ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2557

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

โวยอย่าใช้กฎหมายมาห้ำหั่น!ยิ่งลักษณ์น้ำตาคลอ

ชาวนาถูกกดราคาฆ่าตัวตายอีกศพ!

งบศรส.2พันล้านโดนกกต.ทำแท้ง

มติชน

จี้หยุดใช้กม. – องค์กรบีบ “ปู” ลั่นยืนสู้  มาร์คบี้ขอโทษ – ลาออก

“เก่ง” อ่วมกกต.ทวง 5 ล้านค่าซ่อม ส.ส.

“โฮปเวลล์” ชวดหมื่นล้านศาลปค.สั่ง

ข่าวสด

ทูลเกล้าโผทหารฟันผบ.ซีลเข้ากรุ – เซ่นม็อบ

“ปู” ขอร้อง!เกลียดรบ.อย่าลงชาวนา

เตือนพายุฤดูร้อนถล่มภาคกลาง – ตอ.

เดลินิวส์               

ชีวิตจริงเด็กน้อย 9 ขวบลูกตร.ปจ.คิดถึงพ่อบุกหาถึงศรส.

เด้งผบ.หน่วยซีลเข้ากรุ

เอาผิดอาญายิ่งลักษณ์อนุมัติงบโรดโชว์ 200 ล.

กรุงเทพธุรกิจ

กกต.ยื้อฟ้น 16 ผู้สมัครพท.

ชงงบปี 58 ขาดดุล 5 แสนล.

โพสต์ทูเดย์

เก็งที่ดินสะอื้น

ลูกหนี้ผุดโมเดลปลดหนี้

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

“ด้วยคำให้การหญิงโฉดแห่งปี”

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

จบกัน

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย  โดย ลมกรด  (ไทยรัฐ)

1 ปีบนเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุริวงค์  เอื้อปฏิภาณ  (มติชนรายวัน)  

หวยโยกย้ายกลางปี  วันที่ 14/03/2014

คอลัมน์ พญาไม้ทูเดย์  โดย พญาไม้  (บางกอกทูเดย์)  

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)  

ความผิดพลาด ราคาสองล้านล้าน

สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ 

จบไม่ลง

เนชั่นสุดสัปดาห์  ฉบับที่  1137  วันที่ 14/03/2014  

มะม่วงบ่มแก๊ส

มติชนสุดสัปดาห์ 

จาก บางกอก ถึง “ปชป.” WIND OF CHANGE

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

โวยอย่าใช้กฎหมายมาห้ำหั่น!ยิ่งลักษณ์น้ำตาคลอ

น.ส.ยิ่งลักษณ์   ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ล่ารายชื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรีภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญ ว่า  มองว่าอาศัยใช้ข้อกฎหมายไล่ล่ากันทุกวัน แล้วจะหาความสงบในบ้านเมืองนี้ได้อย่างไร แต่เมื่อศาลตัดสินแล้วพร้อมจะเอาไปปรับ เป็นขั้นตอนแต่ละฝ่ายต้องไปดำเนินการ รัฐบาลต้องใช้ข้อมูลที่ชัดเจนกับประชาชนและคงต้องไปศึกษากรณีอื่นๆด้วย ทั้งนี้มอบหมายให้นายพงศ์เทพ  เทพกาญจนา รองนายกฯ นายวราเทพ  รัตนากร  รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางกฎหมายหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการต่อไป เมื่อถามว่า มองหรือไม่ว่าวันนี้รัฐบาลไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะองค์กรอิสระ  น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า  ขอใช้คำว่าขอความเห็นใจ หลายคนมีความตั้งใจ ไม่ได้บอกว่าการที่เราขอความเห็นใจแล้วเราไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย คนละประเด็นกัน แต่อย่าใช้กฎหมาย หรือใช้องค์กรมาทำเพื่อตัดสิทธิห้ำหั่นกัน เมื่อไม่อยากเห็นความรุนแรงของการปฏิวัติ เราก็ไม่อยากเห็นการใช้กฎหมายหรือใช้องค์กรต่างๆในกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ เมื่อถามว่า  นายกฯไม่ท้อใช่หรือไม่  น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า  ไม่ท้อ  อย่าพูดคำว่าท้อหรือไม่ท้อ แต่ต้องช่วยกันทำให้สังคมไทยสงบ สันติภาพ เกิดขึ้นในประเทศไทย เมื่อถามว่า เคยตั้งข้อสังเกตหรือไม่คนที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลทำไมถึงได้เกลียดชังคนตระกูลชินวัตรเหลือเกิน โดยนายกฯหยุดไปครู่หนึ่งก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและตาแดงน้ำตาคลอ ว่า   คงต้องถามคนถามด้วยมั้งคะ ตนคงไม่ขอตอบเชื่อว่าสังคมจะเป็นคนพิจารณา ตระกูลชินวัตรเป็นอย่างนี้เชียวหรือ เราอย่าพูดกันอย่างนี้เลย เดี่ยวก็มีตระกูลนั้นตระกูลนี้ แล้วคุณจะไม่ให้คนไทยอยู่ด้วยกันแล้วหรือ คุณจะเป็นอย่างนี้กันแล้วหรือ นี่คือสิ่งที่ต้องถาม   เมื่อถามว่า  วันนี้การชุมนุมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นประเทศมากแล้ว คิดว่าควรมีอะไรที่เด็ดขาด  น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า  ถามว่าเราได้อะไรความเด็ดขาดมี 2 อย่าง ใช้กำลังและบังคับใช้กฎหมาย แล้ววันนี้มีคำตอบหรือเปล่า การใช้กำลังก็ไม่ได้เกิดผลดีกับประเทศไทย การใช้กฎหมายห้ำหั่นไม่ได้เป็นผลดี และวันนี้คนไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายกันแล้ว การที่ทำถูกกติกาไม่สามารถอยู่ได้ การที่คนนอกกติการสามารถอยู่ได้ แล้วคนทำถูกกติกาจะเดินหน้าในสังคมอย่างไร    (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

