Japan Gossip / Book Club by Suranand

Japan Gossip / Book Club by Suranand

Japan Gossip / Book Club by Suranand

รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand

 

 

Japan Gossip / Book Club by Suranand

 

Japan Gossip / Book Club by Suranand

Japan Gossip / Book Club by Suranand

ออกอากาศ เสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2557

สัมภาษณ์  คุณเกตุวดี Marumura

หนังสือ Japan Gossip

สำนักพิมพ์  มติชน

Japan Gossip / Book Club by Suranand

Japan Gossip / Book Club by Suranand

 

Japan Gossip เม้าท์ญี่ปุ่นให้คุณยิ้ม / เกตุวดี Marumura

“Japan Gossip เม้าท์ญี่ปุ่นให้คุณยิ้ม” เป็นหนังสือสนุกๆ น่ารักสไตล์ญี่ปุ่น ที่คุณ “เกตุวดี” เล่าจากประสบการณ์จริงที่ใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่นถึง 8 ปี ไม่ใช่เพียงไปเที่ยวแล้วกลับมาเล่า แต่เป็นการไปสัมผัสลึกกับครอบครัวและสังคมญี่ปุ่นจริงๆ ถึงขนาดที่ผมสัมภาษณ์คุณเกตุวดีไปยังรู้สึกนึกว่าคุยกับคนญี่ปุ่นเลยเพราะคุณเกตุวดีคงซึมซับมาเยอะมาก

เรื่องส่วนใหญ่จะเป็นมุกเล่าขำๆ หรือเป็นเรื่องที่ปกติคนไทยจะไม่ได้รับรู้ เรียกว่าเป็น “Unseen” ก็ได้ มีทั้งมารยาทบนโต๊ะอาหาร รหัสลับของร้านค้าญี่ปุ่น อาชีพแปลกๆ ฯลฯ หนังสือมีภาพวาดสี่สีประกอบทั้งเล่ม ทำให้รูปเล่มสวยน่าอ่าน

คุณเกตุวดียังมีเว็บไซด์ www.marumura.com ที่ติดตามผลงานของเธอได้ครับ เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่จะไปเที่ยว ไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น หรือผู้ที่อยากจะเข้าใจเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่มาอาศัยอยู่ในเมืองไทย / สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

 

Japan Gossip / Book Club by Suranand

Japan Gossip / Book Club by Suranand

 

********************************

 

Japan Gossip เมาท์ญี่ปุ่นให้คุณยิ้ม

เกตุวดี Marumura

ประวัติ

เกตุวดี เป็นนักเรียนไทยที่ได้ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นถึง 8 ปี ตลอดระยะเวลาดังกล่าวทำให้เธอได้ซึมซับวัฒนธรรมผ่านมุมมองของนักศึกษา จนเมื่อเรียนจบ เธอกลับมาทำงานที่เมืองไทย พัฒนาตนเองสู่การเป็นล่าม อาจารย์วิชาการตลาดของญี่ปุ่น และเขียนหนังสือ โดยเล่าผ่านมุมมองของสาวไทยช่างสงสัย ช่างคิด ช่างเล่า ด้วยภาษาเป็นกันเอง ถ่ายทอดลงใน www.marumura.com เว็บไซด์สำหรับคนรักญี่ปุ่น จนมาถึงหนังสือเล่มนี้ที่เธอตั้งใจเล่าและเมาท์ญี่ปุ่น ในแง่มุมที่น่าสนใจไม่ต่างกัน

 

คุณเกตุวดี Marumura ผู้เขียนหนังสือ 'Japan Gossip'

คุณเกตุวดี Marumura ผู้เขียนหนังสือ 'Japan Gossip'

 

บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม

สุรนันทน์ : เป็นเพราะอะไร คุณเกตุวดี จึงสนิทสนมกับคนญี่ปุ่น

เกตุวดี : ไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นมา 8 ปี

สุรนันทน์ : 8 ปี คือช่วง ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ไปเรียนอะไรที่นั่นครับ

