อียู-สหรัฐฯ เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย

สหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมแล้ว หลังรัสเซียไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงในการเจรจาสี่ฝ่ายเพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์ในยูเครนได้

ที่ประชุมสหภาพยุโรปหรือ EU บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นที่จะคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมด้วยการสั่งระงับวีซาชาวรัสเซียเพิ่มอีก 15 คน เนื่องจากรัสเซียไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในการเจรจาสี่ฝ่ายระหว่างรัสเซีย EU สหรัฐฯ และยูเครนเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ โดยนางมายา โคซิยานซิช โฆษกประจำตำแหน่งของนางแคทเธอรีน แอชตัน ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของอียูกล่าวกับสื่อมวลชนว่า บุคคลทั้ง 15 คนที่ถูกอียูขึ้นบัญชีดำครั้งล่าสุดนั้นเป็นบุคคลต้องสงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรงในยูเครน

การระงับวีซ่าดังกล่าวจะมีผลให้บุคคลเหล่านี้ถูกระงับกิจกรรมทางการเงินและไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ายุโรป โดยรายชื่อของบุคคลทั้ง 15 คนนั้นจะถูกเก็บเป็นความลับ จนกว่าจะมีการตีพิมพ์ลงบนวารสารทางการของอียูในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ นอกจากนี้ นางโคซิยานซิชยังเปิดเผยด้วยว่าคณะกรรมาธิการ EU กำลังเตรียมพร้อมที่จะออกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ต่อรัสเซียในเร็วๆ นี้ หากสถานการณ์ในยูเครนไม่ดีขึ้น

ทางด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ประกาศเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเช่นเดียวกัน ด้วยการระงับวีซ่าชาวรัสเซียจำนวน 7 คนและบริษัทอีก 17 แห่งที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลรัสเซีย รวมไปถึงสั่งห้ามส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงที่อาจมีประโยชน์ทางด้านการทหารไปยังรัสเซียด้วย

นางเจน ซากี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่า การตัดสินใจเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรครั้งที่ 3 นี้เป็นผลมาจากการที่รัสเซียไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่จะช่วยยุติปัญหาในยูเครนได้ และหากหลังจากนี้รัสเซียยังไม่ปรับท่าทีของตัวเองใหม่ สหรัฐฯ ก็พร้อมจะออกมาตรการคว่ำบาตรที่รุงแรงขึ้นอีกในอนาคต

นางซากี้ เปิดเผยด้วยว่า บุคคลและบริษัทรัสเซียที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรนั้นล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมายในยูเครน ซึ่งในรายชื่อดังกล่าวมีนายอิกอร์ เซชิน เจ้าของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่และเพื่อนสนิทของนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียรวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ถือว่ามีความรุนแรงกว่า EU พอสมควร เนื่องจากหลายประเทศสมาชิกอียูยังคงต้องพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียอยู่ จึงม่กล้ามีมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างจริงจัง

 

ที่มาhttp://www.voicetv.co.th/

Related posts:

  1. วิกฤติซีเรีย: สหรัฐฯ หวั่นเหตุสังหารหมู่ในอเล็ปโป (BBC 26/07/12) สหรัฐอเมริกาเปิดเผยถึงความหวั่นวิตกว่ากองทัพรัฐบาลซีเรียกำลังจะเตรียมการก่อเหตุสังหารหมู่ในเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในซีเรีย อเล็ปโป โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ วิคตอเรีย นูแลนด์ กล่าวว่า วิกฤติในซีเรียนั้นทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ส่วนกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลในซีเรียก็เริ่มกักตุนอาวุธภัณฑ์และยารักษาโรคพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ไว้เพื่อรับมือการโมตีในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน...
  2. รัสเซียส่งเรือรบคุมเชิงสถานการณ์ซีเรีย-สหรัฐฯ เสริมกำลังเพิ่ม สหรัฐฯ ส่งเรือรบอีกลำไปประจำการเพิ่มเติม จ่อโจมตีซีเรีย ขณะที่รัสเซียเริ่มเคลื่อนไหว ส่งเรือรบ 2 ลำ ไปคุมเชิงสถานการณ์แล้ว เมื่อวันที่ 29...
  3. นักวิทยาศาสตร์เผย: สหรัฐฯ ร้อนสุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ปี 1895 (BBC 09/07/12) นักวิทยาศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า เมื่อปี 2011 ที่ผ่านมา พื้นที่บริเวณประเทศสหรัฐอเมริกาเคยเป็นบริเวณที่มีความร้อนสูงสุดในประวัติศาสตร์นับแต่มีการบันทึกเมื่อปี 1895 เป็นต้นมา องค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา...
  4. สหรัฐฯ ประสบภัยแล้งที่สุด นับตั้งแต่ปี 1956 (Huffingtonpost 16/07/12) ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกากำลังแผ่ขยายพื้นที่ไปในวงกว้าง ถือเป็นพื้นที่กว่าครึ่งของทวีปอเมริกา สหรัฐฯ เคยเผชิญหน้ากับภัยแล้งรุนแรงมาแล้วในช่วงปี 1930 และ 1950 อย่างไรก็ตาม...
  5. สหรัฐฯ ผ่อนปรนมาตรการควบคุมทางการเงินพม่า เพื่อสนับสนุนการปฏิรูป (BBC 17/04/12) สหรัฐอเมริกาจะผ่อนปรนมาตรการควบคุมทางการเงินที่มีต่อประเทศพม่า โดยกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกาได้ประกาศในวันอังคารที่ผ่านมา (17/04/12) ทั้งนี้ การผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนในความพยายามเพื่อการปฏิรูปประเทศพม่าไปสู่ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการบรรเทาแรงกดดันจากต่างชาติที่มีต่อประเทศพม่าล่าสุด กระบวนการในการปฏิรูปประเทศพม่านั้นเริ่มต้นขึ้นนับแต่มีการเลือกตั้งเมื่อเดือนพ.ย. ปี...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top