ด้านนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)  กล่า่วถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า  น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เคยพูดถึงเรื่องการกดบัตรแทนกัน จนทำให้กฎหมายนี้ไม่ชอบ บอกแต่ว่าให้ดูที่เจตนา แสดงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ สนับสนุนให้มีการโกงการลงคะแนนใช่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ พท.จัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้น หากเป็น ปชป.คงมีการสอบสวนแน่นอนเพราะทำให้เสื่อมเสีย “พรรคจะส่งเรื่องให้กับ ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) เพราะถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา และโดยปกติแล้ว เรื่องสำคัญและร้ายแรงอย่างนี้ในนานาประเทศ นายกฯและครม.ต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยการขอโทษและลาออกไปแล้ว”  (หนังสือพิมพ์มติชน)

ชาวนาถูกกดราคาฆ่าตัวตายอีกศพ!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ร.ต.ท.กองพล  เดชะคำภู   พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี รับแจ้งมีคนผูกคอตายที่บ้านเลขที่ 26/2 หมู่ 3 ต.บางเดชะ ไปสอบสวนพบที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวเปิดเป็นอู่ซ่อมรถ หน้าบ้านมีรถ 10 ล้อบรรทุกข้าวเปลือกกว่า 10 ตันจอดอยู่ ในห้องครัวภายในบ้านพบศพนายสิงห์ขร เฟื่องสำรวจ อายุ 33 ปี ใช้เชือกผูกคอติดกับขื่อบ้าน สอบสวนนางรัชนี  เฟื่องสำรวจ อายุ 57 ปี มารดาผู้ตาย  ทราบว่านายสิงห์ขรลูกชาย ทำนาหลายสิบไร่ ก่อนเกิดเหตุมีเพื่อนโทรศัพท์มาหาเรื่องการขายข้าวนาปรังที่เพิ่งเก็บเกี่ยวเมื่อคืนที่ผ่านมารอนำไปขายให้พ่อค้า แต่ผู้ตายไม่ยอมรับสาย เมื่อเดินไปดูในบ้านพบนายสิงห์ขรผูกคอตายแล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้ตายคงเครียดเรื่องการขายข้าวเปลือกที่ยังอยู่เต็มรถบรรทุกเพราะก่อนเก็บเกี่ยวลูกชายบอกว่ามีพ่อค้าคนกลางรับซื้อตันละ 7,000 บาทแต่หลังเก็บเกี่ยวราคาตกลงมาเหลือ 5,500 บาท/ตันเท่านั้น ทำให้เกิดความเครียดเรื่องหนี้สินจากการทำนา เพราะลงทุนสูง แต่ขายข้าวตันละไม่กี่พันบาท