เกตุวดี : ตอนปริญญาตรีเรียนเศรษฐศาสตร์ ปริญญาโทและปริญญาเอกเรียนต่อ Marketing

สุรนันทน์ : อยู่ที่ญี่ปุ่น เป็นนักเรียน ใช้ภาษาญี่ปุ่น ใช้ชีวิตกับคนญี่ปุ่น

เกตุวดี : ใช่ค่ะ ไปเรียนภาษาก่อน 1 ปี และก็เข้ามหาวิทยาลัย

สุรนันทน์ : และญี่ปุ่นเป็นอย่างไรในมุมมองของคนที่อยู่ที่นั่น อย่างผมไปเที่ยวก็มีอีกมุมมองหนึ่ง คนที่อยู่กับคนญี่ปุ่นจริงๆ ใช้ชีวิตกับคนญี่ปุ่นจริง เหมือนกับคนไทยที่มองคนญี่ปุ่นทั่วไปหรือไม่

เกตุวดี : ก่อนที่จะไปก็มองว่า คนญี่ปุ่นสุภาพ ขี้อาย เรียบร้อย คิดถึงคนอื่น ไปถึงก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่เราก็มองลึกไปอีกว่า เวลาที่เขาอยากได้อะไร หรือเวลาที่เขาต้องการความช่วยเหลืออะไรทำไมเขาไม่พูดตรงๆ เขามีวิธีพูดอ้อมๆแบบไหนบ้าง หรือเวลาบางทีที่เขาโกรธเขา Express ตัวเองอย่างไร เราก็จะสังเกตมุมแปลกๆของเขา

 

'Japan Gossip'

สุรนันทน์ : แล้วคนญี่ปุ่นที่เรารู้สึกว่า เขาเป็นคนมีวินัย ขยันขันแข็งเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่

เกตุวดี : จริงอย่างที่เราเห็นเลยค่ะ

สุรนันทน์ : เห็นอย่างไร เป็นอย่างนั้น แต่มีเรื่องแปลกๆที่เราคิดไม่ถึง อย่างเช่นอะไร

เกตุวดี : อย่างเวลาที่โกรธกับสามีมา ทะเลาะกับสามี เพื่อนก็จะมาเล่าให้ฟังว่า เมื่อเช้าทะเลาะกับสามีฉันโมโหเขามากเลย และเขาก็บอกว่า นี่ฉันแอบเอาแปรงสีฟันของเขาไปแปรงหมาน้อยที่บ้านแล้วก็เอากลับไปวางไว้ที่เดิม เป็นการแก้แค้นแบบเนียนๆ ไม่ได้พูดตรงๆ คือคนไทยจะโหดแบบตรงๆ แต่คนญี่ปุ่นจะแบบร้ายๆเล็กๆ

สุรนันทน์ : มีเรื่องอะไรบ้างที่คุณเกตุวดี คิดว่าเป็นเรื่องที่คนไทยไม่เห็น และคุณเกตุวดีเห็นว่า สิ่งนี้เป็นเรื่องที่เราไม่รู้เกี่ยวกับคนญี่ปุ่น

เกตุวดี : อย่างเช่น ตอนฟุตบอลโลกเราจะเห็นคนญี่ปุ่นเก็บขยะตรงสแตนด์ เราจะเห็นภาพแค่นั้นแต่พอไปอยู่นานๆก็จะรู้ว่า ทำไมเขาจึงทำอย่างนั้น หรือทำไมคนญี่ปุ่นได้รับรางวัลโนเบลกันหลายคน ทำไมคนเอเชียชาติอื่นๆถึงไม่ได้ เราก็จะมองลึกไปถึงตรงนั้น

สุรนันทน์ : สิ่งที่เราเห็นก็คือ ใช่ตามนั้น แต่ก็ยังมีความลับ ลึกลับอะไรบางอย่างที่เมื่อคุณเกตุวดี เข้าไปสัมผัสแล้วทำให้เข้าใจมากขึ้น ทำไมคนญี่ปุ่นจึงได้รางวัล โนเบล มากกว่าคนอื่น

