10 ป่วยฉุกเฉินที่ต้องรีบช่วยก่อน

ในบรรดาหมอที่ต้องพบเจอกับเรื่องตื่นเต้นรีบด่วนที่สุดเห็นจะไม่มีใครเกิน “หมอห้องฉุกเฉิน” เพราะในแต่ละวันต้องพบเจอกับผู้ป่วยที่มีอาการปัจจุบันทันด่วนมากมายและหลายอาการก็เกินคาดคิด

ที่รู้เพราะผมเคยมีชีวิตเป็นหมออยู่ในห้องฉุกเฉินหรือที่เราเรียกกันว่า “อีอาร์” ที่แม้จะดูน่ายุ่งและเหนื่อยแต่พอเห็นคนไข้ที่เข้ามาแล้วก็หายเหนื่อยในฉับพลัน

เพราะอาการแต่ละท่านเข้าขั้นวิกฤต

ต้องรีบรักษาเพื่อยื้อชีวิตเอาไว้ก่อน มีอุปกรณ์อะไรที่ช่วยได้ก็ขนกันมาแล้วก็เรียกระดมหมอจากแผนกอื่นๆมาช่วยเป็นกรณีไป

คนไข้ที่ป่วยฉุกเฉินนี่น่าเห็นใจกับทั้งเจ้าตัวและญาติที่นำส่งครับเพราะต่างตกอกตกใจกันทุกฝ่าย ทั้งคนไข้ก็กลัวอันตรายจะเกิดกับตัวและญาติก็ตกใจเพราะไม่รู้ว่าเป็นอะไร

ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกจนพาลเป็นคนไข้ฉุกเฉินไปอีกคนก็มี

ซึ่งปัญหาสุขภาพที่ทำให้เกิดภาวะฉุกเฉินได้นั้นมักมีที่มาจากอวัยวะหลักๆได้แก่

* สมอง เช่น เส้นเลือดสมองแตก,โรคลมชัก,สมองขาดออกซิเจน

* หัวใจ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด,หัวใจเต้นผิดจังหวะ

* ทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด,ทางเดินหายใจล้มเหลว,ติดเชื้อ,ของติดหลอดลม

* ทางเดินอาหาร เช่น ไส้ติ่งอักเสบ,กระเพาะทะลุ,ลำไส้อุดตัน

* ระบบเลือด เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด,เลือดหยุดยาก,ภาวะช็อค

โดยอวัยวะทั้งหลายเหล่านี้เป็นอวัยวะที่คุมการทำงานหลักๆในร่างกายที่หยุดการทำงานไม่ได้ แต่เมื่อเกิดปัญหาทำให้มัน “หยุด” ขึ้นมาจากความเจ็บป่วยจึงทำให้เกิดอาการผิดปกติมากจนน่าตกใจ

เป็นที่มาของอาการฉุกเฉินทั้ง 10 ดังต่อไปนี้

1) หยุดหายใจและหมดสติไป ต้องปฐมพยาบาลฉุกเฉินกันทันที เมื่อก่อนต้องมีครบทั้งเป่าปากและปั๊มหัวใจ แต่ยุคใหม่ใช้ปั๊มหัวใจและถ้ามีที่ให้อากาศก็เอาครอบหน้าแล้วบีบไปก่อน กู้ชีวิตตอนนี้ไว้ให้ผ่านช่วงวิกฤตไปให้ได้ก่อน

2) อาการแพ้รุนแรง คนที่มีอาการแพ้รุนแรงจะตกใจมากครับเพราะจะมีหลอดลมบวมตีบหายใจไม่ออกอาจร่วมกับหน้าตาและปากที่บวมตุ่ยไปหมด อาการเกิดได้เฉียบพลันอันตรายมากครับถ้ารักษาไม่ทันภายในเวลาไม่กี่นาทีก็มีสิทธิ์ฟื้นแบบเจ้าหญิงนิทราได้

3) อาการชัก คนไข้โรคลมชักหรือเด็กไข้สูงที่ชักเกร็งกระตุกขึ้นมาดูน่ากลัวสำหรับคนใกล้ชิดมากครับ ข้อเสียของการชักแล้วรักษาไม่ทันก็คือเนื้อสมองตายเพราะขาดออกซิเจนและบางรายหัวใจหยุดเต้นได้จากการชักติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป

4) เจ็บหน้าอกโรคหัวใจ อาการเจ็บหน้าอกแท้ๆคือต้องเจ็บบีบแน่นเหมือนถูกทับ อาจมีเจ็บส่งยาวไปถึงแขนซ้าย นี่คือเจ็บอันตรายจากหัวใจขาดเลือด การส่งห้องฉุกเฉินจำเป็นมากเพราะต้องรีบขยายหลอดเลือดให้ทันในขณะนั้นก่อนที่จะ “หัวใจวาย”

5) ไส้ติ่งอักเสบ เป็นอาการที่ถูกนำส่งห้องฉุกเฉินบ่อยมาก คุณหมอที่เพิ่งอยู่ห้องฉุกเฉินใหม่ๆจะได้ทักษะในการ “จับไส้ติ่ง” กันจนชำนาญว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบแท้หรือแค่ปวดลำไส้ สำหรับไส้ติ่งอักเสบถ้าทิ้งไว้จะเน่าและแตกจนทำให้เสียชีวิตได้

