หมอป๊ะ “สัตวแพทย์แซ่บเวอร์” / Book Club by Suranand

หมอป๊ะ "สัตวแพทย์แซ่บเวอร์" / Book Club by Suranand

หมอป๊ะ "สัตวแพทย์แซ่บเวอร์" / Book Club by Suranand

รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand

 

 

หมอป๊ะ “สัตวแพทย์แซ่บเวอร์” / Book Club by Suranand

 

หมอป๊ะ "สัตวแพทย์แซ่บเวอร์" / Book Club by Suranand

หมอป๊ะ "สัตวแพทย์แซ่บเวอร์" / Book Club by Suranand

ออกอากาศ เสาร์ที่ 6 กันยายน 2557

สัมภาษณ์  คุณหมอป๊ะ (อ.น.สพ.กรรณธพรรณ อุบลรัตน์)

หนังสือ สัตวแพทย์แซ่บเวอร์

สำนักพิมพ์  มติชน

หมอป๊ะ "สัตวแพทย์แซ่บเวอร์" / Book Club by Suranand

หมอป๊ะ "สัตวแพทย์แซ่บเวอร์" / Book Club by Suranand

 

สัตวแพทย์แซ่บเว่อร์ “หมอป๊ะ”

ผมเป็นคนหนึ่งที่ต้องพึ่งพาสัตวแพทย์เป็นประจำด้วยที่บ้านเลี้ยงสุนัขมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เด็กจนโต ปัจจุบันมี 4 ตัววิ่งกันพล่านทั่วบ้าน และแน่นอนการดูแลสุขภาพและการรักษาเมื่อแต่ละตัว (หรือพร้อมๆกัน) เจ็บไข้ได้ป่วย สัตวแพทย์คือคนสำคัญยิ่ง

แต่การรู้จักสัตวแพทย์ของผมคงเหมือนคนที่มีสัตว์เลี้ยงทั่วไป คือเห็น “เบื้องหน้า” ของการทำงาน แต่ไม่รู้ “เบื้องหลัง” หรือที่มาที่ไปประวัติของสัตวแพทย์แต่ละคน

“สัตวแพทย์แซ่บเว่อร์” โดย อ.น.สพ.กรรณธพรรณ อุบลรัตน์ (หมอป๊ะ) จึงเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรู้ลึกถึงวิชาชีพสัตวแพทย์ ตั้งแต่การร่ำเรียน จนถึงการทำมาหาเลี้ยงชีพตามวิชาชีพนี้ ประสบการณ์ที่คนทั่วไปไม่รู้ หมอป๊ะนำมาเล่าให้ฟังแบบเปิดใจตรงไปตรงมา

หมอป๊ะเองเป็นคนคุยสนุก นั่งสัมภาษณ์แล้วได้ความรู้และข้อคิดพร้อมมุกขำๆที่สะท้อนชีวิตจริงของการเป็นสัตวแพทย์ได้อย่างดี

ที่มีข้อฝากคงจะไปยังสำนักพิมพ์ที่อาจเพราะความตั้งใจที่จะไม่ให้เรื่องราวตกหล่นจึงทำให้หนังสือยาวไปหน่อย หากบรรณาธิการได้อ่านอีกรอบ เชื่อว่าจะตัดทอนและเรียบเรียงให้อ่านง่ายขึ้นครับ / สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

 

หมอป๊ะ "สัตวแพทย์แซ่บเวอร์" / Book Club by Suranand

หมอป๊ะ "สัตวแพทย์แซ่บเวอร์" / Book Club by Suranand

 

“สัตวแพทย์แซ่บเวอร์”  / อ.น.สพ.กรรณธพรรณ อุบลรัตน์ (หมอป๊ะ) 

ประวัติ

หมอป๊ะ อ.น.สพ.กรรณธพรรณ อุบลรัตน์ จบการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รุ่นที่ 59 ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษ ศัลยศาสตร์สัตว์เลี้ยงมหาวิทยาลัยเอกชน และนิสิตทุนเรียนระดับปริญญาโทและเอก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

หมอป๊ะ เป็นสัตวแพทย์สาว ผู้ยอมสะบัดเสื้อกาวน์เริ่ดๆลุกขึ้นมาเปลือยเส้นทางชีวิตสัตวแพทย์ เริ่มตั้งแต่การเรียน ฝึกงาน ไปจนถึงประสบการณ์การทำงานแบบถึงพริกถึงขิง แซ่บร้านกว้าเศร้าซึ้ง ยิ้มร่าทว่าโศกลึก อ่านแล้วอึ้ง ทึ่งและ “อมยิ้ม”

