ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

 

 

พาดหัวข่าว

 

ไทยรัฐ

แฉไอ้โม่งรง.ยางหนุนม็อบร่วมนักการเมือง

40 ส.ว.ชงยุบ 6 พรรค

เปลือยกายคู่สีกาคลิปฉาว “เกจิ” ดัง

มติชน

“บิ๊กอู๋”  ลงนครฯปรับแผนสั่งตร.ถอย ม็อบตัดต้นไม้ปิดถนน

2 พระองค์ทรงพระสำราญ

พิษถือหุ้น 5% – เขย่าเก้าอี้วิเชษฐ์ผวา ส่ง กกต. – ศาล รธน. ชี้ขาด

ข่าวสด

ตั้งด่าน – เลี่ยงปะทะปูสั่งห้าม พรบ.มั่นคงคุมม็อบ

ฟันวิเชษฐ์ ปปช.ชี้ผิด – ถือหุ้นเกิน 5%

เตือนฝนถล่ม 19 – 20 ก.ย. ตกทั่วกรุง 100%

เดลินิวส์               

แฉจ้องจับตัวประกันแผนม็อบลุยเผาสถานที่ราชการ

สพฐ.เดือดทวงเงินเดือน

โยน กมธ.ชนยำงบ 2 ล้านล้าน

กรุงเทพธุรกิจ

ต่อ “เคอร์ฟิว” คุมม็อบ

“มหาธีร์” ชี้อุปสรรคเออีซี

โพสต์ทูเดย์

ปูลงแส้ทีมศก.

คุมข้าวไว้ 5 แสนล้าน

 

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

“ดูเขมร – ดูไทยบนความเป็นไป ๗ ปี”

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว  โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

อย่ากดดัน

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม ตะวันตก  (ไทยรัฐ)

ย้ำประชานิยม ชาวบ้านใช้ไฟฟรี

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย ฐากูร  บุนปาน  (มติชนรายวัน)

เหวไร้ก้น  วันที่ 18/09/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)

อีเอชไอเอ

คอลัมน์  พญาไม้ทูเดย์  โดย พญาไม้  (บางกอกทูเดย์)  

เดอะ สตอรี่  วันที่ 17/09/2013

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)   

หากเชื่อ ‘วิถีแห่งเติ้ง’ จีน-ญี่ปุ่น ยุติขัดแย้งได้

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

แฉไอ้โม่งรง.ยางหนุนม็อบร่วมนักการเมือง

พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  ผบ.ตร.  กล่าวว่า  เบื้องหลังการชุมนุมเรารู้แล้วว่าใครเป็นแกนนำบ้าง แกนนำบางคนเป็นคนนอกพื้นที่ ใครเป็นแนวร่วมใครเป็นศูนย์ฮาร์ดคอร์ และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุม ทั้งนี้ การขอออกหมายจับจะดำเนินการตามพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ โดยเฉพาะจากภาพถ่ายและหลักฐานอื่นๆประกอบ สิ่งที่เกิดขึ้นแกนนำต้องรับผิดชอบ การชุมนุมครั้งนี้มีอะไรที่มันลึกๆอยู่ข้างใน ต้องติดตามใกล้ชิด ซึ่งการปิดถนนมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ออกหมายจับไปจำนวนหนึ่ง จับกุมแล้วทั้งหมด 9 ราย ในการชุมนุมรอบแรก อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามขั้นตอน ส่วนการชุมนุมรอบหลังกำลังเร่งดำเนินการเช่นเดียวกัน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  18/09/2013

