาจถอด 2 ปธ.สนช.ถอยวิปเร่งเคลียร์ก่อนโหวต

สาวใหญ่หนี้ท่วมบุกร้องทำเนียบสลดเผาตัว

สวนยางไม่เอาไร่ละพัน

ข่าวสด

บุกทำเนียบ – เผาตัว “ชาวนา” เครียดหนี้ท่วมหัว

ถอด “ขุนค้อน – นิคม” ชี้ทำไม่ได้

ดีเอสไอรื้อคดี 5 ชายชุดดำ

เดลินิวส์               

โร่ร้องทุกข์ทำเนียบฯ สาวแค้นใจราดน้ำมันเผาตัวเอง

เจ้ามือไม่กล้าเสี่ยงเลขดัง

บิ๊กตู่เดินสายประชุมอาเซม

กรุงเทพธุรกิจ

เผาตัวหน้าทำเนียบ

“คีรี” คืนสังเวียนอสังหาฯ

โพสต์ทูเดย์

หนาวฝีหนี้แตก

เทขายพันธบัตรไทย

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

ก็แค่ “เวลากับความเป็นจริง”

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ

ต้องซื้ออยู่ดี

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ

คูปองทีวีดิจิตอล เงินที่เหลือจะเข้ากระเป๋าใคร

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย วรศักดิ์  ประยูรศุข  (มติชนรายวัน)  

กรณีเกาะเต่า  วันที่ 15/10/2014

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)  

เมื่อไทย ‘ขอโทษ’ ที่เป็น’ตัวฉุด”เพื่อนอาเซียน

 

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

เซ่นเงินกู้ดอกโหดชาวนาเผาตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ภายในบริเวณโซนร้านอาหาร ชั้นล่าง ศูนย์บริการประชาชน (ชั่วคราว) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก แขวงและเขตดุสิต ขณะที่ประชาชนมาติดต่อราชการบางส่วนกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่นั่น ได้มีหญิงสูงวัย เดินออกมาจากห้องรับเรื่องราวร้องทุกข์ และใช้ขวดบรรจุน้ำมันเบนซินราดตัวจนชุ่ม ก่อนใช้ไฟแช็กจุดไฟเผาตัวเองจนไฟลุกพรึ่บ ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้อยู่ในเหตุการณ์  หลังตั้งสติได้โชเฟอร์รถแท็กซี่คนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ โดยใช้น้ำดื่มขนาดใหญ่ราดตัวผู้ถูกไฟไหม้จนไฟดับลง ก่อนใช้เสื้อคลุมมาคลุมร่างเหยื่อเพลิงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกไฟไหม้ศรีษะ ใบหน้าและลำตัวช่วงบนจากนั้นรีบประสานรถกู้ชีพ รพ.วชิรพยาบาลมารับตัวไป ต่อมาทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นางสังเวียน  รักษาเพ็ชร์  อายุ 52 ปี ชาวจ.ลพบุรี อาชีพเกษตรกรและให้เช่าที่นา

