ทฤษฎีใหม่ ‘สลัดอากาศ’ ชิงเครื่องบินมาเลเซีย

เหตุที่ค้นหาโบอิง 777 ของมาเลเซียที่สูญหายไม่เจอ อาจเป็นเพราะสลัดอากาศเข้าควบคุมเครื่องบิน ปิดอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมด แล้วขับไปลงจอดยังสนามบินลับ อำพรางสายตาของดาวเทียม

 

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานเมื่อวันจันทร์ ว่า ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ของการบิน แทบเป็นไปไม่ได้เลย ที่เครื่องบินลำใหญ่ มีคนบนเครื่อง 239 คน จะสูญหายอย่างไร้ร่องรอย

 

การที่ทุกฝ่ายยังมืดแปดด้าน หลังจากเครื่องของมาเลเซียแอร์ไลน์ขาดการติดต่อตั้งแต่วันเสาร์ จึงชวนให้คาดเดาว่า เครื่องบินอาจไม่ได้ตก ไม่ได้ระเบิดกลางอากาศ แต่ถูกชิงเอาไป แล้วซุกซ่อนไว้จากการตรวจพบทางอากาศหรือดาวเทียม

 

จนถึงเช้าวันอังคาร เครื่องบินและเรือของหลายประเทศ รวมทั้งดาวเทียมทั้งของพลเรือนและทหาร ที่ค้นหาโบอิง 777 ซึ่งสูญหายในเส้นทางกัวลาลัมเปอร์-ปักกิ่ง ยังไม่พบวี่แววของซากเครื่องบิน ที่เข้าใจว่าอาจตกในทะเลจีนใต้ หรือช่องแคบมะละกา

 

การที่ยังหาซากไม่เจอ ทั้งๆที่ดาวเทียมจารกรรมสามารถตรวจพบวัตถุขนาดลูกฟุตบอลได้ และการที่เที่ยวบิน MH370 ลำนี้ไม่ได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือก่อนอันตรธานไปจากจอเรดาร์ นับเป็นปรากฎการณ์เหนือความคาดหมาย

 

นั่นทำให้ผู้เชี่ยวชาญเริ่มตั้งข้อสันนิษฐานที่ฟังดูเหลือเชื่อ

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เครื่องบินลำนี้ไม่น่าตกเพราะสภาพอากาศเลวร้าย เนื่องจากขณะสูญหายนั้นสภาพอากาศระหว่างเส้นทางไม่มีพายุ

 

จุดที่น่าสะกิดใจก็คือ อุปกรณ์รับส่งสัญญาณวิทยุ ซึ่งทำหน้าที่ติดต่อระหว่างเครื่องบินกับหอควบคุมการจราจรทางอากาศ หรือกับเครื่องบินลำอื่นๆในละแวกใกล้เคียง เกิดหยุดทำงาน ขณะเครื่องกำลังบินเหนือทะเลจีนใต้

 

แถมระบบสื่อสารทางวิทยุอื่นๆ เช่น ระบบติดตามด้วยดาวเทียม ก็ยังหยุดทำงานไปพร้อมกัน

 

กาย แกรตตัน แห่งคณะวิศวกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยบรูเนล ประเทศอังกฤษ บอกว่า มีแค่ 2 ทางที่อุปกรณ์พวกนี้จะหยุดทำงานโดยนักบินไม่ได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

 

ทางแรก คือ ระบบไฟฟ้าบนเครื่องเกิดขัดข้องทั้งหมด ซึ่งเป็นไปได้ยากมากสำหรับเครื่องบินรุ่นใหม่ที่บินในสภาพอากาศดี

 

ทางที่สอง มีคนปิดระบบสื่อสารโดยเจตนา

 

@  นักบินกองทัพเรืออินโดนีเซีย ออกค้นหาเครื่องบินที่สูญหาย ระหว่างพรมแดนอินโดนีเซีย, มาเลเซีย, และไทย เมื่อวันจันทร์

 

โบอิง 777 ที่เพิ่งขึ้นบินได้ไม่นานอย่างเที่ยวบินนี้ มีเชื้อเพลิงประมาณ 40 ตัน ฉะนั้น ถ้าตกในทะเล ต้องพบคราบน้ำมันจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมา คราบน้ำมันที่พบในทะเล ไม่ใช่น้ำมันเครื่องบิน และวัตถุต้องสงสัยที่พบก็ไม่ใช่ชิ้นส่วนของเครื่องบิน

 

ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เมื่อเครื่องบินตกในทะเล อุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน ซึ่งทนแรงกระแทกอันมหาศาลได้ จะส่งสัญญาณวิทยุออกมาหากมันยังลอยอยู่บนผิวน้ำ แต่ถ้าจมน้ำ  มันก็ยังปล่อยสัญญาณอัลตราซาวด์

 

พื้นที่ระหว่างมาเลเซียกับเวียดนามเป็นเขตน้ำตื้น ป่านนี้ ผู้ค้นหาต้องจับสัญญาณเหล่านี้ได้แล้ว หากเครื่องตกในทะเลจริง

 

แล้วถ้าเครื่องพลัดออกนอกเส้นทางไปตกบนบก เช่น ตามป่าเขาของมาเลเซียหรือเวียดนาม ป่านนี้ก็น่าจะเจอร่องรอยของการตกแล้วเช่นกัน เช่น ร่องรอยการตกกระแทก การระเบิด หรือเพลิงไหม้ หรือชิ้นส่วนที่กระจัดกระจาย

 

เมื่อไม่พบซาก ผู้เชี่ยวชาญจึงสันนิษฐานว่า สลัดอากาศซึ่งมีความรู้ความชำนาญเรื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ด้านการบิน อาจปิดระบบสื่อสารทั้งหมดบนเที่ยวบินนี้ แล้วขับตลอดคืนไปลงจอดบนรันเวย์ ซึ่งอาจอยู่ห่างจากมาเลเซียกว่า 5,000 ก.ม.

 

จากนั้นก็อำพรางโบอิง 777 ไม่ให้เครื่องบินหรือดาวเทียมตรวจพบ

 

จุดลงจอดอาจอยู่ในย่านเอเชียตะวันออก, เอเชียกลาง, หรือเอเชียใต้ ก็เป็นได้.

ที่มา http://www.voicetv.co.th/

No related posts.

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top