ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

พาดหัวข่าว

ไทยรัฐ

จัดฉก.คุมส.ส. 1 ต่อ 8 โต้งชัวร์ 2 ล้านล้านผ่านสภา

แอบย่องสึกเงียบโล้นมั่วกามสีกา

ฟัน 11 ขรก.อุทยานฯ

มติชน

“ปชป.” ต่อคิวถลก 2 ล้านล.ขู่ฟ้องศาลถ้า “พท.” เล่นเกมปิดปาก

อุ้ม “เพศที่ 3” ตีทะเบียนคู่ชีวิต

ผู้ว่าฯเปิดสต๊อกยางนคร 27 ล้านกก.

ข่าวสด

พท.สู้เกมยื้อ 2 ลล.ใช้ไม้แข็ง ปชป.ขู่ยื่นศาลอีก

“ใบเตย” รับแม้วจ้าง 1 ล้าน – โชว์ตัว

แฉมหึมา 27 ล้านกก. – สต๊อกยางนครศรี

เดลินิวส์               

“ใบเตย” แน่นออกเปิดปากฟัน 5 แสน

ย่องสึกเงียบพระกามฉาว

ตั้งข้อหาหนัก 8 ม็อบยาง

กรุงเทพธุรกิจ

ตั้งทีมเจรจาม็อบยาง

เตือนกู้นอก “ประกันเสี่ยง”

โพสต์ทูเดย์

กล่อมกู้ 2 ล้านล.

รับมือศก.ทรุดยาว


คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

เงินมาก่อน “ทำอะไร” แล้วค่อยคิด?

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ

ครบ 7 ปี

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ  (ไทยรัฐ

เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย วรศักดิ์  ประยูรศุข  (มติชนรายวัน

เหตุเกิดในเดือนก.ย.  วันที่  19/09/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)  

คณะกรรมการควบคุมยาเสพติด

คอลัมน์  พญาไม้ทูเดย์  โดย พญาไม้   (บางกอกทูเดย์)  

เศรษฐีสงคราม  วันที่ 19/09/2013

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ

จับเข่าซักถามมหาธีร์ในวัย 88 ยังกร้าวและแกร่งไม่เปลี่ยนแปร

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

จัดฉก.คุมส.ส. 1 ต่อ 8 โต้งชัวร์ 2 ล้านล้านผ่านสภา

นายอำนวย  คลังผา  ส.ส.ลพบุรี  ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)  กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ว่า วิปรัฐบาลได้มอบหมายให้นายวิทยา  บุรณศิริ ที่ปรึกษาวิปรัฐบาลไปประสานงานกับฝ่ายค้าน เบื้องต้นกำหนดวันอภิปรายวาระ 2 ในวันที่ 19 -20 ก.ย. โดยจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านอภิปรายเต็มที่ ส่วนจะขยายเวลาหรือไม่ต้องประเมินหน้างานอีกที แต่ยืนยันว่าจะไม่พิจารณากันในวันที่  21 – 22 ก.ย. ซึ่งเป็นเสาร์ – อาทิตย์ อยากขอให้พรรคประชาธิปัตย์ เคารพข้อบังคับการประชุม ให้ความร่วมมืออภิปรายในประเด็น ไม่วนเวียน ซ้ำซาก ไม่ใช่แปรญัตติบรรทัดเดียวแต่อภิปรายย้อนไปย้อนมา อย่างนี้ประธานในที่ประชุมก็ต้องใช้ข้อบังคับควบคุมอย่างเคร่งครัด หากสมาชิกเห็นว่าอภิปรายสมควรแล้วก็เสนอปิดอภิปรายในแต่ละมาตราได้เช่นกัน วิปรัฐบาลได้มีการกำชับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลรักษาองค์ประชุมอย่างเคร่งครัด โดยวิป 1 คน ดูแล ส.ส. 7 – 8 คน วางมาตรการให้ ส.ส.มาก่อนประชุมและกลับบ้านหลังเลิกประชุม เชื่อว่าภาพรวมการอภิปรายจะดีกว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. เพราะพรรคประชาธิปัตย์เสียหายไปเยอะ โดนท้วงติงมาก