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  14/03/2014

งบศรส.2พันล้านโดนกกต.ทำแท้ง

นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร  กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง  กล่าวภายหลังการประชุม กกต. ว่า  กรณีที่ ครม.ขออนุมัติงบฯกลางเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของ ศอ.รส. และ ศรส. รวมจำนวน 3,559 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น ศรส.จำนวน 2,309 ล้านบาทและ ศอ.รส. ให้เบี้ยเลี้ยงกำลังพลคือเจ้าหน้าที่ตำรวจและการดำเนินการของ ศอ.รส.จำนวน 1,250 ล้านบาท โดย ศอ.รส. มี พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ซึ่งเป็นข้าราชการประจำกำกับดูแล กกต. มีมติเห็นชอบอนุมัติในส่วนนี้ เพื่อใช้จ่ายเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ไปแล้วและนำเงินของหน่วยราชการมาสำรองจ่ายไปก่อนหากไม่อนุมัติจะทำให้การทำงานของราชการชะงัก แต่ในวงเงินดังกล่าว มีจำนวน 9.9 ล้านบาท ที่เป็นงานประชาสัมพันธ์เชิงรุก ที่คนมาชี้แจง ยังระบุรายละเอียดชัดเจนไม่ได้ กกต.จึงยังไม่อนุมัติส่วน ศรส.ที่ฝ่ายการเมืองคือ ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง  รมว.แรงงาน กำกับดูแลนั้น ผู้มาชี้แจงยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ จึงยังไม่เห็นชอบให้อนุมัติ ทั้งนี้ ขอให้ ร.ต.อ.เฉลิม  มาชี้แจงด้วยตนเองในวันที่ 27 มี.ค.นี้ และอาจจะเชิญตัวแทนของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินมาช่วยทักท้วงหรือให้ข้อเสนอแนะ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  14/03/2014

“เก่ง” อ่วมกกต.ทวง 5 ล้านค่าซ่อม ส.ส.

นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร  กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง  กล่าวว่า  กกต.มีมติฟ้องเรียกค่าเสียหายจากนายการุณ  โหสกุล  อดีต ส.ส.กทม.พท. จำนวน 5,201,313 บาท ต่อศาลแพ่ง จากกรณีที่ศาลฏีกาแผนกคดีเลือกตั้งสั่งเพิกถอนการเลือกตั้งทำให้ กกต.ต้องจัดการเลือกตั้ง ส.ส.เขตดอนเมือง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  14/03/2014

“โฮปเวลล์” ชวดหมื่นล้านศาลปค.สั่ง

นายชัชชาติ  สิทธิพันธุ์  ปฏิบัติหน้าที่รมว.คมนาคม  กล่าวว่า  เบื้องต้นได้รับรายงานกรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2551 ทั้งฉบับที่ให้กระทรวงคมนาคม และ ร.ฟ.ท. ต้องจ่ายเงินค่าเสียหายให้กับโฮปเวลล์แล้ว คำตัดสินถือเป็นคุณกับ ร.ฟ.ท. แต่ทางโฮปเวลล์ยังยื่นอุทธรณ์ได้

นางสร้อยทิพย์  ไตรสุทธิ์  รองปลัดกระทรวงคมนาคม และอดีตประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท.  กล่าวว่า  คำพิพากษาของศาลปกครองยังไม่ถึงที่สุด คาดว่าโฮปเวลล์จะต้องยื่นอุทธรณ์ต่อไปจนถึงศาลปกครองสูงสุด แต่ผลการพิพากษาในครั้งนี้ถือเป็นคุณกับกระทรวงคมนาคม และ ร.ฟ.ท. จึงต้องจับตาดูทางบริษัทจะดำเนินการอย่างไรเพิ่มเติมอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ศาลปกครองกลาง  ถนนแจ้งวัฒนะ  ที่ห้องพิจารณาคดี 8 ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ในข้อพิพาทหมายเลขดำ 119/2547 และ 44/2550 ระหว่าง กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)  กับบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด คู่สัญญาสัมปทานระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับใน กทม. เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2551 และ 15 ต.ค. 2551 ที่คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้กระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท.ต้องชดใช้เงินค่าเสียหายรวมจำนวนกว่า 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้กับโฮปเวลล์ กรณีบอกเลิกสัญญาสัมปทานระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับในกรุงเทพมหานคร และการใช้ประโยชน์จากที่ดินของ ร.ฟ.ท. ทั้งนี้ ศาลจึงเห็นว่าคณะอนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจรับข้อพิพาทของทั้งสองฝ่ายไว้พิจารณาเพื่อชี้ขาดได้ ศาลปกครองกลางจึงพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการทั้งสองฉบับทั้งหมด และมีคำสั่งปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2551 ที่วินิจฉัยให้กระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท.ชำระเงินคืนให้โฮปเวลล์ 11,888 ล้านบาท และให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดแก่กระทรวงคมนาคมและร.ฟ.ท.

