ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

 

พาดหัวข่าว

 

ไทยรัฐ

ม็อบยางบานปลายบุกยึดคืนปิดถนนเผารถ 11 คัน

เมียเผย “เป้า” ห่วงตามไปส่งถึงบ้าน

มาร์คปัดเติ้งไม่ร่วมปฏิรูป

 

มติชน

ปะทะ – เผารถตร.วินาศม็อบเดือดโดนสลาย – ฮือยึดคืน

พท.เฉ่งมาร์คพูดหยาบปูไม่ตอบโต้

ทัวร์ “อสม.” บังหน้าขนยาบ้า 8 แสนเม็ด

 

ข่าวสด

“ชะอวด” ฮือเผารถฉกปืนตร.ปะทะเดือดเจ็บอื้อ

ปูยังแมนอดทน – ถูกด่าหยาบ

ทุบรถฉก 1 ล. – เศรษฐินีท่าข้าวสุพรรณ

 

เดลินิวส์               

เผารถตำรวจวอด 8 คันม็อบยางคลั่ง “เคอร์ฟิว” คุมมิคสัญญี

สั่งจำคุกอ่วม 10 ปี! จ้างบึ้ม “ภูมิใจไทย”

ฉุน ปชป. หมิ่นเกียรติสตรี

 

กรุงเทพธุรกิจ

ม็อบยางปะทะตำรวจ

“หุ้น – เงิน” โลกพุ่งรับเฟด

 

โพสต์ทูเดย์

บีบคลังขึ้นภาษี

เศรษฐกิจไทยต่ำเตี้ย

 

 

คอลัมนิสต์

คอลัมน์ คนปลายซอย  โดย เปลว สีเงิน   (ไทยโพสต์)

“ข้าว ๖.๗ แสนล้าน” ที่ไร้คำเฉลย

คอลัมน์  สำนักข่าวหัวเขียว โดย  แม่ลูกจันทร์  (ไทยรัฐ)

ค้านสุดซอย

คอลัมน์ หมายเหตุ ประเทศไทย โดย ลม ตะวันตก  (ไทยรัฐ)

ม็อบยางปิดถนน ใครได้ประโยชน์??

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย นฤตย์ เสกธีระ  (มติชนรายวัน)

ต้องติดเรตไหน?  วันที่  17/09/2013

คอลัมน์  คอลัมน์ที่  13 หน้า 5  (ข่าวสด)  

นครรัฐวาติกัน

คอลัมน์  พญาไม้ทูเดย์  โดย พญาไม้  (บางกอกทูเดย์) 

อะไรจะเกิดก่อนกัน  วันที่  16/09/2013

คอลัมน์  กาแฟดำ  โดย  สุทธิชัย  หยุ่น (กรุงเทพธุรกิจ)

เกมการทูตซีเรียถึงวันนี้ : ปูติน 1 โอบามา 0

 

สรุปข่าวที่น่าสนใจ

 

