ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

ไล่ยิงกันกลางดึกการ์ดปปส.ปะทะแก๊งป่วน

ปูไม่พบป.ป.ช.ส่งทีมกฎหมายแทน

คนแห่ขอไหว้พระไม้ให้โชค

มติชน

ปึ้งเชิญบันคีมุนมาไทยชี้ทางออกปูเรียกร้องสุเทพเจรจา

กวป.เอามั้ง “ชัตดาวน์”ฮือปิดปปช.

2 ไฮโซแกนม็อบเป่าปริ๊ดคุณหญิงอ้อ

ข่าวสด

รวบการ์ดแกนม็อบ 2 จ่า – ซีล ผบ.ทร.ขอโทษปู

บิ๊กตู่ปัดนั่งนายกฯคนกลาง

“พรีม” ยังช็อกไม่กล้ากลับบ้าน – ฟื้นจิตใจ

เดลินิวส์               

มือมืดเหิมยิงเอ็ม 79 ถล่ม ศรส. “2ลูก” ซ้อนตูมสนั่น!

ทีโอทีต้านซื้อบอนด์

ชัตดาวน์ปปช.เสื้อแดงไล่ตะเพิด

กรุงเทพธุรกิจ

รัฐดึงยูเอ็น “คนกลาง”

ประเมินขายตั๋วพีเอ็นต่ำเป้า

โพสต์ทูเดย์

โกง 6 หมื่นล.โผล่

แห่เช็กเครดิตบูโร

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์

“ช้าเป็นการ – นานเสียทั้งประเทศ”

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ

นัดสำคัญ

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย   โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ

เอางบกลางจ่ายหนี้ชาวนาให้หมด

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย วรศักดิ์  ประยูรศุข  (มติชนรายวัน)  

แด่…นักปฏิวัติ

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ

ประท้วงไทย,ยูเครนถึงเวเนฯ : ความเหมือนและความต่าง

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

ไล่ยิงกันกลางดึกการ์ดปปส.ปะทะแก๊งป่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 25 ก.พ. ต่อเนื่องถึงวันที่ 26 ก.พ. ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะบริเวณรอบพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. หลายจุดอย่างต่อเนื่องที่เวทีแยกปทุมวัน และเวทีแยกราชประสงค์ เริ่มตั้งแต่เวลา 23.30 น. วันที่ 25 ก.พ. มีแก๊งมอเตอร์ไซค์ขับป่วนและมีเสียงคล้ายปืนดังขึ้นหลายนัด จากฝั่งด้านข้างโรงพยาบาลตำรวจบริเวณแยกเฉลิมเผ่า ถนนพระราม 1 ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างเวทีแยกปทุมวันกับเวทีแยกราชประสงค์ต่อมามีเหตุยิงปะทะกันเป็นระยะๆระหว่างการ์ด กปปส.กับกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ที่แยกเฉลิมเผ่าไล่ไปจนถึงสยามสแควร์ จนกระทั่งเวลา 00.45 น. มีเสียงคล้ายปืนดังขึ้นอีกหลายครั้งบริเวณห้างสรรพสินค้าแพลทตินั่ม แยกประตูน้ำ ก่อนที่เหตุการณ์จะขยายวงกว้างออกไปใน 4 จุด ต่อมาเวลา 01.45 น. ยังมีเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายครั้ง บริเวณแยกเฉลิมเผ่า และมีเสียงระเบิดตามมา 1 ครั้งที่แนวบังเกอร์ ทำให้การ์ด กปปส.ได้สั่งห้ามเข้าออกพื้นที่เพื่อความปลอดภัย เหตุปะทะดังกล่าวกินเวลานานกว่า 2 ชม. จนกระทั่งเวลา 02.00 น. สถานการณ์ทุกจุดเริ่มคลี่คลาย จากนั้นสารวัตรทหารจึงนำกำลังกระจายเข้าประจำการในจุดต่างๆ เพื่อควบคุมสถานการณ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้สื่อข่าวไม่สามารถเข้าพื้นที่ตรวจสอบได้ เนื่องจากมีการปิดกั้นไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามได้ปิดทางห้ามขึ้น – ลง เช่นกัน  นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า มีเสียงดังคล้ายระเบิดใกล้สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และมีแก๊งมอเตอร์ไซค์ป่วนบริเวณถนนแจ้งวัฒนะอีกด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 27/02/2014