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  14/03/2014

ทูลเกล้าโผทหารฟันผบ.ซีลเข้ากรุ – เซ่นม็อบ

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารกลางปี ว่า วันที่ 11 มี.ค. ตนส่งบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารให้กับ กกต.พิจารณา และวันที่ 12 มี.ค. ทาง กกต.เชิญตนไปชี้แจง ซึ่งบัญชีปรับย้ายไม่มีปัญหา คาดว่าภายในวันที่ 14 มี.ค.นี้ บัญชีปรับย้ายจะส่งมาถึงตนและตนจะนำส่งให้นายกฯ ลงนาม ก่อนส่งให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอนต่อไป คาดว่าจะนำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ ถือว่าอยู่ในกรอบเวลาที่เหมาะสม

รายงานข่าว กล่าวว่า บัญชีโยกย้ายนายทหารกลางปีครั้งนี้ นายกฯ ให้อิสระกับผบ.เหล่าทัพในการปรับย้าย โดยไม่ได้แทรกแซงแต่อย่างใด ส่วนตำแหน่งที่น่าสนใจในการปรับย้ายครั้งนี้ ประกอบด้วย พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพน้อยที่ 1 (ตท.15) นายทหารสายบูรพาพยัคฆ์และเคยพลาดหวังจากการขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 มาถึง 2 ครั้งจะขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 แทน พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ขยับขึ้นกินอัตราพลเอก ในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก พล.ท.พิสิทธิ์ สิทธิสาร (ตท.17) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จะขยับขึ้นมาเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ (ตท.18) ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ที่ขณะนี้เป็น ผบ.กองกำลังทหารควบคุมการดูแลรักษาความปลอดภัยภายในกรุงเทพฯ จะขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 โดยพล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ (ตท.20) ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 (ผบ.มทบ.15) ลูกชายพล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) จะกลับมาเป็น ผบ.พล.1 รอ. พล.ต.ศักดา เปรุนาวิน (ตท.18) ผบ.พล.ร.3 เป็นรองแม่ทัพภาคที่
ส่วนกองทัพเรือ มีตำแหน่งที่น่าสนใจคือ การปรับย้าย พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ (ตท.16) ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) หรือ ผบ.หน่วยซีล ออกจากตำแหน่ง หลังจาก พล.ร.ต.วินัย แสดงความคิดเห็นทางการเมืองในเชิงลบต่อรัฐบาล จนทำให้นายกฯ และกองทัพเรือเกิดความไม่สบายใจ อีกทั้งยังมีกระแสข่าวว่า พล.ร.ต.วินัย ให้การสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มกปปส.ด้วย ทำให้พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ปรับย้าย พล.ร.ต.วินัย ไปดำรงตำแหน่งฝ่ายเสธ.ประจำผู้บังคับบัญชา อัตราพลเรือตรี และโยก พล.ร.ต.ยุจ พิจิตรชุมพล หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการ (ตท.18) ผบ.กองเรือยุทธการ ที่เคยเป็นทั้งรองผบ.นสร. และเสธ.นสร. มาเป็น ผบ.นสร. เพื่อขัดตาทัพไปก่อน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่  14/03/2014