นายสุขสวัสดิ์  สุวรรณวงศ์  หัวหน้าศูนย์บริการประชาชน  กล่าวว่า  เห็นนางสังเวียนมานั่งรอที่ศูนย์บริการประชาชนตั้งแต่เวลา 07.30 น. แล้วเมื่อสำนักงานปลัดทำการ ได้เข้าไปพูดคุยกับนางสังเวียนด้วนตนเองและนางสังเวียนเล่าถึงเรื่องเดิมที่เคยมายื่นร้องเรียนไว้ บอกว่าเป็นลูกน้องของนายทุนปล่อยเงินกู้และเช่าที่นาคนหนึ่งใน อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรีได้ประโยชน์ตอบแทนจากการเช่าที่นาไร่ละ 1 พันบาท แต่ปัญหาคือเก็บดอกเบี้ยส่งให้นายทุนไม่ได้เลยถูกข่มขู่ว่าจะให้เจ้าหน้าที่จับกุมตัว ทำให้ต้องกู้เงินมาใช้หนี้ จนเป็นหนี้ 3 ล้านบาท แต่ทำสัญญาประนอมหนี้ จากตัวเลขที่กู้เบื้องต้น 4 แสนบาท มีการระบุในสัญญาประนอมหนี้ว่าจนถึงขณะนี้เป็นหนี้จำนวน 1.5 ล้านบาทแล้ว  นางสังเวียนอ้างอ่านหนังสือไม่ออก แต่เซ็นชื่อไปโดยมีญาติเป็นพยาน ระหว่างที่พูดคุยนางสังเวียนได้กล่าวพาดพิงถึงปลัด อ.โคกสำโรง จึงโทรศัพท์ติดต่อไป เพื่อสอบถาม ซึ่งปลัด อ.โคกสำโรง แจ้งว่าได้มีการประชุมเพื่อให้ชัดเจน และขณะที่ตนกำลังโทรศัพท์พูดคุยอยู่นั่น จู่ๆนางสังเวียนก็เดินออกไปแล้วก่อเหตุ ภายหลังเกิดเหตุ น.ส.อรนุช  ศรีนนท์  ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ได้มาสอบถามข้อมูลในที่เกิดเหตุ พร้อมทำรายงานส่งถึง ม.ล.ปนัดดา  ดิศกุล  รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทันที  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

ม.ล.ปนัดดา  ดิศกุล  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวภายหลังเยี่ยมอาการนางสังเวียน ว่า  เบื้องต้นจากการประสานไปทางจ.ลพบุรี ทราบว่านางสังเวียนได้มีการเข้ามาพบหน่วยงานราชการหลายครั้งนายอำเภอเองไม่อยากเชื่อว่าจะก่อเหตุดังกล่าวขึ้น เพราะก่อนหน้านี้จังหวัดได้มีการจัดประชุมขึ้นเพื่อหาทางช่วยเหลือมีการตกลงประนอมหนี้ จนเหลือเป็นเงินที่ต้องชำระ 1 ล้านบาทเศษ ในครั้งนั้นหลังจบการประชุมนางสังเวียนพึงพอใจ คาดว่าต่อมาอาจจะชำระไม่ไหวจึงมีการก่อเหตุดังกล่าวขึ้น โดยหน่วยงานรัฐจะประสานให้การดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล หลังจากนี้จะต้องมีมาตรการดูแลความปลอดภัยในจุดบริการประชาชนเพื่อระวังเหตุที่อาจเกิดขึ้น  (หนังสือพิมพ์มติชน)

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. และรมช.กลาโหม กล่าวว่า รับรายงานแล้ว เป็นห่วงและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หวังว่าผู้บาดเจ็บจะปลอดภัย ส่วนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ก็มีศูนย์ดำรงธรรมรับเรื่องตามต่างจังหวัดอยู่เเล้ว ประชาชน เดือดร้อนจำนวนมาก ต้องใช้เวลาค่อยๆ แก้ไข ที่ผ่านมารับทราบจากผู้ว่าฯ ว่าการแก้ไขโดยความร่วมมือของกระทรวงมหาด ไทยและส่วนราชการได้ผล แก้ปัญหาได้เกินกว่าครึ่ง แต่ติดขัดบ้างเพราะติดข้อกฎหมาย ต้องใช้เวลา ขอให้ทุกคนเข้าใจ เพราะส่วนราชการตระหนักถึงปัญหาของทุกคน

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า มอบหมายให้นางเสาวนีย์ โขมพัตร รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พร้อมศูนย์ช่วยเหลือสังคม และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบและเยียวยาผู้บาดเจ็บ โดยกระทรวงมอบเงินสงเคราะห์ฉุกเฉินเบื้องต้น และประสานทางครอบครัวผู้บาดเจ็บให้ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมให้เจ้าหน้าที่ดูแลสภาพจิตใจของผู้บาดเจ็บและครอบครัวต่อไป   (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)  

