ตรวจสุขภาพไม่สับสน เข้าวัยไหนต้องตรวจอะไรบ้าง ? โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

เรื่องหนึ่งที่คนรักสุขภาพคิดว่าทำแล้วดีคือ “การตรวจสุขภาพประจำปี” ซึ่งมีทั้งดีและไม่ดีครับ ยิ่งถ้าไปตรวจกับที่ใหญ่ๆโตๆที่ตรวจเป็น “แพคเกจ” ละเอียดยิบทั้งวิตามิน,ฮอร์โมนและดูว่าแพ้อะไรบ้างเป็นสิบชนิด

อันนี้ไม่ได้จำเป็นเสมอไปครับ

มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจำปีอยู่มาก จากที่มีพี่นักข่าวมาถามรวมถึงแฟนรายการสุขภาพถามเข้ามา มีปัญหาที่ “เข้าใจผิด” บ่อยๆดังต่อไปนี้ครับ

- ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลเสมอไป ข้อนี้ไม่จำเป็นเลยครับ เพราะปัจจุบันโรงพยาบาลเอกชนหรูๆก็ส่งแล็บข้างนอก ไม่ได้ตรวจเองเสมอไปครับ

- ตรวจยิ่งเยอะยิ่งดี ที่จริงแล้วยิ่งตรวจเยอะยิ่งเลอะหนักครับ เพราะสิ่งที่จำเป็นในการตรวจนั้นต้องดูเป็นรายคน ไม่ตรวจเป็นแพคเกจ

ที่สำคัญอีกข้อหนึ่งของการตรวจสุขภาพที่ดีที่สุดนั้นก็คือ “ท่านตรวจเองได้” ครับ ไม่จำเป็นต้องพึ่งคุณหมออย่างเดียว ซึ่งการตรวจสุขภาพหลายอย่างที่ท่านตรวจเองแล้วได้ละเอียดกว่าคุณหมอด้วยซ้ำ

ดังที่มีสิ่งง่ายๆที่ท่านควรตรวจเองสม่ำเสมอดังต่อไปนี้ครับ

- ความดันโลหิต วัดช่วงเช้าหลังตื่นนอนมาแล้วจดบันทึกไว้เทียบกัน

- ชีพจร ใช้อุปกรณ์แค่นาฬิกาข้อมือแล้วท่านจับชีพจรข้อมือตรวจดู

- รอบพุง จะใช้สายวัดธรรมดาวัดให้ผ่านสะดือหรือใช้ยืนขึ้นก้มดูปลายเท้าก็ได้

- สังเกตขณะปัสสาวะ โดยเฉพาะสุภาพบุรุษที่ปัสสาวะนานไม่พุ่งให้นึกถึงต่อมลูกหมากโต

นี่เป็นเพียงแค่ “น้ำจิ้ม” ของการตรวจสุขภาพด้วยตัวเองเท่านั้น ที่จริงตามหลักอายุรวัฒน์ยังมีที่ทำได้เองอีกมาก วันหลังถ้าเนื้อที่กระดาษอำนวยจะเอามาขยายให้ฟังโดยพิสดารอีกครับ

แต่วันนี้จะขอพาท่านที่รักไปตรวจสุขภาพกัน “ตามวัย” เสียก่อน เพราะตอนนี้มีคำถามจากผู้ชมทางบ้านมาว่าแต่ละวัยต้องตรวจอะไรบ้าง และเด็กๆต้องเริ่มตรวจสุขภาพตั้งแต่อายุเท่าไร

มาดูกันได้ตามรายการต่อไปนี้เลยครับ

ตรวจตามวัย

อะไรบ้าง?

1) ตรวจสุขภาพทั่วไป เริ่มได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีครับ ที่ผมใช้อายุนี้เพราะดูจากการศึกษาวิจัยหลายที่ที่ชี้ว่าโรคภัยไข้เจ็บหลายโรคเริ่มที่วัยนี้ ซึ่งการตรวจที่เหมาะคือ ตรวจสุขภาพฟัน,ตรวจสายตา,ความดันเลือด,ตรวจไขมัน,ตรวจปัสสาวะและอุจจาระ

2) ตรวจสุขภาพตา เริ่มได้ตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนอนุบาลครับ หลายท่านยังไม่คุ้นนะครับ แต่ในสหรัฐอเมริกาจะมีนักทัศนมาตรศาสตร์คอยดูแลตรวจตาให้ตั้งแต่ตัวเล็กๆน้อยๆครับ

3) ตรวจสุขภาพฟันและช่องปาก ควรตรวจตั้งแต่เด็กเช่นกันครับ โดยเริ่มได้ตั้งแต่หนูน้อยมีฟันซี่แรกงอกขึ้นมาแล้วจากนั้นก็ควรหาเวลาไปอ้าปากให้คุณหมอฟันช่วยดูทุกๆ 6 เดือนเป็นอย่างน้อยครับ