ม็อบยางบานปลายบุกยึดคืนปิดถนนเผารถ 11 คัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 16 ก.ย. พล.ต.ต.สมชาย  อ่วมถนอม  รอง ผบช.ภ.8  นายกิตติพงษ์  คงแข็ง  รองผวจ.นครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่ อส.ประมาณ 500 นาย เคลื่อนกำลังจากทั้ง 4 ด้านของสี่แยกควนหนองหงส์เพื่อลุยสลายม็อบ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นชายฉกรรจ์และวัยรุ่นวิ่งหนี บางส่วนวิ่งตะโกนบอกชาวบ้านว่าตำรวจบุกแต่ไม่มีชาวบ้านออกมาสมทบ ทำให้ตำรวจสามารถเคลื่อนย้ายท่อนไม้ ยางรถยนต์ รวมทั้งเต็นท์ของผู้ชุมนุมที่กางอยู่บนถนนออกพ้นผิวจราจรโดยไม่มีการต่อสู้ขัดขวางแต่ประการใด ใช้เวลาเคลียร์พื้นที่ราว 30 นาที สามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติ นอกจากนี้ยังพบว่าป้อมตำรวจบ้านควนหนองหงส์ที่อยู่ใกล้จุดชุมนุมถูกทุบกระจกประตูหน้าต่างเสียหายยับเยิน ตอนสายวันเดียวกัน ชาวบ้านที่มาร่วมชุมนุมทยอยเดินทางมาถึงบริเวณสี่แยกควนหนองหงส์ต่างจับกลุ่มสอบถามถึงเหตุการณ์ที่ตำรวจเข้าเคลียร์พื้นที่แสดงความไม่พอใจปักหลักอยู่บริเวณริมถนนใกล้เวทีปราศรัย โดยมีตำรวจกว่า 200 นายตรึงกำลังอย่างต่อเนื่องกระทั่งเวลา 12.50 น. กลุ่มผู้ชุมนุมราว 300 คนส่วนหนึ่งคงไปที่ผิวจราจรเพื่อปิดถนน กำลังส่วนหนึ่งไม่ให้ตำรวจเข้าไปผลักดันผู้ชุมนุมออกจากถนนโดยใช้ไม้และก้อนหินปาใส่ตำรวจเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากชุลมุนราว 5 นาที ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ 3 คน ก่อนที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะถอยไปคนละฝากถนน ตั้งประจันกันอย่างตึงเครียด ต่อมาเวลา 13.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินทางมาสมทบบริเวณสี่แยกควนหนองหงส์กว่า 2,000 คน กลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นวัยรุ่นเคลื่อนแถวลงผิวถนน ขณะที่ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงขอให้ผู้ชุมนุมอยู่บนไหล่ทางแต่ไม่เป็นผล  ตำรวจจึงดาหน้าเข้าผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจขว้างปาก้อนหิน ท่อนไม้ใส่อุตลุด จากนั้นมีคนร้องตะโกนว่ามีคนถูกยิงทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมโกรธแค้นฮือไล่ต้อนตำรวจถอยร่นไม่เป็นขบวน โดยมีผู้ชุมนุมใช้ท่อนไม้ กิ่งไม้ไล่ตีเป็นระยะทางร่วม 1 กม. นับว่าผู้ชุมนุมยึดถนนปิดการจราจรเป็นรอบที่ 3 ขณะเดียวกันรถตู้ของตำรวจ รถปิกอัพสายตรวจ รถหกล้อควบคุมผู้ต้องหา รวมทั้งรถยนต์ส่วนตัวของตำรวจที่เคลื่อนย้ายหนีไม่ทันถูกผู้ชุมนุมเผาเสียหายรวม 11 คัน ระหว่างนั้นช่างภาพสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสกรูออกมาบันทึกภาพเหตุการณ์ดังกล่าว ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมล้อมกรอบยึดกล้องแล้วทุบทำลาย ก่อนจะพากันทุบทำลายรถปิกอัพของสถานีโทรทัศน์ช่องดังกล่าวเสียหายไปด้วย ซึ่งการปะทะรอบนี้ทำให้ตำรวจและผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บระนาวฝ่ายละไม่น้อยกว่า 20 คน    (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)  ต่อมา นายวิโรจน์  จิวะรังสรรค์  ผวจ.นครศรีธรรมราช  ได้ประกาศพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 มาตรา 27 (22,23,24) และมาตรา 29 ห้ามมิให้บุคคลใดๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องหรืออยู่อาศัยอยู่ในบริเวณชุมนุมนั้น เข้าไปอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการใดในพื้นที่บริเวณที่เกิดหรือใกล้เคียงที่จะเกิดสาธารณภัยขึ้นในพื้นที่บริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด และพื้นที่ใกล้เคียงระหว่างเวลา 12.00 น. วันที่ 16 ก.ย. จนถึงเวลา 12.00 น. วันที่ 17 ก.ย. 2556 ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปหรือจนกว่าคำสั่งจะเปลี่ยนแปลง  (หนังสือพิมพ์เดลินิวส์)