เกตุวดี : อย่างตอนเด็กๆเขาก็จะฝึกเด็กเรื่องการศึกษา เด็ก 7 ขวบเขาก็จะให้ไปสังเกตแมลงด้วง แมลงต่างๆ แล้วเอาปฏิทิน เอาสมุดโน้ตไปสเก็ซ ไปทำเป็น Report มา ไปวิเคราะห์ว่า แมลงเดินอย่างไร บินอย่างไร เด็กก็ต้องคอยไปดูคอยสังเกต ตลอดช่วงปิดเทอมหน้าร้อน 2-3 เดือน เด็กก็ต้องไปนั่งดูตลอด เก็บข้อมูลตลอด แล้วเด็กก็จะอิน เขาก็จะชอบวิจัย ชอบหาข้อมูล และนั่นก็เป็นการสอนให้เด็กรู้จักอ่านหนังสือ รู้จักวิเคราะห์ เก็บข้อมูลตั้งแต่เด็กๆ

สุรนันทน์ : เขาคิดเป็นระบบ ทำเป็นระบบ มีความลึกซึ้งเข้าใจที่จะทำมากกว่าคนไทย และคนทั่วไป

เกตุวดี : ที่ตกใจมากคือ ตอนไปโฮมสเตย์ บ้านคนญี่ปุ่นเป็นลูกชายอายุประมาณ 7 ขวบ เขาก็จะคุยกับพ่อ แม่ พอดีไปวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ เขาก็จะถามว่า ป๊าพรุ่งนี้วันอาทิตย์เราจะไปที่ไหนกันบ้าง เขาก็บอกว่า พ่อเขาเดี๋ยวเราไปเที่ยวทะเลกันแถวนั้น เด็กก็ถามว่า ออกจากบ้านกี่โมงครับ ซึ่งปกติเด็กไทยจะไม่ถามขนาดนั้น เราจะใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ พ่อเขาก็บอก 10 โมงลูก ถ้าอย่างนั้นผมทานข้าวสัก 8 โมงดีมั้ยครับ คือเด็กเขาจะคิดแบบเป็น Schedule ว่า วันนั้นเขาจะทำอะไรบ้าง แล้วเด็กคนนี้มี Diary ของตัวเองแล้ว อายุแค่ 7 ขวบ

สุรนันทน์ : ความคิดที่เป็นระบบของญี่ปุ่น คุณเกตุวดี คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นเจริญขึ้น

เกตุวดี : มากๆค่ะ

 

คุณเกตุวดี Marumura ผู้เขียนหนังสือ 'Japan Gossip'

คุณเกตุวดี Marumura ผู้เขียนหนังสือ 'Japan Gossip'

 

สุรนันทน์ : หนังสือเล่มนี้ พูดถึงบางเรื่องที่เป็นเรื่องเบาๆ ที่บางคนไม่รู้ หรือประเพณีปฏิบัติหรือมารยาทสังคมที่บางคนก็ไม่รู้ อย่างไปทานข้าวกับคนญี่ปุ่น บางทีไม่รู้มารยาทบนโต๊ะอาหารเล่มนี้บอก มีอะไรที่คนไทยควรรู้บ้าง อย่างผมมีลูกค้าญี่ปุ่น ควรจะรู้อะไรบ้างเวลาพาไปทานข้าว ไปทานข้าวกับคนญี่ปุ่น

เกตุวดี : ตอนแรกพอเราไปกับคนญี่ปุ่น 3-4 คน เราจะสั่งน้ำ สั่งอาหาร พอเด็กยกเบียร์มา ยกโค้กมาเราจะยกซดเลยอย่างนั้นไม่ได้ ญี่ปุ่นเขาต้องเริ่มพร้อมกัน ทำอะไรพร้อมเพรียงกัน และก่อนจะเริ่มเขาก็ต้องเหมือนมีพิธีกรรมอย่างหนึ่งก่อน เหมือนคนไทยถ่ายรูป คนญี่ปุ่นต้อง “คัมไป” คือ “ชนแก้ว”

สุรนันทน์ : ถึงว่า เมื่อก่อนจิบอะไรไปก่อน คนญี่ปุ่นเขามองหน้า

เกตุวดี : เขาจะไม่ได้เลยค่ะ ทำไมไม่รอเขา

สุรนันทน์ : แต่คนไทยเป็นคนอิสระ เสรี ไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่วิธีปฏิบัติไม่เหมือนกัน คือตั้งปั๊บอย่างน้ำนี่บางทีก็ดื่มเลย กับข้าวต้องรอกัน แต่ว่าดื่มน้ำสักนิดนึง อันนี้ญี่ปุ่นต้องรอกัน