4) แมมโมแกรมเต้านม คือการตรวจเอ็กซเรย์เต้านมนั่นเองครับ มีกรรมวิธีที่ค่อนข้างทรมานหน้าอกอยู่สักหน่อยด้วยการใช้เครื่องบีบเต้านม ล่าสุดยืนยันแล้วว่าไม่จำเป็นต้องตรวจทุกปีและควรเริ่มเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไปครับ

5) มะเร็งปากมดลูก การตรวจนี้ง่ายและไม่เจ็บครับ แต่สาวๆอาจเกรงเรื่องอายอยู่บ้าง เริ่มตรวจได้ตั้งแต่อายุ 21 ปีครับ สำหรับท่านที่อาย ตอนนี้มีชุดตรวจเองทำได้ที่บ้านแล้วส่งไปให้คุณหมอตรวจให้ครับ ไม่มีเขินกันแน่นอน

6) ตัดชิ้นเนื้อ การตัดชิ้นเนื้อควรทำเมื่อมีข้อบ่งชี้จริงๆครับ ไม่ใช่ว่ายังไม่ได้รักษาด้วยยาเลยแต่ขอตัดชิ้นเนื้อไปดูตั้งแต่ครั้งแรกยกเว้นว่าจะดู “ใช่” จริงๆ เพราะการตัดชิ้นเนื้อเป็นความเจ็บของคนไข้ครับและที่สำคัญคือถ้าตัดไม่ถูกจุดก็ “ตรวจไม่เจอ” ครับ

7) ตรวจต่อมลูกหมาก ควรตรวจเมื่อมีอายุเข้าเลข 4 ครับ คุณผู้ชายหลายๆท่านอาจไม่คุ้นเคยกับการตรวจนะครับเพราะการตรวจต่อมลูกหมากที่ดีคือตรวจทางทวารหนักโดยการเอานิ้วล้วงเข้าไป ส่วนในการตรวจเลือดนั้นก็มีประโยชน์อยู่แต่ก็มีการศึกษาว่าไม่ช่วยเสมอไป

8 ) ส่องกล้องตรวจ ทั้งบนและล่าง อย่างกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ ให้ตรวจเมื่อมีข้อบ่งชี้ครับ ซึ่งความจำเป็นนั้นก็คือมีประวัติมะเร็งในครอบครัว,มีติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่(Colon polyps),มีอาการเสี่ยงและมีความเสี่ยงอื่นๆ แต่ไม่ใช่การตรวจที่ต้องทำประจำทุกปีครับ

9) ตรวจนิทรา ของใหม่ล่าสุดเลยครับสำหรับตรวจการ “หยุดหายใจขณะหลับ(Sleep Apnea)” ที่มักพบในท่านที่กรนหนัก การตรวจนี้จำเป็นในท่านที่กรน,เหนื่อยง่าย,ง่วงง่าย,ไม่สดชื่นในตอนกลางวัน แต่ท่านต้องไปนอนให้เขาดูสักคืนหนึ่งครับ

ในบรรดาการตรวจที่เลือกมาเป็นการตรวจที่พบบ่อยและหลายครั้งใช้ตรวจโดยไม่จำเป็น ยกตัวอย่างการ “ส่องกล้อง” ที่บางทีแค่มีอาการกรดไหลย้อนเพิ่งเริ่มก็ถูกจับส่องหรือพออาการไม่ดีขึ้นก็ถูกพาขึ้นเตียงส่องกล้อง ซึ่งบางทีถ้าลองปรับการรักษาดีๆก็อาจหายได้เพราะเมื่อส่องไปก็มักไม่พบอะไรหรืออย่างมากก็ “รอยแดงๆ”

ส่วนคนไข้ก็มีวิธีเลือกที่จะตรวจหรือไม่ง่ายๆครับ คือขอความเห็นที่ 2 หรือ 3 จากผู้เชี่ยวชาญท่านอื่น เพราะมีหลายการตรวจที่ “ไม่จำเป็นเสมอไป” หรือ “มีวิธีที่ง่ายกว่า” เช่นการตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจนั้นถ้าเป็นต่อมน้ำเหลืองโตก็อาจยังไม่ต้องตัดครับแค่หาสาเหตุให้เจอแล้วให้ยาถูกจุดก็หายได้โดยไม่ต้องตัดให้เจ็บปวดกัน

สำคัญอยู่ที่หาหลายๆความเห็นครับ

 

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

 

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

Related posts:

  1. บาปเจ็ดประการประหาร “ผิว” โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ความเชื่อเรื่องผิวพรรณดีมีมากในหมู่ผู้ที่ห่วงใยสุขภาพครับ  นำไปสู่วิธีการเสริมสวยนานาชนิดที่ถูกคิดขึ้นมา บางอย่างก็ได้ผล  แต่หลายอย่างไม่เลยครับ การที่คุณหมอทำให้ใช่ว่าจะได้ผลเสมอไป  ให้ดูตามที่เขาชอบโฆษณากันเถิดครับว่ามักจะหาดาราที่ “พื้นผิว” เขาดีอยู่แล้วมาเป็นแบบ หรือใช้การแต่งเติมเสริมเข้าไปให้ดูใสเว่อร์ จากประสบการณ์ที่สอนลูกศิษย์ด้านชะลอวัยหลายมหาวิทยาลัยมา ...
  2. กินนมกินเนย โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช เป็นวิทยากรพูดให้กับทางการบินไทยมาทุกปี  ปีนี้มีผู้บริหารท่านหนึ่งซึ่งอยู่ฝ่ายฝึกอบรมนี้ได้กรุณามานั่งฟังและตอนเบรคมีคำถามที่น่าสนใจเลยอยากนำมาฝากท่านผู้อ่านของเราด้วย ท่านถามเกี่ยวกับเรื่อง “ชีส” ครับ สืบเนื่องจากชีสมีหลายชนิด สุดแล้วแต่การแบ่ง ทั้งแบบแข็งมาก,แข็งน้อย,นิ่ม,ครีมชีสใช้ทำขนม หรือแบ่งตามชนิดนมตั้งแต่นมวัว,นมควายไปจนกระทั่งถึงนมจามรีที่หายากและราคาแพงมากถึงกับต้องขายเป็นกรัม! ดังนั้นสำหรับเรื่องชีสการจะเลือกรับประทานสักอย่างหนึ่งนี่ควรเลือกแบบใดดี ...
  3. 10 ข้อเสียเมื่ออดอาหารเช้า โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้ใหญ่สมัยก่อนท่านบอกว่าถ้าให้อดอาหารเช้านี่เป็นเรื่องทรมานมาก เข้าขั้นหนักเอาการอยู่ เพราะเคยรับประทานกันมาแต่เช้า ในสมัยก่อนนี้โมงหนึ่งก็ข้าวตกถึงท้องแล้ว พอต้องอดเลยรู้สึกไม่สดชื่น ผมสังเกตจากคนไข้ที่ท่านมาเจาะเลือดตอนเช้าน่ะครับว่าหลายท่านขอต่อรองมาเช้ากว่าเวลาคลินิกเปิดได้ไหมเพราะ “ทนหิวไม่ไหว” น่าเห็นใจที่สุดครับ ใครไม่เคยหิวอาจนึกไม่ออก เพราะกลไกการกินอาหารเช้าตรู่ที่ทำจนติดเป็นนิสัยนั้นจะทำให้มีน้ำย่อยมาคอยจ่อคอหอยอยู่ทุกเช้า...
  4. ระวังสุขภาพถูกสอย “วันลอยกระทง” โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ระวังสุขภาพถูกสอย  “วันลอยกระทง” โรคป่วยถามหา เมื่อถึงคราลอยกระทง   วันลอยกระทงเกี่ยวอะไรกับสุขภาพเอ่ย? หลายท่านว่าดูไม่เห็นน่าเกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย  ดูมึนๆฟังแล้วไม่เกิดซาโตริเท่าที่ควร แต่ถ้าเกิดโดนแจ็คพ็อตพิษลอยกระทงเข้าจะเศร้านานเลยนะครับ  เพราะที่จริงสุขภาพในช่วงลอยกระทงเป็นเรื่องสำคัญ ...
  5. กินเจให้ครบ ไม่รบกวน 4 ฮอร์โมน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช การกินเจเป็นการกินเพื่อสุขภาพที่ดีทางหนึ่งซึ่งช่วยให้แข็งแรงขึ้นทั้งกายและใจ แต่ในคนบางกลุ่มครับ การกินเจอาจส่งผลให้ร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาได้ ในเรื่องเล็กๆอาจแค่น้ำหนักเพิ่ม ในเรื่องใหญ่ก็อาจถึงขั้นสุขภาพเปลี่ยนไปอย่างน่าตกใจ แต่ขอย้ำไว้ว่า “ถ้ากินผิดวิธี” นะครับ เป็นต้นว่ากินแต่ผักโดยไม่มีโปรตีนจากเต้าหู้หรือถั่วต่างๆเลย อย่างนี้ร่างกายก็อาจซูบผอมทรุดโทรมลงได้...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top