มื้อนี้ท่านได้แต่ใดมา โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

อาหารการกินในยุคนี้เน้น “กินง่าย” ไว้ก่อนครับสำหรับคนที่ไม่มีเวลาซึ่งรวมถึงผมด้วย  ใช้วิธีซื้อข้าวกล่องหรือข้าวถุงแกงถุงมาจากปากซอยแล้วคอยเอาใส่ตู้เย็นไว้กินมื้อต่อไป

ต่อชีวิตไปได้อีกหนึ่งมื้อ

ผมเองรู้สึกขอบคุณแม่ค้าและพ่อค้าที่ขายข้าวตามสั่งอยู่เสมอว่าถ้าไม่มีพี่ๆทุกท่านนี้ผมก็คงแย่  เพราะมีทุกท่านเลยทำให้ได้กินอาหารร้อนๆอร่อยๆที่ทำให้มีพลังสู้ชีวิตต่อไปทั้งในยามเช้า,บ่ายไปจนถึงค่ำ

อาหารที่สั่งบ่อยกินประจำก็จะเป็นประเภทข้าวจานเดียวครับ  อย่าง ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว,แขนงหมูกรอบ,ก๋วยเตี๋ยว,ต้มเลือดหมู,ก๋วยจั้บบ้างหรือบางทีที่รีบก็ข้าวไข่เจียวราดซอสแดงให้ชุ่มนี่ละครับ

ด้วยเงื่อนเวลาที่จำกัดในแต่ละวัน  ถ้าวันไหนโชคดีขอแค่ได้กินอาหารร้อนๆสักจานก็ชื่นใจแล้วครับ

ท่านที่ใช้ชีวิตติดอยู่กับงานต้องการกินด่วนและกินง่ายๆมีเทคนิคที่กินให้ปลอดภัยอยู่ครับ  อาหารกินด่วนไม่ได้อันตรายเสมอไปถ้าท่านคอยดูสิ่งที่ควรระวังดังต่อไปนี้

 5 สิ่งที่พึงระวัง

-ยาปฏิชีวนะ  ในเนื้อสัตว์ยอมนิยมคือไก่และหมู  ขออย่าดูแค่มาจากฟาร์มใหญ่โตเท่านั้นนะครับแต่ต้องถามว่าปลอดยาปฏิชีวนะหรือไม่

-ยาฆ่าแมลง  อย่าวางใจเพราะเป็นผักในห้างหรู  ขอให้ดูว่าถ้าเป็นผักยอดนิยมต้องระวังเช่น คะน้า,พริกจินดา,ผักชี,ต้นหอม,ถั่วฝักยาว ฯลฯ

-สารปนเปื้อน  เช่น โลหะหนักในไข่เยี่ยวม้า,ถั่วลิสงมีราอะฟลาท็อกซิน,ของทอดที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำมีสารโพลาร์และลูกชิ้นกับทับทิมกรอบที่ใส่บอแรกซ์หรือน้ำประสานทอง

-อาหารปลอม  อาหารปลอมมีหลายรูปแบบมาก  ตั้งแต่ปลอมทั้งหมดเช่น ไข่ปลอม,วิตามินปลอมหรือปลอมบางส่วนอย่าง ลูกชิ้นที่ปนเนื้อปลาปักเป้า

-อาหารไม่ได้มาตรฐาน  ที่ผลิตออกมาโดยมีคุณภาพไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด  เป็นอาหารด้อยคุณภาพที่อันตรายต่อสุขภาพเช่น อาหารนำเข้าที่มีสารกันบูดอันตรายหรือนมอัดเม็ดที่มีเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคปน

หลายท่านบอกว่าจะดูอย่างไรเพราะยากเหลือเกินคงไม่มีเวลาดู  ผมเองเข้าใจท่านที่รักดีทีเดียวครับเพราะเราหัวอกเดียวกันเป็นคนทำงานที่จะหาเวลากินได้ก็ตอนช่วงพักเที่ยง  ไม่เป็นไรครับ  ทางหนึ่งที่ใช้สังเกตได้คือให้ระวังเนื้อสัตว์ที่เสี่ยงต่อยาปฏิชีวนะ

