จีนจ่อแซงสหรัฐ ขึ้นแท่น ‘มหาอำนาจศก.’ ในปีนี้

ตัวเลขหน่วยงานธนาคารโลกบ่งชี้ จีนจ่อแซงหน้าสหรัฐ ครองอันดับหนึ่งมหาอำนาจเศรษฐกิจภายในปีนี้ เร็วกว่าที่คาดถึง 5 ปี ขณะอินเดียขยับขึ้นเป็นอันดับสาม

 

สหรัฐครองความเป็นผู้นำโลกนับแต่แซงอังกฤษเมื่อปีค.ศ.1872 ก่อนหน้านี้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า จีนจะก้าวขึ้นแทนที่สหรัฐในปีค.ศ.2019

 

แต่ผลการประมาณการล่าสุดของไอซีพี (International Comparison Program) ในสังกัดธนาคารโลก ซึ่งเปลี่ยนวิธีการคิดคำนวณใหม่ ให้ผลลัพธ์ว่า จีนจะแซงหน้าสหรัฐในปีนี้ ขณะที่อินเดียกลายเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับสามของโลก

 

 

ไอซีพีคิดคำนวณโดยดูที่ค่าครองชีพ หรืออำนาจซื้อของประเทศต่างๆ กับราคาสินค้าและบริการ แทนการดูที่อัตราอันผันผวนของการแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งมักไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าและบริการ

 

วิธีประมาณการแบบใหม่นี้ ทำให้พบว่า เงินทุนมีการหลั่งไหลไปยังประเทศยากจนมากกว่าที่เคยเข้าใจกัน ส่งผลให้ไอซีพีปรับเพิ่มขนาดโดยเปรียบเทียบของบรรดาประเทศตลาดเกิดใหม่

 

การปรับตัวเลขประมาณการดังกล่าวจัดเป็นครั้งแรกนับแต่ปี 2005 ตามการคำนวณเมื่อปี 2005 นั้น ไอซีพีระบุว่า เศรษฐกิจจีนมีขนาดไม่ถึงครึ่งของสหรัฐ คือ มีสัดส่วน 43% เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจของอเมริกา

 

แต่เมื่อใช้วิธีคำนวณแบบใหม่ ประกอบกับเศรษฐกิจจีนเติบโตเร็วมาก ผลวิจัยพบว่า จีดีพีของจีนมีสัดส่วน 87% ของขนาดเศรษฐกิจของสหรัฐในปี 2011 ดังนั้น เมื่อปี 2011 นั้น สหรัฐยังคงเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีจีนไล่กวดตามหลังอย่างกระชั้นชิด

 

ในเมื่อไอเอ็มเอฟคาดว่า เศรษฐกิจจีนจะโต 24% ในช่วงปี 2011-2014 ขณะที่คาดว่าสหรัฐจะขยายตัวแค่ 7.6% จึงมีแนวโน้มว่า ในปีนี้ จีนจะแซงหน้าสหรัฐ

 

@  คนงานก่อสร้างจีน เดินผ่านป้ายโฆษณาในย่านการเงินผู่ตง มหานครเซี่ยงไฮ้

 

ตัวเลขเหล่านี้ให้ภาพใหม่ของเศรษฐกิจโลก ฉายให้เห็นความสำคัญของบรรดาประเทศที่มีรายได้ปานกลาง อินเดียกลายเป็นยักษ์เศรษฐกิจอันดับสามหลังเคยถูกจัดวางในอันดับสิบ ขนาดเศรษฐกิจของอินเดียขยายขึ้นเกือบ 2 เท่าตัวจาก 19% ของสหรัฐในปี 2005 เป็น 37% ในปี 2011

 

รัสเซีย บราซิล อินโดนีเซีย และเม็กซิโก ติดอันดับท็อป 12 ในตาราง ตรงกันข้าม ต้นทุนที่สูงและอัตราเติบโตที่ต่ำลงทำให้อังกฤษกับญี่ปุ่นห่างชั้นกับสหรัฐกว่าเมื่อปี 2005 ขณะที่เยอรมนีกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย และอิตาลียังคงอยู่ที่เดิม