ปูไม่พบป.ป.ช.ส่งทีมกฎหมายแทน

นายสุรนันทน์  เวชชาชีวะ  เลขาธิการนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  วันที่ 27 ก.พ. นายกฯมอบหมายให้ทีมที่ปรึกษากฎหมายเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแทนกับทาง ป.ป.ช. เพื่อขอทราบรายละเอียดข้อกล่าวหา หาก ป.ป.ช. ปฏิเสธไม่สามารถดำเนินการแทนได้ นายกฯจะทำเรื่องขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหาไป 15 วัน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 27/02/2014

คนแห่ขอไหว้พระไม้ให้โชค

นายอเนก  สีหามาตย์  อธิบดีกรมศิลปากร  กล่าวว่า  กรณีความเชื่อส่วนบุคคลที่มีประชาชนเข้ามาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในพิพิธภัณฑ์และได้รับโชคจากการขอพรนั้น มีประชาชนจำนวนมากโทรศัพท์มาที่กรมศิลปากรตลอดทั้งวัน ถึงเรื่องดังกล่าว ส่วนใหญ่มีความประสงค์ที่จะเข้าขอสักการะพระพุทธรูปดังกล่าว เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว จากการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องของกรมศิลปากร มีความเห็นว่า กรมฯจะนำโบราณวัตถุที่เก็บไว้ภายในพิพิธภัณฑ์กาญจนาภิเษก ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทางพุทธศิลป์ในแต่ละยุคสมัย ทั้ง ศิลปะสุโขทัย ลพบุรี อยุธยา และมีความศักดิ์สิทธิ์ในด้านต่างๆมาจัดแสดง และเปิดให้ประชาชนสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยขณะนี้ได้มอบหมายให้พิพิธภัณฑ์จัดเตรียมพื้นที่จัดแสดง คาดว่าจะเปิดให้สักการะได้ ช่วงต้นเดือนมีนาคม และกรมศิลปากรขอความร่วมมือ ผู้เข้าไปสักการะ ห้ามใช้มือสัมผัส หรือปิดทอง หรือนำสิ่งของมาเซ่นไหว้บนบานศาลกล่าว ที่สำคัญห้ามกระทำการใดๆที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่โบราณวัตถุ โดยอนุญาตให้นำเพียงพวงมาลัยมาสักการะได้เท่านั้น ขณะเดียวกัน จะมีการจัดระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่ 27/02/2014

กวป.เอามั้ง “ชัตดาวน์”ฮือปิดปปช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. สนามบินน้ำ กลุ่ม นปช.นนทบุรี นำโดยนายชวริศ  สุริยะ  แกนนำ นปช.บางบัวทอง และนายสุทธิชัย  โพธิ์ดาพล  แกนนำ นปช.นนทบุรี รวมตัวกันชุมนุมหน้าประตูสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อทำกิจกรรมชูป้าย เผาโลงศพจำลอง และเปิดเวทีปราศรัยโจมตี คัดค้านการทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 27 ก.พ. นี้ เรียกร้องให้ ป.ป.ช.ใช้ความเที่ยงตรงในการปฏิบัติหน้าที่  นอกจากนี้นายศรรักษ์  มาลัยทอง  พร้อมด้วยมวลชนจากกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.)  นำรถเครื่องขยายเสียงเดินมาปราศรัยด้านหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. โดยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ปิดประตูทางเข้า – ออก พร้อมทั้งนำโซ่มาล็อกประตู โดยผู้ชุมนุมได้นำโลงศพติดรูปภาพนายวิชา  มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. มาเผา พร้อมกับนำโซ่มาล็อกที่ประตูทางเข้าออกสำนักงาน ป.ป.ช.ทุกประตูเพื่อไม่ให้กรรมการ ป.ป.ช.เดินทางออกจากสำนักงานและประกาศปักหลักชุมนุมตั้งเวทีเพื่อปราศรัยต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่ 27/02/2014