40 ส.ว.ชงยุบ 6 พรรค

พล.อ.สมเจตน์  บุญถนอม  ส.ว.สรรหา  กล่าวว่า  เห็นว่ากระบวนการร่างดังกล่าวไม่ถูกต้องตั้งแต่การกำหนดวันและเวลาการแปรญัตติ ตลอดจนการตัดสิทธิผู้สงวนคำแปรญัตติทั้ง 57 คน ไม่ให้อภิปรายอีกทั้งยังใช้เสียงข้างมากยินยอมให้ปิดอภิปราย จนทำให้ผู้สงวนคำแปรญัตติไม่สามารถอภิปรายได้ ขณะเดียวกัน เนื้อหาในร่างยังทำลายระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ โดยการมี ส.ว.ที่มาจากเลือกตั้ง 200 คน และตัด ส.ว.ที่มาจากการสรรหาออก และเชื่อว่า ส.ว.เลือกตั้งจะมีลักษณะเหมือนกับ ส.ส.ที่มีฐานเสียงจากพรรคการเมือง จึงขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตการคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉินโดยสั่งห้ามไปยังประธานรัฐสภา ระงับการประชุมเพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องนี้ที่จะลงมติในวาระ 3 ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และวินิจฉัยให้นายสมศักดิ์  เกียรติสุรนนท์  ประธานรัฐสภา  นายนิคม  ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา  และสมาชิกรัฐสภา 310 คน ในฐานะผู้ถูกร้อง ยุติหรือเลิกการพิจารณาญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องดังกล่าว อีกทั้งขอให้ศาลสั่งยุบพรรคของ ส.ส.ที่ร่วมกระทำผิดในครั้งนี้ อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล พรรคมหาชน และพรรคประชาธิปไตยใหม่ ร่วมทั้งขอให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบเป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยผลออกมาเป็นอย่างไรเราจะเคารพการตัดสินของศาล

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  18/09/2013

เปลือยกายคู่สีกาคลิปฉาว “เกจิ” ดัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ย.  ได้มีผู้ที่ใช้ชื่อว่า Panuttapong  Phuwarat  จาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โพสต์ภาพลงในเฟซบุ๊ก โดยมีการระบุข้อความบางตอนอ้างถึงเจ้าอาวาสวัดชื่อดังในพื้นที่ จ.พังงา มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมลักลอบมีสัมพันธ์ทางเพศกับลูกศิษย์สาวคนหนึ่ง ภายในบ้านพักในพื้นที่ จ.ภูเก็ต อยากให้ช่วยกันแชร์ภาพเพื่อให้ขจัดมารศาสนาเหล่านี้ออกไป โดยอ้างว่าญาติฝ่ายสามีหญิงสาวดังกล่าวเป็นคนแอบลักลอบตั้งกล้องถ่ายวีดิโอขณะทั้งคู่มีอะไรกัน และนำภาพจากกล้องวิดิโอมาทำเป็นภาพนิ่ง ออกเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  18/09/2013

“บิ๊กอู๋”  ลงนครฯปรับแผนสั่งตร.ถอย ม็อบตัดต้นไม้ปิดถนน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 17 ก.ย. เกษตรกรชาวสวนยางพารายังคงปักหลักชุมนุมประท้วง บริเวณสี่แยกควนหนองหงส์ บนถนนสายเอเชีย 41 อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช  ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.ต่อเนื่องถึงวันที่ 17 ก.ย. ขณะที่ทางจังหวัดมีคำสั่งห้ามประชาชนเข้าพื้นที่การชุมนุม ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2540 ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงต่างรีบกลับบ้านของตนเอง จึงเหลือเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ยังคงปักหลักอยู่บริเวณดังกล่าวประมาณ 20 คนในช่วงเช้า โดยปิดเส้นทางจราจรทำให้ยานพาหนะไม่สามารถสัญจรผ่านได้  กลุ่มผู้ชุมนุมได้ย้ายซากรถที่ถูกเผามาขวางถนน พร้อมตัดต้นไม้ใหญ่ริมทางปิดกั้นไม่ให้รถทุกชนิดผ่านเข้า – ออก เพราะเกรงเจ้าหน้าที่จะแฝงตัวเข้ามาพร้อมประกาศห้ามสื่อมวลชน คนแปลกหน้าเข้าในพื้นที่  ต่อมาเวลา 15.00 น.  ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจ.นครศรีธรรมราช (บก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช)  พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เดินทางติดตามสถานการณ์ชุมนุมของชาวสวนยางพารา  และให้กำลังใจกำลังพลที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ  ก่อนประชุมร่วมกับนายวิโรจน์  และนายสถาพร  ภักดีวงศ์  อัยการจังหวัด

