ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน / Book Club by Suranand

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน / Book Club by Suranand

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน / Book Club by Suranand

รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand

 

 

 

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน / Book Club by Suranand

 

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน / Book Club by Suranand

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน / Book Club by Suranand

 

ออกอากาศ เสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2557

สัมภาษณ์  กิติชัย เตชะงามเลิศ

หนังสือ ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน

สำนักพิมพ์  สำนักพิมพ์อมรินทร์ How To

 

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน / Book Club by Suranand

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน / Book Club by Suranand

คนเรานั้นกำหนดเงื่อนไขชีวิตของตัวเองไม่ได้ คุณกิติชัย คือคนหนึ่งที่ต้องเผชิญกับความผกผันในชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย และต้องเติบโตมาบนลำแข้งของตัวเองโดยตลอด แต่ไม่ว่าชีวิตจะขึ้นหรือลงอย่างไร ความตั้งใจ ความมุ่งมั่น ของคุณกิติชัย ก็มีแต่ก้าวเดินไปข้างหน้า โดยใช้ประสบการณ์และความผิดพลาดในชีวิตเป็นบทเรียน ประกอบกับการตั้งใจศึกษาในการลงทุน ไม่ทำตัวเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ (เหมือนพวกเล่นหุ้น คนอื่นๆ) คุณกิติชัย ไม่นิยมใช่คำว่า “เล่นหุ้น” เพราะถือว่าเป็น “การลงทุน” มากกว่า “การเล่น”

หนังสือ ออมจากน้อยเป็น “ร้อยล้าน” และหนังสือ จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ของคุณกิติชัย จึงเป็นหนังสือที่น่าสนใจ เพราะไม่ใช่หนังสือ How To ในการลงทุนเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นหนังสือที่ให้อุทาหรณ์ ข้อคิดในการใช้ชีวิต และการต่อสู้ชีวิต ซึ่งหากทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ศึกษาหาความรู้ และมีความรอบคอบในการบริหารจัดการเงินของตัวเองแล้ว ผมเชื่อว่า ทุกคนก็จะสามารถประสบความสำเร็จ มีเงินเป็นร้อยล้านได้ และที่สำคัญมีความสุขในการใช้ชีวิต เหมือนอย่างคุณกิติชัย 

สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

 

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน / Book Club by Suranand

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน / Book Club by Suranand

 

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน / กิติชัย เตชะงามเลิศ

ประวัติผู้เขียน

หลังจากคุณพ่อคุณแม่เสียชีวิตในอุบัติเหตุไฟไหม้ โดยทิ้งร้านขายส่งเสื้อผ้าและเงินทุน 1 ล้านบาทเอาไว้ให้ เขาตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ เพื่อมาดูแลร้านเต็มเวลาในขณะที่มีอายุเพียง 12 ปี  และเรียนหนังสือภาคค่ำแทน เมื่อสอบเทียบได้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 ก็ไปสอบเอนทราซ์ติดคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสอบได้คะแนนเป็นที่หนึ่งของคณะ (ถ้าเลือกหมอก็ติดเพราะคะแนนดี) แต่เรียนได้เทอมเดียวก็ต้องลาออกเพื่อกลับมาดูแลร้าน แล้วเปลี่ยนไปเรียนคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหงแทน

เขาเรียนจบปริญญาตรีใน 3 ปีครึ่ง ได้เกียรตินิยมอันดับ 2 และได้รับทุนการศึกษาเรียนฟรี 2 เทอม เพราะผลการเรียนดีเด่น ขณะกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโท MBA ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขามีโอกาสได้เรียนรู้และทดลองลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นนักลงทุนในเวลาต่อมา

หลังจากเรียนจบปริญญาโท เขาขายกิจกรรมร้านขายส่งเสื้อผ้าและก้าวมาเป็นนักลงทุนเต็มเวลา ปัจจุบันเขาเป็นนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับที่ 14 ของบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และในอันดับเดียวกันของบริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสเตรี จำกัด (มหาชน)