2 ไฮโซแกนม็อบเป่าปริ๊ดคุณหญิงอ้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่เวทีแยกปทุมวัน น.ส.อัญชะลี  ไพรีรัก แกนนำ กปปส. กล่าวบนเวทีเชิญ นายณัฏฐพล และนางทยา  ทีปสุวรรณ  สองสามีภรรยาไฮโซ ที่เป็นแกนนำ กปปส. ขึ้นบนเวที ซึ่งทั้งสองคนเป็นคนนำและถ่ายคลิปวิดีโอเป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจมาน  ดามาพงศ์  อดีตภรรยา  พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ห้างสรรพสินค้าดิเอ็มโพเรียม โดยนำคลิปดังกล่าวมาเปิดให้ผู้ชุมนุม

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่ 27/02/2014

รวบการ์ดแกนม็อบ 2 จ่า – ซีล ผบ.ทร.ขอโทษปู

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 12.30 น. พ.ต.ท.ณัฎฐพัชร์ ผดุงจันทน์  รองผกก.จร.สน.บุคคโล นำกำลังตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรอยู่บนถนนตากสิน ช่วงสี่แยกมไหสวรรย์ แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม.พบรถกระบะขนาดเล็กแต่งซิ่ง ยี่ห้อดัทสัน สีเขียว ทะเบียน บน 482 ประจวบคีรีขันธ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า มีเพียงป้ายทะเบียนด้านหลัง ขับผ่านมาในลักษณะมีพิรุธ จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ พบผู้ขับขี่ชื่อ จ.อ.สมพงศ์ แท่นนาค อายุ 34 ปี สังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ เดินทางมาพร้อมคนนั่งข้างๆ ชื่อ จ.อ.ปรีชา มูลพวก อายุ 34 ปี ทหารสังกัดเดียวกัน เมื่อขอให้ทั้งคู่ลงจากรถเพื่อตรวจค้นพบอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.ยี่ห้อกล็อก รุ่น 17 อยู่ที่ตัวคนละ 1 กระบอก โดย จ.อ.สมพงศ์ พกไว้ที่เอว ส่วน จ.อ.ปรีชา แยกชิ้นส่วนนำปืนใส่ไว้ในกระเป๋าสะพาย นอกจากนี้ยังตรวจพบบัตรการ์ด กปปส. 2 ใบ แม็กกาซีนปืน 5 อัน เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 37 นัด และเครื่องกระสุนปืนเอ็ม 16 อีก 1 นัด อยู่ภายในรถคันดังกล่าว สอบสวนเบื้องต้นทั้งคู่ยังให้การวกวนไปมาอ้างว่าเป็นทหารปฏิบัติราชการในพื้นที่ จ.นราธิวาส เข้ามาเที่ยวในพื้นที่ชุมนุมกรุงเทพมหานคร และกำลังจะไปราชการต่อที่ฐานทัพเรือสัตหีบ เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวทั้ง 2 ราย ไปสอบปากคำต่อที่ สน.บุคคโล

พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น.  กล่าวภายหลังสอบสวนทหารทั้ง 2 นาย นานกว่า 3 ชั่วโมง ว่าจากการสอบปากคำทั้ง 2 ราย ยอมรับเป็นทหารเรือในราชการจริง ถูกว่าจ้างให้มาคุ้มครองแกนนำในพื้นที่การชุมนุมสวนลุมพินี แต่รายละเอียดตนไม่ขอเปิดเผยลึกไปกว่านี้ พูดได้เพียงว่า น่าสงสารน้องๆ ทั้ง 2 คน คนหนึ่งมีลูกอายุเพิ่ง 4 เดือน อีกคนมีลูกวัย 9 ขวบ ทั้งคู่เป็นทหารชั้นดีมีฝีมือแต่ถูกว่าจ้างให้เอาตัวมาเชื่อมโยงกับการชุมนุมเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าแล้วจะดำเนินคดีกับทหารทั้ง 2 นาย อย่างไร พล.ต.ต.ฐิติราชกล่าวว่า เท่าที่ให้การในเบื้องต้นทราบว่าอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอกเป็นของราชการทหารเรือ แต่เนื่องจากขณะนี้ในกทม.มีการประกาศเป็นพื้นที่ พ.ร.ก.จึงต้องแจ้งข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะ กับทหารทั้ง 2 นายไว้ก่อนจากนั้นจะติดต่อให้ผู้บังคับบัญชาและนายทหารพระธรรมนูญมารับตัวไปดำเนินการต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่ 27/02/2014   