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  18/09/2013

2 พระองค์ทรงพระสำราญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 17 กันยายน  เวลา 14.45 น.  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ  เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์  อัครราชกุมารี  เสด็จฯไปทรงร่วมบันทึกวีดิทัศน์พระราชทานสัมภาษณ์ เนื่องใน “วันมหิดล” ประจำปี 2556 ณ อาคารศรีสวรินทิรา โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งจะออกอากาศในวันที่ 21 กันยายน เวลา 22.30 – 00.20 น. ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 โอกาสนี้มีรับสั่งถึงพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ระหว่างประทับ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ความว่า ทั้งสองพระองค์ทรงพระสำราญ รู้สึกว่าทรงมีความสุข ที่ได้ไปอยู่ที่วังไกลกังวล

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  18/09/2013

พิษถือหุ้น 5% – เขย่าเก้าอี้วิเชษฐ์ผวา ส่ง กกต. – ศาล รธน. ชี้ขาด

นายกล้านรงค์  จันทิก  กรรมการ ป.ป.ช. และโฆษก ป.ป.ช.  กล่าวภายหลังการประชุม ว่า  คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาเรื่องการถือครองหุ้นเกิน 5% ของนายวิเชษฐ์  เกษมทองศรี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจากการตรวจสอบพบว่าภรรยาของนายวิเชษฐ์ถือหุ้นบริษัทเอกชนเกิน 5% ของทุนจดทะเบียนจริง และไม่มีการแจ้งให้ประธาน ป.ป.ช.ทราบภายใน 30 วันนับจากวันเข้ารับตำแหน่ง เป็นการทำผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543 อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจพิจารณาว่านายวิเชษฐ์ จะหมดคุณสมบัติจากการเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ดังนั้น ป.ป.ช.จึงส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นผู้มีอำนาจเป็นผู้ดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดเรื่องคุณสมบัติของนายวิเชษฐ์ต่อไป ส่วนนายสรวงศ์  เทียนทอง  รมช.สาธารณสุข  ที่ถือครองหุ้นเกิน 5% นั้น ที่ประชุม ป.ป.ช. ให้ไปหาหลักฐานเพิ่มเติม เพราะมีการโอนหุ้นก่อนที่จะครบกำหนด 30 วัน ที่ต้องแจ้งให้ประธาน ป.ป.ช.ทราบ ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นผู้วินิจฉัยว่ารัฐมนตรีคนดังกล่าวขาดคุณสมบัติหรือไม่