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี  และ รมว.คลัง  กล่าวว่า  มั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท จะผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 2 และ 3 ที่จะพิจารณาในวันที่ 19 – 20 ก.ย. ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.นี้จะขัดกับ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ขอชี้แจงว่า กฎหมายทั้ง 2 ฉบับ เป็น พ.ร.บ.ซึ่งเป็นระดับเดียวกัน หากจะล้ม พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาทมีทางเดียวคือขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากถูกยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความรัฐบาลก็พร้อมจะไปชี้แจงและมั่นใจว่าได้ทำทุกอย่างตามขั้นตอนและมีการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  19/09/2013

แอบย่องสึกเงียบโล้นมั่วกามสีกา

พระเทพปัญญาโมลี  เจ้าคณะจังหวัดพังงา  กล่าวว่า  เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 18 ก.ย. พระครูบุญญาภินันท์  หรือ พระอาจารย์หรีด เจ้าคณะอำเภอกะปงและเจ้าอาวาสวัดปาโมข์ ต.ท่านา อ.กะปง เดินทางมายื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปาโมกข์และเจ้าคณะอำเภอกะปง พร้อมกับทำพิธีลาสิกขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังตกเป็นข่าวในคลิปฉาวดังกล่าว เมื่อเสร็จจากลาสิกขาได้สวมใส่ชุดขาวและมีลูกศิษย์มารับออกไปโดยไม่ได้แจ้งว่าจะเดินทางไปไหน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  19/09/2013

ฟัน 11 ขรก.อุทยานฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 18 ก.ย. สำนักตรวจสอบพิเศษภาค 10 สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้มีหนังสือถึงอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ร้องทุกข์ดำเนินคดีกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ในโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรที่ดินและป่าไม้พื้นที่อนุรักษ์เพื่อลดผลกระทบภาวะวิกฤติโลกร้อน (ฝายแม้ว) ในเขตอุทยานฯ ทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ (สบอ.) 11 (พิษณุโลก) ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างฝายต้นน้ำแบบผสมผสานและเพาะชำ/ปลูกหญ้าแฝก โดยมีการจัดทำเอกสารปลอมและเป็นเท็จชี้ให้เห็นพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นการทุจริต หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เงินหรือทรัพย์สินของทางราชการจำนวน 2,781,750 บาท นอกจากนี้ ให้ดำเนินการทางวินัย นายศักดา  วิเชียรศิลป์  ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติ จ.ปัตตานี อดีต ผอ.สบอ.11 พิษณุโลก  หากสอบพบว่า มีส่วนรู้เห็นการกระทำความผิดของผู้กระทำผิดทั้ง 11 คนและได้ดำเนินการทางแพ่งคดีละเมิด จำนวน 2,781,750 บาทกับนายศักดา  และเจ้าพนักงานทั้ง 11 คน ที่สำคัญได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราวรายวันโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรที่ดินฯประจำปีงบประมาณ 2551 หากพบความเสียหายให้ดำเนินการทางละเมิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายกล้านรงค์  จันทิก  อดีตกรรมการและโฆษก ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมไต่สวนคดีทุจริตโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรดินฯ งบประมาณ 770 ล้านบาท กล่าวว่า  กรณีการทุจริตฝ่ายแม้ว  ได้มีการเสนอเข้าที่ประชุมกรรมการ ป.ป.ช.แล้ว 1 เรื่อง โดยที่ประชุมได้มีมติให้ดำเนินการไต่สวนเพิ่มเติม เพราะมีพยานบางปากขัดเย้งกันอยู่ ซึ่งเรื่องนี้เสนอเข้ามาที่ประชุมกรรมการเมื่อ 12 ก.ย.