 

อ.น.สพ.กรรณธพรรณ อุบลรัตน์ (หมอป๊ะ)

อ.น.สพ.กรรณธพรรณ อุบลรัตน์ (หมอป๊ะ)

 

บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม

 

สุรนันทน์ : คิดอย่างไร มาเป็นสัตวแพทย์

หมอป๊ะ : ก็ต้องเริ่มตั้งแต่สมัยเด็กๆ เป็นความคิดแบบเด็กๆ เห็นสัตว์ก็รัก เห็นแมวขี้เรื้อนก็เอามาอุ้ม เริ่มมาจากความรู้สึกแค่เพียงความรัก

สุรนันทน์ : ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าคนไทยรักสัตว์ ทุกคนรักสัตว์

หมอป๊ะ : ใช่ค่ะ ไม่ได้นึกถึงเรื่องของอาชีพ ไม่ได้คิดถึงเรื่องอะไรเลย คิดแค่ว่าถ้าเกิดวันนี้เราเจอสัตว์ไม่สบายเราเอามารักษาดีกว่า ก็คิดว่าอาชีพนี้น่าจะเหมาะกับเรา

สุรนันทน์ : ไม่คิดรักษาคน เพราะคนที่เป็นหมอส่วนใหญ่ก็อยากรักษาคน แต่ทำไมหมออยากรักษาสัตว์

หมอป๊ะ : พอกระบวนการทางความคิดเติบโตขึ้น ก็มีความเห็นว่า สัตว์มันพูดไม่ได้มันน่าสงสารมากกว่า คนเวลาปวดท้องก็จะบอกได้ว่าปวดท้อง ก็รู้สึกว่าดูเหมือนง่าย หมอก็จะให้ยาแก้ปวดท้อง แต่เวลาแมวปวดท้อง หมอต้องใช้อะไรหลายเรื่องมากขึ้น

สุรนันทน์ : ต้องมีญาณวิเศษ

หมอป๊ะ : ใช่ อาจจะต้องแอบมองตาแมวมัน

สุรนันทน์ : แล้วคุณหมอมีสัมผัสพิเศษหรือไม่

หมอป๊ะ : จริงๆก็รู้สึกเหมือนกันว่า เห็นอะไรบางอย่างในตัวสัตว์หลายๆอย่าง และจริงๆแล้วสัตวแพทย์ไม่ได้รักษาเฉพาะหมา กับแมว ยังมีวัว ควาย แพะ แกะ อะไรอีกหลายอย่างมากมายไปหมด

สุรนันทน์ : คือ มีทั้งสัตว์เศรษฐกิจ และสัตว์เลี้ยง ซึ่งสัตว์เลี้ยงเดี๋ยวนี้ก็มีแปลกๆ อย่างเช่น กิ้งก่า อีกัวน่า สัตว์จากต่างประเทศ แล้วหมอรักษาได้หมด สัตวแพทย์ต้องรักษาได้หมดหรือไม่

หมอป๊ะ : ในหลักสูตร เวลาเรียนต้องรักษาได้หมด โดยเราใช้พื้นฐานเดียวกัน คือ มีความแตกต่างในเรื่องของตัวสัตว์เอง แต่โดยพื้นฐานจริงๆก็คือ กระบวนการรักษาสัตว์ตามหลักการ

 

สัตวแพทย์แซ่บเวอร์-

สัตวแพทย์แซ่บเวอร์

 

สุรนันทน์ : ผมอ่านหนังสือคุณหมอแล้ว คุณหมอก็เริ่มต้นอย่างโลกสวย รักสัตว์ แต่พอไปเรียนจริงๆเป็นอย่างไรครับ เรียนสัตวแพทย์ยากแค่ไหน

หมอป๊ะ : สัตวแพทย์เรียนยากมากๆ เพราะว่าการเรียนจะมีทฤษฎีก่อนประมาณ 2 ปี

สุรนันทน์ : ก็เหมือนเรียนทุกอย่างต้องมีทฤษฎีก่อน แต่อย่างนี้ก็เป็นเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์หน่อย

