ข้าวต้มสุขภาพ โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

อากงผมชอบรับประทานข้าวต้มปลาครับ ตั้งแต่สมัยคุณพ่อยังเด็กมาอากงจะพาคุณพ่อกับคุณอาฝาแฝดอีกท่านหนึ่งไปนั่งกินข้าวต้มปลาเจ้าอร่อยกันแถวเยาวราช

สมัยนี้หาข้าวต้มปลาดีๆทานยากพอดู

คนจีนชอบรับประทานปลา ผมสังเกตจากพี่ป้าน้าอาและสังคมคนจีนที่ได้สัมผัสมาและสังเกตว่าตลาดขายปลาใหญ่ๆมักอยู่ในย่านคนจีนอย่าง “ตลาดสามย่าน” และ “ตลาดเก่า”

นอกจากข้าวต้มปลาแล้ว ข้าวต้มอื่นๆก็ดูจะคู่กับพี่น้องชาวจีนนานมาจนมีคำกล่าวทำนองว่าคนจีนกินข้าวต้ม คนไทยกินข้าวสวย เพราะอย่างสมัยที่คนจีนเข้ามาเมืองไทยยุคแรกๆนั้นก็มีร้านข้าวต้มจำพวกข้าวต้มกุ๊ยผุดขึ้นมามาก เป็นแบบร้านเล็กๆที่มีเก้าอี้ให้นั่งพอถือถ้วยข้าวต้มพุ้ยกินได้กับกับข้าวอย่างหรือสองอย่าง

แต่บางคนก็กินเพียงข้าวต้มเหยาะซีอิ๊วให้ชื่นใจพอ

จนมาถึงปัจจุบันนี้ที่ข้าวต้มมีกับข้าวให้เลือกดาษดื่นและขึ้นไปควันฉุยถึงในโรงแรมในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ข้าวต้ม ซึ่งมีกับให้เลือกมากมายต่างจากข้าวต้มยุคบุกเบิกอย่างเทียบไม่ติดที่มีเพียงเกี่ยมฉ่าย,เต้าหู้ยี้และใบปอผัด

นอกจากนั้นเนื้อข้าวต้มยังมีให้เลือกอีกหลายชนิด ทั้งข้าวต้มข้าวกล้องร้อนๆชื่นใจ,ข้าวต้มข้าวใหม่เหนียวหนึบเล็กๆ,ข้าวต้มใบเตย(อันนี้ไม่ต้องเต้น)หรือจะเป็นข้าวต้มแบบดั้งเดิมที่ใช้ข้าวหอมมะลิเก่ามาต้ม แต่ถ้าเป็นผมชอบแบบข้าวใหม่มากกว่าครับเพราะจะได้ยางข้าวกินอร่อยได้วิตามินดี

ข้าวต้มเป็นอาหารสุขภาพที่ดีมากครับ ช่วยเจริญอาหารให้กับผู้ใหญ่ที่เบื่ออาหาร,ช่วยให้คนอดนอนกินได้แบบไม่คลื่นไส้และข้าวต้มยังให้ประโยชน์ได้ครบ 5 หมู่ไม่แพ้ข้าวสวยเป็นสำรับ

สำหรับข้าวต้มที่อยากฝากให้ลองหารับประทานดูหรือจะลองทำเองก็ได้นั้นมีอยู่ดังนี้ครับ

1) ข้าวต้มปลา ท่านที่หาร้านข้างนอกทานไม่ถูกใจขอให้ลองทำเองดูครับ เลือกปลาเนื้อเหมาะอย่างปลาเก๋าหรือปลาจาระเม็ดก็ได้แล้วแต่งบประมาณ ให้เขาแล่เฉพาะเนื้อมาให้แล้วค่อยมาต้มเองที่บ้าน ข้าวต้มปลาเป็นอาหารที่ไม่หนักท้องและให้โปรตีนจากเนื้อปลาที่ย่อยง่ายมากครับ