เมื่อปี 2555-2556 เคยได้รับเกียรติดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร และล่าสุดมีผลงานหนังสือเล่มแรกที่ติดอันดับขายดีติดต่อกันหลายสัปดาห์ คือ จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร? (สำนักพิมพ์ Stock2morrow)

 

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน

บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม

 

สุรนันทน์ : มีคนถามเสมอว่า เราจะออมอย่างไรให้มีเงินพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบาย หรือรวย

กิติชัย : จุดเริ่มต้นสิ่งแรกก็คือ จะต้องเปลี่ยน My Set เรื่องการออมเงินเสียก่อน เพราะผมสังเกตผมถามคนมา 10 คน 9 คนถามว่า เมื่อคุณมีรายได้เข้ามาทั้งเงินเดือนประจำ หรือมีรายได้จากการประกอบกิจการ ผมถามว่า เมื่อคุณมีรายได้เข้ามาคุณทำอย่างไรกับเงินส่วนนั้น เขาก็จะบอกว่า ใช้จ่ายอย่างประหยัดและที่เหลือจึงจะเก็บไว้ออม เริ่มต้นก็ผิดแล้วครับ นี่คือทัศนคติที่ผิด เพราะสังคมปัจจุบันเป็นสังคมที่ยั่วยุให้มีการบริโภค เพราะฉะนั้น ถ้าสมมติคุณจะใช้ก่อนแล้วค่อยออม โอกาสที่คุณเหลือออมมันจะน้อยมาก

สุรนันทน์ : ถึงแม้คนเราไม่มีความโลภ อยากได้โน้นอยากได้นี่ แต่ก็มีความจำเป็นใจชีวิต ต้องซื้อข้าวปลาอาหาร ต้องจ่ายค่าเช่าห้อง ต้องจ่ายค่ารถ ไม่ใช่ว่าต้องจ่ายพวกนั้นก่อนแล้วมาออมหรือ

กิติชัย : ในหนังสือ ออมจากน้อยเป็น “ร้อยล้าน” ผมจะบอกเลยว่า คุณควรจะออมขั้นต่ำ 20% ของรายได้ของคุณ และที่เหลือ 80% คุณเอาไปใช้จ่ายค่าอาหาร ค่ารถ ค่าที่พักอาศัย

สุรนันทน์ : หมายความว่า ผมต้องกันเงินไว้ก่อน ได้มา 100 บาท ผมต้องกันไว้ก่อนเลย 20 บาท

กิติชัย : และอีก 80 บาท คุณไปจัดงบประมาณค่าใช้จ่ายของคุณให้อยู่ตรงนี้ คือ ผมบอกได้เลยว่า คนที่กำลังจะรวย ก็คือคนที่ใช้จ่ายน้อยกว่าฐานะของตนเอง อันนี้เป็นหลักในชีวิตสำหรับทุกคนในโลกนี้ คนที่กำลังจะรวย คือ คนที่ใช้จ่ายให้น้อยกว่าฐานะของตัวเอง คนที่กำลังจะจน คือ คนที่ใช้จ่ายเกินกว่าฐานะของตัวเองอย่างเช่น Mike Tyson นักชกมวยของสหรัฐอเมริกา ชกมวยครั้งหนึ่งได้เงินเป็นหลายร้อยล้านบาท มีเงินเป็นพันๆล้าน ปรากฏว่าเขาล้มละลาย เพราะอะไรทั้งๆที่เขารวยขนาดนั้น เพราะเขาใช้จ่ายเกินกว่าฐานะของตัวเอง รวยแค่ไหนถ้าใช้จ่ายเกินกว่าฐานะของตัวเองในที่สุดก็จนได้

 

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน

 

สุรนันทน์ : คือ เราต้องมีวินัยในตัวเอง มีความตั้งใจที่ชัดเจนก่อน

กิติชัย : เพราะถ้าคุณไม่เริ่มต้นจากจุดที่หนึ่ง คุณจะไปจุดที่ 10 ไม่ได้ จุดที่หนึ่งเป็นจุดที่สำคัญที่สุด คุณต้องเปลี่ยน My Set ของการออมเงินเสียก่อน