“ปู” ขอร้อง!เกลียดรบ.อย่าลงชาวนา

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  กล่าวถึงกรณีม็อบ กปปส.ปิดล้อมกระทรวงพาณิชย์ตัดน้ำ-ไฟ จนการประมูลข้าวตลาดล่วงหน้าหรือเอเฟต ต้องยกเลิกว่านี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ถ้าบอกว่ารักและสงสารชาวนาทำไมไม่แยกกระบวนการความเห็นต่าง ความคิดทางการเมืองออกไป แล้วทุกคนมุ่งเป้ามาช่วยกันแก้ปัญหาให้ชาวนา ที่ผ่านมาหลายคนอาจไม่เห็นด้วยกับโครงการรับจำนำข้าว เรามีกลไกของ ป.ป.ช.ตรวจสอบรัฐบาล แต่ทำไมต้องใช้กระบวนการนี้มาทำให้การจ่ายเงินให้กับชาวนาถูกลิดรอนออกไปอีก รัฐบาลถูกเรียกร้องขัดขวางตั้งแต่กระบวนการการทำงานของ ธ.ก.ส. รวมทั้งธนาคารของรัฐที่ทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังไม่ได้รับความร่วมมือเลย จนกระบวนการไม่สามารถเดินไปได้ วันนี้ไม่สามารถเดินหน้ากระบวนการระบายข้าวได้ ทั้งที่เป็นกระบวนการที่ถูกต้องแต่ถูกขัดขวางอย่างนี้ชาวนาจะได้รับเงินได้อย่างไร หรือแม้แต่กระบวนการการฟ้องร้อง ถ้าเป็นคดีความฟ้องร้องเงินตรงนั้นไม่สามารถจ่าย ให้กับชาวนาได้ เพราะอยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย ต้องรอให้ขั้นตอนเป็นที่สิ้นสุดก็จะยิ่งทำให้ชาวนาได้รับเงินช้าลง “ดังนั้นเป็นไปได้หรือไม่ที่จะแยกเรื่องความคิดเห็นที่แตกต่างกับการเมืองออกจากกัน จะลงโทษรัฐบาลก็มีกระบวนการอยู่แล้ว แต่อย่าไปลงโทษชาวนาเลย อย่าเอารัฐบาลมาทำให้ชาวนาเดือดร้อน หลายคนอาจบอกว่ารัฐบาลนี้ไม่มีความเชื่อมั่นเหมือนกับรัฐบาลอื่น แต่ดิฉันเชื่อว่าในทุกรัฐบาลต้องดำเนินการตามกระบวนการเช่นนี้ แต่ทำไมจะต้องทำให้เกิดกระบวนการที่ส่งผลให้เกิดความล่าช้าแล้วเดินหน้าโครงการไม่ได้จนชาวนาต้องเดือดร้อน”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่  14/03/2014

เตือนพายุฤดูร้อนถล่มภาคกลาง – ตอ.

นายสงกรานต์  อักษร  รองอธิบดีด้านวิชาการ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ในวันที่ 14 มี.ค.ความกดอากาศต่ำจากความร้อนจะปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเล จีนใต้ ส่งผลให้ระหว่างวันที่ 14-15 มี.ค. จะเกิดพายุฤดูร้อน มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเป็นแห่งๆ แต่ปริมาณไม่มากนัก ซึ่งลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นเนื่องจากอยู่ในช่วงเปลี่ยนฤดูเข้าสู่ฤดูร้อน โดยจะเริ่มเข้ามาทางด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ตั้งแต่หนองคาย นครพนม สกลนคร มุกดาหาร ชัยภูมิ อุบลราชธานี ขอนแก่น และร้อยเอ็ด จากนั้นในวันที่ 15-16 มี.ค. จะเกิดบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ด้านตะวันออกของภาคกลาง และภาคตะวันออก  ส่วนลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 15-17 มี.ค. ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้น และคลื่นลมแรงขึ้นบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากพายุและลมกระโชกแรง หากท้องฟ้ามืดครึ้มและเริ่มมีลมแรงควรเก็บของให้เรียบร้อย ดูแลบ้านให้แข็งแรง และหาที่หลบ อย่าอยู่ใกล้ต้นไม้หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับชาวเรือควรเพิ่มความระมัด ระวังในการเดินเรือ ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่  14/03/2014

