“EASY TO FIT” ฟิตง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน / Book Club by Suranand

"EASY TO FIT" ฟิตง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน / Book Club by Suranand

"EASY TO FIT" ฟิตง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน / Book Club by Suranand

รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง  Book Club by Suranand 

 

 

“EASY TO FIT” ฟิตง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน /  Book Club by Suranand

 

EASY TO FIT ฟิตง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน

EASY TO FIT ฟิตง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน

ออกอากาศ เสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2557

สัมภาษณ์ ’โค้ชเป้ง’ สาธิก ธนะทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย

หนังสือ EASY TO FIT ฟิตง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน

สำนักพิมพ์ มติชน ปี 2557

ราคา 240 บาท

ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ทำงานติดกับโต๊ะ ใช้เวลาแต่ละวัน “นั่ง” มากกว่า “เดิน” ไม่ว่าจะนั่งทำงาน นั่งประชุม นั่งในรถ ฯลฯ การออกกำลังกายเป็นเรื่องรอง หรือแทบจะ “ไม่มีเวลา” เลย (ซึ่งเป็น “ข้ออ้าง” ของคนไม่มีวินัย หรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเท่าที่ควร)

และผมก็คงเหมือนอีกหลายๆคนที่เมื่อใช้ชีวิตทำงานมานับแรมปี มองตัวเองอีกทีก็ “อ้วน” เกิน “เยียวยา” แต่ขณะเดียวกันใจลึกๆก็คิดก็ฝันว่าจะกลับมา “ผอมหล่อ” (ฮา) วิ่งซื้อหนังสือมาอ่านทั้งไทยและเทศ ดูรูปประกอบการออกกำลัง จัดอาหารการกิน หนังสือประเภทแนะนำการลดความอ้วน การนับแคลอรี่ มีนับไม่ถ้วน แต่ในที่สุดก็ล้มเหลวทำไม่ได้ ด้วยข้ออ้างเรื่องเวลา ไม่มีวินัยพอ หรือวิธีการ “ยาก” เกินไป ไม่สามารถร้อยเรียงเข้ากับชีวิตประจำวันปกติได้

แต่เมื่อได้อ่าน “Easy to Fit” หรือ “ฟิตง่ายๆทำได้ที่บ้าน” ของโค้ชเป้ง คุณสาธิก ธนะทักษ์ และยังได้นั่งคุยสัมภาษณ์ด้วย ก็ทำให้กลับมาคิดว่าการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพตนเองไม่ได้ยากหากตั้งใจ และมีวิธีการง่ายๆ ไม่ต้องใช้เครื่องมือเครื่องไม้ราคาแพง ซึ่งโค้ชเป้งถ่ายทอดเคล็ดลับไว้อย่างมีหลักวิชาการที่โค้งเป้งร่ำเรียนมาถึงขั้นสอบผ่านใบอนุญาตสอนออกกำลังกายจาก American Council on Exercise (ACE) ของสหรัฐอเมริกา และด้วยการใช้ภาษาที่เป็นกันเอง ทำให้หนังสือน่าอ่าน และน่าปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านั้น ท้ายเล่มโค้ชเป้งยังได้นำเว็บไซด์ที่เกี่ยวข้องด้านต่างๆให้ผู้อ่านได้ค้นคว้าต่อด้วยตนเองด้วย

รูปเล่มหนังสือดี อินโฟกราฟฟิกน่าสนใจ จะเสียดายอยู่หน่อยก็ตรงทางสำนักพิมพ์น่าจะเพิ่มรูปสี โดยเฉพาะรูปท่าทางการออกกำลังต่างๆ หรือน่าอัดเป็นดีวีดีแนบแถมกับหนังสือไปเลย

ลองซื้อมาอ่านดู แต่ที่สำคัญต้องมีวินัย ความตั้งใจ และลงมือทำครับ!! (เตือนตัวเอง – ฮา)  / สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

 

 

********************************

Easy To Fit ฟิตง่ายๆทำได้ที่บ้าน

สาธิก ธนะรักษ์ (โค้ชเป้ง)

ประวัติ

โค้ชเป้ง (สาธิก ธนะรักษ์) โค้ชเทรนเนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย วิทยากรรายการองค์กรซ่อนอ้วน , ทราบแล้วเปลี่ยน , โฮมรูม , 3 นาทีสุข และรายการสุขภาพชื่อดังทางช่อง Thai PBS ผู้จัดการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลฟิตเนสการบินไทย และอาจารย์พิเศษโครงการศิษย์เก่าคลังปัญญา คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม

สุรนันทน์ : ในชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ดีกินดี ซึ่งบางครั้งเราก็อ้างว่า เราไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย แต่การออกกำลังกายเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้จึงได้มีโอกาสคุยกับ คุณสาธิก ธนะรักษ์ หรือโค้ชเป้ง ผู้เขียนหนังสือ ฟิตง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน Easy To Fit

สุรนันทน์ : การใช้ชีวิตในยุคใหม่ การออกกำลังกายสำคัญอย่างไร

โค้ชเป้ง : ตอนนี้องค์การอนามัยโลก บอกว่า การไม่ออกกำลังกายอันตรายกว่าการสูบบุหรี่

สุรนันทน์ : หมายความว่า ถ้าผมสูบบุหรี่แล้วออกกำลังกายด้วยได้หรือไม่

โค้ชเป้ง : จะดีนิดนึง แต่ถ้าทั้งไม่สูบบุหรี่ และออกกำลังกายด้วยจะดีเป็น 2 เท่า

สุรนันทน์ : เพราะฉะนั้น ดีที่สุดคือ ไม่สูบบุหรี่ และออกกำลังกายด้วย

โค้ชเป้ง : การไม่ออกกำลังกายอันตรายมาก เพราะทันทีที่คนเราไม่ออกกำลังกายกล้ามเนื้อมันก็จะเริ่มสลาย คือ ถ้าลองไปทำการวิจัยผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต นอนนิ่งๆ กล้ามเนื้อจะเริ่มสลายภายใน 2 อาทิตย์ เพราะถ้าเราไม่ใช้งานมันก็เริ่มเอาออกแล้วก็จะเริ่มสลายตัว

สุรนันทน์ : เพราะฉะนั้น ถ้าผมเป็นคนที่ตื่นมาทำงาน นั่งโต๊ะ และก็เดินไปทำงาน เดินไป เดินมา

โค้ชเป้ง : เรื่องของการเดินไปเดินมานั้น มีการสำรวจล่าสุดของ สสส. ฝรั่งเขาเรียกว่า Sedentary Life ก็คือชีวิตที่นั่งๆนอนๆ คิดว่า คนเราในหนึ่งวันเรานั่งๆนอนๆวันละกี่ชั่วโมง

สุรนันทน์ : นอนวันละ 8 ชั่วโมง นั่งทำงานอีกวันละ 5-6 ชั่วโมง ต่อวัน

โค้ชเป้ง : จากการสำรวจล่าสุดที่เช็คดูจริงๆนั้น เพราะเราตื่นมาก็นั่งขับรถ นั่งทำงาน นั่งทานข้าว นั่งเล่น Internet จะนั่งวันละ 22 ชั่วโมง

สุรนันทน์ : เวลาเราพูดถึงนั่งทำงาน เราก็คิดเฉพาะเวลาที่เรานั่งที่โต๊ะทำงาน จริงๆแล้วไม่ใช่

โค้ชเป้ง : เวลา 22 ชั่วโมง เราใช้ชีวิตแทบจะไม่ต่างจากคนเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เลย

สุรนันทน์ : เราไปเที่ยว เราไปร้านอาหารเราก็นั่ง ทานข้าวก็นั่ง นี่ก็นั่งคุยกัน เพราะฉะนั้น ชีวิตคนยุคใหม่นั่งมากกว่า

โค้ชเป้ง : นั่งเกือบทั้งชีวิตเลยครับ และการนั่งนั้นใช้แคลอรี่ เท่ากับการนอน เพราะฉะนั้นการเผาผลาญเราจะต่ำมาก

สุรนันทน์ : ก็คือ ไม่มีการเคลื่อนไหวเลย

โค้ชเป้ง : ใช่ครับ กระดูกก็เหมือนกันเป็นสิ่งสำคัญเลย โดยเฉพาะสุภาพสตรีพอนั่งนานๆกระดูกก็จะสลายไปเหมือนกัน ทำให้กระดูกพรุน

สุรนันทน์ : อย่างผมก็มักจะมีข้ออ้าง เช่นว่า พอทำงานก็บอกว่างานยุ่งมากเลย พอบอกให้ไปออกกำลังกาย ก็บอกว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย

โค้ชเป้ง : องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 150 นาที คือ มีกิจกรรมระดับปานกลางให้เหนื่อยหน่อย โดยคิดเฉลี่ยเป็นวัน วันละ 20 นาที ซึ่ง 20 นาทีถือเป็น 2% ของเวลาทั้งหมดใน 1 วัน

สุรนันทน์ : เพราะฉะนั้น 150 นาที ต่อสัปดาห์ ก็นิดเดียว เราทำรวดเดียวเลยได้หรือไม่ อย่างเช่น ผมทำงาน 6 วัน และวันอาทิตย์เป็นวันเดียวที่ออกกำลังกาย

โค้ชเป้ง : จริงๆแล้ว ถ้าเป็นคนที่ออกกำลังกายโดยสม่ำเสมอทำได้ เพราะคุณออกกำลังระดับปานกลาง คือ ต้องหัวใจเต้นเร็ว หายใจแรง 150 นาที ทำได้ แต่ถ้าคนทั่วไป ผมว่า 20 นาทีไม่ไหว

 

สุรนันทน์ : ผมจะรู้ได้อย่างไรว่า ตัวผมจะออกกำลังกายได้เท่าไร จะต้องออกกำลังมากหรือน้อยอย่างไร จะรู้ตัวเองได้อย่างไร มีอะไรวัด

โค้ชเป้ง : วิธีทดสอบง่ายๆครับ คือ สังเกตว่า บางคนแนะนำให้ไปวิ่ง แต่เราแค่เดินเร็วก็คุยกับใครไม่รู้เรื่องแล้ว เราเหนื่อย แต่อีกคนเขาวิ่งไปร้องเพลงไปสบายเลย คือ อย่างนี้เรากำหนดความเร็วไม่ได้แล้ว คนเราไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น วิธีที่ง่ายที่สุด ก็คือ Talk Test ก็คือถ้าคุณยังร้องเพลงได้ ใช้งานเบา เพราะฉะนั้นอะไรที่เป็นงานบ้าน ทำความสะอาดบ้าน กวาดบ้าน ล้างจานนี่เบา แต่ถ้าเป็นเดินเร็ว เดินขึ้นบันได หัวใจเต้นเร็วแล้ว อันนี้ร้องเพลงไม่ไหวแล้ว เพลงขาดช่วงแล้ว เสียงไม่ค่อยดีแล้ว แต่ยังคุยได้ แต่ถ้าทันทีไม่อยากคุยกับใครแล้ว ฉันพูดไม่รู้เรื่องแล้ว แสดงว่าหนักไปเกิดอันตรายได้ เพราะฉะนั้น ระดับที่เหมาะสมก็คือ ระดับปานกลาง

สุรนันทน์ : นั่นคือ ระดับในการออกกำลังกาย คราวนี้ควรจะออกกำลังช่วงเวลาไหน

โค้ชเป้ง : ช่วงที่สะดวก

สุรนันทน์ : ช่วงที่สะดวก และที่มีคนบอกว่า เช้าๆออกกำลังกายดี หรืออีกตำราที่บอกให้ออกกำลังกายก่อนนอน ก่อนนอนสัก 2 ชั่วโมง ให้ออกกำลังกาย

โค้ชเป้ง : จริงๆคือ อะไรก็ได้ เพราะมีข้อดีข้อเสียทั้ง 2 แบบ ตอนเช้ามีข้อดีแบบหนึ่ง ข้อเสียแบบหนึ่ง ตอนเย็นก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้น บวกกันแล้วก็คือ เวลาที่สะดวกและทำให้เป็นพฤติกรรมที่ยั่งยืนจะดีที่สุด

สุรนันทน์ : สำหรับโค้ชก็คือ สะดวกเวลาใดก็ให้ออกกำลังกายเวลานั้น

โค้ชเป้ง : ใช่ครับ อย่างตอนนี้ก็มีการรณรงค์เรื่อง กิจกรรมทางกาย ตั้งแต่ตื่นจนนอนคุณจะทำอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นคุณไม่มีเวลาไปวิ่ง คุณก็ขึ้นบันได คุณบอกไม่มีเวลาแต่บางคนดูซีรีย์ ดูทีวี คุณก็ยื่นแกว่งแขวน อันนี้คือสิ่งที่แทรกในชีวิตประจำวันได้