สุรนันทน์ : บางทีต้นเดือนก็มีเงิน แต่พอสัปดาห์ที่ 3 ก็เหมือนสิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ

กิติชัย : ถึงได้บอกว่า ต้องกันไว้ออมก่อน ไม่เช่นนั้น สัปดาห์ที่ 3 สัปดาห์ที่ 4 คุณจะไม่เหลือเงินออมล่ะ และบางคนแย่กว่านั้นอีก เอาเงินในอนาคตมาใช้ ใช้สินเชื่อส่วนบุคคล ทำบัตรเครดิตและไปเอาเงินในอนาคตมาใช้ เขาไม่ทราบหรือว่า อัตราดอกเบี้ยของเงินพวกนี้ 20% ต่อปี ดอกเบี้ยมหาโหดมาก

สุรนันทน์ : ในหนังสือเล่มนี้ก็พูดเหมือนกัน พูดหลายเรื่อง การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้กระทั่งวินัยในการใช้บัตรเครดิต หรือวิธีการใช้บัตรเครดิตให้ถูกต้อง

กิติชัย : คือ ผมคิดแทนคนทั้งโลกเลยว่า จริงๆปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องการออม คืออะไรบ้าง และปัญหาในเรื่องการใช้จ่ายเกินตัวของคนส่วนใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง ผมจึงนำหนังสือเล่มนี้มาเป็นข้อคิดให้คุณคิดว่า วิธีการใช้เงินของคุณควรจะเป็นอย่างไรจึงจะถูกต้อง เพราะหนังสือเล่มนี้บอกเลยว่า ถ้าคุณทำตามหนังสือเล่มนี้มั่นใจเลยครับว่า ในเวลา 20-30 ปี คุณมีเงินร้อยล้านแน่นอน ทั้งๆที่คุณออมเงินแค่เดือนละหลักพันบาทเท่านั้นเอง ปัจจุบันคนจบปริญญาตรี ก็ได้เงินเดือน 15,000 บาท บาทคนจบคณะดีๆหน่อย Start 20,000 บาท เงินเดือน 15,000 บาท ถ้าคุณยังอยู่กับที่บ้าน ค่าใช้จ่ายแทบทุกอย่างในบ้านคุณแทบจะไม่ต้องจ่ายเลย คุณจ่ายแค่ค่าอาหารมื้อเที่ยง มื้อเช้ากับมื้อเย็นเป็นลูกชวนป๋วย ตอนเช้าคุณแม่ทำอาหารก็ทานอาหารเช้าที่บ้าน เลิกงานก็รีบกลับมาทานอาหารเย็นที่บ้านอีก คุณแม่ก็ดีใจ

สุรนันทน์ : หนังสือคุณกิติชัย ไม่ใช่หนังสือที่บอกว่า จะลงทุนอะไร แต่เหมือนกับบอกว่า ต้องกำหนดชีวิตตนเองอย่างไรก่อน

กิติชัย : อันนี้เป็นบทเริ่มต้น ก็คือเรื่อง My Set ของการออม คุณจะกำหนดค่าใช้จ่ายคุณอย่างไร และจะกำหนดเงินออมของคุณอย่างไร และพอมีเงินออมแล้ว คุณจะนำเงินออมนั้นไปลงทุนอะไรได้บ้างนั่นคือขั้นต่อไป

สุรนันทน์ : ปรับทัศนคติตัวเองได้ว่า เป็นอย่างนี้ต่อไปนี้จะใช้ชีวิตอย่างนี้ จะมีเงินออมเท่านี้ เงินออมตรงนี้ไปทำอะไรบ้างในสถานการณ์ปัจจุบัน