ด้านนายณัฐภัทร  สุวรรณประทีป  รองผวจ.ลพบุรี  กล่าวถึงกรณีนางสังเวียนจุดไฟเผ่าตัวเองว่า  ก่อนหน้านี้ได้มีเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ได้ประสานมาที่ จ.ลพบุรีเพื่อให้รายงานผลเรื่องร้องเรียนมาที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2557 และในเบื้องต้นทราบว่าในเรื่องนี้ได้ดำเนินการเชิญคู่กรณีพร้อมทนายทั้ง 2 ฝ่ายให้มาตกลงกัน เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2557 ที่ห้องประชุมของศาลากลางจังหวัดลพบุรี โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยตกลงไกล่เกลี่ย ขณะที่การประชุมทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้เนื่องจากทางนางสังเวียน ยืนยันว่ากู้ยืมเงินมาเพียง 4 แสนบาท แต่ทางฝ่าย น.ส.ธิดารัตน์ ยืนยันว่าให้ยืมเงินไปหลายครั้ง ก่อนตกลงกันว่าเป็นเงิน 1.5 ล้านบาท พร้อมบันทึกข้อตกลงกันไว้ที่ อ.โคกสำโรง ว่าได้ยืมเงินกันจำนวน 1.5 ล้านบาท ส่วนเงินที่ยืมไปนั้น นางสังเวียนนำไปปล่อยกู้ แล้วเก็บดอกเบี้ยมาส่งให้ น.ส.ธิดารัตน์ แต่ต่อมาไม่สามารถเก็บดอกเบี้ยมาส่งได้ทำให้เงินต้นสะสมเป็นหนี้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่นางสังเวียนบอกว่าได้ถูกยึดที่นาที่ได้เช่าไว้กับ น.ส.ธิดารัตน์ อีกทั้งที่นาผืนดังกล่าวได้ลงทุนปลูกพืชผลทางการเกษตร และได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ทางทนายความของ น.ส.ธิดารัตน์ แจ้งว่าให้นางสังเวียนหาเงินมาคืนให้ภายใน 30 วัน ทำให้นางสังเวียนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก  และในเบื้องต้นได้ประสานไปยังนายศิริชัย  ลิ้มสกุล  นายแพทย์สาธารณสุข จ.ลพบุรี เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพจิตพาครอบครัวนางสังเวียนไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลแล้ว ส่วนในเรื่องการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป พร้อมทำหนังสือแจ้งไปยังศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทยแล้ว    (หนังสือพิมพ์เดลินิวส์)

ไม่ได้รับใช้นายกฯ

นางทิชา  ณ นคร   สมาชิก สปช.  กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือ สปช.ให้แสดงความเห็นปฏิรูปด้านต่างๆในสภามากกว่าการออกมาพูดผ่านสื่อ ว่า  ขอให้นายกรัฐมนตรีต้องเข้าใจว่า สปช. ไม่ได้เข้ามาทำงานรับใช้นายกรัฐมนตรี แต่เข้ามาทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ น่าจะเป็นเป้าหมายเดียวกัน รัฐบาลที่มาจากรัฐประหารเพียงช่วยปลดล็อกให้แก้ปัญหาได้สะดวกขึ้น และเห็นว่า สปช.ควรมีโอกาสแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย  ไม่จำเป็นต้องอยู่ในแถว ไม่เช่นนั้นมุมมองในการแก้ปัญหาจะอยู่ในวงที่แคบ สปช.ไม่ได้ถูกเลือกโดยประชาชน ดังนั้นต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมพาประเทศให้พ้นวิกฤติ ส่วนกรอบเวลาการทำงานคิดว่าไม่น่าจะพอ ดังนั้นต้องจัดลำดับความสำคัญให้ดีว่าจะทำสิ่งใดก่อน