2) ข้าวต้ม 3 กษัตริย์ เป็นสูตรข้าวต้มสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จประพาสปากอ่าวแม่กลองล้นเกล้าฯทรงนำปลาทู,กุ้งและหมึกสดที่ได้มาปรุงเป็นข้าวต้มพระราชทานแก่ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จในเช้าวันนั้น เรียกว่าทรงประดิษฐ์ขึ้นเมื่อสดๆในขณะนั้นเอง ซึ่งข้าวต้มสูตรนี้มีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์และโภชนาการเพราะมีสารอาหารที่สำคัญอย่างครบถ้วนครับและความสดของอาหารทะเลก็ช่วยให้เจริญอาหาร เราเองสามารถทำรับประทานได้ง่ายๆนะครับ ขอให้เคล็ดลับไว้ก็คือใช้ของสดและใช้น้ำซีอิ๊วเห็ดหอมแทนน้ำปลาจะช่วยให้อร่อยกลมกล่อมดีครับ

 

 

3) ข้าวต้มทะเลรวมมิตร ใส่กุ้งแห้ง,ปลาหมึก,หอยนางรม,เนื้อปลา เน้นข้าวต้มทะเลหลายเมนูเพราะให้คุณค่าทางอาหารสูงครับ อย่างกุ้งแห้งก็ได้ทั้งแคลเซียมและสารไคโตซานจากเปลือกที่กินได้ทั้งตัว ส่วนปลาหมึกก็มีทั้งไอโอดีนและโอเมก้า 3 ยิ่งถ้าใส่น้ำหมึกดำๆของมันเข้าไปด้วยก็ยิ่งได้คุณค่าครับ ส่วนหอยนางรมนั้นไม่ต้องห่วงโคเลสเตอรอลจนเกินไปเพราะในตัวมันมีไขมันดีที่ช่วยลดโคเลสเตอรอลได้ นอกจากนั้นเรื่องเนื้อปลาก็ไม่ต้องห่วงครับช่วยสร้างเม็ดเลือดด้วยเหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่

4) ข้าวต้มลูกเดือย คนจีนสมัยก่อนในบางฤดูกาลที่ข้าวมีไม่มากก็จะหุงข้าวโดยใส่มันและกลอยลงไปด้วย ส่วนข้าวต้มลูกเดือยนั้นถือเป็นข้าวต้มสุขภาพที่ได้คุณค่าจากธัญพืชทั้งกลุ่มของวิตามินบีทั้งกลุ่ม(ลูกเดือยมีวิตามินบี1มากกว่าข้าวกล้อง),เส้นใยอาหาร,สาร GABA ที่ช่วยสมองและยังมีคุณค่าในเรื่องบำบัดโรคระดมกันเข้ามา อาทิ ช่วยขับปัสสาวะได้,ช่วยในคนที่เป็นโรคเก๊าท์และยังเป็นพระเอกป้องกันมะเร็งได้จากสาร “ค็อกซีโนไลด์(Coxenolide)” ที่เซลล์มะเร็งไม่ชอบครับ

 

ภาพจาก http://www.freestyle2u.com/

 

5) ข้าวต้มหมูและไก่ เป็นข้าวต้มมาตรฐานที่รับประทานง่ายครับ เมื่อไรที่นึกอยากกินข้าวร้อนๆชุ่มชื่นใจตอนเช้าถ้าได้ข้าวต้มไก่สักชามก็สบายท้องดี และเมื่อถึงตอนเจ็บไข้ไม่สบายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็คงได้เคยกินข้าวต้มบำบัดอย่างนี้มาแล้ว การต้มข้าวพร้อมเนื้อสัตว์นั้นอาจทำให้คาว วิธีที่ดีกว่าคือต้มแยกกันแล้วค่อยเอามาใส่รวม อย่างข้าวต้มหมูนั้นอาจยักกระสายใส่เป็นกระดูกหมูอ่อนก็จะได้คอลลาเจนมาก ส่วนข้าวต้มไก่นั้นใส่เป็นไก่ฉีกก็สวยงามชวนกินดี ซึ่งคุณค่าต่อหนึ่งชามของข้าวต้มประเภทนี้มีทั้งพลังงานแบบไม่หนักเกินไปจากข้าว ส่วนหมูกับไก่ก็ให้โปรตีนที่ย่อยง่ายพร้อมไปเป็นพลังให้ร่างกาย ส่วนไขมันนั้นก็มีไม่มากด้วยครับ