โดยเฉพาะ เนื้อไก่กับ เนื้อหมู

ซึ่งถ้าไม่แน่ใจก็ขอให้ไม่รับประทานซ้ำบ่อยจนเกินไปครับ  ส่วนเรื่องยาฆ่าแมลงในผักนั้นใช้วิธีง่ายสุดเลยครับคือให้เขาผัดหรือต้มให้สุกจะช่วยได้มากครับ  แล้วอย่างสุดท้ายสำหรับอาหารปลอมและอาหารไม่ได้มาตรฐานนั้นผมได้เคยคุยกับอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มาซึ่งท่านก็ทำหน้าที่คอยเฝ้าระวังให้ผู้บริโภคอย่างเราๆอยู่แล้ว  ซึ่งหากดูแล้วหน้าตาอาหารไม่น่าไว้ใจก็ติดต่อไปทางกรมได้ครับ

                จะได้ไม่ต้องเสี่ยงอีกต่อไป

 

8 เมนูที่ต้องดูให้ดี

 

เมื่อได้ทราบหลักง่ายๆในการทำให้อาหารมื้อง่ายที่พวกเรากินกันก่อนจะเข้างานปลอดภัยแล้วก็ต้องมาดูกันครับว่ามีอาหารยอดนิยมของหนุ่มสาวออฟฟิศจานไหนบ้างที่มีความเสี่ยงจากอันตรายทั้ง 5 อย่างที่กล่าวมา

เริ่มด้วยจานยอดฮิตก่อน

 

1) ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว  ระวังกับทั้ง “ไก่” และ “ไข่” ครับ  การรับประทานไก่มากเกินไปอาจไปกระตุ้นกรดยูริกในเลือดให้สูงและถ้าเป็นเก๊าท์อยู่ก็จะกำเริบได้ครับ  ส่วนไข่ดาวก็มีแคลอรี่ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว  ท่านอาจรับประทานแบบไข่ต้มและไม่ควรรับประทานไข่มากเกินไปครับ(เพราะข้าวก็มีแคลอรีสูงเอาเรื่องอยู่)

2) ข้าวไข่เจียว  จานนี้ไม่ว่าทอดอยู่ที่แห่งหนตำบลไหนก็ “หอม” เตะจมูกชวนให้เดินตามครับ  จานไข่เจียวมีแคลอรีสูงมากจากน้ำมันที่ใช้ทอด  และการเติมซอสพริกเข้าไปก็ทำให้ได้แคลอรีเพิ่มเข้าไปอีก  อาจจะใช้วิธีลดข้าวลงแล้วให้ใส่ต้นหอมเข้าไปในไข่(ถ้าเลือกได้ไม่เสี่ยงตะหลิว)แล้วก็ปรุงแต่พองามครับ

3) ข้าวหมูกระเทียม  และสารพัดข้าวหมูทอด  เพราะ “หมูทำอะไรก็อร่อย”  กินง่ายอร่อยมากเดี๋ยวเดียวหมด  มีดีกรีความอร่อยขนาดทำให้คนสั่งกินได้อยู่แทบทุกมื้อ  บางทีสลับเป็นข้าวเหนียวบ้าง  เป็นอาหารที่มีแคลอรี่สูงมากครับ  ยิ่งโรยกับกระเทียมเจียวกรอบแล้วต้องระวังน้ำมันที่มีปริมาณสูงด้วยนะครับ  ขอให้เลือกเจ้าที่ทอดไม่เกรียมและดำไปครับ

4) น้ำพริกปลาทู  เมนูแบบไทยๆที่กินง่ายเพราะเดี๋ยวนี้เอามาทำแบบอาหารจานเดียวแล้ว  ซึ่งทั้งน้ำพริกปลาทูและน้ำพริกลงเรือให้ระวังเรื่อง “ผักดิบ” ครับเพราะมีสิทธิ์เสี่ยงยาฆ่าแมลงสูง  ขอให้รับประทานผักที่ลวกแล้วจะดีกว่าครับ  ส่วนปลาทูที่ทอดแล้วก็ต้องระวังน้ำมันที่จะชุ่มฉ่ำเกินไป  ถ้าเป็นไปได้ขอให้เลี่ยงส่วนครีบและหัวที่อมน้ำมันครับ

5) ข้าวมันไก่  หนึ่งในจานซุปเปอร์แคลอรีที่มีครบทั้งข้าวที่หุงกับน้ำมัน  ส่วนไก่ก็เป็นไก่ตอนที่น้ำมันเยิ้ม  แม้จะเป็นไก่จากฟาร์มดังแต่ก็ต้องระวังยาปฏิชีวนะที่ถ้าไม่แน่ใจก็ไม่ควรรับประทานบ่อยจนเกินไปครับ  สำหรับจานนี้ขอให้เลี่ยงการรับประทานแบบข้าวมันไก่ทอดครับ  ให้เป็นไก่ต้มแบบเดิมก็พอแล้วครับ