นายสมบัติ  ธำรงธัญวงศ์  สปช.  กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกฯปรามไม่ให้ สปช.พูดมากเกินไป ว่า  คงจะวิตกกังวลว่า สปช.ยังไม่ได้ประชุมเลย เกรงว่าความเห็นที่ออกมาจะทำให้เกิดความสับสน คิดว่า สปช.แต่ละคนที่แสดงความเห็นพูดชัดเจนแล้วว่าเป็นความเห็นส่วนตัว เป็นสิ่งที่ สปช.ทำได้ ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาอะไร กลับกัน หาก สปช.ไม่พูดเลย อาจถูกวิจารณ์ว่า สปช.ไม่มีความเห็นได้อย่างไร ไม่กล้าพูดแล้วมาเป็น สปช.ทำไม หรือจะฟังคำสั่งทหารอย่างเดียวอย่างนั้นหรือ สิ่งที่ สปช.แต่ละคนแสดงความเห็นยังไม่ใช่ข้อสรุปยังต้องรับฟังความเห็นจากประชาชนอีกจำนวนมากไม่ต้องกลัวเลยว่าจะทำให้สับสน ต้องฟังให้มากๆ

ด้านนายมานิจ  สุขสมจิตร  สปช.  กล่าวว่า  เป็นสิทธิ์ที่นายกฯจะพูดอย่างนั้น ส่วน สปช.จะพูดแสดงความเห็นก็สามารถพูดได้ หากเป็นการพูดที่มีเนื้อหาสาระ สปช. ไม่ใช่นักเรียนที่ต้องฟังครูสั่งไม่ให้พูดหากมีสาระก็ต้องพูด ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ส่วนการปฏิรูปเป็นเรื่องสำคัญจะต้องทำบ้านเมืองให้ดีขึ้น ให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุข ไม่ใช่อยู่ร้อนนอนทุกข์และที่สำคัญอีกอย่างคือเรื่องการศึกษา ต้องพัฒนาไม่ให้ล้าหลัง แต่ก็ไม่รู้จะทำได้แค่ไหน ส่วนการปฏิรูปสื่อนั้น ได้เตรียมการที่จะรับฟังความเห็นทั้งจากสื่อ เจ้าของ ประชาชนและนักวิชาการ เราตั้งใจที่รับฟังทุกฝ่ายให้รอบด้านที่สุด เพื่อนำมาเป็นแนวทางการปฏิรูป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ   วันที่ 15/10/2014

กองสลากมึนหวยแพงแก้ไม่ได้

นายสมชัย  สัจจพงษ์  อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ด)  กล่าวเมื่อวันที่ 15 ต.ค. ว่า  ในวันที่ 30 ต.ค. สำนักงานสลากฯ จะจัดสัมมนาใหญ่หัวข้อเรื่อง “ทิศทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ภายใต้ พ.ร.บ.ใหม่”  ภายหลังจากสำนักงานสลากฯได้พยายามแก้ไขเรื่องการจำหน่ายสลาก หรือ ลอตเตอรี่ไม่ให้เกินราคาคู่ละ 90 บาทมาตลอดระยะเวลา 3 เดือนเต็ม โดยหวังว่าราคาสลากแนะนำให้ขายปลีกจากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกินคู่ละ 80 บาท เป็นคู่ละ 90 บาท พร้อมทั้งปั๊มหมึกน้ำเงินสี่เหลี่ยมจัตุรัสไว้ที่สลากทุกใบสำหรับกรณีที่รายย่อย คนพิการและบริษัททั่วไป ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ที่ผ่านมาบอร์ดสลากฯได้พยายามแก้ไข เพื่อให้ปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคาเบาลง แต่ก็ทำได้ไม่กี่งวด ล่าสุดราคาสลากลงลงไปช่วงหนึ่งก็ปรับขึ้นมาเป็นคู่ละ 110 บาทอีกแล้ว ประเด็นนี้บอร์ดสลากฯได้กำชับฝ่ายบริหารของสำนักงานสลากฯ ปัจจุบัน พล.ต.ฉลองรัฐ  นาคอาทิตย์  ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯคนใหม่ ที่เพิ่งเข้ามานั่งทำงานในตำแหน่งนี้ได้เพียง 2 เดือน ก็พยายามเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ แต่บอร์ดสลากฯ มองว่าสำนักงานสลากฯต้องหาหนทางเพิ่มเติมใหม่ๆเพื่อแก้ไขเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ   วันที่ 15/10/2014

