อาหารเรียกแขก โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

 

คนไทยเราคุ้นเคยกับอาหารที่จัดเป็นสำรับดีมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อมีชาวต่างชาติเข้ามาเราก็เริ่มรับวัฒนธรรมการกินเข้ามาด้วย มีหลายชาติที่มีพิธีรีตองก่อน “กินจริง” อยู่อย่างน่าสนใจครับ โดยเฉพาะขั้นตอนการ “เรียกน้ำย่อย” ซึ่งเป็นการกินแบบโหมโรงเรียกแขก

ฝรั่งเศสเรียก “ออเดิร์ฟ”

ของไทยเราแปลเห็นภาพว่า “อาหารเรียกน้ำย่อย” เหมือนฝรั่งอเมริกันใช้

ซึ่งมีบ่อยครั้งไปที่มื้อเรียกน้ำย่อยทำให้อิ่มก่อนกินจริงได้ อย่างในสเปนแถบปักษ์ใต้คืออันดาลูเซียมีธรรมเนียมการกินเรียกน้ำย่อยเป็นอาหารคำเล็กคำน้อยเรียก “ทาปาส” ซึ่งเจ้าของกินที่ดูกะร่อยกะหริบคล้ายค็อกเทลเป็นคำๆตามงานแต่งงานนี้มีทั้ง แฮมบนขนมปัง,ปลาหมึกจิ๋ว,หอยเชลล์หรือมะกอกดองลูกอวบไปจนถึงลูกปลาไหลตัวจิ๋ววางพูนมาอย่างน่ากิน

ทำเอาหลายคนกินแล้วอิ่มจริงแทนมื้อหลักไปก็มี

เมื่อดูไปจะเห็นว่าอาหารที่ดูเหมือนของกินเล่นนี้มีอิทธิพลต่อสุขภาพอยู่ไม่น้อย แม้จะแค่เพียงเรียกน้ำย่อยยั่วน้ำลายแต่มันก็มีส่วนที่ทำให้ร่างกาย “พร้อม” ต่ออาหารจานหลักที่กำลังถูกส่งมา

ถ้าจะว่าของเรียกน้ำย่อยเป็นเพียงอาหารจานรองเพื่อกินเล่นก็ไม่เสียหายแต่อย่างใด แต่หากท่านที่รักได้ทราบประโยชน์ของมันที่มีมากกว่าแค่ “กินเพลินๆ” ก็จะช่วยให้เลือกกินได้อย่างสบายใจขึ้น

ขออนุญาตเสิร์ฟเรียกน้ำย่อยเลยนะครับ

1) มันฝรั่งทอด มันฝรั่งทั้งแบบแผ่นกรอบและแบบแท่งเฟรนช์ฟราย เป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงได้แต่ให้ระวังในเรื่องปริมาณที่รับประทานเพราะจะได้ทั้งแป้ง,ไขมันและเกลือครับ เทคนิครับประทานง่ายๆคือจิ้มกับซอสมะเขือเทศเข้มข้นครับ

2) ถั่วมันๆ เป็นอาหารว่างจานเด็ดมาแต่นมนาน ทั้งระดับงานราษฏร์อย่างงานวัดก็มีถั่วต้ม ถั่วทอดขาย ไปจนถึงขึ้นโต๊ะจีนสมัยก่อนก็มีทั้งถั่วลิสงคั่วใหม่ๆ,ข้าวเกรียบและแต่ก่อนมีเม็ดกวยจี๊ให้แทะกันเพลินไป ถั่วมันๆให้ “วิตามินอี” สูงมาก อีกทั้งถั่วลิสงมี “เรสเวอราทรอล” เป็นสารต้านอนุมูลอิสระแบบเดียวกับในไวน์แดงครับ

3) ไส้กรอก มักถูกยกมาในจานออเดิร์ฟรวม ไส้กรอกท่อนอวบพอคำน่ารับประทานมีส่วนของไขมันในปริมาณสูง เพราะส่วนใหญ่คือการเอาชิ้นส่วนเนื้อติดมันมารวมๆกันแล้วปั้นเป็นก้อนเพื่อไม่ให้เสียของ ซึ่งมีข้อดีคือให้พลังงานเต็มคำดีครับ แต่ข้อเสียคือทำให้อ้วนได้ง่าย การรับประทานไส้กรอกไม่ให้เสียสุขภาพก็คือเลือกไส้กรอกที่อบแทนทอดครับ