เกตุวดี : ทำไม่ได้ ต้องรอ

สุรนันทน์ : และเขาจะเข้าใจหรือไม่ อย่างคุณเกตุวดี เป็นคนไทยถ้าเกิดไปทำอะไรเปิ่นๆผิดๆ จากประเพณีเขา เขาเข้าใจหรือไม่

เกตุวดี : เข้าใจ แต่เขาจะไม่มองว่า เราเป็นพวกเดียวกับเขา อย่างคุณสุรนันทน์ มีเพื่อนต่างชาติที่สนิทๆเราก็จะไปไหนมาไหนก็จะคุยกันเปิดอก แต่เกตุกับเพื่อนคนญี่ปุ่นบางคน รู้สึกเหมือนกับว่า ขนาดเป็นเพื่อนสนิททานข้าวด้วยกันทุกวัน เขามีแฟน เขาคบใคร ไม่เคยเล่าให้เราฟังเลย เหมือนเขาขีดเส้นบางๆ เพราะเราเป็นคนต่างชาติเขายังไม่เปิดใจให้เรา

สุรนันทน์ : ถ้าเกิดเราทำตามประเพณีปฏิบัติเขาได้ หรือเราเข้าใจวิถีชีวิตเขา ก็จะทำให้เรามีความสนิทสนม เขาอาจจะเปิดใจให้มากขึ้น ไปอยู่ที่บ้านญี่ปุ่น อะไรเป็นความประทับใจมากที่สุด

เกตุวดี : เป็นความใจดี และความคิดเผื่อเราตลอดเวลา อย่างคุณพ่อ คุณแม่ คนญี่ปุ่นที่ไปอยู่ปีแรกเขาน่ารักมาก เพราะเขาบอกว่าที่ผ่านมาเคยรับเด็กต่างชาติหลายคน และเคยรับเด็กไทยคนหนึ่งซึ่งพี่เขาเป็นคนที่ทานน้ำเก่งมาก เขาจะเอาน้ำเป็นเหยือกไปตั้งไว้ที่ห้อง พอเราไปถึงเขาก็จะเอาน้ำมาตั้งให้ เอาผ้าห่มหนาๆมาให้ เพราะเขารู้ว่าคนไทยขี้หนาว เขาจะคิดเผื่อ คิดดูแลเราเป็นอย่างดี เอาไดร์เป่าผมมาวางให้ คือเตรียมพร้อมทุกอย่าง

สุรนันทน์ : ความมีน้ำใจของคนญี่ปุ่น กับคนไทย ความจริงแล้วก็ไม่แพ้กัน เพียงแต่แสดงออกมาคนละอย่าง ถ้าผมจับทางคุณเกตุวดีได้คือว่า คนญี่ปุ่นมีระบบคิดไม่ว่าจะงานวิจัยต่างๆ หรือง่ายๆก็ที่บ้านเขาก็คิดเป็นระบบ ตรงนี้ คุณเกตุวดี ใช้เวลานานหรือไม่จนกว่าจะเจอะเข้าใจเขา

เกตุวดี : ไปอยู่ญี่ปุ่นมา 8 ปี ปีแรกมีความรู้สึกว่า ไม่เข้าใจคนญี่ปุ่นเลย พออยู่มา 4 ปี ก็รู้สึกว่าฉันเป็น Professional ด้านญี่ปุ่นแล้ว พอผ่านมาปีที่ 8 ถึงค่อยรู้สึกว่า ฉันเพิ่งเริ่มจะเข้าใจคนญี่ปุ่น เป็นชาติที่ลึกซึ้ง และเข้าใจยากมาก เพราะเขาอยากได้อะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เขาจะไม่พูดตรงๆ

สุรนันทน์ : เขาพูดอ้อม และเราต้องหาทางเจาะให้ได้

เกตุวดี : ต้องสังเกต สีหน้าท่าทางทุกอย่าง

สุรนันทน์ : และญี่ปุ่น จริงๆแล้วเป็นคนช่างสังเกตหรือไม่

เกตุวดี : ช่างสังเกตค่ะ

 

คุณเกตุวดี Marumura ผู้เขียนหนังสือ 'Japan Gossip'

 