กิติชัย : ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว สินทรัพย์ที่ควรลงทุนมากที่สุดก็คือหุ้น เพราะฉะนั้น หุ้นเป็นสินทรัพย์ที่ควรลงทุน แต่หลายท่านไม่มีความรู้เกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นโดยตรง แต่ปัจจุบันโชคดี เพราะมีบริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียนกองทุนรวมหลายบริษัทที่ออกกองทุนมาให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะกองทุนที่แนะนำให้ซื้อ คือ LTF กับ RMF เพราะเป็นกองทุนที่ซื้อแล้วสามารถจะนำไปลดหย่อนภาษีได้ บางคนฐานภาษีสูงๆ อย่างผมฐานภาษีสูงสุด 35% ผมยังซื้อเลยทั้งที่ผมลงทุนโดยตรง เพราะผมซื้อผมจะเหลืออีก 35% คุณซื้อ 100,000 บาท คุณลดหย่อนได้ตั้ง 35,000 บาท ซึ่ง 35,000 บาท บางทีคุณไปเที่ยวญี่ปุ่นได้เลย เพราะฉะนั้น LTF , RMF ควรซื้อ และถ้าเป็นคนที่ประหยัดอดออมได้เยอะ เงินออมที่เหลือจากการลงทุน พวกนี้ลงทุนได้ 15% ของรายได้แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ในแต่ละอย่าง ยังสามารถนำเงินออมไปซื้อประกันชีวิตได้อีก 100,000 บาท หรือบางคนชอบทำประกันชีวิตยังมีประกันประเภทบำนาญได้อีก 200,000 บาท

 

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน

 

สุรนันทน์ : นี่คือสิ่งพื้นฐานที่ปลอดภัยที่สุด

กิติชัย : ปลอดภัยที่สุด ฝรั่งเรียกว่ามีเบาะรองรับแล้วสมมติว่าคุณมีฐานภาษีสูง คุณได้ลดหย่อน 35% สมมติคุณลงทุนในสินทรัพย์พวกนี้ บังเอิญโชคไม่ดีราคาตกลงมา ตกลงมา 20% แต่คุณได้ลดหย่อน 35% คุณได้กำไรไปแล้ว 15% เมื่อเทียบกับคนอื่น เพราะฉะนั้น อันนี้เป็นสิ่งที่คุณควรจะลงทุนเป็นสิ่งแรก LTF , RMF

สุรนันทน์ : แต่ว่าอยากจะรวยเร็ว เพราะเห็นคุณกิติชัย ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือเล่นหุ้น ทำไมเล่นไม่ได้

กิติชัย : เพราะคำว่า เล่น ภาษาไทยเหมือนกับไม่จริงจัง การลงทุนในหุ้นเป็นสิ่งที่เราต้องจริงจัง ต้องวิเคราะห์ วิเคราะห์ในสินทรัพย์หรือหุ้นแต่ละตัวที่เราจะลงทุนอย่างละเอียด เพราะถ้าเราสังเกตุดูจากโฆษณาของกองทุนรวมจะเตือนว่า “การลงทุน คือ ความเสี่ยง” แต่พูดเร็วมากกลัวเราฟังทัน เพราะฉะนั้น การลงทุนก็มีความเสี่ยงจริงๆ แต่ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรที่ไม่มีความเสี่ยง ทุกสิ่งที่อย่างในชีวิตเรามีความเสี่ยงทั้งนั้น