สุรนันทน์ : แต่ต้องทำ บางครั้งผมเองก็พยายามจะลดความอ้วนมาหลายรอบ หรือออกกำลังกาย พอออกกำลังกายก็ดีขึ้น แต่บางทีก็ต้องยอมรับตรงๆว่า ไม่มีวินัย

โค้ชเป้ง : ใช่ครับ คือ บางคนอย่างที่เห็นคือ คนที่ไฟแรงจะดับเร็ว คือ ฉันทั้งออกกำลังกาย ทั้งควบคุมอาหาร จากที่ไม่เคยทำอะไรเลย พอออกกำลังกายก็เหนื่อยมาก แทนที่จะกินก็ไม่กิน อดอาหารอีก แป็บเดียวก็ทำไม่ไหว แต่จริงๆแล้วสิ่งที่เน้นย้ำก็คือ คุณต้องทำให้เป็นพฤติกรรมประจำวัน คือ ค่อยๆปรับ อย่างเช่นเคยกินเยอะๆมาถึงไม่กินเลยอันนั้นเป็นไปไม่ได้

 

สุรนันทน์ : หนังสือเล่มนี้ของโค้ช มันต่างจากเล่มอื่นอย่างไร ต้องยอมรับในตลาดเวลานี้เยอะ โดยเฉพาะหนังสือฝรั่ง หนังสือไทยก็เยอะขึ้น การออกกำลังกาย การลดน้ำหนัก การลดความอ้วน ไดเอท การกินยาต่างๆ อะไรได้ผล อะไรไม่ได้ผล

โค้ชเป้ง : คืออย่างแรกต้องบอกว่า ทุกวันนี้เหมือนมีทางลัดเยอะมาก ยา อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ต่างๆ วิธีลดอาหาร วิธีออกกำลังกายเว่อร์ๆ แต่ทุกทาง มันไม่ใช่ทางลัด มันคือทางตัน สุดท้ายคุณต้องกลับมาทางหลักทางเดียวก็คือ การออกกำลังกาย และทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ เท่านั้น คือ คุณจะลองอะไรมาก็ได้ แต่สุดท้ายถ้าคุณอยากสุขภาพดีมีทางเดียว

สุรนันทน์ : ไม่มีทางลัด

โค้ชเป้ง : ใช่ คือ หนังสือหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันเป็นทางลัด สุดท้ายคุณก็ต้องกลับมาทางหลัก

สุรนันทน์ : ที่มีรูป Before – After ก่อน – หลัง 7 วัน 10 วัน นี่ไม่ได้เลย

โค้ชเป้ง : คือ ทุกวันนี้ คนชอบไปชื่นชมคนที่ลดได้เยอะๆเร็วๆ แต่คือ มันมีเบื้องหลังเช่น คนที่ลดได้เยอะๆเร็วๆ แน่นอนคุณต้องเจอภาวะหนังเหี่ยว ภาวะการเผาผลาญไม่ดี มีภาวะซ้อนเร้น ความเครียดอะไรที่คุณไม่รู้ แต่ที่คุณเห็นคือ เขาลดได้เป็นสิบๆกิโล ภายในไม่กี่เดือน ซึ่งหลังจากนั้นเพียง 2-3 เดือน เขาอาจจะเด้งกลับขึ้นมาสูงกว่าเดิม แต่ตอนนั้นคุณไม่สนใจแล้ว แต่คุณไปเอาวิธีนี้ของเขามาใช้

สุรนันทน์ : ถ้าผมจะพูดอย่างนี้ถูกหรือไม่ คือ เพราะมันไม่ใช่ชีวิตจริง ชีวิตจริงก็ต้องวางแนวทาง

โค้ชเป้ง : คือ สูตรอาหารทุกสูตรเหมือนกัน เราจะไปเจอสูตรอาหารเป็น 100 แต่ทุกอันเหมือนกันคือ บอกให้คุณกินน้อย เพราะฉะนั้นเขาจะยกอะไรมาให้คุณกินก็ได้ แต่คือ ถ้ามันกินน้อยคุณก็ลด อย่างถ้าผมกินไขมันเพียวๆ แต่ถ้าผมกินน้อย น้ำหนักก็ลด

สุรนันทน์ : ผมอ่านในหนังสือของโค้ช มีเรื่องนี้ด้วยคือ บางคนไปนับแคลอรี่ กินน้อย กินมาก ได้ผลหรือไม่ ต้องบังคับตัวเองขนาดนั้นหรือไม่