หมอป๊ะ : ใช่ค่ะ แต่พอ 4 ปีที่เหลือ อันนี้เขาจะแยกเป็นโหมดๆเลยค่ะ ไม่ว่าคุณจะสูง ดำ เตี้ย ขาว คุณต้องล้มวัวได้ ล้มวัวให้วัวนอนแล้วคุณฉีดยาวัวได้คนเดียว คุณสามารถที่จะจับงูได้ด้วยทักษะที่คุณคิดว่า คุณทำได้ดีแค่ไหนถ้าคุณกลัว

สุรนันทน์ : ไม่ใช่ทักษะที่เราๆจะคุ้นเคย คนเป็นหมอคนก็อาจจะรู้เพราะคนที่เคยไปรักษาจะพอรู้ว่าหมอจะทำอย่างไร คนที่เป็นหมอสัตว์เขารู้ได้อย่างไรทักษะพวกนี้

หมอป๊ะ : การเรียนก็จะสอนให้เราได้มีวิชาการในเรื่องเกี่ยวกับการอ่าน การมอง การเห็น เขาเรียกว่าการสอบถามอาการแบบทางโค้ง ก็คือ มองสิ่งแวดล้อมมาประกอบ อย่างเช่น แมวตัวหนึ่งมานอนอยู่ตรงหน้าหมอ บางทีหมออาจจะไม่ได้มองแมวเป็นหลัก หมออาจจะต้องมองเจ้าของเป็นหลัก คือ เอาคำพูดของเจ้าของมาฟังก่อนว่า แมวตัวนี้เป็นอะไรบ้าง และเอาคำพูดของเจ้าของมากลั่นกรองก่อนว่า จริงเท็จอย่างไรก่อน แล้วค่อยคัดเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์ออกมา แล้วก็มองหน้าแมวประกอบอีกว่า อะไรบ้างที่ตรงกับเจ้าของบอก เช่น เจ้าของบอกว่า แมวไม่กินข้าวเลย ไม่กินอะไรเลย แต่ลักษณะแมวร่าเริงมาก หมอก็ต้องมานั่งเช็คว่า คำว่าไม่กินอะไรเลย คือ ไม่กินอะไรบ้าง บางคนไม่กินอะไรอ้าวแล้วทำไมยังมีชีวิตอยู่ได้ 2-3 วัน กินไส้กรอก กินแฮมเบอร์เกอร์ กินไก่เคเอฟซี และคำถามคือไม่กินอะไรเลย คืออะไร คำว่าไม่กินอะไรเลย คือ เขาไม่กินข้าว ปัญหาก็จะออกมาล่ะว่า แมวตัวนี้ไม่กินข้าวสวยทำอย่างไร ซึ่งไม่ใช่การป่วยก็กลับบ้านไปสิอะไรอย่างนี้

สุรนันทน์ : ฟังดูอย่างนี้ จริงๆไม่ใช่แค่รักษาสัตว์อย่างเดียว แต่อาจจะต้องรักษาเจ้าของด้วย

หมอป๊ะ : รักษาเจ้าของ 60% 100 ส่วน ต้องรักษาเจ้าของก่อน 60 ส่วน เพราะว่าเจ้าของป่วยมาก

สุรนันทน์ : เป็นจิตวิทยา ซึ่งก็ถือว่าเป็นจิตแพทย์แบบหนึ่ง

หมอป๊ะ : ใช่ค่ะ เพราะว่าเป็นสัตว์เลี้ยง ถ้าเป็นแนวสัตว์เลี้ยงเพราะว่าสัตว์เหล่านี้เกิดมาเพื่อเขา เขาก็แล้วแต่เจ้าของจะดูแล บางคนดูแลแบบตุ๊กตา หมอก็ต้องรักษาแบบตุ๊กตา บางคนดูแลแบบลูก หมอก็ต้องให้การรักษาแบบลูก ลูกป่วย บางคนถ้าเกิดเขามองสัตว์เป็นเด็กข้างบ้าน เด็กข้างถนน แล้วเราไปรักษาแบบลูกก็ไม่สัมพันธ์กัน

สุรนันทน์ : หลากหลายมากนะครับ และอย่างที่คุณหมอบอกคือ สัตว์มันพูดไม่ได้ ถ้ามันพูดได้มันอาจจะบ่นเจ้าของ