ชีวิตจริงเด็กน้อย 9 ขวบลูกตร.ปจ.คิดถึงพ่อบุกหาถึงศรส.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่สโมสรตำรวจ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่ามีเด็กชายอายุไม่ถึง 10 ขวบ เดินทางมาตัวคนเดียวเพื่อมาตามหาพ่อที่เป็นตำรวจปราบจราจลที่ประจำการที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ทราบชื่อในเวลาต่อมาว่า ด.ช.ป่านธนา มาลาศรี อายุ 9 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนจักราชราษฎร์สามัคคี ตำบลจักราช อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา กำลังทานอาหารกลางวันร่วมกับบิดา คือ ด.ต.ทองทวี มาลาศรี อายุ 51 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.จักราช จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับมอบหมายให้มาประจำการที่ ศรส. เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย โดย ด.ช.ป่านธนา หรือน้องเติ้ล  เผยว่า หลังจากโรงเรียนปิดภาคการศึกษา ตนอยู่บ้านคนเดียว รู้สึกเหงา คิดถึงพ่อ จึงเดินทางด้วยรถตู้สาธารณะมาคนเดียว อยากมาอยู่กับพ่อมากกว่า อีกทั้งในอนาคตตั้งใจจะเป็นตำรวจตามบิดาอีกด้วย

ด้าน ด.ต.ทองทวี มาลาศรี ผบ.หมู่ ป.สภ.จักราช จังหวัดนครราชสีมา  กล่าวว่า มีลูก 3 คน ภายหลังได้แยกทางกับภรรยา จึงนำน้องเติ้ลซึ่งเป็นลูกคนเล็กมาเลี้ยงดู อาศัยอยู่ในห้องพักข้าราชการตำรวจกัน 2 คนพ่อลูก และเมื่อได้รับมอบหมายให้มาประจำการที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา น้องเติ้ล ต้องอยู่ห้องคนเดียว ไม่มีคนดูแล พอโรงเรียนปิดเทอม น้องเติ้ลรบเร้าอยากมาหาจึงอนุญาต ให้ขึ้นรถตู้และโทรศัพท์คุยกันตลอดทาง อีกทั้งหลังจากตนมาประจำการอยู่แล้วสังเกตเห็นว่าที่สโมสรตำรวจมีความปลอดภัย จึงกล้าให้ลูกมาหาและอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม ด.ต.ทองทวี มีกำหนดเดินทางกลับจังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 16 มี.ค.นี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่  14/03/2014

เอาผิดอาญายิ่งลักษณ์อนุมัติงบโรดโชว์ 200 ล.

น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จะรวบรวมหลักฐานในการใช้งบประมาณในการโรดโชว์ประชาสัมพันธ์โครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่ใช้ไปแล้ว 200 ล้านบาท เพื่อให้ทีมกฎหมายของพรรคเอาผิดคดีอาญาต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ เนื่องจากมีเอกสารระบุชัดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นคนเซ็นอนุมัติครั้งละ 100 ล้านบาทเพื่อจ้างสื่อในการประชาสัมพันธ์ ซึ่งสงสัยว่าส่อขัดระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ แม้ว่าจะมีการยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาร่างพ.ร.บ.กู้เงินฯแล้วแต่รัฐบาลยังคงเดินหน้าอนุมัติใช้งบประชาสัมพันธ์โครงการนี้ต่อ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่  14/03/2014

กกต.ยื้อฟ้น 16 ผู้สมัครพท.

นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร  กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวภายหลังการประชุม กกต. เมื่อเย็นวานนี้ (13 มี.ค.) ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณากรณีที่ตนเสนอให้ตรวจสอบรายการที่ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 ซึ่งมีการเชิญผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย (พท.) จำนวน 16 คน ไปออกรายการ ตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. – 7 มี.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง เพราะอาจเข้าข่ายก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง และขณะที่กำลังพิจารณาเรื่องนี้ มีกกต.หนึ่งคนต้องรีบเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างจังหวัดทำให้เหลือกรรมการประชุมเพียง 3 คน ถือว่าองค์ประชุมไม่ครบ ประกอบกับเห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญที่กกต.ทั้ง 5 คนควรได้ร่วมกันพิจารณา จึงนัดที่ประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ ในวันที่ 27 มี.ค.

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  14/03/2014   

ชงงบปี 58 ขาดดุล 5 แสนล.