โค้ชเป้ง : การนับแคลอรี่ สมมติว่า ผมเป็นพ่อครัว ผมผัดข้าว 2 จาน แคลอรี่ก็ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้น ส่วนมากมันใช้ได้แค่การประมาณ แต่พอมาถึงแล้วเราจะมานั่งเปิด App ทุกอันว่าเรากินอะไร ก็ลำบาก ซึ่งจริงๆถ้าคุณกินอาหารครบมื้อ ครบหมู่ พอแล้ว

สุรนันทน์ : เพราะฉะนั้น ในหนังสือเล่มนี้แนะนำ วิธีวัด วิธีดูแล วิธีให้รู้จักตัวเอง และแนะนำการกิน ที่สำคัญก็คือ วิธีง่ายๆที่ทำได้ที่บ้าน บอกว่า เวลาสะดวกที่จะออกกำลัง ออกกำลังอะไร

โค้ชเป้ง : คืออาหารมันมี 5 หมู่ ส่วนการออกกำลังกายเราชอบคิดอย่างเดียว เมืองไทยจะรณรงค์วิ่ง เดิน แต่จริงๆแล้ว การออกกำลังกายมันมีหลายหมู่ เพราะฉะนั้น การออกกำลังกายผมจะแนะนำให้คุณทำอะไรหลายๆอย่าง อย่างเช่น หัวใจคุณจะต้องแข็งแรง ก็คือ การวิ่ง เดิน ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ กล้ามเนื้อคุณต้องแข็งแรง วิดพื้น ลุกนั่ง เส้นเอ็นคุณต้องยืดหยุ่น คุณต้องแตะมือด้านหลังได้ ก้มแตะปลายเท้าได้ ซึ่งอันนี้ผมก็จะบอกว่า เวลานี้ควรทำสิ่งนี้ เช่น เวลาคุณนอนดูทีวีอยู่ถ้าออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกบางคนอาจจะไม่ชอบ ก็อาจจะออกกำลังกายโดนการยืดหยุ่น เป็นโยคะ หรืออะไรก็แล้วแต่ เราเลือกที่เหมาะกับตัวเองได้

 

สุรนันทน์ : เลือกท่าที่ถนัดได้ คือ ไม่จำเป็น เช่น ตอนนี้คนนิยมขี่จักรยาน ผมไม่จำเป็นต้องไปซื้อจักรยานคันละหมื่น คันละแสน มาเพื่อออกกำลังกาย

โค้ชเป้ง : ไม่จำเป็น หรือจริงๆถ้าเรามาดูว่า หลายคนบอกฉันต้องมีลู่วิ่ง ฉันต้องมีอุปกรณ์ แต่จริงๆแล้วมันมีบทความล่าสุดของนักวิ่งอวตาร์ คือ วิ่ง 100 กิโลเมตร ภายในวันเดียว เขาบอกว่า เวลาเขาดูบอล เขาก็วิ่งย่ำเท้าอยู่กับที่ นี่คือนักวิ่งระดับประเทศ

สุรนันทน์ : คือ ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือราคาแพง

โค้ชเป้ง : ไม่ต้องมี คือ ถามว่าเครื่องมือพวกนี้มันก็เป็นเหมือนกุศโลบาย แต่ถ้าสุดท้ายแล้วคุณไม่มีวินัยของพวกนี้ก็เอาไปตากผ้าหมด

สุรนันทน์ : ดูท่าจากโค้ชแล้วจำเป็นต้องดูครบทุกท่าหรือไม่ อย่างผมพุงออกจะทำให้พุงลดบางคนก็บอกว่าต้อง ซิท-อัพ อย่างเดียว ออกกำลังกายท่าเดียว

โค้ชเป้ง : ไม่ได้ผลเลย ซิท-อัพ นี่ต้องประมาณ 17,000 ครั้งถึงจะลดได้ 1 กิโลกรัม

สุรนันทน์ : กิโลเดียว เพราะฉะนั้น ที่บอกว่าอยากให้ส่วนไหนลด ก็ออกกำลังเฉพาะส่วนนั้นก็ไม่จริง