บิ๊กตู่ปัดนั่งนายกฯคนกลาง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.   กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองโดยเฉพาะเหตุระเบิดและโอกาสเกิดสงครามกลางเมืองว่า เหตุรุนแรงจะเกิดขึ้นอีกแน่นอนหากทุกฝ่ายไม่ยอมรับกติกา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแกนนำและผู้นำต้องรับผิดชอบความสูญเสีย ส่วนทหารทำทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาแต่เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ถูกตำหนิ เวลานี้ทำได้แค่รับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยบทบาทของกองทัพจะทำเพื่อประชาชนโดยรวม ไม่ใช่เพื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่จะใช้เป็นประโยชน์ในอนาคต  เมื่อถามถึงกระแสข่าวกองกำลังต่างชาติที่มีเข้ามาสร้างสถานการณ์ในไทย  พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวว่า จากการตรวจสอบยังไม่พบ มองว่างานลักษณะนี้ใช้นักเลงที่ใจกล้า ฝึกอีก เล็กน้อยก็ก่อเหตุได้ จึงไม่ต้องมีกองกำลังต่างชาติ และคนพวกนี้เคยก่อเหตุในปี 2553 เป็นพวกนักเลง แต่เรื่องนี้ขอให้ไปสอบถามข้อมูลจากตำรวจดีกว่า  ส่วนข้อเสนอในที่ประชุมนปช. ที่จ.นครราชสีมา ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นรมว.กลาโหมและนายกฯคนกลางนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ต้องการรับตำแหน่งใดๆ ขอให้ประเทศชาติ ประชาชนและสถาบันมีความปลอดภัยเท่านั้น ให้แลกด้วยอะไรก็ยอม “ในฐานะเจ้าหน้าที่จะใช้ความรู้สึกส่วนตัวไม่ได้ เกลียดใครไม่ได้ และไม่อยากใช้วิธีแก้ปัญหาหนึ่งเพื่อไปเจอกับอีกปัญหาหนึ่ง ไม่จบสิ้น ส่วนสถานการณ์อนาคตมั่นใจว่าความดีย่อมชนะความชั่วอย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องใช้เวลานาน”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่ 27/02/2014   

“พรีม” ยังช็อกไม่กล้ากลับบ้าน – ฟื้นจิตใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี “พรีม” น.ส.กัญณภัทร วรบวรภัทร์ อายุ 26 ปี ดาราค่ายเอ็กแซ็กท์ ถูกคนร้ายบุกปล้นและปลุกปล้ำ ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ดาราสาว “พรีม-กัญณภัทร”  กล่าวกับผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” ผ่านทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้ออกจาก ร.พ.นนทเวชมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านญาติแล้ว อาการภายนอกดีขึ้น แผลแห้ง แต่ยังมีรอยฟกช้ำตามหน้าตา ผลการตรวจร่างกายภายในไม่มีการช้ำใน กะโหลกไม่มีรอยช้ำ แต่ริมฝีปากยังไม่หายบวมทำให้พูดไม่ชัด ในส่วนของร่างกายภายนอกคาดว่าสักสองอาทิตย์น่าจะหายดี ส่วนสภาพจิตใจตอนนี้ยังช็อกอยู่มาก รู้สึกหวาดผวา หลอน และนอนฝันร้ายตลอด คงต้องใช้เวลาฟื้นฟูจิตใจต่อไป ซึ่งระยะแรกต้องให้จิตแพทย์ช่วยดูแลฟื้นฟูจิตใจทุกอาทิตย์ เมื่อถามว่าจะดำเนินคดีกับคนร้ายอย่างไร พรีม กล่าวว่า จะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ไม่อยากให้ไปทำร้ายคนอื่นอีก ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลทางเจ้าของโครงการหมู่บ้านรับผิดชอบทุกอย่างตามสมควรเต็มที่ ตอนนี้กำลังประชุมกันอยู่ว่าจะเพิ่มมาตรการความปลอดภัยทั้งหมู่บ้านอย่างไร ไม่เฉพาะบ้านพรีมคนเดียว  เมื่อถามว่าจะย้ายบ้านหรือไม่ พรีม  กล่าวว่า บ้านหลังเกิดเหตุเพิ่งย้ายมาอยู่แค่ 4 เดือน ถ้าดีขึ้นเมื่อไรคงกลับไป แต่ตอนนี้ยังไม่พร้อม คงต้องรอให้ทางโครงการหมู่บ้านติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยติดตั้งกล้องวงจรปิด ติดตั้งระบบกันขโมยติดกรงเหล็กให้ก่อน ส่วนผลกระทบกับงานละครที่ถ่ายไว้ออนแอร์ไปหมดแล้ว แต่จะมีออดิชั่นละครเยอะ ทำให้เรามาพลาดโอกาสนี้ไป ทางผู้ใหญ่ค่ายเอ็กแซ็กท์มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล บอกให้เราพักรักษาตัวให้หายดีก่อนแล้วค่อยมารับงานละคร ซึ่งตอนนี้เซ็นสัญากับทางเอ็กแซ็กท์ 5 ปี