หมอป๊ะ : ใช่ค่ะ แต่มันก็มีแววตา มีเสียงร้อง มีการแสดงออก มีความกลัว มีอะไรหลายๆอย่างที่หมอสัมผัสได้ บางทีเจ้าของบางคนเขาบอกว่า เวลาพาหมามาหาหมอก็แปลกเหมือนกัน คือ เวลาที่หมาเข้ามาในร้านหมอ หรืออาณาเขตของหมอ แค่นั้นมันก็หยุดนิ่งแล้ว แต่อยู่บ้านมันไม่เป็น พอเข้ามาปุ๊บมันตกใจ

สุรนันทน์ : อันนี้บางคนก็เป็นนะ พอเจอหมอแล้วก็อาจจะหายได้

หมอป๊ะ : ตัวหมออาจจะมีกลิ่นหมาเยอะหรือเปล่า มันก็เลยกลัว

สุรนันทน์ : หมาที่บ้านผมพอพาไปหาหมอแล้วมันก็เงียบ เข้าคลินิก เข้าโรงพยาบาลสัตว์ก็เหมือนกัน สรุปแล้วมันมีจิตวิทยาทั้งของสัตว์ และของเจ้าของที่หมอจะต้องใช้ ก็เป็นทักษะอย่างหนึ่งที่ต้องเรียนรู้ แต่ของพวกนี้ต้องมาจากประสบการณ์

หมอป๊ะ : มาจากประสบการณ์ ซึ่งบางสิ่งบางอย่างก็พลาดได้เยอะแยะ หลายๆครั้งสัตวแพทย์ก็ยังพลาดได้ จึงเกิดเป็นความยากของวิชาชีพเกิดขึ้น

 

สัตวแพทย์แซ่บเวอร์

 

สุรนันทน์ : สนุกหรือไม่ เป็นอย่างที่ตัวเองฝันไว้ตอนเด็กๆหรือไม่

หมอป๊ะ : ไม่เป็นอย่างที่ฝันเลย หนังสือเล่มก็พยายามที่จะแฉว่า อะไรบ้างที่ไม่เหมือนที่ฝัน สัตวแพทย์เรียนอย่างไร 1,2,3,4,5 คือ หนังสือเล่มอื่นอาจจะมีบอกไปแล้ว แต่หนังสือ “สัตวแพทย์ แซ่บเวอร์” เล่มนี้จะมีบอกว่า อะไรบ้างที่ไม่คาดฝันว่าจะเจอจะเจอในเล่มนี้ อะไรบ้างที่สัตวแพทย์เขาเป็นกัน อะไรบ้างที่สัตวแพทย์แอบซ่อนเอาไว้ เช่น สัตวแพทย์ก็นินทาเจ้าของสัตว์นะ ก็แอบนินทากัน เจ้าของคนนี้แบบว่าอะไร

สุรนันทน์ : แต่นินทาเยอะเลยเล่มนี้ เล่าเรื่องราวดีกว่าอย่าเรียกว่านินทาเลย เพราะจริงๆแล้วในที่สุดแล้วคุณหมอก็สรุปว่า คุณหมอก็รักวิชาชีพนี้

หมอป๊ะ : รักค่ะ แต่อยากจะให้รู้เขารู้เรา รู้จักหมอ หมอรู้จักคุณ

สุรนันทน์ : ผมว่าหนังสือเล่มนี้เป็นประโยชน์ เพราะตอนแรกผมนึกว่า เป็น How To ในการเลี้ยงสัตว์แต่ไม่ใช่ เป็นหนังสือสำหรับคนที่อยากมีวิชาชีพนี้

หมอป๊ะ : อยากเป็นสัตวแพทย์ และอยากให้รู้จักสัตวแพทย์ในมุมเหมือนมนุษย์ปกติ ว่าเขาเป็นกันอย่างไร โดยผ่านการเล่าเรื่อง

สุรนันทน์ : แต่คนไม่ค่อยรู้จัก อย่างผมพาหมาไปหาหมอก็เห็นว่าเป็นคนน่ารัก แต่ว่าไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริง ไม่รู้ว่าเขามีที่มาที่ไปอย่างไร ลำบากแค่ไหน พอผมอ่านหนังสือคุณหมอแล้วนี่ เข้าใจเลยว่าไม่ใช่ง่าย

หมอป๊ะ : ไม่ใช่ง่าย บางทีก่อนที่จะมาพบเจ้าของสัตว์ ประตูที่บังอยู่ข้างหลังมีอะไรต้องเยอะ ก่อนที่จะเปิดประตูออกมาแล้วยิ้ม “สวัสดีค่ะ” แต่ก่อนหน้านั้นอาจจะเลิกกับแฟนมา อาจจะเพิ่งสูญเสียอะไรบางอย่างไป