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  19/09/2013

“ปชป.” ต่อคิวถลก 2 ล้านล.ขู่ฟ้องศาลถ้า “พท.” เล่นเกมปิดปาก

นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์  ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน  กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังมีผู้แจ้งความจำนงใช้สิทธิอภิปรายร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งต้องได้รับสิทธิอภิปราย หากมีการพูดซ้ำประเด็นประธานก็สั่งปิดอภิปรายได้ อยู่แล้วตามข้อบังคับ แต่ขอเตือน ส.ส.ฝั่งรัฐบาลว่าอย่าเสนอปิดอภิปราย เพราะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ไม่เช่นนั้นจะวนกลับมาเป็นความผิดซ้ำซากอีก และหากทำผิดอีกเสียงข้างน้อยก็สามารถใช้สิทธิในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะฉะนั้นต้องเคารพกติกา ตัวเองเป็นเสียงข้างมากยกมือเมื่อไรก็ชนะ  แต่ต้องไม่ไปตัดสิทธิเสียงข้างน้อย ส่วนที่นายกฯจะเข้าร่วมประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทด้วย ก็ควรนั่งฟังให้ตลอด และควรชี้แจงในคำถามที่สมาชิกต้องการคำชี้แจง ไม่ใช่มาเซ็นชื่อ ถ่ายรูป แล้วหายไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  19/09/2013

อุ้ม “เพศที่ 3” ตีทะเบียนคู่ชีวิต

พ.ต.อ.ณรัชต์    เศวตนันทน์  อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ  กล่าวว่า สำหรับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1. ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาและร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2. ร่าง พ.ร.บ.การจดทะเบียนคู่ชีวิต เน้นให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศ 3. ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เพื่อให้คุ้มครองสิทธิแก่เกษตรกรในระบบเกษตรพันธสัญญา

พล.ต.อ.วิรุฬห์  พื้นแสน  ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ กล่าวว่า ทั้งการร่าง 3  ฉบับนี้เป็นการทำงานควบคู่กับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยเล็งเห็นความสุขและสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นหลัก ไม่ปล่อยให้ถูกกดขี่ข่มเหง ไม่ว่าจะจากฝ่ายใดก็ตาม โดยเฉพาะรัฐที่มีหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกประชาชนเป็นหลัก ต่อไปจะต้องรวบรวมรายชื่อให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อนำเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  19/09/2013

ผู้ว่าฯเปิดสต๊อกยางนคร 27 ล้านกก.

นายวิโรจน์  จิวะรังสรรค์  ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช  กล่าวว่า  หลังให้ตรวจสอบสต๊อกยางของโรงงานยางในจังหวัดจำนวน 13 โรง รวมถึงบริษัทรับซื้อยางกว่า 20 บริษัท พบว่ามีสต๊อกยางกว่า 27 ล้านกิโลกรัม มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนผู้ชุมนุมหรือไม่ กำลังตรวจสอบอยู่ ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราชทำหนังสือขอความร่วมมือสื่อมวลชนในทุกแขนงไม่ให้นำเสนอข่าวหรือรายการปลุกปั่น ยั่วยุ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  19/09/2013

พท.สู้เกมยื้อ 2 ลล.ใช้ไม้แข็ง ปชป.ขู่ยื่นศาลอีก

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า คณะทำงานยุทธศาสตร์และประสานภารกิจ พรรคเพื่อไทย ที่มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธาน ได้หารือเพื่อวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์การเมืองที่ส่งผลกระทบกับรัฐบาล และประเด็นต่างๆ ที่ฝ่ายค้านนำมาโจมตีรัฐบาล ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาส.ว. กรณีม็อบยางพาราและโครงการรับจำนำข้าว โดยมีแกนนำของพรรค อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายโภคิน พลกุล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ รวมทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. เข้าร่วม  ที่ประชุมเห็นว่าในภาพรวมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในเรื่องต่างๆ ต้องออกมาชี้แจงและทำความเข้าใจ ไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบหาย ส่วนปัญหาความวุ่นวายในสภาที่ผ่านมานั้น เป็นเพราะบทบาทของวิปรัฐบาลและส.ส.ยังอ่อนเกินไป และเป็นลูกไล่ของพรรคประชาธิปัตย์ตลอด ดังนั้น ต่อจากนี้ ควรเล่นไม้แข็งในสภาบ้างโดยกำชับคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาลต้องคุมเกมในสภา อย่าปล่อยให้ฝ่ายค้านลากยาวได้ 