เมียเผย “เป้า” ห่วงตามไปส่งถึงบ้าน

นางวรรณพร  สัมฤทธิ์  ภรรยาเป้า – สายัณห์  กล่าวถึงเรื่องวิญญาณเป้า – สายัณห์ มาหา ว่า  หลังจากที่น้องบิ๊ก – เวสารัช ดีเสมอ  ลูกชายบวชที่วัดพระธรรมกายเสร็จแล้ว ตนพร้อมด้วยลูกสาวทั้งหมดกลับบ้านพักย่านซ.พาณิชย์การธนบุรี ร่วมกันอธิษฐานจิตบอกกับพี่เป้าให้ร่วมอนุโมทนาบุญกับลูกด้วย ทันทีที่พูดจบตนและลูกๆทั้ง 3 คนได้กลิ่นหอมของดอกไม้กระจายฟุ้งทั่วห้อง แสดงว่าพี่เป้าเขารับรู้แล้วที่ลูกบวชให้ นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. วันแรกที่พี่เป้าเสียชีวิต หลังเสร็จภารกิจตนและลูกกลับบ้านพอไปถึงบ้านเปิดไฟ ปรากฏว่าไฟดับถึง 2 ครั้ง ตนและลูกๆดีใจมากเชื่อว่าเป็นดวงวิญญาณของพี่เป้าตามมาส่งและไม่รู้สึกกลัว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  17/09/2013

มาร์คปัดเติ้งไม่ร่วมปฏิรูป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายบรรหาร  ศิลปอาชา  ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา  เดินทางไปที่พรรคประชาธิปัตย์ เข้าพบนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเชิญเข้าร่วมเวทีสภาปฏิรูปการเมือง

นายบรรหาร  ศิลปอาชา  ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา  กล่าวภายหลังการหารือว่า มาเชิญนายอภิสิทธิ์เข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมือง เพราะการปฏิรูปต้องมีหลายฝ่ายเข้าให้ความเห็นว่ามีจุดยืนอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ก็มีเหตุผลเช่น อยากให้รัฐบาลหยุดกฎหมายนิรโทษกรรมและการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อน ถ้าหยุดได้ค่อยมาพูดคุยกันเรื่องปฏิรูปการเมือง ในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มาตรา 3 ที่นายอภิสิทธิ์ให้ข้อคิดหลายอย่างก็รับจะไปหารือกับเสียงข้างมากว่ามีอะไรบ้างเพื่อแก้ไขให้ถูกต้องชัดเจนมากขึ้น เพราะสามารถแปรญัตติได้ แต่จะให้ฝ่ายรัฐบาลถอนกฎหมายนิรโทษกรรมออกจากสภาคงลำบาก ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ไม่ปฏิเสธหรือตอบรับ แต่ในอนาคตคงได้มาเชิญอีกครั้งหนึ่ง ส่วนที่มองว่า พ.ต.ท.ทักษิณทำผิดกฎหมายนั้น พ.ต.ท.ทักษิณบอกแล้วว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วจะให้ว่าอย่างไร กระบวนการเดินสายพบบุคคลต่างๆคืบหน้า 60% แล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ อาทิ  นายคณิต  ณ นคร อดีตประธาน คอป. และ น.ต.ประสงค์  สุ่นศิริ ที่ปรึกษาคณะเสนาธิการร่วมกองทัพประชาชน โค่นระบบทักษิณและจะเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 19 ก.ย. ในฐานะเพื่อนกับนายชวนไม่ใช่เสือ ตนจะนำข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับการถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปเสนอต่อคณะทำงานประสานงานของรัฐบาล แต่จะไม่เสนอต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยตรง ส่วนที่ภาคประชาชนตั้งสภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทยนั้น เป็นเรื่องที่ดี แต่ตนคงไม่ไปประสานพูดคุยปล่อยให้เป็นเรื่องของคณะทำงาน

ด้านนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า  ได้บอกกับนายบรรหารชัดเจนว่ามีเหตุผลชัดหลายอย่างที่ไม่เข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมือง รายละเอียดข้อคิดต่างๆได้จัดทำเป็นเอกสารมอบให้ แต่หลักการยืนยันว่ากลไกดังกล่าวยังไม่ตอบโจทย์ประเทศ และขอบคุณไมตรีนายบรรหารที่ได้เดินทางมาพบ นายบรรหารยังพูดว่าถ้าเข้าร่วมเวทีปฏิรูปและมีเหตุผลอะไรก็จะช่วยพูดให้ แต่ภาพรวมขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณอะไรจากรัฐบาลว่ามีความจริงใจที่จะพูดคุยถึงปัญหาที่แท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกฯให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าขอให้กฎหมายนิรโทษกรรมเป็นเรื่องของสภา ถ้าเช่นนี้ปัญหาก็แก้ยาก เพราะนายกฯตีกรอบแล้ว หรือการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ปลายทางคือการรื้อรัฐธรรมนูญ จึงบอกว่าถ้าเข้าร่วมด้วยคงพูดอะไรยาก แต่ถ้ากระบวนการนี้ไปสู่สิ่งดีๆ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมสนับสนุนและหากวันต่อไปรัฐบาลหยุดเรื่องนิรโทษกรรมและแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อนก็เป็นไปได้ที่พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมด้วย