สุรนันทน์ : ชีวิตส่วนตัวต้องอยู่ข้างหลังหมด

หมอป๊ะ : ใช่ค่ะ พอเปิดหน้ามาต้องพร้อมในการบริการ

สุรนันทน์ : เป็นเรื่องการบริการ เป็นเรื่องการดูแล

หมอป๊ะ : ใช่ ซึ่งวันนี้การรักษาสัตว์อย่างไรหมอไม่ได้เขียน แต่หมอเขียนเรื่องข้างหลังประตูนั้น ว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ

สุรนันทน์ : ผมอ่าน หมอก็ยอมรับ สัตวแพทย์ส่วนใหญ่เป็นอย่างหมอหรือไม่

หมอป๊ะ : ไม่ค่ะ ไม่เฉลย

สุรนันทน์ : ให้ไปอ่านเอาเอง อ่านเล่มนี้แล้วจะรู้เลย

หมอป๊ะ : หมอบอกวิธีการทดสอบแล้วในนี้ เช่น เอาจิ้งจกโยนใส่ ก็จะรู้เลยว่าใครเป็นอะไรไม่เป็นอะไร

สุรนันทน์ : เห็นคุณหมอมีโอกาสได้ไปต่างประเทศด้วย ไปเนปาล ไปทำอะไร

หมอป๊ะ : ไปเป็นสัตวแพทย์อาสารักษาสัตว์ เพื่อจะถามตัวเองเหมือนกันว่า สัตวแพทย์คืออะไร เพราะปัจจุบันเวลาหมออยู่ที่โรงพยาบาลสัตว์ หรือหมออยู่ในกระบวนการปกติในประเทศไทย เวลาที่หมอรักษาสัตว์ตัวหนึ่งรอดหรือหาย หมอจะได้รับการยกยอปอปั้นว่า หมอเป็นหมอที่ประเสริฐนางฟ้ามากๆเลย และหมอก็บอกว่า ไม่เป็นไรค่ะ เป็นหน้าที่ของหมอ สุดท้ายหลังจากสิ้นสุดการสนทนา คนเหล่านั้นก็ต้องไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ จำนวนเงินเท่าไรหมอก็ไม่ทราบ หมอก็เลยถามตัวเองว่า จริงๆแล้วมันตอบโจทย์เหมือนกับสมัยที่ตัวเองอยากจะเป็นหรือไม่

 

สุรนันทน์ : เพราะเรามาด้วยอุดมการณ์

หมอป๊ะ : ใช่ ก็เลยออกมาข้างนอกบ้าง ว่าข้างนอกเขาเป็นอย่างไร

สุรนันทน์ : เหมือนกันหรือไม่

หมอป๊ะ : แตกต่างค่ะ หมอเคยไปเช่นประเทศที่เขาเจริญมากๆ เช่น ออสเตรีย นิวซีแลนด์ และในประเทศอย่างเนปาล ที่เขาอาจจะพัฒนาอยู่ ก็เห็นความแตกต่างของสัตวแพทย์มากๆ อย่างเช่นประเทศที่เจริญขนาดนั้น เจริญในหลายๆวิชาการ คือ สัตวแพทย์พูดอะไร หนึ่งต้องเป็นหนึ่ง สองต้องเป็นสอง แต่ถ้าไปในประเทศที่แบบว่า การพัฒนากำลังไม่มากพอบางทีเห็น Inner อะไรบางอย่าง อย่างเช่น พอหมอรักษาสัตว์เสร็จเรียบร้อยสิ่งที่หมอได้รับกลับไม่ใช่การชื่นชม แต่เป็นพระพุทธรูปอะไรแบบนี้ ซึ่งเขาเดินเอามาให้หมอและบอกว่า เขาอยากจะให้หมอไปบูชา ซึ่งเป็นความรู้สึกแบบว่า ทำไมเขาต้องเอาสิ่งเหล่านี้มาให้ด้วย

สุรนันทน์ : รู้สึกเชิดชูเรา

หมอป๊ะ : เชิดชูเรา ให้เกียรติเรา โดยผ่านกระบวนการเป็นสัตวแพทย์เหมือนกัน

สุรนันทน์ : แต่เท่าที่ผมอ่านแล้วเหมือน คุณหมอรู้สึกน้อยใจเหมือนกับว่าสังคมไทยยังไม่ค่อยยอมรับสัตวแพทย์