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่  19/09/2013

“ใบเตย” รับแม้วจ้าง 1 ล้าน – โชว์ตัว

“ใบเตย อาร์สยาม” หรือ น.ส.สุธีวัน ทวีสิน นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง  กล่าวเปิดใจถึงกรณีข่าวไปกินข้าวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ต่างประเทศ ว่า เดินทางไปจริงแต่เป็นงานที่ติดต่อผ่านทางบริษัท อาร์สยาม ซึ่งเป็นต้นสังกัด โดยพ.ต.ท.ทักษิณ มีสัมพันธ์อันดีกับอาร์เอส ที่ผ่านมาติดต่อนักร้องในค่ายเดินทางไปร้องเพลงเป็นประจำอยู่แล้ว เดินทางไป 2 ประเทศคือ ฮ่องกง และสิงคโปร์ โดยที่ฮ่องกง เป็นงานเลี้ยงภายในที่นักการเมืองบินไปเยี่ยมพ.ต.ท.ทักษิณ ที่นั่น ส่วนที่สิงคโปร์เป็นงานแข่งรถเอฟวัน ทั้งสองประเทศนี้ไปตั้งแต่ปีที่ พ.ศ. 2555 แล้ว นอกจากตนแล้วยังมีศิลปินจากหลายๆ ค่ายไปเช่นกัน มีงานไหนที่เหมาะสมกับศิลปินคนไหนก็ได้ไป ไม่ใช่เฉพาะตนคนเดียว  เมื่อถามว่า มีข่าวว่าไปสองครั้งได้รับเงินค่าตอบแทนถึง 1 ล้านบาทจริงหรือไม่ ใบเตย  กล่าวว่า เป็นความจริงรับค่าตัวครั้งละ 5 แสนบาท ไปร้องเพลงและร่วมงานเลี้ยงอาหาร ส่วนเรื่องกระเป๋าแบรนด์เนมได้จากที่เราไปช็อปปิ้งหลังเสร็จงาน ท่านให้คนมาติดตามและเทกแคร์ พาไปช็อปปิ้งตามที่ต่างๆ  เมื่อถามถึงกรณีบ้านใหม่ที่โครงการบางกอก บูเลอวาร์ด ซึ่งใบเตยได้ส่วนลดด้วย  ใบเตย  กล่าวว่า ได้ส่วนลดจากทางครอบครัวของท่านมากกว่า เพราะลูกเขยท่านเป็นคนดูแลโครงการ ท่านทักษิณไม่ได้เป็นคนซื้อให้ ถ้าท่านซื้อให้จะไปร้องเพลงตอบแทนท่านอีกสัก 3 งาน  ส่วนเรื่องนี้จะถูกมองว่าฝักใฝ่สีใดหรือไม่ ใบเตยกล่าวว่า  ไม่อยากให้มองตรงนั้น อยากให้มองเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบงานเพื่อสร้างความสุข ไม่มีการแบ่งสี เรื่องงานก็คืองาน เรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว เรื่องสังคมก็คือสังคม ถามว่าอยากไปอีกหรือเปล่า ได้คุยกับพี่โอ๊ค (พานทองแท้ ชินวัตร) ว่าอยากไปเพราะเป็นงานที่แฮปปี้และมีสุขมาก ได้ไปเที่ยว ร้องเพลง และเปิดโลกทรรศน์ใหม่ๆ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่  19/09/2013   