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันที่  17/09/2013

พท.เฉ่งมาร์คพูดหยาบปูไม่ตอบโต้

น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านปราศรัยพาดพิงโครงการสมาร์ทเลดี้ ว่า  ในสังคมไทยอยากเห็นการให้เกียรติกันและกัน และมองว่าผู้หญิงไทยมีจุดดีทุกคน การมองว่าใครฉลาดหรือไม่ฉลาด เป็นเพียงการวัดจากภายนอกสิ่งที่อยากเห็นคือความคิด มีความคิดดี มีความพยายามมุมานะ  เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านพุ่งเป้าไปที่ตัวนายกฯ  จะชี้แจงอย่างไร  น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า  คงไม่ชี้แจงใดๆทั้งสิ้น ขอเรียนว่าจะพยายามอย่างเต็มที่ในการรักษาความรู้สึกและความเข้าอกเข้าใจ รวมถึงความอดทนและรักษาบรรยากาศ สิ่งที่อยากได้คือการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ร.ท.หญิง สุณิสา  เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)  ที่กล่าวพาดพิงนายกฯ ว่า  อยากถามนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้า ปชป. และนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ฯ ปชป. ไม่รู้สึกอายบ้างหรือ ถึงใช้คำพูดหยาบคายดูถูกผู้หญิง บนเวทีปราศรัยของ ปชป.โดยพูดทั้งคำว่า “อีโง่ แรด กะหรี่และตอแหล”  ทั้งที่รู้ว่าจะมีการนำภาพและเสียงมาเผยแพร่ทางโทรทัศน์ด้วย นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพก็เป็นผู้ใหญ่แล้วทำไมจึงใช้คำพูดที่เป็นการลดคุณค่าของตัวเอง “หากพวกท่านไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเรื่องใด ก็ควรโต้แย้งด้วยหลักการ ไม่ใช่ด้วยคำหยาบคาย ดูหมิ่นศักดิ์ศรีผู้หญิงเพศแม่ บนเวทีปรายศรัยแบบนี้”  นายอภิสิทธิ์อาจจะโกรธที่มีคนนำผ้าถุงไปให้สวม แต่การแสดงออกอย่างหยาบคายก็สะท้อนให้เห็นการไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  17/09/2013

ทัวร์ “อสม.” บังหน้าขนยาบ้า 8 แสนเม็ด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 16 ก.ย.  ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5)  จ.เชียงใหม่  พล.ต.ต.สุเทพ  เดชรักษา  ผบช.ภ.5  พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว  รอง ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ประจวบ  วงศ์สุข  ผบก.สส.ภ.5  ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมแก๊งค้ายาบ้ารายใหญ่ ผู้ต้องหาประกอบด้วยนายณัฐวัฒน์  เกิดสุข อายุ 44 ปี นายธัญพัฒน์  ขำเดช  อายุ 41 ปี นายสันทัด  นาหลวง อายุ 18 ปี และนายศุภโชค  พลโคกกล่อง อายุ 25 ปี พร้อมของกลางยาบ้าบรรจุกระเป๋าเป้สีดำ 4 ใบ รวมประมาณ 800,000 เม็ด และรถบัส 2 ชั้น โดยจับกุมได้ที่บริเวณหมู่บ้านหม้อ – วัดร่องขุ่น อ.เมืองเชียงราย  โดย พล.ต.ต.ประจวบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วรพงค์  คำลือ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.5  สืบทราบว่าจะมีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดลักลอบขนยาบ้า โดยจะมาในรูปแบบรถทัวร์นำเที่ยวเพื่อตบตาตำรวจ กระทั่งเวลาประมาณ 12.00 น.วันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.วรพงค์ได้พบรถทัวร์ต้องสงสัยเป็นรถทัวร์นำคณะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ต.จระเข้ อ.หนองเรือง จ.ขอนแก่น ที่นายณัฐวัฒน์และนายธัญพัฒน์  ซึ่งกำลังจะลงสมัครการเมืองท้องถิ่นใน ต.จระเข้ นำคณะ อสม.นั่งมาและเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.เชียงราย จาการสอบสวนขยายผล นายณัฐวัฒน์รับสารภาพเป็นเจ้าของรถทัวร์และได้ร่วมมือกับนายธัญพัฒน์ที่กำลังจะลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) แห่งหนึ่ง นำชาวบ้านซึ่งส่วนมากเป็น อสม.นำมาเที่ยวในภาคเหนือ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้มีการวางแผนร่วมกันในการขนยาเสพติดเพื่อนำเข้ากรุงเทพฯ โดยจะได้ค่าจ้างในการขนประมาณ 2 ล้านบาท ทั้งนี้ นายณัฐวัฒน์ ยังรับว่าเป็นคนวางแผน ส่วนนายธัญพัฒน์ต้องการเงินไปหาเสียงในการเลือกตั้ง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่  17/09/2013