6) ข้าวขาหมู  ที่สุดของแคลอรีที่กินกระเทียมล้างบาปอย่างไรก็ไม่พอ  ข้าวขาหมูที่ใส่ครอบจักรวาลทั้งคากิ,ไส้หมูและไข่ไก่จะยิ่งทำให้ตัวบานได้เร็วมาก  ในเนื้อหมูก็ต้องดูให้ดีครับว่ามาจากฟาร์มที่เลี้ยงด้วยยาปฏิชีวนะหรือไม่  แม้ขาหมูจะเป็นของโปรดของใครๆแต่ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ครบเครื่องทั้งจานเสมอไปนะครับ

7) ส้มตำไก่ย่าง  การกินส้มตำเป็นอาหารสุขภาพอยู่แล้ว  ซึ่งการรับประทานไก่ย่างเพิ่มจะทำให้มื้อนั้นได้พลังงานเพิ่มขึ้น  ซึ่งถ้าให้ดีขอให้เลือกไก่ที่เนื้อเยอะแต่มันน้อย  ขอเชียร์ให้เลือกไก่แบบชาวบ้านที่ไม่ต้องมาจากฟาร์มนี่ละครับที่จะได้เนื้ออร่อยหนังกรุบให้ได้เคี้ยว  ดีกว่าไก่จากฟาร์มที่อาจเสี่ยงต่อยาปฏิชีวนะและไขมันที่มากกว่า “ไก่บ้าน”

8 ) โจ๊กใส่ปาท่องโก๋  งานนี้ผู้ร้ายอยู่ที่ปาท่องโก๋ครับ  มื้อเช้าที่กินง่ายมื้อนี้มีอันตรายอย่างคาดไม่ถึงจากสารแอมโนเนียที่ “จงใจ” ใส่อยู่ในปาท่องโก๋เพื่อให้กรอบสะใจ  ซึ่งโดยปกติถ้าไม่รับประทานกับโจ๊กหรือนมข้นหวานเราจะได้กลิ่นแอมโมเนียฉุนกึ้กออกมาจากปาท่องโก๋ให้สังเกตได้  แต่ถ้าฉีกรวมลงไปกับโจ๊กแล้วเป็นอันหมดสิทธิ์รู้เลยครับ

 

ผมเองยังจำได้ดีว่าถ้าวันไหนได้นั่งกินข้าวสักจานแกงสักถ้วย  อาจจะเป็นข้าวมันไก่นี่ละครับแล้วได้น้ำต้มฟักซี่โครงไก่มาแกล้มสักชาม  วันนั้นจะเห็นสวรรค์รำไรมีกำลังใจทำงานขึ้นอีกโขเลยครับ

ท่านที่รักเองก็คงมีอาหารง่ายๆที่เป็นจานโปรดประจำตัวอยู่เหมือนกันนะครับ  ขอให้ลองสังเกตดูว่าเรารับประทานเมนูไหนบ่อยแล้วลองดูรายละเอียดเครื่องปรุงของมันเป็นอย่างๆเหมือนที่ผมให้รายละเอียดไว้ด้านบนแล้วท่านค่อยๆลดมันลงหรือสลับรับประทานกับเมนูอื่นบ้าง  แค่นี้ท่านก็ยังคงทาน “ของโปรด” ได้เหมือนเดิมแล้ว

 

อย่าอดจนไม่มีแรงทำงานนะครับ

 

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

 

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

Related posts:

  1. 10 เมนูกินบ่อย ที่อย่าปล่อย “เยอะ”ไป โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช สัตว์ที่น่าสงสารชนิดหนึ่งของโลกคือ “ม้าเทียมรถ”  ตลอดชีวิตของมันถูกปิดตาทั้ง 2 ข้างไว้  เหลือช่องโหว่เล็กๆเอาไว้ให้มองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียวสุดแต่สารถีจะให้เลี้ยวหรือตรงไปทางไหน ชีวิตนี้เห็นแต่ถนนตรงหน้ากับหญ้าอีกเล็กน้อย ชีวิตของคนที่มองแต่เป้าหมายเบื้องหน้าเพียงอย่างเดียวก็น่าเสียดาย  อุตส่าห์ได้เกิดมาเป็นมนุษย์เลือกได้แต่กลับแน่วแน่แต่ถนนเบื้องหน้าจนลืมมองความงามระหว่างทางที่ผ่านมาได้เห็น เป็นอย่างนี้จนถึงวันสุดท้ายที่หมดแรงชีวิตแล้วมาได้คิดว่าชีวิตที่ผ่านมาช่างว่างเปล่า...
  2. 10 อาหารสุขภาพรอบรั้วโรงเรียน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ช่วงนี้น้องๆเรียนหนังสือกันอย่างขมักเขม้นท่ามกลางสายฝนพรำนะครับ  พอตกเย็นพอเพลาคนไข้ที่คลินิกลงบ้างแล้วผมชอบเดินลัดเลาะไปแถวรั้วโรงเรียนครับ  เผอิญว่าคลินิกผมอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนมัธยมใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งคนแถวห้วยขวางรู้จักดี  ที่เดินใกล้โรงเรียนน่ะไม่ได้ไปเหล่อะไรครับ  แต่เพราะมีห้องสมุดประชาชนใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ ไปดูน้อง เอ้อ…หนังสือใหม่ๆน่ะครับ ใช้ชีวิตอยู่แถวนั้นจนคนรู้จักดีว่าไอ้นี่ชอบเดิน  แถมบางทีก็ไปถ่ายรายการหน้าโรงเรียนก็บ่อยไป  ได้เห็นพี่คนขายอาหารอร่อยๆริมรั้วโรงเรียนหลายเจ้า ...
  3. กินรับหน้าหนาว โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ชาวเอสกิโมที่อยู่ในแดนน้ำแข็งทุกฤดูนั้นไม่เคยป่วยด้วยโรคขาดสารอาหารจนเสียชีวิต ทั้งที่พวกเขาไม่สามารถหาอาหารรับประทานได้ครบ 5 หมู่อย่างแน่นอน ผักผลไม้ที่ไหนจะปลูกขึ้นบนก้อนน้ำแข็ง แต่นั่นเป็นเพราะเขารู้จัก “จัดการ” กับอาหารที่มีอยู่อย่างชาญฉลาดจนทำให้อาหารที่มีแต่เนื้อสัตว์นั้นกลายเป็นวิตามินเติมเต็มขึ้นมาได้ เมืองไทยของเราโชคดีหลายชั้นที่มีอากาศดีเหมาะสมที่พืชกินได้จะงอกงามหลายชนิด ทำให้เราไม่เคยขาดสารอาหารกันไม่ว่าจะฤดูกาลไหน...
  4. ลอยกระทงโลกสวย โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช   คนไข้ท่านหนึ่งของผมเป็นนักทำเบเกอรี่  ฝีมือของพี่เขาไม่เป็นรองใครครับ  ผมจึงมักจะสั่งทีละหลายกล่องเพื่อเอาไปฝากผู้ใหญ่และที่กองถ่ายซึ่งก็ได้รับฉันทามติเอกฉันท์ว่าพี่เขาทำได้เด็ดสะระตี่จริงๆ ร้านของพี่เขาเป็นร้านเล็กๆในอาคารพาณิชย์แถวคลินิกผมครับ  แต่นั่นก็ไม่เป็นอุปสรรคเลยสำหรับมนุษย์ชอบกิน เอ๊ย…ชอบสุขภาพอย่างผม(แฮ่) โปรเจ็กต์ต่อไปที่พี่เขาจะทำก็คือเบเกอรี่กระทงครับ  พี่เขาบอกว่ามีคนมาสั่งไว้แล้วเขาเพิ่งหัดทำ แต่สิ่งที่ผมเห็นก็คือกระทงขนมปังอบขนาดยักษ์ราวกับเรือไททานิก...
  5. 11 สารพิษที่ย้อนรอย บทเรียนแห่งอดีตกาลที่กำลังเล่นงานเรา โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช   หมู่นี้ประเทศยักษ์ใหญ่ถูกโจมตีหนักมากครับ  เป็นธรรมดาของผู้อยู่ในที่แจ้งที่ย่อมตกเป็นเป้านิ่งได้ง่าย  การปล่อยให้ตัวเองเป็นเสมือนกับเป้าที่รอการกระทบอย่างเดียวจะทำให้เกิดความเสียหายได้สูงครับ การมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ก็เปรียบได้กับเป้านิ่งรอกระสุนมาวิ่งชน เพราะกระสุนมีอยู่รอบทิศ ชีวิตที่ตั้งอยู่ด้วยความประมาทมีสิทธิ์ตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย  ซึ่งความประมาทนั้นไม่ได้มีอยู่แค่เพียงเรื่องของการปล่อยตัวเท่านั้นแต่ยังหมายถึงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอีกด้วย  อาทิ เชื่อในสิ่งที่เล่าลือกันมา ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top