นายสมศักดิ์  โชติรัตนะศิริ  ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ขณะนี้เตรียมทำร่างงบประมาณปี 2558 ไว้แล้วเพื่อนำเสนอให้กับรัฐบาลใหม่ ซึ่งคาดว่าจะบรรจุเงินลงทุนของโครงการ 2 ล้านล้านบาทที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตกไป เข้าไว้ในงบประจำปีดังกล่าว “เมื่อปรับแผนนำเงินมาใส่ในงบประจำปีจะทำให้งบประมาณขาดดุลเพิ่มเป็น 5 แสนล้านบาท จากงบขาดดุลปีปัจจุบัน 2557 ที่ 250,000 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ ว่าจะใส่งบลงทุนเพิ่มเท่าไหร่ ภายใต้เงื่อนไขที่กู้เงินได้ไม่เกิน 20% ของวงเงินงบประมาณ” การจัดทำร่างงบประมาณปี 2558 คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งขณะนี้ได้มีการเตรียมการบางส่วนไว้เสนอรัฐบาลใหม่คือ การพิจารณาดูงบประมาณรายจ่ายประจำขั้นต่ำ  รายจ่ายตามข้อผูกพันต่างๆ ส่วนรายจ่ายเชิงยุทธศาสตร์นั้น ต้องรอให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ก่อน คาดว่า วงเงินประมาณปี 2558 จะมีประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2 แสนล้านบาทจากปีปัจจุบัน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  14/03/2014   

เก็งที่ดินสะอื้น

นายทวิสันต์  โลณานุรักษ์  รองประธานหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า   นักลงทุนทุกคนต้องฝันสลายจากการจับจองซื้อที่ดินที่อยู่โดยรอบโครงการรถไฟความเร็วสูง ตั้งแต่ จ.สระบุรี บริเวณ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง และ อ.เมืองนครราชสีมา แต่โครงการไม่เกิดตามแผนงานที่วางไว้ ทำให้นักลงทุนต้องพับแผนการลงทุนโดยไม่มีกำหนด

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์   วันที่  14/03/2014   

ลูกหนี้ผุดโมเดลปลดหนี้

น.ส.อาจิน  จุ้งลก  เลขานุการชมรมปฏิรูปสิทธิลูกหนี้  กล่าวว่า  ชมรมฯได้จัดทำโครงการปรับโครงสร้างหนี้สินส่วนบุคคลทั้งที่เป็นหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ โดยใช้วิธีการให้ลูกหนี้รวมตัวเป็นกลุ่มเพื่อเจรจากับเจ้าหนี้  การดำเนินโครงการแก้ไขหนี้ในรูปแบบดังกล่าว ได้มีการดำเนินการแล้วคือการแก้หนี้นอกระบบของบุคลากรโรงพยาบาลกรุงเทพ ทั้งนี้ หลังจากโครงการของโรงพยาบาลกรุงเทพประสบความสำเร็จก็กลายเป็นโมเดลใหม่ในการแก้ไขหนี้ โดยขณะนี้นำไปใช้ช่วยเหลือบุคลากรของโรงพยาบาลกลาง นอกจากการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ยังมีการขอสินเชื่อจากธนาคารอื่นมาชำระหนี้ด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์   วันที่  14/03/2014   

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ จี้รัฐบาล – สั่งศรส.จัดการโกตี๋ติดป้ายแบ่งแดน นวดนาคราชคืนชีพ โจรใต้โหด! ฆ่าผู้หญิงยิงข้างหลัง มติชน ปูแนะทบ.ปรับบังเกอร์ลดขึงขังบิ๊กตู่ยิงมุขติดม่านชมพู...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ กห.ถก – แยกปท. “ปู” กำชับห้ามเลือกปฏิบัติ “เยาวเรศ” สละสิทธิ์รางวัลสตรีดีเด่น สมัครส.ว.วันแรกฉลุย...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ปาบึมศาลอาญา 2 ลูกซ้อนเอ็ม 61-ไม่ระเบิด เริ่มรับสมัครชิงส.ว. โชเฟอร์ 15 ศพมอบตัวอ้างเบรกเสีย...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ เชือด “สุขุมพันธุ์” ใบเหลือง – มติกกต. 3:2 2หนุ่มอิหร่านแค่พวกขอลี้ภัย บึมสวนลุมฯสาหัส...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ รัฐดิ้นรนหาทางออกให้จำนำ!ใบประทวนครึ่งราคา ถ้ายิ่งลักษณ์ออกประเทศชาติรอด! หมายจับหลวงปู่พุทธอิสระออกแล้ว มติชน “อุ๋ย” ขอนายกฯคนกลางจี้ปูลาออกจม.เปิดผนึกซัดล้มเหลว รบ.จ่ายค่าใบประทวน50% “โรงสี”...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top