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่ 27/02/2014    

มือมืดเหิมยิงเอ็ม 79 ถล่ม ศรส. “2 ลูก” ซ้อนตูมสนั่น!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 26 ก.พ. พ.ต.อ.อธิป พงศ์ศิวาภัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.พิภพ สุขก่ำ รองผกก.สส. รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายลอบยิงระเบิด เอ็ม 79 เข้าใส่ ลานจอดรถ ด้านหลัง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส 2 ลูก และภายในศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย (ศรส.) ซึ่งตั้งอยู่ในสโมสรตำรวจ ริมถนนวิภาวดีรังสิต (ฝั่งขาเข้า) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ อีก 1 ลูก  รวมทั้งหมด 3 ลูก จากการตรวจสอบพบระเบิดเอ็ม 79 ระเบิดสร้างความเสียหายรวม 2 ลูก เป็นส่วนที่ไปลงยังลานจอดรถสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ทำให้มีรถพนักงานได้รับความเสียหายรวม 3 คัน โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนระเบิดที่ไปลงยังศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย (ศรส.)นั้น ระเบิดไม่ทำงาน เนื่องจากไปตกลงเต๊นท์ผ้าใบ ตำรวจ คฝ. ที่เดินทางมาจาก บก.ภ.จว.บึงกาฬ หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดจึงต้องใช้ปืนแรงดันสูง ยิงทำลายทิ้ง เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นฝีมือกลุ่มผู้ต้องการสร้างสถานการณ์ป่วนเมือง ในช่วงภาวะตึงเครียดทางการเมือง โดยคาดว่า วิถีกระสุนนั้น น่าจะยิงมาจากบนทางด่วนโทลเวย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด เพื่อหาเบาะแสคนร้าย และเร่งจับกุมมาดำเนินคดี

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่ 27/02/2014    

ทีโอทีต้านซื้อบอนด์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)  ถนนแจ้งวัฒนะ ได้มีพนักงานบริษัท ทีโอที นำโดย นายพงศ์ฐิติ  พงศ์ศิลามณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท ทีโอทีฯ ได้นัดรวมพลกันแต่งชุดดำเพื่อเป็นการประท้วงการทำงานของคณะกรรมการบอร์ดทีโอทีและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของทีโอทีเนื่องจากบริหารงานล้มเหลว โดยปักหลักกันอยู่ด้านล่างของอาคาร ระหว่างนั้น นายยงยุทธ  วงศ์อนันต์ชัย  อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะประธานกรรมการบริษัท ทีโอที ลงมาพบพนักงานที่รวมตัวชุมนุมกันอยู่พร้อมกับชี้แจงข้อสงสัยของพนักงาน ดังนี้ 1. ขอให้ปรับอัตราขึ้นเงินเดือนพนักงานร้อยละ 7.5 เช่นที่ผ่านมา 2.ขอให้จ่ายโบนัสตามสภาพการจ้างเดิม 3.ขอให้ยกเลิกการเดินทางไปต่างประเทศของบอร์ดและผู้ติดตาม นอกจากนี้ยังขอทราบความชัดเจนกรณีทีโอทีซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือ บอนด์ จำนำข้าวหรือพันธบัตรอื่นเพื่อนำไปจ่ายในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลตลอดจนนโยบายของบอร์ดในการบริหารจัดการโครงการข่ายทีโอที 3 จี  โดย พ.ต.อ.สุชาติ  รับปากว่าจะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวไปพิจารณา โดยจะหารือร่วมกับตัวแทนสหภาพเพื่อหาข้อยุติโดยเฉพาะเรื่องการปรับขึ้นเงินเดือนร้อยละ 7.5 ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ดังนั้นหากหารือแล้วสามารถทำได้ตามข้อเรียกร้องโดยไม่ผิดกฎหมายจะผลักดันให้ได้ตามที่เรียกร้อง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่ 27/02/2014    