โค้ชเป้ง : ขออธิบายว่า คนเรามีรูปร่างแตกต่างกัน โดยเฉพาะผู้หญิงเราจะเห็นชัด ผู้หญิงบางคนหุ่นเหมือนชมพู่ แอปเปิ้ล คือ สะสมไขมันที่สะโพกบ้าง พุงบ้าง แขนบ้าง แต่คราวนี้เวลาเราลด เราไม่สามารถจะให้มันลดเฉพาะขาได้ ไม่สามารถลดเฉพาะแขนได้ ต่อให้ผมปั่นจักรยานแขนไม่ได้ใช้งานเลย แขนผมก็จะลด เหมือนสระน้ำที่มันจะมีส่วนลึก เราตักส่วนไหนของสระมันก็จะค่อยๆลดลงไป เพราะฉะนั้นบางคนขาใหญ่ปั่นไปแขนเล็กก่อน แต่ไม่ได้หมายความไม่ได้ผล คุณต้องปั่นต่อไปจนไขมันที่ขามันลดลง

สุรนันทน์ : ก็ไม่ใช่เฉพาะที่

โค้ชเป้ง : เฉพาะที่ไม่มี

สุรนันทน์ : ต้องออกกำลังกายให้ครบ 3 หมู่

โค้ชเป้ง : ใช่ คือ ต้องมีกล้ามเนื้อ ต้องมีหัวใจ ต้องมีเส้นเอ็น

สุรนันทน์ : ครับเพราะฉะนั้น หนังสือเล่มนี้ก็มีท่าทาง วิธีการดูแลตัวเองทั้งเรื่อง หัวใจ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น มีเทคนิคในการอ่านหรือไม่ว่า ควรจะอ่านตรงไหน หรือควรจะอ่านทั้งเล่ม

โค้ชเป้ง : ค่อยๆอ่านวันละบทก็ได้ครับ

สุรนันทน์ : ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่ออ่านแล้วต้องทำด้วย

 

ผู้โชคดีได้รับหนังสือ “EASY TO FIT” ฟิตง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน จำนวน 3 รางวัล

1. คุณสุรพล จันทร – จ.กรุงเทพฯ
2. คุณทรงเกียรติ กาจธัญกิจ – จ.นครราชสีมา
3. คุณสิริลักษณ์ หงษ์ไทย – จ.อยุธยา

 

******************************************

 

รายการคุยกันวันเสาร์

ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 19.30 – 20.00 น.

ทาง TNN.24 ชม ,ทรูวิชั่นส์ระบบปกติ ช่อง 07 / ระบบ HD ช่อง 111

 

ดูรายการย้อนหลังได้ที่นี่

 

Related posts:

  1. คุยกันวันเสาร์ Book Club by Suranand / Teaser คุยกันวันเสาร์ Book Club by Suranand / Teaser   คุยกันวันเสาร์ Book...
  2. การบริหารความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ / Book Club รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง  Book Club พบกับคุณกิตติพันธ์ คงสวัสดิ์เกียรติ หนึ่งในผู้เขียนจะมาแนะนำหนังสือ ‘การบริหารความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ’ หนังสือที่จะช่วยให้ทุกปัญหาเป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็นจนเกินไป!! ออกอากาศเมื่อวันเสาร์ที่...
  3. โอชาอาเซียน / Book Club รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง  Book Club กับหนังสือ ‘โอชาอาเซียน’ ที่นอกจากจะทำให้ผู้อ่านได้รู้จักอาหารหลากหลายชนิดในอาเซียนพร้อมวิธีการปรุงแล้ว ยังจะได้รู้ที่มาของวัตถุดิบและประวัติศาสตร์ของอาหารชาตินั้นๆ อีกด้วย ออกอากาศเมื่อวันเสาร์ที่  23...
  4. เพลงอาเซียน / Book Club รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง  Book Club  กับคุณกลศ เอี่ยมอรุณ หัวหน้ากองบรรณาธิการสารคดี สถาพรบุ๊คส์หนังสือ ‘เพลงอาเซียน’ ที่จะพาให้ผู้อ่านได้รู้จักเพลงชาติของประเทศในอาเซียน...
  5. Salaryman’s Diary / Book Club รายการ คุยกันวันเสาร์ ช่วง  Book Club  กับหนังสือ ‘Salaryman’s Diary’ ว่าด้วยเรื่องราวของมนุษย์เงินเดือนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงอันแสนจะวุ่นวายของผู้เขียน Pondkungz ซึ่งต่อยอดความมันส์จากเรื่องเล่าในเฟสบุ๊คที่มีผู้ติดตามกว่า120,000...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top