สุรนันทน์ : เพราะฉะนั้น เราก็ต้องทำตัวแบบเขา

เกตุวดี : คือ ความช่างสังเกตของเขามันอยู่ในชีวิตประจำวันของเขาด้วย ซึ่งบางทีคนไทยเราไม่ได้สังเกตขนาดนั้น ถามว่าเราไปทานก๋วยเตี๋ยว เราเคยสังเกตหรือไม่ว่าทำไมน้ำซุปร้านนี้อร่อยมาก เส้นนุ่ม เราไม่ได้มองถึงตรงนั้น แต่ญี่ปุ่นเขาจะคิด และเขามอง

สุรนันทน์ : จึงสะท้อนออกมาทางวัฒนธรรม แม้กระทั่งระบบเศรษฐกิจของเขา ความละเอียดแม้กระทั่ง Package การบรรจุหีบห่อของญี่ปุ่น ดูมีความละเอียดเหมือนกับคิดไว้หมดแล้ว

เกตุวดี : เขาคิดว่า ถ้าฉันเป็นลูกค้าฉันเปิดสินค้าตัวนี้อย่างไร จำได้ว่าประทับใจมาก เคยไปซื้อบะหมี่ แค่บะหมี่ถ้วยปกติจะมีพลาสติกห่อ เขาอุตส่าห์ทำสติ๊กเกอร์ด้านล่าง และพอเปิดออกมามันจะเป็นรู ทำให้เราฉีกพลาสติกที่หุ้มห่อมาม่าออกมาได้ง่ายกว่า มันจะมีจุดเล็กๆน้อยๆ ที่เขาใส่ใจรายละเอียดจริงๆ

สุรนันทน์ : แล้วคนญี่ปุ่น กับคนไทย เป็นแฟนกันได้หรือไม่ ผมอ่านแล้วมีบทความรัก สำหรับคนที่อยากจะมีแฟนเป็นคนญี่ปุ่น หรือมีแฟนเป็นคนญี่ปุ่นแล้วยังไม่เข้าใจ บทตรงนี้ทำให้เข้าใจได้มากขึ้น มีอะไร Hint หรือไม่ สำหรับคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น หรืออยากจะมีแฟนเป็นคนญี่ปุ่น

เกตุวดี : คนญี่ปุ่น เขาจะประทับใจในความง่ายๆ ร่าเริงของคนไทย ยิ่งสาวไทยจะปล่อยมุข ขำขัน เฮฮา ซึ่งคนญี่ปุ่นเขาจะชอบ เพราะเขาอยู่ในสังคมที่อยู่ในกรอบ มีระเบียบตลอด และพอสาวไทยไปก็ เฮ้ยไม่เห็นต้องแคร์สังคมเลย เขาอยู่ด้วยแล้วเขารู้สึกสบายใจ

 

*************************************************

 

คุณเกตุวดี Marumura ผู้เขียนหนังสือ 'Japan Gossip'

คุณเกตุวดี Marumura ผู้เขียนหนังสือ 'Japan Gossip'

 

******************************************

 

รายการคุยกันวันเสาร์

ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 19.30 – 20.00 น.

ทาง TNN.24 ชม ,ทรูวิชั่นส์ระบบปกติ ช่อง 07 / ระบบ HD ช่อง 111

 

ดูรายการย้อนหลังได้ที่นี่

 

Related posts:

  1. คุยกันวันเสาร์ Book Club by Suranand / Teaser คุยกันวันเสาร์ Book Club by Suranand / Teaser   คุยกันวันเสาร์ Book...
  2. Fakebook เน็ตเวิร์คชวนตาย / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand     Fakebook...
  3. เป็นตัวเองดีที่สุด โดย หวงถง / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club by Suranand     เป็นตัวเองดีที่สุด...
  4. “EASY TO FIT” ฟิตง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน / Book Club by Suranand รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง  Book Club by Suranand      “EASY TO...
  5. Book Club / คิดต่างสร้างใหม่ รายการคุยกันวันเสาร์ ช่วง Book Club สนทนากับ คุณธีรภัทร บุตรจันทร์ ผู้เขียนหนังสือ  “คิดต่างสร้างใหม่”   ออกอากาศเมื่อวันเสาร์ที่...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top