สรุปไร้อำนาจถอด 2 ปธ.สนช.ถอยวิปเร่งเคลียร์ก่อนโหวต

พล.อ.นพดล  อินทปัญญา  สมาชิก สปช.  ในฐานะวิป สนช.  กล่าวถึงการพิจารณาถอดถอนนายสมศักดิ์และนายนิคม ในวันที่ 17 ต.ค.นี้ ว่า สนช.จะมีอำนาจรับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับที่ประชุม สนช. จะมีมติว่าอย่างไร แต่ส่วนตัวเห็นว่าตามที่ ป.ป.ช. ส่งสำนวนมานั้น เป็นเพราะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 272 วรรค 2 มาตรา 273 โดยเมื่อรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว คงไม่สามารถเอาผิดได้ เนื่องจากไม่มีอำนาจหน้าที่จะดำเนินการ  สนช.ไม่ควรรับเรื่องนี้ไว้พิจารณา หากทำแบบส่งเดชไป มีหวังถูกฟ้องกลับแน่ จึงต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง ทั้งนี้ พร้อมให้ความเป็นธรรม จะทำตามที่กฎหมายระบุ ไม่ทำนอกกฎหมาย และเท่าที่ได้คุยกับ สนช.สายทหารคนอื่นๆ หลายคนก็ยังไม่แน่ใจว่า สนช.จะมีอำนาจพิจารณาเรื่องดังกล่าวหรือไม่ เพราะหลายคนเป็นมือใหม่ ไม่เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมาย

รายงานข่าว  กล่าวว่า  ขณะนี้เสียงส่วนใหญ่ใน สนช.ออกมาในทิศทางไม่ควรรับเรื่องถอดถอนนายสมศักดิ์และนายนิคมไว้พิจารณา เนื่องจากเห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 ได้ถูกฉีกไปแล้ว จึงไม่มีผลบังคับใช้ โดยจะมีการหารือนอกรอบของ สนช.ในวันที่  16 ต.ค.นี้ เพื่อตกลงแนวทางต่างๆให้ชัดเจน ก่อนที่จะประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันที่ 17 ต.ค.นี้ เพื่อให้มีมติไปในทางเดียวกัน  (หนังสือพิมพ์มติชน)

ด้านนายธานี  อ่อนละเอียด  สมาชิกสนช.   กล่าวว่า หากสำนวนถอดถอนนายสมศักดิ์ และนายนิคม ที่ป.ป.ช.ส่งมาให้สนช.พิจารณา ระบุถึงฐานความผิดตามรัฐธรรมนูญปี 2550 เพียงอย่างเดียว ก็คงลำบากในการเอาผิดเพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว แต่เป็นห่วงว่าข้อมูลที่สมาชิกสนช.จะได้รับในการประชุมสนช.วันที่ 17 ต.ค. จะมีข้อมูลรายละเอียดเพียงพอและรอบด้านหรือไม่ ซึ่งข้อมูลที่สมาชิกสนช.จะได้รับควรมีความละเอียดและรอบด้าน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงมติอย่างถูกต้อง

นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวว่า วันที่ 17 ต.ค. เชื่อว่าจะมีสมาชิกอภิปรายอย่างเต็มที่ การที่วิป สนช.มีมติบรรจุวาระดังกล่าวให้สนช.ถกเถียง สะท้อนว่าสนช.ลังเลในอำนาจการถอดถอน เพราะต้องไม่ลืมว่าฐานความผิดดังกล่าว เป็นฐานความผิดตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งถูกยกเลิกไปแล้วตามคำสั่งคสช. ขณะที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ไม่ได้ระบุอำนาจของสนช.ในการทำหน้าที่ดังกล่าวไว้ ดังนั้น สนช.จึงไม่มีอำนาจเพราะฐานความผิดตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่มีแล้ว ตนจะยังไม่ร้องศาลยุติธรรมเพราะเชื่อว่าการประชุมในวันที่ 17 ต.ค.นี้ สมาชิกสนช.จะพิจารณา และมีมติเสียงส่วนใหญ่ออกมาด้วยความเป็นธรรม  (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)  