สุรนันทน์ : Hi risk hi return เสี่ยงสูง ก็ได้คืนกลับมาสูง จริงหรือไม่

กิติชัย : จริงครับ แต่หนังสือ ออมจากน้อยเป็น “ร้อยล้าน” และ จาก หนึ่งล้านเป็นห้าร้อยล้าน ที่ผมเขียน เป็นการแนะวิธีการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูง และมีความเสี่ยงที่ต่ำ เพราะว่าจริงๆแล้ว ถ้าคุณเข้าใจสินทรัพย์ที่คุณจะลงทุน คุณวิเคราะห์ดีเหมือนกับเป็นการลดความเสี่ยงในการลงทุน โดยที่ผลตอบแทนก็ยังสูงเหมือนเดิม แต่ว่าความเสี่ยงถ้าคุณไม่รู้ ความเสี่ยงอาจจะสูง แต่พอคุณรู้ คุณเข้าใจในสินทรัพย์ที่คุณลงทุนความเสี่ยงมันก็ลดลงมา แต่ไม่มีทางที่ความเสี่ยงจะลดลงมาเหลือศูนย์ เพราะว่ามันมีปัจจัยหลายอย่างที่เราคาดคิดไม่ถึง อย่างเช่น เราไม่มีใครคิดหรอกว่าจะมี Nine One One เครื่องบินชนตึก World Trade และหุ้นก็ตกระเนระนาด ไม่มีใครรู้ นี่คือปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ แต่ก็เป็นส่วนน้อยที่ไม่ได้มีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยๆ

 

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน

 

สุรนันทน์ : ส่วนปัจจัยที่ควบคุมได้ คุณกิติชัย มีเทคนิคอย่างไรในการเลือกข้อมูลว่า ข้อมูลตรงนี้เป็นข้อมูลที่น่ารับฟัง น่าเชื่อถือ

กิติชัย : เราต้องดูแหล่งที่มาของข้อมูลก่อนว่า ถ้าน่าเชื่อถือได้ เราจึงนำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ดูว่า มันมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร และมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไรบ้าง และในเศรษฐกิจไทยส่วนที่ได้รับผลกระทบในแง่ดีหรือแง่ร้าย อุตสาหกรรมอะไรบ้างที่จะได้รับผลกระทบ

สุรนันทน์ : เชื่อใครดีที่สุด เพราะมีนักวิเคราะห์หลายคนออกมาพูดว่า หุ้นตัวนั้นดี หุ้นตัวนี้ดี เชื่อได้หรือไม่

กิติชัย : ต้องฟังหูไว้หู เพราะเราไม่รู้ว่า นักวิเคราะห์เขาวิเคราะห์ได้ละเอียดมากน้อยเพียงใด เพราะฉะนั้น เงินเราเอง เราต้องทำการบ้าน คือ การลงทุนหรือการทำอะไรก็ตาม ฟังคนอื่นไว้บ้างนิดหน่อยก็พอเพื่อประกอบการพิจารณา แต่จริงๆแล้วตัวเราเองต้องวิเคราะห์ บางคนเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว ขายข้าวแกง เขายังต้องมานั่งคิดเลยว่า เปิดตรงนี้จะขายได้หรือไม่ ธุรกิจพวกนี้บางครั้งใช้เงินไม่เยอะ แต่คุณลงทุนหุ้นบางครั้งเป็นแสน เป็นล้าน สิบล้าน หรือร้อยล้าน ถ้าคุณไม่วิเคราะห์ด้วยตัวเอง คุณเอาจมูกของคนอื่นมาหายใจ ความเสี่ยงก็มี

สุรนันทน์ : คือ มีข้อมูลแต่ในที่สุดแล้วเชื่อตัวเองดีที่สุด

 

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน

ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน

 

******************************************

 

รายการคุยกันวันเสาร์

ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 19.30 – 20.00 น.

ทาง TNN.24 ชม ,ทรูวิชั่นส์ระบบปกติ ช่อง 07 / ระบบ HD ช่อง 111

 

ดูรายการย้อนหลังได้ที่นี่

 

Related posts:

  1. ‘ชะโงก ดม งม เงา’ / Book Club by Suranand   รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand   ‘ชะโงก...
  2. พระมหาธีรราชเจ้ากับโฮเต็ลวังพญาไท / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand   พระมหาธีรราชเจ้ากับโฮเต็ลวังพญาไท / Book...
  3. คุยกันวันเสาร์ Book Club by Suranand / Teaser คุยกันวันเสาร์ Book Club by Suranand / Teaser   คุยกันวันเสาร์ Book...
  4. เชฟตุ๋ย เรนเจอร์ / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand   เชฟตุ๋ย เรนเจอร์ /...
  5. Japan Gossip / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand     Japan...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top