เลือกกินผักผลไม้ในหน้าฝน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

เลือกกินผักผลไม้ในหน้าฝน

​มาปลุกสุขภาพกันช่วงหน้าฝนหน่อยดีกว่าครับ

แว่วเสียงไอกระแอมแถมจามมาจากหลายทิศเลยคิดถึงหลายๆท่านว่าถ้าไม่สบายขึ้นมาจะเหนื่อยกับการทำงาน

​งานก็หนัก เป้าปลายปีก็ต้องทำ แถมด้วยมหากาฬรถติด

​นี่คือรสชาติของชีวิตก็จริง แต่บางท่านอาจขอให้รสมัน “จัด” น้อยลงกว่านี้อีกสักหน่อย

​บ่อยครั้งที่งานก็ยุ่ง ลูกก็กวน แล้วยังดันป่วยอีก ทีนี้เลยโดนรุมทุกด้าน เพราะอย่างน้อยการที่มีสุขภาพดีมันก็ยังเป็นภูมิคุ้มใจให้กัดฟันสู้ชีวิตต่อไปได้แม้จะหนักแสนหนัก

​แต่เมื่อป่วยด้วยแล้วที่หนักสิบมันก็กลายเป็นหนักร้อยไป

​เลยอยากให้ทุกท่านที่อ่านสุขภาพดีครับ ช่วยกันพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยใช้ความสามารถในการเลือกอาหารรับประทานให้ช่วยต้านโรคได้ในหน้าฝนอย่างนี้

​มีเทคนิคเลือกผลไม้รับประทานง่ายๆดังต่อไปนี้ครับ

3 คุณสมบัติผลไม้ในหน้าฝน

- ไม่หวานจัดไป เพราะในยามฝนมามีโอกาสเจ็บคอไม่สบายง่ายอยู่แล้ว ยิ่งได้ผลไม้หวานจัดกัดคอก็อาจทำให้ไม่สบายหนักขึ้นได้

- ให้น้ำมาก แม้ฝนมาพาน้ำมากอยู่แล้ว แต่น้ำจากผลไม้บางชนิดช่วยลดการอักเสบให้ร่างกายและป้องกันหวัดได้

- ไม่เน่าเสียง่าย ควรเลือกผลไม้ที่เก็บได้นานด้วยเปลือกหรือไม่ช้ำง่ายครับเพราะด้วยความชื้นจากฝนก็อาจทำให้เสี่ยงเน่าเสียอยู่แล้ว

10 ผลไม้กินบำรุงสุขภาพและป้องกันโรคหน้าฝน

1) มะขามป้อม วิตามินซีในมะขามป้อมทำงานเสมือน “กาวตราช้าง” ที่ช่วยยึดผนังหลอดเลือดให้แข็งแรงเหนียวแน่น ช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีเพราะมีหลอดเลือดไปหล่อเลี้ยงถึง

2) กล้วยน้ำว้า นอกจากกินแล้วร่อแร่ เอ๊ย…ร่าเริงตามน้ำท่วมแล้ว กล้วยน้ำว้ายังมีสารที่ช่วยปรับสมดุลย์กรด-ด่างในร่างกาย เพราะมีธาตุ “โพแทสเซียม” ที่ช่วยกระตุ้นเส้นประสาทและมีความเป็นด่างสูงครับ ในหน้าฝนนี้ถ้ามีอาการเซ็งก็ใช้กล้วยช่วยได้ครับ

3) ลองกอง ของอร่อยแต่ตอนเก็บอาจลำบากเอาเรื่องอยู่ เป็นผลไม้คู่หน้าฝนอย่างหนึ่งครับซึ่งลองกองมีสรรพคุณที่เหมาะมากกับฤดูที่มีไข้หวัดชุมครับ เพราะลองกองช่วยลดความร้อนในปาก ลดการอักเสบ ส่วนเม็ดของมันใช้เป็นยาขับพยาธิได้ป้องกันลำไส้ปวดเกร็งครับ

4) ฝรั่งสด เป็นผลไม้ที่ช่วยป้องกันหวัดเหมาะกับคนที่เจ็บคอง่ายหรือเด็กเป็นหวัดบ่อยครับ ท่านที่เป็นภูมิแพ้ขอให้รับประทานฝรั่งสดสักวันละ 2 ผลนะครับ สำหรับน้ำฝรั่งก็ใช้แทนได้บ้างแต่ผลสดจะให้ประโยชน์ในแง่ของสาร “ไบโอฟลาโวนอยด์” ซึ่งช่วยเรื่องหลอดเลือดฝอยและผิวพรรณให้แข็งแรงด้วยครับ

5) มะละกอ เป็นผลไม้แบบไทยๆที่จะกินแบบดิบหรือสุกก็ได้ ข้อดีของมันก็คือมีวิตามินเอ,เบต้าแคโรทีนสูงมากช่วยบำรุงตับและบำรุงสายตา ส่วนเอนไซม์จากมะละกอช่วยย่อยให้ลำไส้ทำงานไม่หนักนักมักมีในผลอ่อน ในผู้ที่ร้อนในไม่ขับถ่ายสามารถใช้มะละกอสุกเป็นยาระบายอ่อนๆได้ครับ