ทุบรถฉก 1 ล. – เศรษฐินีท่าข้าวสุพรรณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ร.ต.ท.จเร พูลแก้ว ร้อยเวร สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายทุบกระจกรถชิงทรัพย์สินประชาชน เหตุเกิดบริเวณหลังห้างสรรพสินค้านาซ่ามอลล์ ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมืองสุพรรณบุรี จึงรายงานพล.ต.ต. ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี และกำลังฝ่ายสืบสวนรุดไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน ญจ 517 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพกระจกหลังด้านซ้ายถูกทุบจนแตกละเอียด มีน.ส.อิสริยาภรณ์ เมืองแดง อายุ 26 ปี เจ้าของธุรกิจท่าข้าวมณฑล ต.สาลี ซึ่งเป็นเจ้าของรถ ยืนรอให้การด้วยความตื่นตระหนก พร้อมเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถคันดังกล่าวมาเบิกเงินสด 1 ล้านบาท ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขามาลัยแมน จ.สุพรรณบุรี โดยมีน.ส.สุพรรษา พันธุ์คุ่ย อายุ 23 ปี ลูกน้อง และบุตรสาววัย 2 ขวบนั่งมาด้วย หลังจากเบิกเงินเสร็จ ขับรถมาจอดที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งหลังห้างฯ แล้วลงไปสั่งอาหารกลับบ้าน ระหว่างนั้นสังเกตเห็นรถเก๋งสีเทา ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ขับชะลอมาเทียบด้านซ้ายรถ ทำท่าคล้ายจะจอด แต่กลับเร่งเครื่องขับออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็ไม่ได้นึกเอะใจอะไร พอกลับมาที่รถ ก็เห็นรถถูกทุบกระจกขโมยเอาเงินสด 1 ล้านที่เพิ่งเบิกมาหลบหนีไปแล้ว

พล.ต.ต. ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์  ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี  กล่าวว่า สั่งการให้ชุดสืบสวนภ.จว.สุพรรณบุรี ประสานกับชุดสืบสวนสภ.เมืองสุพรรณบุรี ตามล่าคนร้ายแล้ว พบว่าคนร้ายใช้รถ 2 คัน แบ่งเป็น 2 ทีม คือ ทีมฉกเงิน กับทีมทุบรถ มีการวางแผนล่วงหน้าเป็นอย่างดี และเป็นมืออาชีพ รู้ความเคลื่อนไหวของเหยื่อตลอด ซึ่งจากการสอบพยานและตรวจเช็กกล้องวงจรปิด พบเบาะแสคนร้ายทั้งหมดแล้ว

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์ข่าวสด  วันที่  17/09/2013

สั่งจำคุกอ่วม 10 ปี! จ้างบึ้ม “ภูมิใจไทย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ห้องพิจารณาคดี 907 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายเดชพล พุทธจง, นายกำพล  คำคง,นายกอบชัย  หรืออ้าย บุญปลอด , นางวริศรียา หรืออ้อ  บุญสม  และนายสุริยา หรืออ้วน ภูมิวงษ์  เป็นจำเลยที่ 1 – 5 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันทำวัตถุระเบิด มีวัตถุระเบิดที่ออกใบอนุญาตไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธ (วัตถุระเบิด) ไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันสมควร และกระทำให้เกิดระเบิดฯ โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้ง 5 มีแรงจูงใจในการก่อเหตุ เพราะเป็นแนวร่วมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งมีความรู้สึกไม่พอใจรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยในขณะนั้น จึงพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่  1 – 3 คนละ 10 ปี และปรับ 100 บาท แต่คำให้การเป็นประโยชน์จำลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษจำคุกคนละ 6 ปี 8 เดือน ปรับ 66 บาท ส่วนจำเลยที่ 5  ลงโทษจำคุก 5 ปี แต่ให้การรับสารภาพจึงลดโทษเหลือจำคุก 3 ปี 4 เดือน สำหรับจำเลยที่ 4  ซึ่งต่อสู้ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยประกอบกับพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอมีข้อสงสัยจึงยกประโยชน์ให้จำเลย พิพากษาให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์    วันที่  17/09/2013