4) แซนด์วิช และขนมปังชิ้นพอคำแบบ “เลดี้ฟิงเกอร์ส” ที่เป็นทั้งอาหารว่างและอาหารในงานเลี้ยงต่างๆ การรับประทานแซนด์วิชควรเลือกที่ไม่ทาครีมหรือมายองเนสมาก ถ้าได้ไส้จำพวกทูน่าหรือแฮมก็ยังพอไหวครับ ให้รับประทานแซนด์วิชที่ทำจากขนมปังโฮลวีตจะช่วยได้อีกแรง

5) ไก่ทอด ตั้งแต่นักเก็ต,น่องไก่ไปจนถึงนิวออลีนส์วิงที่ยิ่งกินก็ยิ่งหยุดยาก กลิ่นของไก่ที่ทอดมาร้อนๆนั้นเชิญแขกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการรับประทานไก่ทอดแบบไม่เสียสุขภาพนั้นขอให้เลือกส่วนที่ “มันน้อยกว่า” เช่นน่องแทนปีก และไม่ควรราดด้วยครีมหรือชีสอีกเพราะลำพังแป้งทอดก็เยอะพอดูอยู่แล้ว

6) บาร์บีคิว,หมูสะเต๊ะ และของปิ้งย่างที่ถูกนำมาสร้างบรรยากาศชวนชิม เป็นของคู่งานที่ถือรับประทานง่าย ถูกปากและอร่อยครับจึงเป็นที่นิยมตามงาน การรับประทานให้ดีคือเลี่ยงส่วนที่ “ไหม้” และ “มัน” ที่สำคัญคือควรรับประทานอาหารจานผักตามให้มากเพราะเนื้อย่างเหล่านี้มีสารก่อมะเร็งมากจึงจำเป็นต้องได้สารต้านอนุมูลอิสระจากผักสดมาช่วย “ล้าง” ครับ

7) เบเกอรี่และขนมหวาน ไม่ว่าจะเค้ก ,พาย,โรล,มาการ็องฯลฯ เป็นอาหารที่อุดมแป้งและน้ำตาลทำให้การกินนั้นยิ่งอร่อยขึ้น เพราะแป้งและน้ำตาลจะพากันไปเปิดสวิทช์ “หิว” ให้ท่านเจริญอาหารได้อีกครั้ง ดังนั้นการกินของว่างที่เป็นของหวานจึงควรจำกัดปริมาณ มีเทคนิคง่ายๆที่ทำได้คือ “ดื่มน้ำเปล่า” ล้างปากตามทุกครั้งไม่ให้ลิ้นติดหวานครับ

8 )  เครื่องดื่ม โดยเฉพาะเครื่องดื่มหวานอย่างน้ำอัดลม,ชาเขียว,กาแฟหรือแม้แต่ “น้ำผลไม้” ก็ให้พลังงานกับท่านได้พอๆกับอาหารจานหลัก โดยเฉพาะถ้าดื่มไปมีคนคอยเติมและเปลี่ยนแก้วใหม่ให้ เครื่องดื่มเหล่านี้มีส่วนทำให้ท่านอึดอัดและไม่สบายตัวในงานได้ครับ อย่างแกสในน้ำอัดลมที่ทำให้ท้องอืดในงานประเภทที่ “นั่งติดโต๊ะ”

ทั้ง 8 อย่างเป็นของว่างที่ช่วยสร้างสีสันให้กับในทุกๆงานและทุกสถานที่ของท่านนะครับ นอกจากนั้นยังมีของว่างอีกหลายอย่างแล้วแต่เจ้าภาพของงานจะเลือก ว่าจะเป็นแบบออเดิร์ฟหรูสำหรับโต๊ะจีน หรือค็อกเทลกินง่ายในงานเลี้ยงแต่งงานของวัยรุ่นยุคใหม่

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งซึ่งไม่ว่าจะงานไหนๆก็ต้องมีนั่นคือ “น้ำใจของเจ้าภาพ” ที่คอยดูแลรายละเอียดไม่ให้ตกหล่น เช่นคอยเติมอาหารไม่ให้ขาด หรือคอยถามแขกว่าต้องการอาหารพิเศษเพราะรับประทานอะไรไม่ได้หรือไม่

บริการด้วยหัวใจใช้เรียกแขกได้ผลเสมอครับ

 

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

 

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

Related posts:

  1. 10 อาหารสุขภาพรอบรั้วโรงเรียน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ช่วงนี้น้องๆเรียนหนังสือกันอย่างขมักเขม้นท่ามกลางสายฝนพรำนะครับ  พอตกเย็นพอเพลาคนไข้ที่คลินิกลงบ้างแล้วผมชอบเดินลัดเลาะไปแถวรั้วโรงเรียนครับ  เผอิญว่าคลินิกผมอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนมัธยมใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งคนแถวห้วยขวางรู้จักดี  ที่เดินใกล้โรงเรียนน่ะไม่ได้ไปเหล่อะไรครับ  แต่เพราะมีห้องสมุดประชาชนใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ ไปดูน้อง เอ้อ…หนังสือใหม่ๆน่ะครับ ใช้ชีวิตอยู่แถวนั้นจนคนรู้จักดีว่าไอ้นี่ชอบเดิน  แถมบางทีก็ไปถ่ายรายการหน้าโรงเรียนก็บ่อยไป  ได้เห็นพี่คนขายอาหารอร่อยๆริมรั้วโรงเรียนหลายเจ้า ...
  2. 10 อาหารเด็กที่ผู้ใหญ่กินดี โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ขนมนมเนยเป็นของที่เด็กๆชื่นชอบเพราะตอบโจทย์ทั้งความหวาน,ความกรุบกรอบ,กินง่าย,อร่อยลิ้น แค่ฉีกซองก็อร่อยได้แล้ว แต่ผู้ใหญ่หลายท่านอาจไม่ปลื้ม ค่าที่ว่ารู้สึกขนมหรือของหวานนี้เป็นสิ่งไม่มีประโยชน์และอาจเป็นโทษต่อสุขภาพเสียด้วยซ้ำ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ถูกต้องครับถ้าเราปล่อยให้ลูกหลานของเราบริโภคมันมากจนเกินไป ได้ทั้งรสหวาน,มันและเค็มอย่างเต็มที่ เราก็จะมีเด็กไทยพุงกลมใหญ่เพิ่มขึ้นอีกมาก แต่หากเราวางกรอบไว้ให้ดีหรือมีกติกาที่รอบคอบก็จะตอบโจทย์แก้ปัญหาข้อนี้ได้เป็นอย่างดีมากครับ เพราะของกินแบบเด็กๆหลายอย่างสร้างสุขภาพได้และใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น...
  3. 10 อาหารที่ไม่ควรทานมากไป โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช   ของดีเมื่อมีมากไปก็กลายเป็นของโหลได้ครับ ถ้ายิ่งเป็นของกินด้วยยิ่งแล้วเพราะมันจะกลายเป็นโทษต่อร่างกายได้อย่างมหันต์ ดังเมื่อปีกลายนี้มีการแข่งขันรับประทาน “พายพริก(Chili pie)” ที่ระดมใส่พริกสุดเผ็ดร้อนลงไปในพายปรากฏว่าผู้ชนะกลายเป็นศพหลังจากรับรางวัลไม่นานนัก จากอาหารปริมาณมหาศาลทำพิษ ดังนั้นคนไข้ที่ถูกจำกัดอาหารให้ต้องทานแต่ของจืดๆเสียอย่างเดียวก็แย่ได้เหมือนกันครับ เพราะข้อเสียของอาหารจืด...
  4. 8 เครื่องดื่มกระทบสมอง โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ชาวอาฟริกันแถบอบิสซิเนียถือว่า “กาแฟ” เป็นเครื่องดื่มที่ทวีปของตนเป็นผู้ให้กำเนิด  เคยมีคนเขียนหนังสือว่าด้วยความเจริญของอเมริกาว่ามาจาก “กาแฟ” เป็นส่วนสำคัญ เพราะชนชาตินี้ติดกาแฟกันมาก หากเป็นเช่นนั้นจริงกาแฟก็ควรถูกจัดเป็นอาหารสุขภาพไปแล้ว  ซึ่งที่จริงมันมีอยู่ทั้งข้อดีและข้อเสียครับ  โดยส่วนที่ถูกกระทบมากที่สุดก็คือ...
  5. กินรับหน้าหนาว โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ชาวเอสกิโมที่อยู่ในแดนน้ำแข็งทุกฤดูนั้นไม่เคยป่วยด้วยโรคขาดสารอาหารจนเสียชีวิต ทั้งที่พวกเขาไม่สามารถหาอาหารรับประทานได้ครบ 5 หมู่อย่างแน่นอน ผักผลไม้ที่ไหนจะปลูกขึ้นบนก้อนน้ำแข็ง แต่นั่นเป็นเพราะเขารู้จัก “จัดการ” กับอาหารที่มีอยู่อย่างชาญฉลาดจนทำให้อาหารที่มีแต่เนื้อสัตว์นั้นกลายเป็นวิตามินเติมเต็มขึ้นมาได้ เมืองไทยของเราโชคดีหลายชั้นที่มีอากาศดีเหมาะสมที่พืชกินได้จะงอกงามหลายชนิด ทำให้เราไม่เคยขาดสารอาหารกันไม่ว่าจะฤดูกาลไหน...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top