ตั้งข้อหาหนัก 8 ม็อบยาง

พล.ต.ต.ปิยะ  อุทาโย  โฆษก ตร. กล่าวว่า  วันนี้มีผู้ถูกออกหมายจับกรณีการชุมนุมฯ ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจ.นครศรีธรรมราช ขอมอบตัวที่ สภ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ 7 รายและ สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีฯ 1 ราย ซึ่งถูกออกหมายจับคดีอาญาลงวันที่ 5 ก.ย. 2556 โดยมีพฤติการณ์ร่วมชุมนุมที่ริมถนนเพชรเกษมขาเข้าที่เกิดเหตุ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. และในวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่  19/09/2013

ตั้งทีมเจรจาม็อบยาง

นายวิโรจน์  จิวะรังสรรค์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช  เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการร่วมแก้ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง กล่าวว่า  เห็นควรให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ต่อไปอีก โดยบังคับใช้ในช่วงเวลา 17.00 น.ของวันที่ 18 ก.ย.ถึงเวลา 05.00 น. ของวันที่ 19 ก.ย. เพื่อดูแลความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และได้สั่งการให้ตรวจสอบโรงเก็บยางที่ให้การสนับสนุนเงินแก่กลุ่มผู้ชุมนุม ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับการเผยแพร่ภาพข่าวทางโซเชียลมีเดีย วิทยุชุมชน ที่ยั่วยุเชิญชวนให้มาร่วมชุมนุม นอกจากนี้ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการผู้เจรจาไกล่เกลี่ยกรณีการชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ จำนวน 9 คน ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับแกนนำผู้ชุมนุมอย่างไม่เป็นทางการแล้ว ทำไมแกนนำมีความเข้าใจมากขึ้น ส่วนกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่ทำผิดจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  19/09/2013

เตือนกู้นอก “ประกันเสี่ยง”

นายประสาร  ไตรรัตน์วรกุล  ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  กล่าวเตือนให้ระมัดระวังการกู้หนี้ต่างประเทศมากเกินไป โดยเฉพาะที่ไม่มีการป้องกันความเสี่ยง เนื่องจากตลาดเงินยังมีความผันผวนจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  19/09/2013

กล่อมกู้ 2 ล้านล.

นายบันลือศักดิ์  ปุสสะรังสี  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย  ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย  กล่าวว่า  รัฐบาลควรแยก พ.ร.บ.ดังกล่าวออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดของโครงการที่ต้องทำการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ก่อน กับชุดที่ลงทุนได้ทันที เพื่อที่อย่างน้อยภาครัฐจะได้มีเม็ดเงินมาอัดฉีดและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้าได้ทันที ยิ่งลงทุนช้าประเทศจะยิ่งเสียโอกาส

นายไพบูลย์  กิตติศรีกังวาน  ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  กล่าวว่า  หาก พ.ร.บ.เงินกู้ผ่านสภาไม่น่าจะทำให้สภาพคล่องลดลงจนทำให้ดอกเบี้ยปรับตัวเป็นขาขึ้นเนื่องจากจะกระจายลงทุนในระยะ 7 ปี ทยอยกู้เงินมาใช้ และเงินก็จะไหลกลับเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  19/09/2013

รับมือศก.ทรุดยาว

นายอมรเทพ  จาวะลา  หัวหน้าส่วนวิจัยเศรษฐกิจและตลาดการเงิน สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า  เศรษฐกิจไทยจะต้องเผชิญกับภาวะที่ขยายตัวได้ต่ำกว่าปกติ หรือเติบโตได้ต่ำกว่า 4% ไปอีกอย่างน้อย 2 – 3 ปี จากปัจจัยด้านหนี้ครัวเรือนที่ล่าสุดเพิ่มขึ้นมาอยู่ใกล้ระดับ 80% ต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพราะกำลังการบริโภคภายในประเทศลดลงและจะกระทบเป็นลูกโซ่

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  19/09/2013

 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

No related posts.

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top