สวนยางไม่เอาไร่ละพัน

นายสาย  อิ่นคำ  ประธานเครือข่ายกลุ่มเกษตกรยางพาราครบวงจร  จ.พะเยา กล่าวว่า  กรณีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายจะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางโดยจ่ายเป็นเงินชดเชยให้ไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่เช่นเดียวกับการช่วยเหลือชาวนา โดยมีเหตุผลเกรงว่าชาวนาจะไม่พอใจที่ชาวสวนยางได้มากกว่าแต่ในข้อเท็จจริงยางพาราใช้เวลาปลูกจนถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตใช้เวลานาน 7 ปี แต่การปลูกข้าวใช้เวลา 3-4 เดือนก็ได้ผลผลิตแล้ว เห็นได้ว่าช่วงระยะเวลาการดูแลรักษาต่างกัน ดังนั้น เกษตรกรชาวสวนยางจึงยืนยันขอชดเชยที่ไร่ละ 2,520 บาท ตามที่ได้ทำหนังสือเสนอไปแล้ว หากรัฐบาลยืนยันจะจ่ายชดเชยไร่ละ 1,000 บาท ไม่ต้องจ่ายเสียเลยดีกว่า

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน   วันที่ 15/10/2014

ดีเอสไอรื้อคดี 5 ชายชุดดำ

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ขณะนี้สำนวนคดีชายชุดดำที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ 5 คน อัยการส่งสำนวนกลับมาที่ดีเอสไอแล้ว ซึ่งสำนวนคดีดังกล่าวอัยการและดีเอสไอเคยร่วมกับสอบสวนมาก่อน เพราะเป็นคดีพิเศษที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับเหตุรุนแรงทางการเมืองเมื่อปี 2553
การส่งฟ้องก่อนหน้านี้เป็นการดำเนินการของตำรวจ ที่เห็นว่าพยานหลักฐานเพียงพอในการส่งฟ้อง หลังจากนี้ได้มอบหมาย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ รับผิดชอบสอบสวนเพิ่มเติมตามที่อัยการส่งสำนวนกลับมา โดยให้ประสานงานร่วมกับตำรวจ และต้องสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งหมดกลับคำให้การว่าไม่ได้เป็นก่อเหตุ แต่ถูกข่มขู่และทำร้ายร่างกายเพื่อให้รับสารภาพ ซึ่งดีเอสไอจะเร่งดำเนินการสอบสวนพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จให้ทันกรอบเวลาการฝากขัง 7 ผลัด รวม 84 วัน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่ 15/10/2014

เจ้ามือไม่กล้าเสี่ยงเลขดัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  มีรายงานข่าวจากกลุ่มเจ้ามือหวยใต้ดินหลายรายในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนว่า ในงวดวันที่ 16 ต.ค.นี้ เจ้ามือหวยใต้ดินต่างเปิดรับแทงเลข 92 และ 96 โดยจ่ายเต็มทุกตัวชนิดไม่อั้น เนื่องจากเชื่อว่าเลขดังกล่าวจะไม่ออกรางวัลอย่างแน่นอน ในขณะที่เจ้ามือหวยใต้ดินในอีกหลายจังหวัดทั้งในแถบภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงกรุงเทพฯ กลับรวมตัวกันอั้นเลขเด็ดของอดีต รมต. เนื่องจากวิเคราะห์แล้วเห็นว่าได้ไม่คุ้มเสียหากเลขไม่ออกตามนั้นก็จะได้เงินจากยอดแทงไม่เท่าไหร่ แต่หากเลขเด็ดออกตรงๆขึ้นมาก็อาจจะขาดทุนถึงขั้นล้มละลายได้ จึงจำเป็นต้องประกาศอั้นเลขดังนี้ เลข 3 ตัวบน 692 เลข 2 ตัวบน – ล่าง 96-69-92-29 จ่ายครึ่งราคา