“หุ้น – เงิน” โลกพุ่งรับเฟด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ข่าวการถอนตัวของนายลอรเรนซ์ ซัมเมอร์ส อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศถอนตัวจากการชิงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มที่เฟดจะผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  17/09/2013

บีบคลังขึ้นภาษี

นายอาคม  เติมพิทยาไพสิฐ  เลขาธิการ สศช.  กล่าวว่า  การลดอัตราภาษีนิติบุคคลทำให้รายได้ของภาครัฐลดลง  แต่ทำอย่างไรที่รัฐบาลจะขยายฐานภาษีให้มากขึ้นโดยเฉพาะการขยายฐานภาษีให้ครอบคลุมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

นางเบญจา  หลุยเจริญ  รมช.คลัง  กล่าวว่า  แม้ว่ามีการลดภาษีแต่คาดว่าการเก็บรายได้จะยังทำได้ตามเป้า ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่จะมอบนโยบายให้กรมสรรพากรเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและขยายฐานภาษีให้มากขึ้น

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  17/09/2013

เศรษฐกิจไทยต่ำเตี้ย

น.ส.กาญจนา  โชคไพศาลศิลป์  ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค  บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย  กล่าวว่า  ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงมาอยู่ที่ระดับ 3.7% ภายใต้กรอบ 3.5 – 4% เป็นการปรับลดครั้งที่ 3 ของปีจากก่อนหน้านี้ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ลงมาจาก 5% เหลือ 4.8% และปรับลดเหลือ 4% ขณะเดียวกันยังได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การส่งออกของไทยในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 1.5% จากเดิมที่คาดว่าขยายตัวได้ 4% การปรับลดตัวเลขจีดีพีในครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังมีปัญหา แต่เป็นการปรับตัวเลขให้สะท้อนภาพความเป็นจริง

อ่านเพิ่มที่  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  วันที่  17/09/2013

 

รวบรวมโดยทีมงาน  www.bangkokvoice.com

Related posts:

  1. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ไม่ยอมให้ปิดด่านสั่งรับมือหวั่นม็อบชนม็อบ “วี – วีรภาพ” เผยนาทีหนีตาย รวบ “ป๋าเดช” ละเมิด...
  2. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ให้ก้าวข้ามอดีตแบลร์แนะ 5 ข้อสู่ปรองดอง จ่อจับ “โดม บ้านตูล” ลูกกระทิงแดงเจอหมายจับ มติชน...
  3. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ส่งศพ “ภาวนา” ผ่าดับปริศนาญาติเชื่อโดนฆ่า ห้างติดป้ายเตือน “สุโขทัย” อ่วมหนักทะลักท่วมเมือง มติชน อดีตนางเอกดับปริศนาผ่าพิสูจน์!...
  4. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ.2555 พาดหัวข่าว ไทยรัฐ ศาลไม่ให้ประกันหมอพตอ.เกรงหนี-ขู่พยาน ศรีมหาโพธิกระเจิงท่วมหนัก บึมศาลาหน้าร.ร.2ผอ.เจ็บ!พร้อมทหารอีก 2 มติชน “ยงยุทธ” เดินหน้าตั้งผู้ว่าฯ ปชป.ขวางถกหาช่องสอยพ้นรมต....
  5. ข่าวหนังสือพิมพ์ วันพฤหัสบดี ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556   พาดหัวข่าว   ไทยรัฐ ขู่ถ้าปิดสนามบินใช้ไม้แข็งข้อหาก่อการร้าย เอ็กซ์ – จักรกฤษณ์จับเมียฉก 60 ล้าน...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top