6) ข้าวต้มปลาร้า อย่าเพิ่งทำหน้างอจมูกยู่ไปครับ ปลาร้าเอามาทำข้าวต้มได้จริงๆแถมยังอร่อยด้วย ขอให้มีเทคนิคแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นละครับ โดยหาปลาร้าแบบปลาเล็กๆมาต้มให้สุกเสียก่อนแล้วปรุงให้หมดกลิ่นด้วยข่าและตะไคร้ จากนั้นต้มข้าวให้ดีแล้วค่อยเอาน้ำปรุงปลาร้านั้นมาใส่ จะไม่มีคาวเลยครับแล้วท่านที่รักอาจหั่นผักจำพวกหน่อไม้ลวกใส่ลงไปอีกหน่อยก็ได้ เข้ากันดีครับ สำหรับข้าวต้มปลาร้ามื้อนี้ให้คุณค่าอาหารต่างจากข้าวต้มหม้ออื่นตรงที่ได้ “วิตามินเค” กับ “แคลเซียมสูง” ช่วยบำรุงกระดูกและบำรุงเลือดในท่านที่มีปัญหาฟกช้ำง่าย เลือดไหลไม่หยุดครับ

7) ข้าวต้มเครื่อง หรือข้าวต้มกุ๊ยที่เดี๋ยวนี้ขึ้นเหลาให้เจ้าสัวพุ้ยกันตามภัตตาคาร การกินข้าวต้มเครื่องให้อร่อยถึงใจนั้นควรได้ข้าวต้มที่เป็น “ยาง” ดีนั่นคือน้ำข้าวมีเยอะได้ประโยชน์ ยิ่งถ้าเป็นข้าวต้มข้าวกล้องยิ่งยอด ส่วนกับนั้นขอให้เน้นผักที่ย่อยง่ายจะได้ท้องไม่อืดครับอย่าง จับฉ่าย,ต้มมะระหรือผัดผักบุ้งก็ยังได้ ถ้าใครกินข้าวต้มเป็นมื้อดึกแล้วก็ขอให้เลี่ยงของหวานนะครับ จะได้ไม่อ้วนจนเกินไป

การกินข้าวต้มให้อร่อยยังพอมีเคล็ดอีกเล็กๆน้อยๆครับ นั่นคือการปรุงจะไม่ใส่น้ำปลา หรือว่าตอนเอามาปรุงแล้วไม่ควรเหยาะน้ำปลาครับจะทำให้เหม็นคาวเกินไป เขาให้ใช้เป็นซีอิ๊วขาวแทนแล้วจะเข้ากันดี

ส่วนข้าวต้มที่เป็นแบบเครื่องนั้นคือกินกับกับข้าวนานาชนิด ก็ขอให้เลือกชนิดของกับที่ “ไม่เค็มเกินไป” และไม่มันจนเลี่ยนเพราะจุดประสงค์ของการกินข้าวต้มคือเพื่อให้ย่อยง่ายสบายท้อง ถ้าท่านได้ของมันเข้าไปพร้อมกับข้าวต้มก็จะทำให้ท้องไส้ทำงานหนักกลายเป็นอาหารไม่ย่อย มีไขมันลอยเต็มท้อง

กลายเป็นต้องหยอดน้ำข้าวต้มแทน

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

 

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

 

 

Related posts:

  1. 10 อาหารสุขภาพรอบรั้วโรงเรียน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ช่วงนี้น้องๆเรียนหนังสือกันอย่างขมักเขม้นท่ามกลางสายฝนพรำนะครับ  พอตกเย็นพอเพลาคนไข้ที่คลินิกลงบ้างแล้วผมชอบเดินลัดเลาะไปแถวรั้วโรงเรียนครับ  เผอิญว่าคลินิกผมอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนมัธยมใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งคนแถวห้วยขวางรู้จักดี  ที่เดินใกล้โรงเรียนน่ะไม่ได้ไปเหล่อะไรครับ  แต่เพราะมีห้องสมุดประชาชนใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ ไปดูน้อง เอ้อ…หนังสือใหม่ๆน่ะครับ ใช้ชีวิตอยู่แถวนั้นจนคนรู้จักดีว่าไอ้นี่ชอบเดิน  แถมบางทีก็ไปถ่ายรายการหน้าโรงเรียนก็บ่อยไป  ได้เห็นพี่คนขายอาหารอร่อยๆริมรั้วโรงเรียนหลายเจ้า ...
  2. กินนมกินเนย โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช เป็นวิทยากรพูดให้กับทางการบินไทยมาทุกปี  ปีนี้มีผู้บริหารท่านหนึ่งซึ่งอยู่ฝ่ายฝึกอบรมนี้ได้กรุณามานั่งฟังและตอนเบรคมีคำถามที่น่าสนใจเลยอยากนำมาฝากท่านผู้อ่านของเราด้วย ท่านถามเกี่ยวกับเรื่อง “ชีส” ครับ สืบเนื่องจากชีสมีหลายชนิด สุดแล้วแต่การแบ่ง ทั้งแบบแข็งมาก,แข็งน้อย,นิ่ม,ครีมชีสใช้ทำขนม หรือแบ่งตามชนิดนมตั้งแต่นมวัว,นมควายไปจนกระทั่งถึงนมจามรีที่หายากและราคาแพงมากถึงกับต้องขายเป็นกรัม! ดังนั้นสำหรับเรื่องชีสการจะเลือกรับประทานสักอย่างหนึ่งนี่ควรเลือกแบบใดดี ...
  3. กินรับหน้าหนาว โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ชาวเอสกิโมที่อยู่ในแดนน้ำแข็งทุกฤดูนั้นไม่เคยป่วยด้วยโรคขาดสารอาหารจนเสียชีวิต ทั้งที่พวกเขาไม่สามารถหาอาหารรับประทานได้ครบ 5 หมู่อย่างแน่นอน ผักผลไม้ที่ไหนจะปลูกขึ้นบนก้อนน้ำแข็ง แต่นั่นเป็นเพราะเขารู้จัก “จัดการ” กับอาหารที่มีอยู่อย่างชาญฉลาดจนทำให้อาหารที่มีแต่เนื้อสัตว์นั้นกลายเป็นวิตามินเติมเต็มขึ้นมาได้ เมืองไทยของเราโชคดีหลายชั้นที่มีอากาศดีเหมาะสมที่พืชกินได้จะงอกงามหลายชนิด ทำให้เราไม่เคยขาดสารอาหารกันไม่ว่าจะฤดูกาลไหน...
  4. เลือกวิตามินให้เหมาะ สร้างเกราะให้แต่ละส่วน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช   เลือกวิตามินให้เหมาะ สร้างเกราะให้แต่ละส่วน(อวัยวะ) วิตามินกิน(บำรุง)แต่ละส่วนของร่างกาย   อวัยวะแต่ละส่วนของสิ่งมีชีวิตต้องการการดูแลเฉพาะครับ  โดยเฉพาะมนุษย์ที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างซับซ้อน ทั้งร่างกายและจิตใจ อวัยวะในตัวเรามีอายุขัยต่างกันนะครับ  ดูง่ายๆอย่างเส้นผมที่หลุดร่วงอยู่ทุกวันหรือเม็ดเลือดแดงที่สลายไปทุก...
  5. 11 สารพิษที่ย้อนรอย บทเรียนแห่งอดีตกาลที่กำลังเล่นงานเรา โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช   หมู่นี้ประเทศยักษ์ใหญ่ถูกโจมตีหนักมากครับ  เป็นธรรมดาของผู้อยู่ในที่แจ้งที่ย่อมตกเป็นเป้านิ่งได้ง่าย  การปล่อยให้ตัวเองเป็นเสมือนกับเป้าที่รอการกระทบอย่างเดียวจะทำให้เกิดความเสียหายได้สูงครับ การมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ก็เปรียบได้กับเป้านิ่งรอกระสุนมาวิ่งชน เพราะกระสุนมีอยู่รอบทิศ ชีวิตที่ตั้งอยู่ด้วยความประมาทมีสิทธิ์ตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย  ซึ่งความประมาทนั้นไม่ได้มีอยู่แค่เพียงเรื่องของการปล่อยตัวเท่านั้นแต่ยังหมายถึงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอีกด้วย  อาทิ เชื่อในสิ่งที่เล่าลือกันมา ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top