หอการค้าไทย-ภาคเอกชน ไม่ตอบรับอารยะขัดขืน พร้อมวอนยุติการชุมนุม

ประธานหอการค้าไทย วอนยุติการชุมนุม และไม่เห็นด้วยกับการเรียกร้องมวลชนหยุดงานวันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2556 เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบเศรษฐกิจในประเทศอย่างรุนแรง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี แกนนำการชุมนุมราชดำเนิน กล่าวภายหลังประกาศลาออกจากสภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งเผยมติตามศาลประชาชนว่า จะมีการยกระดับต่อสู้ โดยเชิญชวนพี่น้องประชาชนกระทำอารยะขัดขืนอย่างเข้มแข็งทั่วประเทศ โดยขอให้ทุกคน ทุกบริษัท ทุกหน่วยงานราชการ รวมถึงสถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยทุกแห่ง หยุดงานมารวมตัวกันในวันที่ 13-15 พฤศจิกายน รวมทั้งขอให้หน่วยงานเอกชนชะลอการชำระภาษีกลางปีนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตนห่วงสถานการณ์ชุมนุม โดยเห็นว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อ อาจกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศและตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ทั้งปีให้หดตัวลงอีก เนื่องจากขณะนี้ไทยเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตัวผลักดันรายได้เข้าประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งจะช่วยทดแทนตัวเลขการส่งออกของไทยที่ชะลอตัวได้

นายอิสระ กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทย ขอแสดงจุดยืน 3 ประเด็น คือ

1. ยึดมั่นต่อการต่อต้านคอร์รัปชั่น และเห็นว่าการคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นได้สิ้นสุดลงแล้ว จากที่พรรคร่วมรัฐบาลลงนามในสัตยาบันไม่นำเรื่องนี้กลับมาอีก

2. ขอให้ทุกฝ่ายลดการเผชิญหน้าและท้าทายซึ่งกันและกัน ไม่ใช้ความรุนแรง ที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความเชื่อมั่น ตลอดจนภาพลักษณ์ของประเทศในระยะยาว

3. ขอให้ทุกฝ่ายยึดผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นหลัก เพื่อให้ความสันติสุขกลับสู่ประเทศอีกครั้ง

ส่วนที่ผู้ชุมนุมประกาศขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายหยุดงานวันที่ 13-15 พฤศจิกายน นายอิสระ กล่าวว่า ภาคเอกชนไม่ตอบรับข้อเสนอนี้ และไม่ได้ประกาศให้พนักงานของบริษัทที่เป็นสมาชิกของหอการค้าไทยหยุดงาน ส่วนข้อเสนอให้หยุดจ่ายภาษีนั้น ภาคเอกชนจะไม่ปฏิบัติตามแน่นอน เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนายการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อถึงไตรมาสแรก ปี 2557 จะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้ สูญเสียรายได้จากภาคการท่องเที่ยว 3-5 หมื่นล้านบาท ทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้เติบโตแค่ 3.3-3.5% และปีหน้า สูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว 1.1-1.5 แสนล้านบาท หรือเกือบ 2 แสนล้านบาท ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโตแค่ 4-4.8 % จากเดิมคาดว่าจะเติบโตได้ 5-5.1% แต่หากการชุมนุมเกิดความรุนแรงหรือการปะทะกัน เศรษฐกิจในปีนี้จะได้รับผลกระทบมากสุด หรือ เติบโตเพียง 3-3.2 %

ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้น เช่น ยุบสภา ต้องดูว่าจะเกิดขึ้นในช่วงใด เพราะหากมีการเลือกตั้งภายใน 90 วัน จะมีเม็ดเงินสะพัดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ แต่ถ้ารัฐบาลใหม่เปลี่ยนพรรคการเมือง อาจกระทบต่อโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท ที่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีหน้า ซึ่งทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า

ที่มา http://money.kapook.com/

Related posts:

  1. ครม. มีมติเห็นชอบเพิ่มวันหยุดยาวช่วงปีใหม่เป็น 5 วัน โดยให้วันที่ 30 เป็นวันหยุดพิเศษเพิ่มอีก 1 วัน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันนี้ (15 ต.ค.56) มีมติอนุมัติเพิ่มวันหยุดในช่วงปีใหม่ เป็น...
  2. ฟอร์บส์จัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทยปี 56 ‘ธนินทร์ เจียรวนนท์’ ที่ 1 ‘ทักษิณ’ ที่ 10 ฟอร์บส์เผยมหาเศรษฐีไทย 50 ราย ครองมูลค่าสินทรัพย์ถึง 25% ของจีดีพี เมื่อวันที่ 4 ก.ค. นิตยสารฟอร์บส์...
  3. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เมื่อวันที่ (18 ต.ค.56) เวลา 09.30 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล...
  4. บีอีซีแอล ขอขึ้นค่าทางด่วนเป็น 65 บาท-เร่งหาข้อสรุป ส.ค. นี้   บีอีซีแอล ยื่นเรื่องต่อการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ขอปรับขึ้นค่าทางด่วนอีก 20 บาท เป็น 65 บาท ระบุไม่ได้ปรับตั้งแต่ปี...
  5. อุตุฯ ประกาศเตือน พายุกรอซา ฉ.2 พายุไต้ฝุ่นกรอซา (KROSA) ได้เคลื่อนตัวผ่านตอนบนของประเทศฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้แล้ว เมื่อคืนนี้ และเมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (1 พ.ย....

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top