หมอป๊ะ : น้อยใจมาก หนังสือเล่มนี้ตีแผ่ความน้อยใจใช่หรือไม่ค่ะ สัมผัสถึงใช่หรือไม่ค่ะ

สุรนันทน์ : สัมผัสถึงครับ

หมอป๊ะ : เกิดขึ้นทุกวัน ก็เลยเกิดความน้อยใจ เพราะว่าเวลาที่ไปหาคุณหมออื่นๆ ทันตแพทย์ แพทย์ ไม่เห็นเคยเลยที่จะบอกว่า ถอนฟัน 3 ซี่เท่าไร หมอบอก 5,000 บาท ก็โอเคอ้าปากให้ถอนเลย แต่กับสัตวแพทย์ ทำหมันเท่าไรค่ะ? บอก 700 บาท ต่อ 3 ตัว 1,000 บาทแล้วกันอะไรอย่างนี้ คือ หมอก็อุ๊ยตายไม่ได้ขายปลาทูเข่งนะ

สุรนันทน์ : ทั้งๆที่เป็นสัตว์เลี้ยง

หมอป๊ะ : ใช่ และพอหมอบอกว่า ไม่ได้ หรือว่ามันมีข้อปัญหา หมอกลายเป็นหมอที่ไม่มีจรรยาบรรณ เป็นคนไม่รักสัตว์ เป็นคนที่ถูกสังคมต่อว่า คือบางทีไม่เข้าใจ ก็เลยรู้สึกว่า เราต่างกันตรงไหน เราต่างกันอย่างไร ก็เลยมาชี้ให้เห็นว่า นอกจากสิ่งต่างๆที่เห็นจากภายนอกแล้ว ภายในก็มีอะไรมากมาย เงินเดือนก็ไม่เท่ากัน รายได้ก็ไม่เท่ากับหมอคนอื่นๆ วิถีชีวิตก็ไม่เท่ากัน มีโอกาสโดนหมากัดมากกว่าใครๆ คือ มีความเสี่ยงมากมายที่จะเกิดขึ้นในหลายๆด้าน จริงๆแล้วหนังสือเล่มนี้บางคนบอกว่าเป็น Pocket Book ของหมอหรือไม่ หมอบอกว่ามันไม่ใช่เลย แต่มันเป็น Pocket Book ของวิชาชีพนี้มากกว่า

สุรนันทน์ : ก็ต้องไปหาอ่านกัน หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ผมขอแนะนำ โดยเฉพาะคนที่อยากเป็นสัตวแพทย์ ในขณะเดียวกันคนที่อยากทำอาชีพอื่นๆแต่อยากจะเรียนรู้ชีวิตว่า ชีวิตจะต้องต่อสู้กับอะไรบ้าง มีมิติอะไรบ้าง ในหนังสือเล่มนี้มีข้อคิดที่ดีมาก

 

 

อ.น.สพ.กรรณธพรรณ อุบลรัตน์ (หมอป๊ะ)

อ.น.สพ.กรรณธพรรณ อุบลรัตน์ (หมอป๊ะ)

 

ผู้โชคดีได้รับหนังสือ “สัตวแพทย์แซ่บเวอร์” จำนวน 3 รางวัล

1. คุณโชติกา สอนใจ – จ.กรุงเทพฯ
2. คุณสิริรัช อาจกล้า – จ.กรุงเทพฯ
3. คุณอาทิตยา ฟรายด์แมน – จ.กรุงเทพฯ

 

******************************************

 

รายการคุยกันวันเสาร์

ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 19.30 – 20.00 น.

ทาง TNN.24 ชม ,ทรูวิชั่นส์ระบบปกติ ช่อง 07 / ระบบ HD ช่อง 111

 

ดูรายการย้อนหลังได้ที่นี่

 

Related posts:

  1. คุยกันวันเสาร์ Book Club by Suranand / Teaser คุยกันวันเสาร์ Book Club by Suranand / Teaser   คุยกันวันเสาร์ Book...
  2. เป็นตัวเองดีที่สุด โดย หวงถง / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand     เป็นตัวเองดีที่สุด...
  3. ‘จับกลโกงเซียนเพชร’ โดย Doctor Diamond / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand     ‘จับกลโกงเซียนเพชร’...
  4. Japan Gossip / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand     Japan...
  5. Fakebook เน็ตเวิร์คชวนตาย / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand     Fakebook...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top