 

เมื่อดูที่การบริโภคต่อหัวที่แท้จริง รายงานพบว่า วิธีคำนวณใหม่ดังกล่าว รวมทั้งอัตราเติบโตที่เร็วขึ้นในหมู่ประเทศยากจนได้ “ลดช่องว่างระหว่างประเทศร่ำรวยกับประเทศยากจนลงอย่างมาก บ่งชี้ว่า โลกมีความเท่าเทียมยิ่งขึ้น”

 

แม้กระนั้น ประเทศร่ำรวยมีสัดส่วน 50% ของจีดีพีโลก ขณะที่มีประชากรแค่ 17% ของประชากรโลก

 

เมื่อเปรียบเทียบค่าครองชีพที่แท้จริงในประเทศต่างๆ พบว่า สี่ประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุด คือ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ เบอร์มิวดา ออสเตรเลีย และประเทศที่อยู่อาศัยได้อย่างถูกเงินที่สุด คือ อียิปต์ ปากีสถาน เมียนมาร์ และเอธิโอเปีย.

 

ที่มาhttp://www.voicetv.co.th/

Related posts:

  1. วอลเลย์บอลหญิงไทย อันดับพุ่ง 4 ขั้น รั้งที่ 12 ของโลก โดยทีมหญิงที่คว้าแชมป์จากการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 17 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีอันดับดีขึ้น จากเดิมอยู่อันดับ 16 ของโลก ขยับขึ้น 4...
  2. ประเทศสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความหยาบคายมากที่สุดในโลกได้แก่… (Time 07/04/12) คุณเคยเดินทางท่องเที่ยวไปยังต่างแดนแล้วรู้สึกว่าได้รับการต้อนรับที่ไม่ดีหรือไม่มีอารยะหรือไม่? คุณไม่ได้เป็นเพียงผู้เดียวที่เคยเผชิญกับความรู้สึกเช่นนั้น เว็บไซต์การท่องเที่ยวอย่าง Skyscanner.com ได้ทำการจัดอันดับประเทศต่างๆ โดยอยู่บนพื้นฐานของความหยาบคายที่เห็นได้เป็นประจักษ์ชัดแจ้ง โดย International...
  3. คลังกระสุนรัสเซียระเบิด อพยพ ปชช. วุ่น รัสเซีย อพยพประชาชนกว่า 6 พันคน หลังเกิดเหตุระเบิด ไฟไหม้คลังเก็บกระสุนของกองทัพ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ  สำนักข่าวเอพี รายงานว่า รัสเซีย...
  4. นาซาแผย ดาวเคราะห์แอสเตอรอยด์เข้าใกล้โลกมากที่สุดสัปดาห์หน้า (Huffington Post 04/11/11) ดาวเคราะห์แอสเตอรอยด์ที่มีชื่อเรียกว่า YU55 จะเดินทางเข้าใกล้โลกมากที่สุดในราววันอังคารที่ 8 พฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่องค์การนาซ่ากล่าวว่า...
  5. เหตุผลเบื้องหลังที่จีนและรัสเซียไม่ร่วมประณามความรุนแรงในซีเรีย (CNN 05/02/12) ผู้นำนานาประเทศร่วมกันประณามต่อการกระทำที่โหดเหี้ยมในการสังหารผู้คนจำนวนมากในซีเรียของรัฐบาลบาชาร์ อัล อัซซาด อย่างไรก็ตาม ร่างมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีวัตถุประสงค์ในการยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นในซีเรียและเรียกร้องให้ประธานาธิบดีซีเรียก้าวลงจากตำแหน่งมิอาจลุล่วงไปได้ด้วยดี เนื่องมาจาก ประเทศรัสเซียและจีนร่วมกันวีโต้ไม่ผ่านร่างมติดังกล่าว อะไรคือสาเหตุที่ทั้งรัสเซียและจีนยังคงรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดีต่อซีเรียไว้?...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top