‘ปูติน’ สั่งถอนทหารบางส่วนออกจากพรมแดนยูเครน

แม้ว่าหลายฝ่ายจะมองว่า การเจรจาระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯและรัสเซียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จะล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะไม่เกิดข้อสรุปใดๆที่เป็นรูปธรรมทั้งสิ้นแต่ล่าสุด ดูเหมือนว่า รัสเซียจะยอมอ่อนข้อ และทำตามคำเรียกร้องของทางการสหรัฐฯ ที่ให้ถอนทหารออกจากชายแดนฝั่งตะวันออกของประเทศยูเครน ซึ่งในขณะนี้ รัสเซียได้เริ่มทยอยถอนทหารบางส่วนออกจากพื้นที่ดังกล่าวแล้ว เพื่อลดความตึงเครียด

นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย โทรศัพท์หารือกับนางแองเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี โดยระบุว่า ทางการรัสเซีย จะถอนกำลังทหารบางส่วนออกจากพรมแดนทางฝั่งตะวันออกของประเทศยูเครน แต่ไม่ได้มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่า กำลังทหารบางส่วนในที่นี้ หมายถึงจำนวนเท่าไหร่กันแน่ อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายเชื่อว่า รัสเซียจะยังคงหทารนับพันราย เอาไว้ที่พรมแดนของยูเครนต่อไป เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคง หลังจากที่ไครเมียประกาศแยกตัวเป็นเอกราชจากยูเครน และมาผนวมรวมเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย

ท่าทีดังกล่าวของรัสเซีย เกิดขึ้นหลังจากการหารือกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯและรัสเซีย นายจอห์น แคร์รี และนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ ที่มีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งแม้ว่าการหารือกันดังกล่าว จะไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด แต่นายแคร์รี ก็ได้เรียกร้องให้ทางการรัสเซีย ถอนทหารออกจากพรมแดนฝั่งตะวันออกของยูเครน และยุติการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการรุกรานอำนาจอธิปไตยของยูเครนโดยทันที

พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีปูติน ยังหารือกับนางแมร์เคล ถึงเรื่องของความร่วมมือ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงในแหลมไครเมีย รวมถึงในยูเครน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า รัสเซียจะยอมเปิดทางให้นานาชาติ เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดังกล่าวด้วย ขณะเดียวกัน รัสเซียก็ขอร้องให้ยูเครน แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นการยืนยันให้เห็นว่า ผลประโยชน์ของรัสเซียในภูมิภาคแห่งนี้ ได้รับความเคารพ และปกป้องเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ทั้งรัสเซียและเยอรมนี ยังแสดงความกังวลถึงสถานการณ์ในมอลโดวา เมื่อประชาชนในเมืองทรานส์ดนีสเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มนิยมรัสเซีย เริ่มแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อรัฐบาลมอลโดวา และต้องการแยกตัวเป็นเอกราช และมาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียเช่นเดียวกัน ซึ่งทางการรัสเซีย ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการกระทำที่เป็นการปิดล้อมหรือสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของประชาชนในเมืองทรานส์ดนีสเตอร์ด้วย

การหารือกันระหว่างนายปูติน กับนางแมร์เคลในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่รัสเซีย ส่งนายดิมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซีย พร้อมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ไปเยือนไครเมียเมื่อวานนี้ ซึ่งถือเป็นการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการของตัวแทนจากประเทศรัสเซียเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่ไครเมียผนวกรวมกับรัสเซีย หลังการลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชจากยูเครน เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา

โดยนายเมดเวเดฟ ได้ประกาศว่า จะเปลี่ยนไครเมียให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ พร้อมกับการออกมาตรการกระตุ้นการลงทุน อย่างเช่น การระงับการจัดเก็บภาษี และลดขั้นตอนการทำงานของฝ่ายข้าราชการลง เพื่อให้การลงทุนมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ เขายังสัญญาว่าจะเร่งปรับอัตราเงินเดือนของชาวไครเมียให้สูงขึ้น และจะเพิ่มเงินบำนาญ พร้อมกับพัฒนาคุณภาพการศึกษา การสาธารณสุข และระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้ดีกว่าที่เป็นอยู่อีกด้วย

 

ที่มาhttp://www.voicetv.co.th/

Related posts:

  1. “ปูติน” หย่าขาดจากภรรยาแล้ว หลังครองคู่ 30 ปี รัสเซีย 7 มิ.ย.-ชีวิตคู่ระหว่างผู้นำรัสเซียกับภริยาที่ยาวนานมากว่า 3 ทศวรรษ ถึงคราวอับปางลงแล้ว โดยทั้งคู่ประกาศหย่าขาดจากกัน ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวรัสเซียทั่วประเทศ นายวลาดิเมียร์ ปูติน...
  2. ฟอร์บ ยก ปูติน เป็นบุคคลทรงอิทธิพลปี 2013 ฟอร์บ ยก ปูติน เป็นบุคคลทรงอิทธิพลปี 2013 หลังโดดเด่นใช้วิธีสันติแก้ปัญหาซีเรีย ขณะที่ บารัค โอบามา ได้อันดับ...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top