6) น้ำมะพร้าว หน้าฝนมะพร้าวอาจไม่หวานเท่าหน้าแล้งแต่เป็นน้ำจากธรรมชาติที่มีคุณประโยชน์สูงมาก เหมาะกับหน้าฝนที่ร่างกายเจ็บป่วยไม่สบายเบื่ออาหาร การได้น้ำมะพร้าวจะช่วยให้สดชื่นจากกลูโคสและแร่ธาตุในน้ำมะพร้าว นอกจากนั้นยังช่วยขับปัสสาวะเหมาะกับท่อปัสสาวะอักเสบด้วยครับ ท่านสามารถรับประทานได้วันละ 1-2 ลูกครับ

7) มังคุด แม้จะหยุดไปก่อนหน้าฝนบ้าง และชาวสวนต้องรีบเก็บหนีฝนแต่มังคุดเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณบำรุงสุขภาพได้สูงมากครับ อย่างแรกเลยคือเนื้อมังคุดให้ฤทธิ์เย็นเป็นของดับไฟอักเสบร้อนใน อย่างที่สองคือเส้นใยจากมังคุดและกรดผลไม้ในมังคุดช่วยลำไส้ให้ทำงานได้ดี ป้องกันการติดเชื้อได้ด้วยครับ

8 ) แตงทิเบต ในหน้าฝนนี้หาทานง่าย ช่วยบรรเทาอาการไอและโรคกระเพาะได้ ในผู้ที่เป็นเบาหวานควรเลี่ยงหรือทานแต่น้อยครับ สำหรับอีกแตงหนึ่งที่ทดแทนได้คือ “แตงไทย” ซึ่งมีทั้งวิตามินเอ,ซี,อีและแร่ธาตุโพแทสเซียมที่ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ดี ร่างกายสดชื่น ท่านที่มีปัญหาเรื่องสิวและผิวพรรณขอให้หา 2 แตงนี้มากินสดหรือปั่นก็ได้ครับจะช่วยได้ดีมาก

9) น้อยหน่า มีวิตามินซีอยู่พอสมควรครับ ช่วยให้ชุ่มคอระงับไอ ในเด็กท้องผูกใช้เป็นยาระบายอ่อนๆได้ นอกจากนั้นน้อยหน่ายังช่วยคุมเบาหวานและลดความดันสูงได้ด้วยแร่โพแทสเซียมที่มีอยู่มากครับ ในผู้ที่คุมน้ำหนักอาจกินน้อยหน่าแทนมื้อเย็นได้เพราะมีไขมันน้อยมากครับ

10) แก้วมังกร เป็นอีกหนึ่งผลไม้ช่วย “ดับร้อน” ครับ เพราะมีน้ำชุ่มฉ่ำอยู่ในผลมาก นอกจากนั้นยังมีวิตามินซี,บีและใยอาหารอยู่เยอะเหมาะกับผู้รักสุขภาพครับ ขอแนะนำให้ลองหาแก้วมังกรชนิดเนื้อแดงหรือม่วงมารับประทานดูบ้างเพราะจะมีวิตามินม่วงที่ช่วยสุขภาพอยู่มากต่างจากผลไม้อื่นครับ

ผลไม้ทั้ง 8 อย่างเป็นของที่ยังพอหาได้ง่ายในหน้าฝนครับ ยกเว้นมังคุดที่หายากอยู่สักหน่อยแต่สามารถใช้เป็น “น้ำมังคุด” รับประทานแทนได้ ในหน้าฝนของบ้านเราเป็นช่วงทองของผลไม้หลายชนิดครับ คนไทยจึงมีโอกาสใช้ผลไม้อร่อยๆเป็นยาบำบัดโรคและช่วยให้สุขภาพดีได้ง่ายๆ

ความสะดวกสบายอีกประการหนึ่งก็คือสามารถเลือกรับประทานได้หลากหลาย ซึ่งผลไม้ที่ไม่ควรกินคือผลไม้นอกฤดูครับเพราะเสี่ยงต่อยาฆ่าแมลงและสารเร่ง

​​จะได้สุขภาพดีแบบไม่ต้องมีของแถมครับ

 

……………………………………………………

 

โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

 

นพ.กฤษดา  ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine drkrisda@gmail.com

 

นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

American Board of Anti-aging medicine

drkrisda@gmail.com

Related posts:

  1. 10 อาหารสุขภาพรอบรั้วโรงเรียน โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ช่วงนี้น้องๆเรียนหนังสือกันอย่างขมักเขม้นท่ามกลางสายฝนพรำนะครับ  พอตกเย็นพอเพลาคนไข้ที่คลินิกลงบ้างแล้วผมชอบเดินลัดเลาะไปแถวรั้วโรงเรียนครับ  เผอิญว่าคลินิกผมอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนมัธยมใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งคนแถวห้วยขวางรู้จักดี  ที่เดินใกล้โรงเรียนน่ะไม่ได้ไปเหล่อะไรครับ  แต่เพราะมีห้องสมุดประชาชนใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ ไปดูน้อง เอ้อ…หนังสือใหม่ๆน่ะครับ ใช้ชีวิตอยู่แถวนั้นจนคนรู้จักดีว่าไอ้นี่ชอบเดิน  แถมบางทีก็ไปถ่ายรายการหน้าโรงเรียนก็บ่อยไป  ได้เห็นพี่คนขายอาหารอร่อยๆริมรั้วโรงเรียนหลายเจ้า ...
  2. กินรับหน้าหนาว โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ชาวเอสกิโมที่อยู่ในแดนน้ำแข็งทุกฤดูนั้นไม่เคยป่วยด้วยโรคขาดสารอาหารจนเสียชีวิต ทั้งที่พวกเขาไม่สามารถหาอาหารรับประทานได้ครบ 5 หมู่อย่างแน่นอน ผักผลไม้ที่ไหนจะปลูกขึ้นบนก้อนน้ำแข็ง แต่นั่นเป็นเพราะเขารู้จัก “จัดการ” กับอาหารที่มีอยู่อย่างชาญฉลาดจนทำให้อาหารที่มีแต่เนื้อสัตว์นั้นกลายเป็นวิตามินเติมเต็มขึ้นมาได้ เมืองไทยของเราโชคดีหลายชั้นที่มีอากาศดีเหมาะสมที่พืชกินได้จะงอกงามหลายชนิด ทำให้เราไม่เคยขาดสารอาหารกันไม่ว่าจะฤดูกาลไหน...
  3. 11 สารพิษที่ย้อนรอย บทเรียนแห่งอดีตกาลที่กำลังเล่นงานเรา โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช   หมู่นี้ประเทศยักษ์ใหญ่ถูกโจมตีหนักมากครับ  เป็นธรรมดาของผู้อยู่ในที่แจ้งที่ย่อมตกเป็นเป้านิ่งได้ง่าย  การปล่อยให้ตัวเองเป็นเสมือนกับเป้าที่รอการกระทบอย่างเดียวจะทำให้เกิดความเสียหายได้สูงครับ การมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ก็เปรียบได้กับเป้านิ่งรอกระสุนมาวิ่งชน เพราะกระสุนมีอยู่รอบทิศ ชีวิตที่ตั้งอยู่ด้วยความประมาทมีสิทธิ์ตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย  ซึ่งความประมาทนั้นไม่ได้มีอยู่แค่เพียงเรื่องของการปล่อยตัวเท่านั้นแต่ยังหมายถึงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอีกด้วย  อาทิ เชื่อในสิ่งที่เล่าลือกันมา ...
  4. ก๊อกสองของการผ่าตัด โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช โครงการใหญ่โตทั้งหลายในโลกนี้ต้องมีแผนสองเอาไว้รองรับเสมอ  เผื่อความไม่แน่นอน  เหตุไม่คาดฝัน  แม้จะป้องกันไว้เป็นอย่างดี แต่อะไรๆก็อาจเกิดขึ้นได้บนโลกใบนี้ แผนสองจึงเป็นของสำคัญ การผ่าตัดร่างกายถือเป็นเรื่องใหญ่ครับ  ที่จริงแล้วผมไม่ชอบใช้คำตามตำราว่าผ่าตัดเล็กหรือผ่าตัดใหญ่เพราะไม่ว่าจะผ่าใดๆก็ถือว่าเป็นผ่าสำคัญทั้งนั้น แม้การทำฟันก็ถือเป็นผ่าตัดนะครับ  ถอนฟันผิดพลาดก็ถึงแก่ชีวิตได้  หรือแค่ตัดไฝไม่ระวังก็ทำให้เส้นประสาทหน้าเสียเกิดหน้าเบี้ยวไปได้...
  5. 10 ข้อเสียเมื่ออดอาหารเช้า โดย น.พ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้ใหญ่สมัยก่อนท่านบอกว่าถ้าให้อดอาหารเช้านี่เป็นเรื่องทรมานมาก เข้าขั้นหนักเอาการอยู่ เพราะเคยรับประทานกันมาแต่เช้า ในสมัยก่อนนี้โมงหนึ่งก็ข้าวตกถึงท้องแล้ว พอต้องอดเลยรู้สึกไม่สดชื่น ผมสังเกตจากคนไข้ที่ท่านมาเจาะเลือดตอนเช้าน่ะครับว่าหลายท่านขอต่อรองมาเช้ากว่าเวลาคลินิกเปิดได้ไหมเพราะ “ทนหิวไม่ไหว” น่าเห็นใจที่สุดครับ ใครไม่เคยหิวอาจนึกไม่ออก เพราะกลไกการกินอาหารเช้าตรู่ที่ทำจนติดเป็นนิสัยนั้นจะทำให้มีน้ำย่อยมาคอยจ่อคอหอยอยู่ทุกเช้า...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top