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  18/09/2013

ตั้งด่าน – เลี่ยงปะทะปูสั่งห้าม พรบ.มั่นคงคุมม็อบ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม. ว่า ให้ผบ.ตร.รายงานความคืบหน้าให้ครม.รับทราบ และให้กำลังใจหน่วยงานที่พยายามดูแลพื้นที่ โดยเน้นย้ำให้ใช้ความอดทน ความละมุนละม่อม และความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน ให้ดำเนินขั้นตอนต่างๆ ตามกฎหมาย เบื้องต้นครม.เห็นชอบให้ผบ.ตร.ลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อพูดคุยกับผู้ว่าฯ ที่ประกาศ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อควบคุมสถานการณ์ไปแล้ว เมื่อถามว่า  ยังไม่จำเป็นต้องใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยคล้ายคลึงกันอยู่แล้ว อีกทั้งมองว่าเป็นปัญหา ในพื้นที่ ซึ่งผู้ว่าฯ ดูแลได้ แต่คงต้องดูตามสถานการณ์ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น แต่รัฐบาลก็พยายามไม่ให้เกิดความรุนแรง ในพื้นที่ และพยายามทำความเข้าใจกับประชาชน ส่วนผลกระทบและความเสียหาย ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะการเผารถตำรวจต้องสืบสวนไปตามขั้นตอนและข้อเท็จจริง  เมื่อถามว่า  เมื่อมีการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่นเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้  น.ส.ยิ่งลักษณ์   กล่าวว่า หวังว่าสื่อมวลชนจะให้ข้อมูลต่างๆ ที่ชัดเจนด้วย เราพยายามจะแก้ไขปัญหา ไม่อยากให้มีปัญหาอื่นๆ เข้ามาแทรกกับเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งนี้ สั่งการให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรฯ เชิญผู้ประกอบการมาพูดคุยกันเพื่อเร่งรัดการทำยางแปรรูปตามแผนระยะกลางและระยะยาว รวมทั้งพยายามดูแลมาตรการ อื่นๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้รับผลกระทบซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ เกษตรกรชาวสวนยาง ผู้กรีด และผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ คือผู้เพาะปลูกและ ผู้กรีดยาง ส่วนผู้ส่งออกหรือผู้ที่เก็บสต๊อกยางต้องพิจารณาว่าเดือดร้อนหรือไม่ หรือเกี่ยว ข้องกับผู้ชุมนุมหรือไม่

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่  18/09/2013

เตือนฝนถล่ม 19 – 20 ก.ย. ตกทั่วกรุง 100%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 17 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 17 ก.ย.2556 ระบุว่าพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง กำลังเคลื่อนที่ทางตะวันตกอย่างช้าๆ คาดว่าพายุนี้จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน โดยจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 19 ก.ย. และจะเคลื่อนตัวผ่านประเทศลาวเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและด้านตะวันออก รวมทั้งภาคตะวันออกจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในระยะ 2-3 วันนี้   สำหรับ พายุโซนร้อนอุซางิ ด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าใกล้เกาะไต้หวันและประเทศจีนด้านตะวันออกในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. แต่พายุอุซางิไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากการประสานข้อมูลสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางมีแนวโน้มจะก่อตัวเป็นพายุหมุนเขตร้อน ส่งผลให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มมากขึ้นและฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในช่วงวันที่ 18-22 ก.ย. จึงขอเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย 14 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมถึงหมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติ จะได้อพยพหนีภัยได้อย่างทันท่วงที ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด   วันที่  18/09/2013

แฉจ้องจับตัวประกันแผนม็อบลุยเผาสถานที่ราชการ

พล.ต.ต.ปิยะ  อุทาโย  โฆษก ตร.  กล่าวถึงกรณีการเชื่อมโยงการชุมนุมกับการเมือง ว่า  จากการตรวจสอบพบว่าหลังจากเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา แกนนำของจังหวัดต่างๆ ได้รับข้อเสนอของรัฐบาล แต่มีผู้ชุมนุมบางส่วนที่ไม่เห็นด้วย และบางส่วนมีความพยายามไม่รับข้อเสนอของรัฐบาล พร้อมกับยื่นข้อเสนอต่างๆให้รัฐบาลที่ไม่สามารถทำได้ โดยเป็นความพยายามของคนบางกลุ่มที่ต้องการจะขึ้นมาเป็นแกนนำ เพื่ออาศัยสถานการณ์การชุมนุมเพื่อยกระดับขึ้นไปสู่ส่วนอื่นๆ ทั้งนี้ จากการข่าวยังพบด้วยว่า  จะมีการยกระดับการชุมนุมไปเผาสถานที่ราชการ ทั้งสถานีตำรวจและที่ว่าการอำเภอ รวมทั้งจะมีการจับบุคคลสำคัญใน จ.นครศรีธรรมราช

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่  18/09/2013 

สพฐ.เดือดทวงเงินเดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล  ตัวแทนสมาพันธ์เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนแห่งประเทศไทย และเครือข่ายลูกจ้างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 1,000 คน ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายจาตุรนต์  ฉายแสง  รมว.ศึกษาธิการ เพื่อทวงความคืบหน้ากรณี  เรื่องเงินเพิ่มค่าครองชีพตามนโยบายของรัฐบาล วุฒิปริญญาตรี 15,000 บาท และวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี 9,000 บาท