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่ 15/10/2014 

บิ๊กตู่เดินสายประชุมอาเซม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  ออกเดินทางด้วยเที่ยวบินพิเศษทีจี 8880 เพื่อเดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป (อาเซม)  ครั้งที่ 10 ซึ่งมีอิตาลีเป็นเจ้าภาพโดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 ต.ค. ที่นครมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วยผู้นำรัฐบาลหรือผู้แทนจากประเทศสมาชิก 53 ราย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่ 15/10/2014 

“คีรี” คืนสังเวียนอสังหาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   เมื่อวันที่ 15 ต.ค.  นายคีรี  กาญจนพาสน์  ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร หรือ (BTS)  และนายเศรษฐา  ทวีสิน  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)  หรือ SIRI จะเซ็นสัญญาจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น 50 : 50 วันนี้ (16 ต.ค.)

แหล่งข่าวจากบริษัทแสนสิริ  กล่าวว่า  การร่วมทุนครั้งนี้ได้จัดสรรเม็ดเงินลงทุนสำหรับพัฒนาโครงการเบื้องต้น บริษัทละ 5,000 ล้านบาท รวมเป็นเงินลงทุนเบื้องต้น 10,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แรกภายใต้การดำเนินงานของบริษัทร่วมทุนคือ โครงการคอนโดมิเนียมสูง 43 ชั้น 900 ยูนิต บริเวณสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต มูลค่าการลงทุน 1,200 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนมาจากเงินทุนหมุนเวียนของบีทีเอสและแสนสิริ  บริษัทละ 600 ล้านบาท คาดว่าจะเสนอขายได้ในเดือน มี.ค. 2558 และเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2560 เป็นต้นไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 15/10/2014

หนาวฝีหนี้แตก

พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา  รมว.มหาดไทย  กล่าวว่า  มีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรม  กระทรวงมหาดไทยเรื่องปัญหาหนี้นอกระบบซึ่งรัฐบาลจะเร่งหาแนวทางจัดระเบียบ เพื่อให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้มาเจรจาหาทางออกร่วมกัน ซึ่งจะใช้แหล่งเงินทุนในท้องถิ่น อาทิ สหกรณ์ และอื่นๆแก้ไขปัญหาก่อน

นายจิรชัย  มูลทองโร่ย  หัวหน้าผู้ตรวจราชการ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)  กล่าวว่า  ศูนย์บริการร้องเรียนของ สปน. มีประชาชนโทรเข้ามาร้องเรียนเรื่องหนี้นอกระบบมากที่สุด รองลงมาคือการทำงานของภาครัฐที่ล่าช้าหรือความประพฤติของข้าราชการ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 15/10/2014

เทขายพันธบัตรไทย

นายกอบสิทธิ์  ศิลปะชัย  ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย  กล่าวว่า  ต่างชาติมีแนวโน้มลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลไทย  หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยกเลิกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) สิ้นเดือน ต.ค.นี้ โดยเงินจะไหลออกกลับไปสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยในสหรัฐ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 15/10/2014

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ 4 หมื่นล.แจกชาวนาไร่ละพันกระตุ้นเศรษฐกิจ โจรยังจองเวร “เวียร์ – บ๊วย” ปา “มือถือ”...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2557   พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ประเดิมจ่าย 10,000 บาทจร.จับติดสินบน “ประยุทธ์” อ้อนใช้ “ไทยนิยม” ช่อง...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ทนายนักธุรกิจยุ่นชี้ 9 ทารกประกันหลายล้าน พระบรมฯเสด็จฯเปิดประชุมสนช. ในหลวงเสด็จฯรพ.ศิริราช มติชน เนืองแน่นชมพระบารมี 2...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ “บิ๊กตู่” ฮึ่มถ้ารุนแรงทหารจำเป็นต้องแก้ไข อาก้ายิงถล่มแดง “ขวัญชัย” ศาลรธน.รับตัดสินเลือกตั้ง มติชน บิ๊กตู่ห่วง –...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ อาร์เอสเรียกกสทช. 700 ล้านฟรีทีวีถ่ายบอลโลก เด้งปลัดไอซีทีอัยการสูงสุด ทหาร – ตร.ปรับแผนซุ่มเซเว่นจับม็อบ มติชน...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top