6) ติดเชื้อในกระแสเลือด ส่วนมากพบในผู้สูงอายุ ในคนอายุน้อยๆก็พบได้แต่ต้องมีโรคประจำตัวเช่น เบาหวาน,แพ้ภูมิตัวเอง,มะเร็งฯลฯ ซึ่งอาการอาจมีเพียงไข้ต่ำๆหรือไม่มีไข้เลยก็ได้ แต่คนไข้จะซึมลงแล้วถ้าไม่รีบรักษาอย่างเร่งด่วนด้วยยาฆ่าเชื้อ คนไข้ก็จะ “ช็อค” เสียชีวิตในที่สุด

7) อุบัติเหตุ ภาวะนี้ตรงไปตรงมาครับ เกิดขึ้นกับใครก็ต้องรีบกันไม่รอช้าเพราะไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเลือดออก,เป็นแผล,กระดูกหัก,หมดสติ ส่วนใหญ่ล้วนต้องการการจัดการอย่างรีบด่วนในนาทีทองนั้นเพื่อป้องกันการเสียชีวิตจากเสียเลือดจนช็อค,หยุดหายใจ,หัวใจเต้นผิดจังหวะและสมองตาย

8) ของติดคอ โดยมากพบในเด็ก ส่วนผู้ใหญ่พบเรื่องของการสำลักมากกว่า อาการของติดคอที่อันตรายฉุกเฉินที่สุดคือของติดหลอดลม เพราะจะมีเวลาสำคัญที่จะช่วยชีวิตได้เพียงไม่กี่นาทีก่อนที่คนไข้จะสมองตายและหยุดหายใจไปตลอดกาล

9) เจ็บท้องคลอด คนจะคลอดเป็นภาวะฉุกเฉินอีกเหมือนกัน บางท่านอาจบอกว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ซึ่งก็ถูกอยู่ครับแต่ความฉุกเฉินมันอยู่ที่การมีความผิดปกติในการคลอดครับ เช่น เจ็บท้องนานเป็นวันคืนแล้วยังไม่คลอด,เด็กตัวโต,ท่าเด็กผิดปกติหรือมีถุงน้ำคร่ำแตกก่อนซึ่งจะพาให้ติดเชื้อเข้าท้องเป็นอันตรายได้

10) ปัสสาวะไม่ออก บางท่านฟังแล้วอาจทำตาปริบๆว่ามันฉุกเฉินด้วยหรือ ก็ขอบอกว่าภาวะนี้ถูกจัดไว้เป็นอันดับต้นๆในตำราว่าด้วยเรื่องฉุกเฉินเลยครับ เพราะสาเหตุของมันด้วยนั่นคือ นิ่วไปอุด,ก้อนมะเร็ง,ต่อมลูกหมากโต,ติดเชื้อท่อปัสสาวะฯลฯ ซึ่งถ้าทิ้งไว้นานเข้าคนไข้มีสิทธิ์ “ไตวาย” แก้ไม่หายได้

 

ทั้ง 10 อาการนี้ล้วนแต่มีความน่าเห็นใจที่ต้อง “รีบ” ดูแลอย่างเร่งด่วนทั้งนั้น แล้วเมื่อมาพร้อมๆกันท่านที่รักก็ลองนึกดูกันเอาครับว่าจะ “หนัก” เอาเรื่องแค่ไหน ซึ่งในสิบอาการที่ว่ามามีที่ผมเจอแล้วจำติดตาคืออาการ “อัมพาต” ครับ

ผู้ใหญ่ที่เคยแข็งแรงคล่องแคล่วจู่ๆปากเบี้ยวแขนตกขายกไม่ขึ้น ต้องมีคนหามมา ตรวจไปๆท่านก็น้ำตาไหลร้องแงด้วยตกใจไม่เคยเป็นมาก่อนและแต่ก่อนตัวเองก็เคยเป็นคนที่ “ใหญ่” คับซอยไม่ต้องคอยใคร

ตอนนี้กลายเป็นยักษ์สิ้นฤทธิ์ต้องคอยพึ่งให้คนช่วยอุ้มนั่งอุ้มนอน จากแต่ก่อนที่ชอบคุมคนอื่นตอนนี้ลำพังแค่จะคุมอาการขับถ่ายของตัวเองก็ยังลำบากน่าเห็นใจ

นอกจากนั้นอาการอื่นที่ต้องรีบดูแลอย่างฉุกเฉินก็มีปวดท้องคลอดที่ต้องตรวจว่าเจ็บท้องจริงหรือแค่เจ็บท้องเตือน และมีปากมดลูกเปิดน้ำคร่ำเดินหรือยัง ต้องระวังการติดเชื้อจนทำให้แม่และเด็กเป็นอันตรายได้

ซึ่งหลักง่ายๆข้อหนึ่งของการรับมือโรคฉุกเฉินทั้ง 10 ก็คือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน โดยเฉพาะต้องให้หัวใจเต้น,ให้ทางเดินหายใจโล่ง,ให้เลือดไม่ออกเป็นน้ำพุและทำให้คนไข้รู้สึกสบายก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยมารักษากันในรายละเอียด อย่าไปเสียเวลากับขั้นตอนไม่จำเป็นขอให้เห็นแก่คนไข้ก่อน นึกถึงใจเขาใจเราเถิดครับ

เพราะทุกนาทีวิกฤตสามารถเปลี่ยนชีวิตได้

No related posts.

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top