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่  18/09/2013 

โยน กมธ.ชนยำงบ 2 ล้านล้าน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม. ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ ส.ว.ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า ต้องให้ฝ่ายกฎหมายว่าไปตามขั้นตอน ส่วนความพร้อมในการชี้แจง ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทในวาระ 2 ต่อสภาฯ ในวันที่ 19-20 ก.ย.นี้ นั้น เป็นวาระที่จะเกี่ยวข้องกับกรรมาธิการฯ ซึ่งทางกรรมาธิการฯ ก็พร้อมชี้แจงและให้ข้อมูลต่อสภาฯ อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็อยากขอความร่วมมือ เพราะเราก็อยากเห็นประเทศมีแผนการลงทุนที่ชัดเจน เป็นประโยชน์ และช่วยทำให้เศรษฐกิจของเราได้ขับเคลื่อนไปได้ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่เศรษฐกิจต่าง ๆต้องการการเติบโต ถ้ามีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานก็จะทำให้ทุกอย่างเดินได้  เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตีความว่า พ.ร.บ.กู้เงินขัดรัฐธรรมนูญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้กฤษฎีกาเป็นผู้ร่างกฎหมายฉบับนี้ และทำตามขั้นตอนต่าง ๆ เช่นเดียวกับ พ.ร.บ.เงินกู้อื่น ๆ ยืนยันว่าเราใช้ข้อมูลจากกฤษฎีกา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการไปตามขั้นตอนทุกอย่าง  เมื่อถามว่า มีแผนรองรับอย่างไร หากพ.ร.บ.กู้เงินฉบับนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ  น.ส.ยิ่งลักษณ์   กล่าวว่า “เราถือว่าทำเต็มที่แล้วให้กับประเทศ แต่เสียดายโอกาสมากกว่า ดังนั้นเราก็จะพยายามทำอย่างเต็มที่ในสิ่งที่รัฐบาลทำได้ แต่โอกาสที่จะทำให้ประเทศเราสามารถที่จะแข่งขันไปข้างหน้า ก็จะไม่เกิดขึ้น ความมั่นใจจากนักลงทุนที่เห็นว่าประเทศไทยประกาศการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เราจะเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงอาเซียน ก็คงจะเกิดได้ยาก ดังนั้นอาจจะทำให้โอกาสที่เราควรจะได้ ไปอยู่ที่อื่น ซึ่งดิฉันก็หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทุก ๆ ท่านจะเข้าใจ และช่วยกันทำให้โครงการนี้เป็นโครงการที่ก่อให้เกิดความภูมิใจให้กับลูกหลานของเรา เพราะจริง ๆ แล้วเม็ดเงินจากกฎหมายนี้คือการลงทุนสำหรับการสร้างรายได้ในระยะยาว ก่อให้เกิดการจ้างงาน พัฒนาเศรษฐกิจ ถ้าเราไม่ลงทุนเลยใน 7-8 ปี ก็ไม่รู้ว่าเราจะแข่งขันกับประเทศอื่นได้อย่างไร”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันที่  18/09/2013