รัฐดึงยูเอ็น “คนกลาง”

นายสุรพงษ์  โตวิจักษณ์ชัยกุล  รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศรส. กล่าวถึงการเจรจาระหว่างนายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์  อดีตนายกฯ กับ หลวงปู่พุทธอิสระ  ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และแกนนำ กปปส. เวที่ปราศรัยศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ว่า ถือเป็นความพยายามช่วยหาทางออกวิธีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เห็นว่าขณะนี้มีความวุ่นวายและรุนแรงเกิดขึ้นค่อนข้างมาก จึงมีแนวคิดจะเชิญนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มาให้คำแนะนำทางออกและแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 27/02/2014

ประเมินขายตั๋วพีเอ็นต่ำเป้า

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง  กล่าวว่า  จากการประเมิน การประมูลพีเอ็นในครั้งนี้ อาจไม่ได้เต็มทั้งวงเงินที่เสนอ เนื่องจากมีกระแสการคัดค้านเกิดขึ้นภายในองค์กรรัฐวิสาหกิจบางแห่งอย่างไรก็ตาม หากผลการประมูลออกมาได้รับเงินไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท ก็ไม่เป็นปัญหา แต่จะเป็นการส่งสัญญาณต่อตลาดว่าการประมูลของ สบน.ได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้อง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 27/02/2014

โกง 6 หมื่นล.โผล่

นายนิพนธ์  วงษ์ตระหร่าน  นายกสมาคมกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าว กล่าวว่า  เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เดินทางไปพบกับนายธนาคารรายหนึ่ง และได้รับทราบว่ามีการโอนเงินผ่านโพยก๊วน โดยมีนักการเมืองและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เฉพาะในปี 2556 มีการโอนเงินไปที่ฮ่องกงสูงถึง 6 หมื่นล้านบาทถือเป็นวิธีการลักลอบโยกย้ายเงินจากในประเทศในต่างประเทศ โดยไม่ต้องขอธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 27/02/2014

แห่เช็กเครดิตบูโร

นายสุรพล  โอภาสเสถียร  ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) กล่าวว่า  ในปี 2556 ที่ผ่านมา มียอดการขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรเพื่อการทบทวนสินเชื่อเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 142.55% หรือ 15.96 ล้านราย จากจำนวน 6.58 ล้านรายในปี 2555 ท่ามกลางยอดการขอตรวจสอบประวัติเครดิตที่เพิ่มสูงขึ้นทุกด้าน เนื่องจากสถาบันการเงินต่างๆเริ่มกังวลมากขึ้นกับภาวะหนี้เสียภาคครัวเรือนที่พุ่งสูงท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ไม่แน่นอน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่ 27/02/2014

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ศาลอาญาอนุมัติจับเทือก 18 แกนนำกปปส. ศาลรธน.โละคดีมาร์คหนีทหาร 4 โจ๋ปล้นสาวพิธีกรช่อง 9 มติชน...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ รู้ตัวแล้ว – หมายจับตร.ไล่ล่ามือปืนป๊อบคอร์น ปชป.-แห้วคู่ศาลรธน.ไม่รับฟ้อง 3 คดี ยิงถล่มบ้านอ.สมศักดิ์ มติชน...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ กปปส.ชี้ “ฉุกเฉิน” เป็นหมันศาลห้ามสลายม็อบ ส่งศาลรธน.ชี้ขาดเลือกตั้ง ธ.ออมสินอ่วม 3 วันไหล 6...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ หารือลับเป็นหมันเทือกลั่นไม่ต้องมาเจรจา รวบหื่นปล้ำ “พรีม-กัญณภัทร” ไร้วุฒิภาวะ “จารุพงศ์” อัดยับชน “สมชัย” มติชน...
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ วิศวกรควบปิกอัพชนหกล้อพยาบาลดับคารถ แพนเค้กไม่กลัวแจ้งเท็จ จ่อตั้งใหม่หน.ทีมสอบสวน พ.ต.ท.ฉาว มติชน เพิ่มอีกข้อหา – ฉ้อโกงดีเอสไอฟันปิดทางหนีล้มละลาย...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top