ต่อ “เคอร์ฟิว” คุมม็อบ

นายวิโรจน์  จิวะรังสรรค์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า  การขยายเวลาห้ามเข้าพื้นที่ชุมนุมออกไปอีก 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันคนที่ไม่รู้และไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม เป็นการป้องกันอันตรายและอยากขอความร่วมมือไปยังทุกฝ่าย รวมถึงสื่อมวลชน ขอให้เป็นคนกลางในการบอกกล่าวกับผู้ชุมนุมให้ชุมนุมในกรอบกติกา และขอให้ลดเงื่อนไขข้อเรียกร้องอย่าผูกเงื่อนจนไม่สามารถแกะออกได้ นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานที่ราชการทุกแห่ง โดยเฉพาะที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน หรือศาลากลางจังหวัด เพราะเกรงจะมีมือที่ 3 เข้ามาสร้างความวุ่นวาย และสั่งการให้สำนักงานเกษตรกรจังหวัดให้เข้าตรวจสอบสต๊อกยางพาราในทุกจุดของจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้เคียงกับจุดชุมนุม เนื่องจากพบข้อมูลว่า ร้านรับซื้อยางพาราได้กักตุนยางพาราไว้เป็นจำนวนมากและเป็นผู้สนับสนุนเสบียงในการชุมนุม

ด้าน พ.อ.ชาญวิทย์  ปิ่นมณี  รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช  กล่าวว่า  ขณะนี้ พล.ต.ชาญประดิษฐ์  แสงนิล  รองแม่ทัพภาคที่ 4  ได้มีคำสั่งตั้งวอร์รูม  พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติทันที ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เร่งถอดโครงสร้างของกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อหาช่องทางในการพูดคุยจนพบว่ามีผู้ใหญ่บางคนสามารถพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ และอยู่ในระหว่างการประสานงาน

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  18/09/2013 

“มหาธีร์” ชี้อุปสรรคเออีซี

นายมหาธีร์  บินโมฮัมหมัด  อดีตนายกรัฐมนตรี  ประเทศมาเลเซีย  กล่าวว่า  การเตรียมความพร้อมสู่อาเซียนเป็นหัวข้อที่หลายประเทศกำลังให้ความสนใจ  แต่ยังมีความไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรให้บรรลุเป้าหมายเพื่อให้การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)  นำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเสนอว่าการใช้ทองคำมาเป็นพื้นฐานการในการอ้างอิงเงินสกุลพิเศษที่จะกำหนดขึ้นเพื่อใช้สำหรับการทำการค้าในภูมิภาค แต่ไม่ใช่การใช้เงินสกุลเดียวกัน  “การจะมาหารือถึงประเด็นที่ว่าอาเซียนจะใช้เงินสกุลเดียวกันหรือไม่ อย่างไรยังไม่ใช่ในตอนนี้แต่น่าจะมีการพูดถึงในอีกเกือบ 40 ปีข้างหน้าหรือ ปี 2596”

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  18/09/2013 

ปูลงแส้ทีมศก.

แหล่งข่าว  กล่าวว่า  น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี แสดงความไม่พอใจในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 ก.ย. กรณีที่รัฐบาลถูกโจมตีเรื่องเศรษฐกิจ โดยระบุว่า ต้องการได้ยินเสียงรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจทุกคนออกมาชี้แจงเรื่องของตัวเอง เพราะมีเรื่องบิดเบือนเยอะ โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ที่ถูกพรรคประชาธิปัตย์โจมตีเรื่องข้าวเน่า  ขณะที่นายกฯ ยังต้องการให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง  และนายยุคล  ลิ้มแหลงทอง รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องยางพารามาประชุม เพื่อแยกแยะว่ากลุ่มไหนเป็นเจ้าของสวน ผู้ส่งออก เจ้าของโรงงานแปรรูป  เพื่อให้สังคมได้เห็นว่ารัฐบาลได้แก้ปัญหาให้กลุ่มใดแล้วบ้างและมีปัญหาที่มีอยู่เป็นเพราะใคร

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์   วันที่  18/09/2013 

คุมข้าวไว้ 5 แสนล้าน

น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  กล่าวว่า  วงเงินกู้โครงการรับจำนำข้าวเปลือกจะอยู่ในกรอบวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท  ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติก่อนหน้านี้ และเมื่อสิ้นปีปฏิทินหรือ 31 ธ.ค. 2556  วงเงินกู้ในการรับจำนำข้าวจะต้องอยู่ในกรอบ 5 แสนล้านบาท

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์   วันที่  18/09/2013 

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

No related posts.

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top